เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1 Related Sacred Forest legend

Chapter 1 Related Sacred Forest legend

Chapter 1 Related Sacred Forest legend


有关神圣森林的传说

ป่าศักดิ์สิทธิ์

นี่คือพื้นที่ต้องห้ามของต้นกำเนิดพิภพที่ยังยืนคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน.

เกี่ยวกับตำนานของเป่าศักดิ์สิทธิ์นั้นมีมากมาย.

มีบางคนเอ่ยว่า,ที่นี่คือสถานที่อาศัยของตัวตนไร้เทียมทานคงอยู่,ทว่าบางคนก็บอกว่าป่าศักดิ์สิทธิ์นั้นมีตัวตนที่น่าพรั่นพรึงที่แม้แต่เหล่าปิศาจร้ายยังหวาดกลัวคงอยู่.

ไม่ว่าใครจะมีความเห็นอย่างไร,ความหมายที่คล้าย ๆ กัน,บอกไว้ว่า,ป่าศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้,มีตัวตนที่ไม่อาจล่วงเกินได้อาศัยอยู่ในนั้น.

ผ่านมาเนิ่นนานเวลานับไม่ถ้วน,หลายพันตระกูลกำเนิด,หลายหมื่นสุดยอดนิกายที่รุ่งโรจน์ผุดเป็นดอกเห็ด,ก่อนที่จะล่มสลายหายไป,แม้แต่ผืนแผ่นดินบางแห่ง ยังกลายเป็นท้องทะเล.

ทว่าพื้นที่สุดท้ายของต้นกำเนิดพิภพเพียงแห่งเดียวที่ยังคงเหมือนเดิมนั่นก็คือป่าศักดิ์สิทธิ์.

ป่าศักดิ์สิทธิ์,ไม่รู้ว่าคงอยู่มากี่ปีแล้ว,แม้แต่เหล่าบรรพชนที่มีอายุมากที่สุดยังไม่รู้เลยว่าป่าศักดิ์สิทธิ์มีมานานแล้วกี่ปี.

ในวันหนึ่ง.

บนท้องฟ้าของป่าศักดิ์สิทธิ์,ปรากฏเมฆสายฟ้ามากมายมารวมตัวกันในทันที,นอกจากนี้ยังแพร่ขยายออกไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว,พลังอำนาจทำลายล้างที่น่าอัศจรรย์,ฟุ้งกระจายเพิ่มแรงกดดันกวาดม้วนออกไปรอบ ๆ,พริบตาเดียว,ทั่วทั้งป่าศักดิ์สิทธิ์ก็ปกคลุมด้วยพลังทำลายล้างที่น่าขนลุกไปแล้ว.

อย่างไรก็ตาม,สายฟ้าทำลายล้าง,ไม่ได้ปกคลุมแค่ป่าศักดิ์สิทธิ์,มันยังกระจายออกไปรอบ ๆ ด้วยความเร็วเกินจะกล่าว.

เพียงไม่นาน,ทวีปเทพยุทธ์(เซิ่งอู๋)ที่อยู่ของป่าศักดิ์สิทธิ์,เวลานี้ถูกปกคลุมด้วยทัณฑ์สายฟ้าทำลายล้างแล้ว.

ทวีปเซิ่งอู๋,เหล่าบรรพชนชราของสุดยอดนิกาย,อสุรกายเฒ่าของราชวงศ์ต่าง ๆ ที่ตื่นขึ้นจากแรงกดดันอำนาจทำลายล้างที่จู่ ๆ ปรากฏขึ้นมา,พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองสายฟ้าทำลายล้างด้วยความหวาดกลัวจนขวัญผวา.

ทะเลสายฟ้าที่บนท้องฟ้ากำลังสั่นคลอนท้องฟ้า,บรรพชนชราไท่อู๋จี้,นี่คือราชวงศ์จักรพรรดิอู๋จี้ที่อยู่ใกล้กับป่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด,ทั่วทั้งแผ่นดินกำลังสั่นสะเทือนไปมา.

สายฟ้าทำลายล้างที่ปรากฏขึ้นนี้,หากมันฟาดลงมาสักครั้ง,เกรงว่าทั้งเมืองจักรพรรดิคงจะสลายหายไปกลายเป็นความว่างเปล่าแน่นอน.

“นี่มันสายฟ้าเทวะอะไรกัน?”

“ท่ามกลางสวรรค์และปฐพี,มีทัณฑ์เทวะที่น่าหวาดกลัวขนาดนี้เลยรึ? ถึงแม้แต่ทัณฑ์สายฟ้าของผู้สำเร็จเป็นเทพสวรรค์ยังไม่น่าหวาดกลัวขนาดนี้เลย!”

