เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 โกรธฟู่หยุนเฟย!

บทที่ 20 โกรธฟู่หยุนเฟย!

บทที่ 20 โกรธฟู่หยุนเฟย!


บทที่ 20 โกรธฟู่หยุนเฟย!

หลังจากเดาสาเหตุได้ เฉินเหวินก็รู้สึกพูดไม่ออก จุกอยู่ภายในใจ....

เขาระมัดระวัง และทิ้งระยะห่างกับหลี่ซิ่วหยู ดังนั้นดูเหมือนว่าฟู่หยุนเฟยคิดไม่ผิดที่พุ่งเป้าไปที่เขา...

แต่ใครจะไม่ชอบเพื่อนร่วมชั้นที่สวยงามในชั้นเรียนเดียวกันใช่หรือไม่?

แม้ฟู่หยุนเฟยจะคอยขัดขวางคนอื่นไม่ให้เข้ามาใกล้ชิดหลี่ซิ่วหยู แต่ทว่า..หากเธอไม่เล่นด้วยก็ค่อยว่ากัน

และจะเป็นการดีหรือไม่ ที่ในฐานะเพื่อนร่วมชั้น ฟู่หยุนเฟยเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนเช่นนี้?

แต่เมื่อนึกถึงพฤติกรรมของฟู่หยุนเฟยในโรงเพาะพันธ์ก่อนหน้านี้ เฉินเหวินก็รู้สึกโล่งใจ

มันทำให้เฉินเหวินรู้สึกได้ว่าคน ๆนี้จะต้องเป็นศัตรูกับเขาในอนาคตเป็นแน่!

เฉินเหวินกำลังคิดเกี่ยวกับเหตุและผล ขณะที่เหอเซิ่งได้ยินฮู่กวานเย้ยหยันเฉินเหวิน และอดไม่ได้ที่จะสบถทันที:

"พวกแกมันพวกขยะ!"

“แกเรียกใครว่าขยะ!”

“ก็แกนั่นไงขยะ!”

"..."

ทันใดนั้น ในขณะที่เหอเซิ่งกำลังต่อว่าฟู่หยุนเฟยและฮู่กวานอยู่นั้น เขาก็พับแขนเสื้อขึ้นพร้อมที่จะต่อสู้

ความสูงของเหอเซิ่งอยู่ที่ 1.83 เมตรในตอนนั้นแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะสูงขึ้นอีกด้วย และจากกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ เขาจึงดูแข็งแรงมากกว่าคนอื่น

จากรูปร่างที่สูงใหญ่ที่สุดในห้องก็ว่าได้ จึงทำให้ไม่มีใครกล้าที่อยากจะยุ่งกับเขา

ทันทีที่เขาเข้าใกล้ ฟู่หยุนเฟย และ ฮู่กวาน พวกเขารู้สึกเหมือนถูกหมีตัวใหญ่โอบล้อม

ฮู่กวานพูดอย่างเคร่งขรึม: "นายกำลังทำจะอะไรนี่มันห้องเรียนนะ!"

ฟู่หยุนเฟยพูดอย่างกระวนกระวาย: "นี่นายยังอยากจะเป็น บีสมาสเตอร์ อยู่หรือเปล่า? หรือหากนายจะเอาก็มา....ไปเจอกันที่สนามมาเด่ะ!"

เหอเซิ่งรู้สึกโกรธมากที่ถูกดูหมิ่น จึงกำหมัดแน่นพร้อมจะเข้าจู่โจม!

เฉินเหวินจับแขนเหอเซิ่ง ส่ายหัวแล้วพูดว่า "ใจเย็น ๆเพื่อน!"

ตอนนี้เป็นเพียงวันที่สองของการไปโรงเรียน เขาไม่ต้องการให้ตัวเองและเหอเซิ่งถูกครูขึ้นบัญชีดำ

เหอเซิ่งผงะเมื่อเขาได้ยินคำพูดนั้น และปล่อยกำปั้นของเขา แต่ยังคงพูดอย่างรุนแรงกับพวกเขาสองคน:

"ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินเหวิน ฉันคงตบสั่งสอนไอ้ไก่อ่อนสองตัวนี้ไปแล้ว!"

"ถ่อยมาก!"

"แน่จริงก็มาเด่ะ...นึกว่าฉันกลัวแกเหรอไงฟะ!"

ฟู่หยุนเฟย และ ฮู่กวาน กล่าวด้วยความโกรธ....

เฉินเหวินสั่นศีรษะมองไปที่ฟู่หยุนเฟยและพูดว่า "นี่ฟู่หยุนเฟย ฉันขอถามนายอีกครั้งว่าฉันหลอกลวงตรงไหน?"

