เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 110 กลืนกิน

บทที่ 110 กลืนกิน

บทที่ 110 กลืนกิน


ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือเหล่าสมาชิกสมาคมเทียนตี้ที่ทุกคนต่างถือโล่ใบใหญ่ และเบื้องหลังโล่เหล่านั้นคือกลุ่มนักเลงที่ถือหน้าไม้เทวฤทธิ์เตรียมพร้อมอยู่อย่างหนาตา

ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า พวกพนักเลงสมาคมเทียนตี้จักใช้อาวุธจำพวกหน้าไม้ในการต่อสู้เช่นนี้

“บัดซบ! พวกเจ้าไม่มีคุณธรรมในการต่อสู้เลยรึ!”

คนของสมาคมอู่เหอต่างพากันด่าทอด้วยความแค้นเคือง ทว่าจักด่าอย่างไรก็หาไม่อาจเอาชนะได้เลย เพียงหน้าไม้ระดมยิงออกมาคราเดียว คนของสมาคมอู่เหอก็ล้มตายลงประดุจใบไม้ร่วง ไม่มีทางสู้คนของสมาคมเทียนตี้ได้เลยแม้แต่น้อย

อีกทั้งพลโล่ที่อยู่แนวหน้าของสมาคมเทียนตี้ก็แข็งแกร่งมหาศาล  ไม่ต้องเกรงกลัวการโจมตีจากสมาคมอู่เหอเลย ไม่ว่าทางนั้นจักพยายามหาหนทางตอบโต้เช่นไร  ไม่อาจทำอันใดได้เลย

เดิมทีทั้งสองฝ่ายปะทะกันบนท้องถนนซึ่งมีความกว้างจำกัด คนของสมาคมเทียนตี้จัดแถวเรียงหนึ่ง มีพลโล่คอยกำบังอยู่ด้านหน้าอย่างแน่นหนา ไม่ว่าจักโจมตีมาอย่างไรก็ถูกโล่ปัดป้องไว้ได้สิ้น

และที่เบื้องหลังโล่นั้น กลับมีกลุ่มพลกระบองยาวคอยจ้องหาจังหวะ เมื่อมีศัตรูเข้าใกล้ พวกเขาก็จักใช้กระบองแทงสวนผ่านช่องว่างระหว่างโล่ออกไปทันที และที่อยู่ถัดไปด้านหลังพลกระบอง ก็คือกลุ่มพลหน้าไม้ที่คอยโจมตีจากระยะไกล

ยุทธวิธีเช่นนี้ อย่าว่าแต่การปะทะกันตามท้องถนนเลย ต่อให้เป็นในสนามรบก็นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่ไร้ผู้ต้าน เว้นเสียแต่จักมีพลังโจมตีระยะไกลที่เหนือกว่ามหาศาล มิเช่นนั้นย่อมไม่มีทางรับมือการต่อสู้เช่นนี้ได้เลย

สมาชิกสมาคมอู่เหอเพิ่งเคยพบกับกระบวนรบเช่นนี้เป็นคราแรก ย่อมมิใช่คู่ต่อสู้และไม่มีทางแก้ทางได้ ภายในเพลาอันสั้นพวกมันก็ถูกตีจนแตกพ่ายย่อยยับ

ในกฎหมายราชวงศ์หมิง มิได้สั่งห้ามการใช้ธนูและหน้าไม้ ทว่าหากผู้ใดครอบครองชุดเกราะเหล็กย่อมถือเป็นโทษหนัก (กบฏ) การที่ราษฎรใช้ธนู หน้าไม้ หรือโล่ในที่ลับตาเจ้าหน้าที่จึงมักถูกมองข้ามไปบ้าง อีกทั้งนี่เป็นการลงมือยามวิกาล ขอเพียงมิถูกจับกุมซึ่งหน้า ไม่มีใครมาวุ่นวายหาเรื่อง

ทว่าสมาคมอู่เหอหาไม่ได้คาดคิดถึงจุดนี้ พวกมันยังคงสู้แบบนักเลงข้างถนนทั่วไป เมื่อต้องเผชิญกับกระบวนรบของสมาคมเทียนตี้จึงไม่มีทางสู้ได้เลย ได้แต่ล่าถอยไปอย่างสิ้นท่า

มินานนัก สมาคมเทียนตี้ก็บุกจู่โจมเข้ามาจากหลายทิศทาง สมาคมอู่เหอถูกสังหารไปมิน้อยจนขวัญหนีดีฝ่อและล่มสลายลงในที่สุด

“ยอมจำนนจักมิถูกฆ่า! จงทิ้งอาวุธ คุกเข่าลงทันที และเอามือประสานไว้ที่ศีรษะ!”