ไท่อู๋จี้ที่ผวา หวาดกลัวอย่างที่สุด.

“สืบสวนแล้วรึยัง? สายฟ้าทำลายล้างนี้,เกิดจากอะไร?”ไท่อู๋จี้สอบถามเหล่ายอดฝีมือมากมายในราชวงศ์.

“เรียนบรรพชน,ได้ตรวจสอบแล้ว,ต้นเหตุของทัณฑ์สายฟ้าทำลายล้างคือพื้นที่ต้องห้ามของป่าศักดิ์สิทธิ์!”ยอดฝีมือราชวงศ์คนหนึ่งเอ่ยรายงาน,เขาได้เอ่ยถึงพื้นที่ต้องห้ามป่าศักดิ์สิทธิ์,ด้วยน้ำเสียงสั่นเท่าอย่างช่วยไม่ได้.

“อะไรนะ,พื้นที่ต้องห้ามป่าศักดิ์สิทธิ์!”ไท่อู๋จี้และเหล่ายอดฝีมือราชวงศ์จักรพรรดิอู๋จี้ต่างก็สูดหายใจที่เย็นยะเยือบเข้ามา.

“มีตัวตนที่สำเร็จเทพสวรรค์อย่างงั้นรึ?”ยอดฝีมือของราชวงศ์จักรพรรดิไท่อี้เอ่ยคาดเดาด้วยความตกใจ.

ไท่อู๋จี้ส่ายหน้าไปมา,“แม้แต่เทพสวรรค์ข้ามทัณฑ์สวรรค์,ทัณฑ์สายฟ้ายังไม่น่ากลัวขนาดนี้เลย.”

“เคยได้ยินมาว่าในอดีตนั้น,จักรพรรดินิหงเฟยเคยเข้าไปในป่าศักดิ์สิทธิ์,อยู่ที่นั้นสิบปี,หลังจากออกมา,ก็กลายเป็นผู้ไร้เทียมทาน,สามารถก่อตั้งจักรวรรดิหงเทียนขึ้นมาได้!”

“แม้แต่เทพยุทธ์จิวเจว่วิหารเทพยุทธ์เองก็เคยเข้าไปในป่าศักดิ์สิทธิ์.”

บรรพชนชราราชวงศ์ไท่จี้กลืนน้ำลายลงคอเสียงดัง.

ดวงตาไท่อู๋จี้ที่เป็นประกายเอ่ยออกมาว่า“เกี่ยวกับตัวตนในตำนาน,เรื่องเล่าเหล่านั้น,ไม่มีใครรู้ว่าเป็นจริงหรือเท็จ.”

“เป็นไปได้ว่า,ภายในป่าศักดิ์สิทธิ์นั้น,อาจมีตัวตนไร้คู่เปรียบคงอยู่จริง”

“มีบางคนเอ่ยว่า,ด้านในนั้นมีน้ำพุศักดิ์สิทธิ์,หากใครได้อาบจะสามารถเกิดใหม่เป็นนักบุญได้.”

โลกภายนอกผู้คนต่างก็คาดเดาไปต่าง ๆ นา ๆ.

ทันใดนั้น,ทะเลสายฟ้าที่น่าพรั่นพรึงปกคลุมไปทั่วทวีปเทพยุทธ์,จู่ก็ไหลมารวมตัวกันกลายเป็นเสาสายฟ้าในทันที,จากนั้นบนพื้นที่ป่าศักดิ์สิทธิ์ก็เกิดระเบิดเสียงดังสนั่น.

พริบตาที่เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว,ทั่วทั้งสวรรค์และปฐพีก็กลายเป็นมืดมิดลงในทันที.

ดวงตาที่เจ็บปวดทำให้ทุกคนแทบหลับตาลงในทันที.

ผ่านไปชั่วครู่ ขณะที่ทุกคนลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง,ฟ้าดินกับได้คืนกลับสู่ความปรกติแล้ว,ท้องฟ้าใสกระจ่าง,แสงตะวันที่อาบไล้ไปทั่วผืนพิภพ,เมฆสายฟ้าที่น่าพรั่นพรึงได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย.

ทุกคนต่างก็จ้องมองหน้ากันและกันด้วยความงงงวย.

ทว่าในเวลานั้น,ภายในพื้นที่ป่าศักดิ์สิทธิ์,บนนิ้วมือของลู่อี้ผิง,กลุ่มก้อนสายฟ้าที่น่าขนลุกได้มารวมตัวกัน.

