- หน้าแรก
- นักต้มตุ๋นคนนี้มาพร้อมระบบสัญชาตญาณวิกฤต พวกเธอจะภักดีกับผมก็ไม่แปลก
- บทที่ 19 - พ่อฉันคือเสิ่นยวี่โจว!
บทที่ 19 - พ่อฉันคือเสิ่นยวี่โจว!
บทที่ 19 - พ่อฉันคือเสิ่นยวี่โจว!
บทที่ 19 - พ่อฉันคือเสิ่นยวี่โจว!
ได้ยินคำสั่งของเฉิวถู เจ้าหน้าที่คนนั้นทำสีหน้า "ผมเข้าใจ" แล้วยิ้มกริ่มทำความเคารพ เดินออกไปจากห้อง
เมืองซินเจี้ยเพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ยังคงติดนิสัยจากยุคโกลาหล ไม่มีความคิดเรื่องการปฏิบัติต่ออาชญากรอย่างมีมนุษยธรรมหรอก...
และในขณะนั้นเอง ฟางหมิงที่เดินตามหลังเฉิวถูมาตลอดก็รีบก้าวเข้ามา ดึงแขนเสื้อเขาไว้
พอเฉิวถูหันมามอง เขาก็กดเสียงต่ำเตือนว่า "คุณอย่าทำอะไรบุ่มบ่ามนะ"
"ถ้ามีความต้องการ ให้ไปบอกคนตระกูลฉินโดยตรง พวกเขาทำธุรกิจซ่องโจรอยู่แล้ว จัดหาให้คุณได้แน่..."
"หรือไม่ เราสองคนออกไปเดินเที่ยวกันก็ได้ แถวนี้ย่านกลางเมือง แถวๆ นี้น่าจะมีสถานบันเทิงดีๆ อยู่"
พูดถึงตรงนี้ เขาหยุดนิดหนึ่ง อาจจะกลัวเฉิวถูไม่เข้าใจความหมาย เลยกระซิบเสริมอีกว่า "ตัวตนของเด็กคนนั้นอาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น คุณอย่าหลงกลนะ"
เฉิวถูได้ยินแล้วก็อดขำไม่ได้ ตอบเสียงเบากลับไปว่า "นายเห็นฉันเป็นพวกหื่นกามขนาดนั้นเชียว? ฉันแค่มีคำถามอยากจะถามเธอจริงๆ"
ได้ยินเฉิวถูพูดแบบนั้น ฟางหมิงมองเฉิวถูด้วยสายตาสงสัย พยายามจะหาพิรุธในแววตาเขา แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงความจริงใจ
"เอาเป็นว่า... ผมเตือนคุณแล้วนะ ระวังหน่อยแล้วกัน" ฟางหมิงกำชับเฉิวถูเสียงเบาอีกรอบ แล้วค่อยเดินออกจากห้องไป
มองส่งฟางหมิงจนลับสายตา มุมปากเฉิวถูยกยิ้ม รู้สึกว่าหมอนี่น่าสนใจดี
นอกจากนิสัยจะใช้ได้แล้ว ยังหัวไวอีกต่างหาก
แต่เขารู้ได้ยังไงว่าเด็กคนนี้ตัวตนไม่ธรรมดา?
ขนาดตัวเฉิวถูเอง ยังเพิ่งมารู้ตอนก้าวเท้าเข้าบ้านตระกูลฉิน แล้วนาฬิกาทรายรีเฟรชนี่เอง...
คิดได้ดังนั้น เฉิวถูอดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ตอนก้าวเข้าบ้านตระกูลฉิน...
