เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 22: The skeleton not saves( third)

Chapter 22: The skeleton not saves( third)

Chapter 22: The skeleton not saves( third)


尸骨无存(第三更)

ดังนั้น,พวกเขาจึงได้เดินทางไปยังจักรวรรดิเป่ยโตว.

ไม่กี่วันหลังจากนั้น.

อยู่ไม่ไกลจากจักรวรรดิเป่ยโตว.

“จูเหริน(นายท่าน),ด้านหน้ามีหลุมศพมากมาย,เวลานี้ใกล้เข้าสู่เขตแดนจักรวรรดิเป่ยโตวแล้ว.”จางจินชี้ไปยังทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่มีสายลมที่เย็นยะเยือบพัดผ่านออกมา.

จักรพรรดิเป่ยโตวและจักรพรรดิไป่เยว่ที่ต่อสู้กันที่พื้นที่แห่งนี้อยู่เป็นประจำ.

ที่นี่จึงกลายเป็นหลุมฝังศพ,มีทหารมากมายนับไม่ถ้วนตายในสงคราม.

พื้นที่สุสานที่กว้างใหญ่ไพศาล,หลุมศพที่มากมายแทบมองไม่เห็นขอบเขต.

กล่าวได้ว่าเป็นสุสานแห่งนี้ใหญ่มาก,เป็นพื้นที่กว้างใหญ่เทียบได้กับหนึ่งรัฐเลยก็ว่าได้,ไม่รู้ว่ามีหลุมศพอยู่มากมายเท่าไหร่กัน.

ลู่อี้ผิงพยักหน้ารับ.

“พวกเราไป.”

ราชรถที่บินสูง,ข้ามผ่านสุสานมากมาย,ผ่านไปอย่างไม่ยากลำบาก.

ในเวลานั้น,ในคืนหนึ่ง.

สายลมที่เย็นยะเยือบ พัดผ่านมาไม่หยุด,เสียงสายลมที่มีเสียงของปิศาจร้องโหยหวน,ดูน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก.

ใครที่ขวัญอ่อน,เกรงว่า ได้ยินเสียงครวญครางของเหล่าภูติปิศาจ,คงขาอ่อนด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่ต้องสงสัย.

ที่นี่,เห็นหลุมฝังศพทหารของจักรวรรดิเป่ยโตวมานานหลายปีแล้ว,ด้วยจำนวนที่มากมายนับไม่ถ้วน,ความมืดมิดที่นี่จึงมากล้นเกินจะจินตนาการถึงได้.

อย่าว่าแต่ปุถุชนเลย,แม้แต่ผู้ฝึกตนเข้ามา,ลมปราณหยินที่หนักหน่วงคงกัดกินร่างพวกเขาให้ตกตายอย่างแน่นอน.

ราชรถทองคำที่บินอยู่บนท้องฟ้า.

กระนั้นลมปราณหยินกับรุนแรงพัดสูงขึ้นมาเหมือนกัน.

พื้นที่รอบ ๆ ที่เงียบสงัดจนน่าหวาดกลัว.

ทันใดนั้น,บนพื้นสุสานแห่งหนึ่งก็เปิดออก,ปรากฏร่างของผีดิบที่เต็มไปด้วยปราณแห่งความตายพุ่งเข้าหาราชรถทันที.

จางจินไม่ได้ลงมือ,ร่างกายของเขาที่ปกคลุมด้วยพลังเทวะพุ่งออกไปทันที.

ห้วงมิติที่สั่นไปมา,ร่างที่ผีดิบถูกต่อยลอยกระเด็นออกไป.

จากนั้นพลังแห่งความตายซีดลง,ดวงตาว่างเปล่า,เกราะของเจียงซือแตกหักจากพลังเทวะของจางจิน,พร้อมกับระเบิดสลายหายไป.

นี่คือผีดิบมนุษย์.

มีศิษย์ของนิกายมารบางแห่งที่ฝึกวิชาปิศาจ,มายังสุสานจักรวรรดิเป่ยโตวเพื่อหลอมศพด้วยวิชาลับปลุกมันให้ตื่นขึ้นมาเป็นผีดิบ.