บอลสายฟ้า,นี่คือก็ทัณฑ์สายฟ้าที่ระเบิดไปก่อนหน้านี้,มันได้มารวมตัวที่นิ้วของเขา,ถูกบีบอัดเข้าหากันซ้ำแล้วซ้ำเล่า,จนกลายเป็นบอลสายฟ้ามีขนาดเท่ากับศีรษะ

ทัณฑ์สายฟ้าที่น่าพรั่นพรึง,มันมีพลังทำลายล้างมากกว่าทัณฑ์เทพวิญญาณ,ทว่ามันกับถูกรวมเอาไว้ที่นิ้วของลู่อี้ผิงแล้ว.

ภายใต้การบีบอัดรวมเข้าด้วยกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า,บอลสายฟ้าที่ลดขนาดลงอย่างต่อเนื่อง,ท้ายที่สุดก็มีขนาดเท่าหัวแม่มือ.

จากนั้น,ลู่อี้ผิงก็กลืนมันลงท้องทันที.

ทันใดนั้น,ปราณสายฟ้า,ที่แล็บแปล๊บ ๆ ไปทั่วทุกรูขุมขนของเขา.

ทว่าเพียงไม่นาน,ก็หยุดลง.

ลู่อี้ผิงดูดซับพลังทัณฑ์สายฟ้าไปจนหมด,ยังคงยืนได้อย่างมั่นคงสบาย ๆ,ใบหน้าที่ประณีตเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย,ท้ายที่สุดศาสตร์วิชาลับอมตะก็มาถึงขั้นสุดท้ายแล้ว.

ไม่คาดคิดว่าทัณฑ์สายฟ้าที่ทุกคนหวาดกลัว,กับเป็นเพียงแค่อาหารขบเคี้ยวสำหรับเขา.

อืม,ตอนนี้ศาสตร์ลับอมตะขั้นสุดท้าย,ถึงแม้นว่าจะพบกับภัยพิบัติของฟ้าดิน,ข้าตอนนี้ ก็ควรจะมีพลังปกป้องรักษาชีวิตตัวเองได้แล้วใช่ใหม?

ถึงเวลาออกไปเปิดหูเปิดตาโลกภายนอกแล้ว.

ไม่รู้ว่าโลกภายนอกเวลานี้,จะเป็นเช่นไร.

ลู่อี้ผิงที่ก้าวไปยังหอตำรา.

นี่คือหอตำรา,ที่มีหนังสือมากมายละลานตา,เป็นสมบัติของเหล่าทวยเทพในยุคแห่งบรรพกาล,วิชาบ่มเพาะ,วิชาลับของเหล่าเทพวิญญาณที่ตกตายทิ้งเอาไว้.

รอบ ๆ ผนังของหอตำรานั้น,มีค่ายกลเทวะที่ส่องแสงสว่างวับวาว.

ผ่านมานานกี่ปีแล้วไม่รู้,เขาที่ฝึกฝนศาสตร์ลับอมตะ,ตำราเหล่านี้เป็นเพียงตำราอ่านฆ่าเวลาเท่านั้น,ไม่ได้มีแค่ทักษะวิชาบ่มเพาะ,ยังมีศาสตร์ศิลปะทั้งสี่,หลักการแพทย์,ค่ายกล,วิชาบัญชาอสูร,แม้แต่ตำราปรุงยาก็มี.

อย่างไรก็ตาม,ดูเหมือนว่ายังคงเหลือวิชาระฆังฮุ่นตุ้น ตำราเล่มสุดท้ายที่เขายังไม่ได้อ่าน.

เขาตัดสินใจที่จะศึกษาอาคมระฆังฮุ่นต้นหลังสุด.

แม้นว่าจะคิดเช่นนั้น,ทว่าความแข็งแกร่งเวลานี้ของเขาก็ไม่ได้อ่อนแอ,วิชาอาคมป้องกันมากมายที่สำเร็จ,น่าจะมีพลังป้องกันชั้นยอดไปแล้วเช่นกัน.

หลังจากนั้นสองสามวัน.

ชายในชุดสีน้ำเงิน,รูปลักษณ์ดูเหมือนผู้เยาว์วัย 20 ปี,ลู่อี้ผิงก็ก้าวออกจากพื้นที่ต้องห้าม,ป่าศักดิ์สิทธิ์.

ก่อนหน้านี้นานแล้ว,เขาเคยเดินทางมาถึงชายของป่าศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น.

พื้นที่รอบ ๆ ชายขอบป่าศักดิ์สิทธิ์นั้น,มีภูเขาหนึ่งแสนลูก,ภูเขาเหล่านี้,ต่างก็มีเทพวิญญาณมากมายอาศัยอยู่,มีแม้แต่สัตว์ร้ายระดับเทพแท้จริงอยู่ด้วย.