ตอนนั้นทันทีที่เฉิวถูก้าวเท้าเข้าประตูบ้านตระกูลฉิน กล่องสมบัตินับถอยหลังที่ถูกแช่แข็งไว้ 24 ชั่วโมงก็ปลดล็อก และคำเตือนวิกฤตอันใหม่ก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า
「ชีวิตที่สงบสุขมักแสนสั้น แต่วิกฤตกลับตามติดดั่งเงาตามตัว」
「เจ้านายสายตรงของคุณ เหยียนเชิน ไม่ได้ถูกคำโกหกของคุณตบตา แต่เขาเกรงใจเบื้องหลังที่คุณอุปโลกน์ขึ้นมา และยังสนใจที่มาของหินออโรร่าบนตัวคุณมาก」
「เพียงแต่ช่วงนี้เขาอยู่ใจกลางพายุลูกใหญ่ จึงไม่มีเวลามาจัดการคุณชั่วคราว เขาเลยตามน้ำส่งคุณมาตระกูลฉิน หวังให้ตระกูลฉินลองหยั่งเชิงคุณดู」
「เพื่อเพิ่มความยากให้กับบททดสอบนี้ เขาไม่เพียงโยนนักปรุงยาหญิงที่มีสถานะพิเศษมาให้คุณจัดการ แต่ยังให้คนปล่อยข่าวลือออกไปว่า คุณกับตระกูลฉินมีความแค้นเก่าต่อกัน การมาครั้งนี้อ้างว่ามาคุ้มกันฉินซูม่าน แต่ความจริงคือมาตรวจสอบตระกูลฉิน」
「ดังนั้นทันทีที่คุณก้าวเข้าบ้านตระกูลฉิน สายตานับพันคู่ของคนตระกูลฉินก็จับจ้องคุณเขม็ง รอให้คุณเผยพิรุธ」
「ขณะเดียวกัน เหยียนเชินก็คอยจับตาดูทุกความเคลื่อนไหวของคุณอยู่เบื้องหลัง หวังจะมองให้ทะลุถึงก้นบึ้งของคุณ...」
「ซ่อนความอ่อนแอ แสดงความแข็งแกร่ง คุณถึงจะรอดชีวิตท่ามกลางฝูงหมาป่าที่รายล้อม...」
พร้อมกับคำเตือนนี้ นาฬิกาทรายนับถอยหลังวิกฤตอันใหม่ก็เด้งออกมา: 7 วัน
จากคำเตือนวิกฤตนี้ เฉิวถูตระหนักได้ชัดเจนยิ่งขึ้นถึงสถานการณ์อันตรายที่ตัวเองเผชิญอยู่:
ข้างหน้ามีตระกูลฉินที่รุกไล่ ข้างหลังมีเหยียนเชินที่จ้องตะครุบเหยื่อ แถมยังมี "สาวน้อยอาชญากร" ที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าติดมาด้วยอีกคน
บวกกับฉินซูม่านที่จุดยืนไม่ชัดเจน และสาวใช้ชุ่ยหลันที่คอยจับตามองตลอดเวลา
ณ เวลานี้ คำว่า "วิกฤตรอบด้าน" คงจะบรรยายได้ตรงตัวที่สุด
เพราะฉะนั้นหลังงานเลี้ยงเลิก เฉิวถูถึงได้รีบมาหานักปรุงยาสาวที่มีสถานะพิเศษคนนี้ทันที
เพราะมีแต่ต้องรู้ตัวตนของเธอให้แน่ชัดก่อน เฉิวถูถึงจะปรับและดำเนินการตามแผนขั้นต่อไปได้...
มองส่งฟางหมิงออกไป เฉิวถูล็อกประตูห้อง แล้วเดินเข้าไปในห้องชั้นใน
ในห้องชั้นใน นักปรุงยาสาวที่มีสถานะพิเศษคนนั้น มือซ้ายถูกกุญแจมือล็อกไว้กับเก้าอี้ แต่มือขวากลับถือตะเกียบกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
อาจเป็นเพราะอาหารวันนี้รสชาติดี แก้มของเธอเลยเคี้ยวตุ้ยๆ จนป่องเหมือนหนูแฮมสเตอร์
เห็นเฉิวถูเข้ามา เธอก็ไม่ตื่นคน แถมยังใช้ตะเกียบในมือขวากวักเรียกเฉิวถูอย่างเป็นกันเอง พูดเสียงอู้อี้ว่า "มากินด้วยกันสิ"
เฉิวถูเกือบหลุดขำ
แม่สาวน้อยคนนี้ดูจะชิลเหลือเกิน ถ้าไม่บอกนึกว่าตัวเองเป็นคนร้าย ส่วนเธอเป็นเจ้าหน้าที่ซะอีก
ดูท่าตัวตนจะไม่ธรรมดาจริงๆ ถึงได้นิ่งสงบขนาดนี้แม้จะตกเป็นผู้ต้องหา
คิดได้ดังนั้น เฉิวถูเลยถามออกไป "ฉันเจอคนร้ายมาเยอะ มีทั้งพวกขี้กลัว พวกอวดดี แล้วก็พวกที่พอเจอหน้าเจ้าหน้าที่ก็ร้องห่มร้องไห้ว่าบริสุทธิ์ แต่ไม่เคยเจอใครนิ่งได้อย่างเธอมาก่อนเลย"
พูดถึงตรงนี้ เฉิวถูหยุดนิดหนึ่ง "ฉันฟังฟางหมิงบอกว่าเธอมีแบ็ค? เล่ามาซิ แบ็คอะไรที่ทำให้เขากลัวจนต้องจัดอาหารรับรองอย่างดีขนาดนี้"
ได้ยินคำถามเฉิวถู สาวน้อยสะบัดตะเกียบอย่างไม่ยี่หระ ยืดอกพูดเสียงดังฟังชัด "พ่อฉันคือเสิ่นยวี่โจว!"