วิชาปิศาจที่สามารถควบคุมผีดิบให้โจมตีเหล่าผู้ฝึกตนที่ผ่านสุสานแห่งนี้,หลังจากผู้ฝึกตนสังหาร,พวกเขาก็จะปล้นชิงศิลาวิญญาณ,ยาและสมุนไพร.

นอกจากนี้ยังหลอมร่างของผู้ฝึกตนที่ตายไปเป็นผีดิบต่อไปด้วย.

ผีดิบมนุษย์นั้นคล้าย ๆ กับเจียงซือในสนามรบแห่งทวยเทพ.

อย่างไรก็ตามเจียงซือในสนามรบแห่งทวยเทพนั้นจะกลืนกินปราณแห่งความตายมากมายผ่านเวลาเนิ่มนานหลายปี,จนเกิดเชาว์ปัญญา,ทว่าผีดิบมนุษย์ที่นี่ยังไม่เปิดเชาว์ปัญญา,นอกจากนี้ปราณแห่งความตายที่นี่ยังด้อยกว่าพื้นที่สนามรบแห่งทวยเทพเป็นอย่างมาก.

ขบวนราชรถที่ยังคงเคลื่อนที่ต่อไป.

ซึ่งแน่นอนว่า มีผีดิบมนุษย์ยังคงพุ่งเข้ามาโจมตีไม่หยุด.

ผีดิบมนุษย์เหล่านี้แข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้,ร่างกายที่เหนือกว่าร่างปุถุชนทั่วไป,ต้องไม่ลืมว่าการหลอมร่างคนตายขึ้นมานั้น,ย่อมแข็งแกร่งกว่าเมื่อครั้งมีชีวิต.

อย่างไรก็ตาม,ศพที่ฝังที่นี่เป็นเพียงทหารธรรมดาทั่วไป,ดังนั้นถึงแข็งแกร่งขึ้นก็ยังอยู่ในระดับปุถุชน.

ทหารของประเทศต่าง ๆ ,ขอเพียงแค่มีขอบเขตธรรมชาติ(เซียนเทียน),ก็ถูกเกณฑ์มาเป็นทหารแล้ว.

ราชรถที่ไม่หยุดชงักแม้แต่นิดเดียว.

ผีดิบมนุษย์เองก็มากขึ้นและก็มากขึ้น.

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะมากเท่าไหร่,ก็ไม่อาจเข้าใกล้ราชรถได้เลย,ทุกร่างที่พุ่งเข้ามาล้วนแต่สลายกลายเป็นผุยผง.

หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น.

ราชรถก็ข้ามผ่านพื้นที่หลุมศพที่กว้างใหญ่ไปในที่สุด.

ที่ด้านหน้านั้น,เป็นพื้นที่เทือกเขาที่กว้างใหญ่.

อย่างไรก็ตาม,ขณะที่จะเข้าไปในเขตภูเขา,ปรากฏใครบางคนที่คำรามด้วยความโกรธไล่หลังมา,“หยุดตรงนั้นซะ!”

จากนั้น,ปรากฏร่างหลายร่างที่บินออกไปขวางขบวนราชรถ.

ที่นำมานั้น,เป็นสตรีที่ดูสูงส่ง,แววตาหงส์เพลิง,ปากลูกพีช,รูปรางเพรียวบาง,ร่างกายที่แผ่รัศมีนางพญาออกมา.

อย่างไรก็ตามทั่วร่างของนางกับแผ่รัศมีปราณสีดำเรื่อ ๆ ออกมา.

เห็นชัดเจนว่านางได้ฝึกวิชาบ่มเพาะสายมารมา.

ที่ด้านหลังของสตรีนางนั้น,มีสตรีตามมาอีกสี่คน.

ทั้งห้าคนต่างก็สวมชุดสีม่วง,ที่แขนเสื้อนั้นปักษ์กระดูกขาวหม่นเอาไว้.

นี่เป็นสัญลักษณ์ของสำนักระดูกขาวนั่นเอง.