ฟู่หยุนเฟย กล่าวว่า: "ก็นายหลอกลวงทุกคนว่าเจ้าหมีกินเหล็กเป็นสัตว์อสูรที่มีศักยภาพโดดเด่นยังไงล่ะ"

"อา-"

เฉินเหวินเย้ยหยัน จากนั้นถามเพื่อน ๆที่อยู่รอบตัวเขา: "ฉันบอกตอนไหนว่าเจ้าหมีของฉันเป็นสัตว์อสูรที่มีศักยภาพโดดเด่น"

ทุกคนส่ายหัวเมื่อได้ยินคำนั้น.....

ฮู่กวานขัดจังหวะ: "ใช่...นายไม่ได้พูด แต่นายทำให้ทุกคนเข้าใจผิด! สัตว์อสูรกินเหล็กเห็นได้ชัดว่าเป็นสัตว์อสูรขยะที่วิวัฒนาการมาจากสัตว์อสูรพื้นเมือง และนายก็ไม่ได้บอกทุกคน!"

เฉินเหวินกลอกตาล้อเลียน: "ถ้าอย่างนั้น นายก็ควรบอกทุกคนว่านายเป็นสุนัขรับใช้ของฟู่หยุนเฟยนะ!"

เหอเซิ่งหัวเราะเสียงดังเมื่อได้ยินคำพูดนั้น และกล่าวว่า: "ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายพูดโดนใจฉันมากเลยเพื่อน ใช่นายควรบอกทุกคนว่านายคือสุนัขรับใช้ของฟู่หยุนเฟย!"

จากนั้นสายตาทุกคูู่ของนักเรียนรอบ ๆ กระซิบและมองไปที่ฮู่กวาน....

ฮู่กวานโกรธมากจนกัดกรามกร๊อด ๆ และจากนั้นใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง

เมื่อมองผ่านเขาไป เฉินเหวินมองไปที่ฟู่หยุนเฟย และยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า "หึ! แล้วทำไมนายถึงไม่พูดถึงความล้มเหลวของตัวเองที่ทำพันธสัญญาทั้งสามครั้งไม่สำเร็จกับทุกคนบ้างล่ะ!"

"แก-!!"

ฟู่หยุนเฟยหน้าแดง ชี้ไปที่ เฉินเหวิน ในจณะที่เขาจุกจนพูดไม่ออก

นั่นเป็นสิ่งที่น่าอายที่สุดเกี่ยวกับตัวเขา และเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาอยากให้คนอื่นรู้

ในขณะนี้ หลี่ซิ่วหยูส่ายหัวและพูดว่า "ก็จริงนะถ้านายไม่พูดถึงประวัติอันดำมืดของตัวเอง ก็แสดงว่านายกำลังหลอกลวงใช่ไหม ซึ่งมันก็ผิด!"

ฟู่หยุนเฟยได้ยินสิ่งนี้และมองไปที่ หลี่ซิ่วหยู ด้วยความไม่น่าเชื่อ

"ธะ..เธอ-!!"

คำพูดมากมายติดอยู่ในลำคอของเขาเป็นเวลานาน และในที่สุดเขาก็พูดอะไรไม่ออก

ฟู่หยุนเฟยจ้องไปที่เฉินเหวินอย่างโกรธเกรี้ยว กระทืบเท้าแล้วหันหลังเดินจากไป

ฮู่กวาน ตะคอกใส่ เฉินเหวินและจากไปพร้อมกับ ฟู่หยุนเฟย "ฝากไว้ก่อนเถอะ.. แก!!"

เฉินเหวินส่ายหัวแล้วชี้ไปที่นาฬิกาบนกระดานดำแล้วพูดว่า: "เอาล่ะๆ ใกล้จะถึงเวลาเรียนแล้ว หากใครต้องการให้อาหารอาโปก็สามารถมาลงทะเบียนกับฉันได้ เข้าแถวเร็ว ๆ!"

"นี่ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเธอเป็นเพื่อนร่วมชั้น ฉันจะไม่อนุญาตให้ใครแตะต้องมันเลย "

หลังจากพูดจบ เฉินเหวินก็นั่งลงอีกครั้ง

เมื่อเห็นฟูหยุนเฟย และ ฮู่กวานเดินหนีไปด้วยความอับอายเพราะเฉินเหวิน ดูเหมือนกับว่าเหอเซิ่งจะแสดงชัยชนะด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาทันที

เขาหัวเราะเสียงดัง: "ฮ่า ฮ่า ฮ่่า! ถ้าอย่างนั้นฉันจะนับเซิ่งเอ๋อเป็นน้องชายของฉันตั้งแต่บัดนี้เลย และฉันก็จะซื้ออาหารให้อาโปเป็นคนแรกเลย!"

หลี่ซิ่วหยูพูดอย่างรวดเร็ว: "ได้ยังไงล่ะ! คนแรกจะต้องเป็นฉันซิ!"

นักเรียนหลายคนที่ได้ยินคำพูดนั้นต่างก็บอกว่าพวกเขาต้องการลงทะเบียนด้วย......

แน่นอนว่าหละงจากฟู่หยุนเฟยและฮู่กวางเดินออกไปนั้นทำให้บรรยากาศของการลงทะเบียนดีขึ้นมาก....