ได้ยินชื่อนั้น เฉิวถูชะงักไป
แล้วทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก "ใครนะ?"
สาวน้อย: ???
อาจเป็นเพราะชื่อพ่อของเธอใช้ได้ผลมาตลอด สาวน้อยเลยคุ้นเคยกับอาการตกตะลึงของฝ่ายตรงข้าม พอเจอเฉิวถูทำหน้างงใส่ เธอเลยไปไม่เป็นเหมือนกัน
เธอหน้าแดงก่ำ ร้อนรนพูดรัวเร็ว "เสิ่นยวี่โจว! เสิ่นยวี่โจวไง! รองประธานสภาสูงสุดแห่งที่พำนักที่สาม เสิ่นยวี่โจว!"
ได้ยินคำขยายความของสาวน้อย เฉิวถูรีบค้นความทรงจำอย่างรวดเร็ว... แล้วก็ยังคงทำหน้างงต่อไป
เพราะในความทรงจำของเขา ไม่มีชื่อคนคนนี้อยู่เลย
ก็เมืองซินเจี้ยสังกัดที่พำนักที่แปด แถมยังเพิ่งก่อตั้ง เฉิวถูที่เป็นแค่เจ้าหน้าที่ระดับล่าง ขนาดผู้บริหารระดับสูงของที่พำนักตัวเองยังจำได้ไม่ครบเลย จะไปรู้จักผู้บริหารของที่พำนักที่สามที่อยู่ไกลโพ้นได้ยังไง: ไม่มีโอกาสได้ยินชื่อด้วยซ้ำ...
แต่เฉิวถุก็เข้าใจแล้วว่าทำไมฟางหมิงถึงทำหน้าแปลกๆ และทำไมเหยียนเชินถึงโยนเด็กคนนี้มาให้เขา
พูดง่ายๆ คือ ในเมืองซินเจี้ย ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่เด็กคนนี้พูดเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ เฉิวถูไม่มีสิทธิ์ เหยียนเชินก็ไม่มีสิทธิ์
ถ้าตัวตนของเด็กคนนี้เป็นเรื่องจริง การลงโทษสุ่มสี่สุ่มห้าอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสองที่พำนักใหญ่ ใครก็รับผิดชอบไม่ไหว
แต่ถ้าตัวตนของเด็กคนนี้เป็นเรื่องโกหก แค่คำโกหกคำเดียวทำเอาคนทั้งกรมสืบสวนกลัวหัวหดไม่กล้าลงโทษ กรมสืบสวนคงขายขี้หน้าแย่
ดังนั้น นี่มันเผือกร้อนชัดๆ
คิดได้ดังนั้น เฉิวถูเองก็ชักไม่แน่ใจในตัวตนของเด็กคนนี้แล้ว เพราะ 【สัญชาตญาณวิกฤต】 บอกแค่ว่าเด็กคนนี้สถานะพิเศษ ใครจะรู้ว่า "พิเศษ" ที่ว่า หมายถึงการที่พ่อเธอเป็นเสิ่นยวี่โจวหรือเปล่า?
บางทีเธออาจจะเป็นสายลับ? หรืออาจารย์ของเธอมีปัญหา?
คำว่าสถานะพิเศษมันตีความได้กว้างมาก...
คิดได้ดังนั้น สมองเฉิวถูแล่นเร็วรี่ แล้วลองหยั่งเชิงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ในเมื่อพ่อเธอฐานะสูงส่งขนาดนั้น แล้วทำไมเธอถึงตกอับมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?"
"เธอโกหกหรือเปล่าเนี่ย?"
(จบแล้ว)