ลู่อี้ผิงที่กวาดตามองเทือกเขาที่กว้างใหญ่,ก่อนก้าวเท้ามุ่งตรงผ่านไป,ทันใดนั้นบนยอดเขาแต่ละแห่งร่างของเขาก็ผลุบ ๆ โผล่ ๆ ,ทุกหนแห่งที่ลู่อี้ผิงผ่าน,เหล่าเทพวิญญาณแม้แต่สัตว์ร้ายระดับเทพแท้จริง,ต่างก็ต้องหมอบลงบนพื้น,ตัวสั่นงันงก.

การก้าวย่างเดินทางของเขา,ที่ราวกับเป็นผู้เชี่ยวชาญของนิกายอสูรที่ชำนาญการควบคุมสัตว์ร้าย.

เหล่าผู้เชี่ยวชาญ,ที่ชำนาญในศาสตร์แขนงต่าง ๆ ที่มีความสามารถต่างกัน,นอกจากนี้วิชาบ่มเพาะของแต่ละแขนงยังพิเศษยากจะเข้าใจ,ทว่าสำหรับลู่อี้ผิงแล้วเพียงแค่กวาดตามองผ่านก็สามารถเข้าใจได้อย่างสมบูรณ์แล้ว.

เวลานั้นเมื่อลู่อี้ผิงก้าวออกมาจากเขตแดนหนึ่งแสนภูผา,เขาก็เห็นเด็กสาววัย 13-14 ปี ที่กำลังไล่สังหารอสูรระดับต่ำกระต่ายเพลิงอยู่,ลู่อี้ผิงจึงหยุดลง.

วิชากระบี่ที่เด็กสาวคนนี้ใช้,แม้นว่าจะดูราบเรียบทั่วไป,ทว่ากับดูน่าเกรงขามไม่น้อย,แม้นว่าหลายกระบวนท่าจะไม่ค่อยได้เรื่อง,ทว่าหลายกระบวนท่าก็ร้ายกาจจริง ๆ.

หลังจากเด็กสาวสังหารกระต่ายเพลิงได้,ลู่อี้ผิงก็ก้าวเข้าไปหา.

สาวน้อยเห็นลู่อี้พิงก้าวเข้ามาใกล้,นางก็ยกระบี่ยาวขึ้น,เผยใบหน้าระมัดระวัง.

ลู่อี้ผิงเห็นเด็กสาวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง,ทว่าก็หาได้สนใจ,เอ่ยสอบถามออกมาทันที“แม่นางน้อย,วิชากระบี่อาชูร่าไปเรียนรู้มาจากใครอย่างงั้นรึ?”

“วิชากระบี่อาชูร่าอย่างงั้นรึ?”สาวน้อยส่ายหน้าไปมา,“วิชากระบี่ที่ข้าใช้คือกระบี่อสูรต่างหาก,ไม่ใช่กระบี่อาชูร่าแต่อย่างใด.”

ลู่อี้ผิงที่ตกใจ.

สาวน้อยไม่สนใจลู่อี้ผิง,นางคว้าไปยังกระต่ายเพลิง,แล้วก้าวออกจากป่าอย่างเร่งรีบทันที.

ลู่อี้ผิงที่ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตามนางไป.

ผ่านไปนานเหมือนกัน,เขาก็เห็นหมู่บ้านขนาดเล็ก.

หมู่บ้านเล็ก ๆที่มีไม่กี่หลังคาเรือน,มีควันก่อไฟทำอาหารที่ลอยฟุ้งออกมา.

บางครั้งก็ได้ยินเสียงร้องตะโกน.

เมื่อเด็กสาวกลับมาถึงหมู่บ้าน,นางเห็นชาวบ้านที่เป็นผู้คุ้มกันหน้าหมู่บ้าน,เอ่ยออกมาเสียงดัง“เสี่ยวยวี,บิดาของเจ้าอาการเก่ากำเริบแล้ว,เจ้ารีบกลับไปดูเร็วเข้า.”

เด็กสาวที่ใบหน้าประณีตที่เปลี่ยนสีทันที,วิ่งหน้าตาตื่นเข้าไปในหมู่บ้านอย่างเร็วไว.

เด็กสาวนามลู่เสี่ยวยวีที่เข้าไปในบ้าน,เห็นบิดาของนางลู่เผิงที่ใบหน้าซีดเซียว,ที่พื้นอีกฝ่ายกระอักโลหิตสีดำเอาไว้,โลหิตสีดำที่แผ่ไอเย็นน่าตกใจออกมา.

“ท่านพ่อ,เป็นอย่างไรบ้าง?”ลู่เสี่ยวยวีที่ตกใจ,กล่าวสอบถามอย่างร้อนรน.

ลู่เผิงที่ส่ายหน้าไปมา,“ไม่เป็นไร.”

จบบทที่ Chapter 1 Related Sacred Forest legend

คัดลอกลิงก์แล้ว