..

ในขณะที่อาโปนอนหลับสนิทตลอดเวลาและไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคนเกือบทะเลาะกันเพราะมัน!

ในไม่ช้า เสียงระฆังก็ดังขึ้น และนักเรียนในชั้นก็เริ่มทำสมาธิ...

ตารางเรียนของบีสมาสเตอร์นั้นแตกต่างจากห้องเรียนทั่วไปอย่างมาก

หลักสูตรส่วนใหญ่ประกอบด้วยวิชาพื้นฐาน การควบคุมสัตว์อสูร และหลักสูตรการฝึกฝน

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าวิชาพื้นฐานคือภาษาจีน คณิตศาสตร์ และการคิด ส่วนใหญ่เพื่อปลูกฝังการแสดงออกทางภาษา

ตรรกะการคิด และศีลธรรมของการเป็นบีสมาสเตอร์นั่นเอง ซึ่งก็ไม่แตกต่างจากนักเรียนทั่วไปมากนัก

การควบคุมสัตว์อสูร เป็นวิชาในร่ม และเนื้อหาที่สอนเป็นความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการควบคุมสัตว์อสูร เช่น วิธีฝึกสัตว์อสูร

การควบคุมศักยภาพ การสร้างทีมสัตว์อสูร เป็นต้น

ชั้นเรียนฝึกอบรมเป็นชั้นเรียนที่สอนโดยครูคนสวยซูซิน และยังเป็นวิชาโปรดของนักเรียนในชั้นอีกด้วย

สำหรับการเรียนนั้นไม่เพียงแต่จะฝึกฝนนักเรียนให้เป็นบีสมาสเตอร์ที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังฝึกฝนสัตว์อสูรอีกด้วย

ในตอนแรก ครูซูซินแค่ขอให้เฉินเหวินและคนอื่นๆ เล่นเกมกับสัตว์อสูรของพวกเขา เช่นเล่นฟุตบอล ขว้างจาน ผลักห่วง

และเดินบนไม้ค้ำถ่อ...

หลังจากจบเกมแล้วก็สามารถช่วยให้นักเรียนบีสมาสเตอร์และสัตว์อสูรของตัวเองมีความสัมพันธ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทีเดียว.....

ความไว้วางใจของอาโป ที่มีต่อเฉินเหวินก็ทะลุ 80 คะแนน และเขาก็มาถึงขั้นตอนที่สองของ "ความผูกพันธ์"

แต่ทว่า......น่าเสียดายที่อาโปไม่รู้ทักษะใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น เฉินเหวินจึง ทำได้เพียงแค่ฝึกฝนทักษะจากการเล่นเกมเท่านั้น

หลังจากนั้น ครูซูซินเริ่มเพิ่มความเร็วอย่างช้าๆ ระยะของการฝึกวอร์มอัพก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น รายการฝึกมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ความเข้มข้นและความยากยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น!

ภายใต้การฝึกของเธอ สมรรถภาพทางกายของเฉินเหวินและนักเรียนคนอื่นๆ ก็ค่อยๆ ดีขึ้น และความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน

เฉินเหวินไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์อสูรตัวอื่นๆ แต่ภายในหนึ่งเดือน อาโปก็ก้าวเข้าสู่ขั้นที่ห้าของร่างมนุษย์ ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ว่าจะมาจากอาหารที่ทุกคนนำมาให้อาโปหรือไม่?!

และจากนั้นการเติบโตของอาโปก็ เริ่มลดลง!

ระดับมนุษย์ เป็นระดับสำหรับของสัตว์อสูรเพื่อดูดซับพลังวิญญาณเพียงเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นเท่านั้น

กล่าวโดยสรุปคือระดับพื้นฐานนั่นเอง.....

สัตว์อสูรเกิดมาพร้อมกับสัญชาตญาณในการใช้พลังจิตวิญญาณ และจะค่อย ๆ ปลุกทักษะทางเผ่าพันธุ์ของพวกมันเอง และการฝึกฝนทักษะของเผ่าพันธุ์ของพวกมันมักจะสามารถปรับแต่งอวัยวะต่าง ๆที่สำคัญของพวกมันได้ดีขึ้นอีกด้วย....

อาจกล่าวได้ว่าทักษะของเผ่าพันธุ์ของสัตว์อสูรไม่ได้เป็นเพียงวิธีการโจมตีและป้องกันเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีการและทางลัดสำหรับพวกมันในการพัฒนาความแข็งแกร่งอีกด้วย....

เมื่อเห็นว่าสัตว์อสูรจำนวนมากในชั้นเรียนเริ่มที่จะปลุกทักษะของเผ่าพันธุ์ของพวกมัน เฉินเหวินรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะเปิดใช้งานนิ้วทองคำสำหรับอาโปนั่นเอง.....

จบบทที่ บทที่ 20 โกรธฟู่หยุนเฟย!

คัดลอกลิงก์แล้ว