สำนักกระดูกขาวนั้น,เป็นกลุ่มอิทธิพลที่ไม่อ่อนด้อยเลยในจักรวาลเป่ยโตว,ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นไม่ได้ด้อยกว่านิกายกระบี่เหล่ยฉิวเจี้ยน.

“ผีดิบมนุษย์ของข้า,พวกเจ้าเป็นคนสังหารอย่างงั้นรึ?!”เสียงที่โกรธเกรี้ยวจับจ้องมองพวกลู่อี้ผิง.

ผีดิบมนุษย์มากมายในสุสานขนาดใหญ่,นางใช้เวลามากมายในการหลอมสร้างขึ้นมา,กล่าวแล้วแทบจะเรียกว่าใช้เวลาไปเกือบพันปีด้วยซ้ำ,วันนี้คาดไม่ถึงว่ามันจะถูกสังหารจนเกลี้ยง.

ลุ่อี้ผิงที่ไม่เอ่ยอะไรออกมา.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่จ้องมองฝ่ายตรงข้าม,พลางเผยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์“น้องสาวคนสวย,ผีดิบมนุษย์เหล่านั้นเจ้าหลอมขึ้นมาอย่างงั้นรึ? มีปัญหาอะไร,ท่าทางโกรธเกรี้ยวเช่นนี้,ต้องการให้พวกเราชดเชยอย่างงั้นรึ?”

“สามหาว,”ผู้ฝึกตนสำนักกระดูกขาวที่ด้านหลังเหมียวเหยี่ยนตะโกนด้วยความโกรธ,ก่อนที่จะเหวี่ยงค้อนยักษ์ลอยออกไป,พุ่งเข้าหาวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ.

ผู้ฝึกตนของสำนักกระดูกขาวปรกติแล้วก็ดุร้ายเผ็ดร้อนอยู่แล้ว,เพียงแค่พูดไม่เข้าหูก็พร้อมสังหารฝ่ายตรงข้ามแล้ว.

ในดินแดนพิภพเหิงหยวน,ต่ำกว่าขอบเขตเทพวิญญาณนั้นจะแบ่งระดับพลังเป็นสิบขั้น,ทว่าเหนือกว่าขอบเขตเทพวิญญาณจะแบ่งออกเป็น,ขั้นต้น,ขั้นกลาง,ขั้นปลายและขั้นสูงสุด.

ผู้ฝึกตนสำนักกระดูกขาวผู้นี้,เป็นผู้ฝึกตนปล้นเต๋าขั้นที่เจ็ด.

ขอบเขตปล้นเต๋าขั้นที่เจ็ด,เหนืออาวุโสกู่หยวนตระกูลเซียว,ที่ต้องการแย่งชิงกระบี่เพลิงชาติจากลู่อี้ผิงในเวลานั้น,ซึ่งกู่หยวนเป็นเพียงขอบเขตปล้นเต๋าขั้นที่หนึ่งเท่านั้น.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำไม่ได้ลงมือ,จางจินที่ยกนิ้วขึ้น,พลังที่รวมตัวขึ้น,พุ่งออกไปทำลายค้อนของนางและยังพุ่งทะลวงไปยังผู้ฝึกตนสำนักกระดูกขาว,เห็นเพียงร่างของอีกฝ่ายที่ลอยกระเด็น.

พร้อมกับระเบิดกลายเป็นฝนโลหิตไปในทันที.

“อะไรนะ?!”

จางจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาจ้องมองไปยังคนสำนักกระดูกขาวที่เหลือ,“หากยังสามหาวอีก,ต้องตายทั้งหมด!”

เหล่าคนสำนักกระดูกขาวที่โกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก,ต้องการโจมตีออกไป,ทว่าสตรีที่นำมายกมือขึ้นห้าม.

นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงมืดครึ้มเย็นชา,เอ่ยถามลู่อี้ผิง“พวกเจ้ามาจากสำนักใด?”

ลู่อี้ผิงไม่ตอบ.

คร้านที่จะใส่ใจ.

“ไป.”

ราชรถทองคำที่บินออกไป.

เหล่าสตรีสำนักกระดูกขาวที่ใบหน้าเขียวช้ำด้วยความไม่พอใจ.

โดยเฉพาะ ชายหนุ่มชุดสีนำเงินที่มีนกน้อยสีทองเกาะบนมือ,สายตาไม่เหลือบแลพวกนางแม้แต่น้อย,ท่าทางเช่นนั้น,ยิ่งทำให้พวกนางโกรธเป็นอย่างมาก.

นี่เป็นการดูแคลน,เหยียดหยันอย่างที่สุด.

อย่างไรก็ตาม,พวกนางก็ไม่ได้ลงมือต่ออย่างใด.

ปล่อยให้ราชรถทองคำหายลับขอบฟ้าไป.

“ศิษย์พี่หญิง,ศิษย์น้องเฉินตายไปไม่เหลือแม้แต่กระดูก,พวกเรา?”ผู้ฝึกตนสำนักกระดูกขาวที่จ้องมองฝุ่นโลหิตที่ลอยฟุ้ง,เผยใบหน้าอัปลักษณ์บิดเบี้ยว.

เหมียวเหยียนแววตาเต็มไปด้วยความเย็นชาจ้องมองไปยังขอบฟ้าเอ่ยออกมาว่า“กลับไปรายงานอาจารย์ก่อน!”

“ข้าจะให้พวกมัน ได้รับรู้พลังของสำนักกระดูกขาวของพวกเราจนเจ็บไปถึงกระดูก!”

จากนั้นพวกนางก็บินลอยออกไป.

ผ่านไปนานเหมือนกัน,ราชรถทองคำก็มาถึงพื้นที่จักรวรรดิเป่ยโตว.

เกี่ยวกับเรื่องสำนักกระดูกขาวนั้น,พวกลู่อี้ผิงหาได้สนใจแต่อย่างใด.

เวลานี้ได้มาถึงกำแพงเมืองชายแดนของจักรวรรดิเป่ยโตวแล้ว ที่ด้านหน้ามีกำแพงสูงใหญ่หลายสิบจั้ง,กำแพงที่หนาหลายเมตร,บนกำแพงเมืองมีกองกำลังทหารลาดตะเวนอยู่เป็นระยะ ๆ.

พื้นที่รอบ ๆ กำแพงเมือง,มีศิษย์จากตระกูลต่าง ๆ,ที่เวลานี้กำลังตอบคำถามเพื่อเข้าไปด้านใน.

ราชรถของลู่อี้ผิงนั้นเหินข้ามกำแพงเมืองชายแดนไป.

เหล่าทหารคุ้มกันไม่อาจสัมผัสได้แม้แต่นิดเดียว.

หลังจากข้ามผ่านกำแพงเมืองชายแดนมา,อีกสามวันหลังจากนั้นกลุ่มของพวกเขาก็มาถึงเมืองหลวงจักรวรรดิเป่ยโตว.

ในทวีปเทพยุทธ์,จักรวรรดิอันดับหนึ่ง,เมืองหลวงเป่ยโตวมีขนาดใหญ่มาก,พื้นที่ไม่อาจมองดูด้วยตาเปล่าได้ทั่ว,พวกลู่อี้ผิงที่เข้าไปด้านหน้า,สัมผัสได้ถึงผู้คนที่มากมายอัดแน่กันเต็มไปหมด.

กล่าวได้ว่าบนถนนนั้นจำนวนคนที่มากมายทำให้จราจรติดขัด,ผู้คนที่มาจากตระกูลนิกายที่หลากหลาย,ส่งเสียงดังจอแจดูระคายหู.

“คุณชาย!”ทันใดนั้นเสียงที่แปลกประหลาดใจเป็นอย่างมากดังขึ้น.

ลู่อี้ผิงที่จ้องมองออกไป,ก่อนจะพบลู่เผิงเข้า.

นอกจากลู่เผิง,ยังมีลู่เสี่ยวยวี,เจ้านิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนซ่งหนิง ตลอดจนยอดฝีมือของนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนอีกหลายคน.

จบบทที่ Chapter 22: The skeleton not saves( third)

คัดลอกลิงก์แล้ว