“ยอมจำนนจักมิถูกฆ่า! ทิ้งอาวุธ คุกเข่าลงเสีย!”

สมาชิกสมาคมเทียนตี้ประกาศก้องพลางเดินรุกคืบเข้าไป

“ยอมแล้ว! พวกเรายอมจำนนแล้ว!”

เหล่าสมุนสมาคมอู่เหอหาไม่อาจทนได้อีก ย่อมต้องเลือกทางรอดด้วยการยอมจำนน มิใช่เพียงที่นี่เท่านั้น ทว่าในจุดอื่นๆไม่มีทางสู้สมาคมเทียนตี้ได้เลย ได้แต่ยอมศิโรราบไปตามๆ กัน

เมื่อราตรีกาลผันผ่าน สมาคมเทียนตี้ก็จัดการกวาดล้างพรรคต่างๆ ในเขตพื้นที่จนสิ้นซาก ยามนี้พื้นที่แถบนี้ทั้งหมดล้วนตกอยู่ในอำนาจของสมาคมเทียนตี้แต่เพียงผู้เดียว

รุ่งเช้าวันต่อมา สมาชิกสมาคมเทียนตี้ต่างพากันเดินตรวจตราตามท้องถนน เริ่มจัดระเบียบในเขตอิทธิพลของตน ส่วนพรรคเล็กพรรคน้อยอื่นๆ ล้วนอันตรธานหายไปสิ้น ส่วนพวกที่ยอมจำนนเหล่านั้น เมื่อประตูเมืองเปิดออก ก็ถูกลำเลียงออกไปเป็นระลอก มุ่งตรงไปยังที่ทำการกองร้อยเพื่อเข้ารับการฝึกที่ค่ายทหารใหม่

คาดว่าครานี้ สมาคมเทียนตี้จักได้ขุมกำลังเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยนาย

หวังหู่รีบมารายงานผลการศึกเมื่อคืนให้หลี่เฟิงทราบในทันที

“ท่านประมุข ข้าน้อยสืบพบข่าวบางประการขอรับ...” หวังหู่เอ่ยด้วยท่าทางอึกอัก

“มีเรื่องอันใดก็จงว่ามา” หลี่เฟิงเอ่ยอย่างสงสัย

“พวกเราสืบพบว่าสมาคมอู่เหอลักลอบค้ามนุษย์ด้วยขอรับ และเรื่องนี้สมาคมอู่เหอเป็นเพียงผู้ช่วยลงมือ ทว่าเบื้องหลังมีผู้มีอำนาจคอยบงการอยู่ ข้าน้อยได้สอบสวนดูแล้ว ล่วงรู้ว่าเป็นฝีมือของ เชียนฮู่ (ผู้บัญชาการพันนาย) ท่านหนึ่งในกองกำลังป้องกันเมืองขอรับ”

“เรื่องนี้... จักจัดการเช่นไรดีขอรับ?”

ตำแหน่งเชียนฮู่ในกองกำลังป้องกันเมืองนั้น มีอำนาจวาสนามหาศาล หากฝ่ายตรงข้ามคิดจักจัดการสมาคมเทียนตี้ ย่อมกระทำได้โดยง่าย เพียงป้ายสีความผิดประการใดประการหนึ่ง ก็สามารถนำทัพมากวาดล้างสมาคมเทียนตี้ได้แล้ว ศาลว่าการมักกระทำการเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง  การใช้อำนาจในมือจัดการราษฎรนั้นแสนง่ายดายนัก

“เจ้าจงเล่ารายละเอียดมาให้ชัดเจน อีกทั้งฐานะของเชียนฮู่ผู้นั้น เจ้าสืบทราบแจ้งใจแล้วหรือไม่?” หลี่เฟิงเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

สำหรับเรื่องนี้ หลี่เฟิงหาไม่ได้ประหลาดใจเลย เพราะขุนนางราชวงศ์หมิงยามนี้ล้วนฟอนเฟะไปถึงรากเหง้า พวกมันจักกระทำสิ่งชั่วร้ายประการใดก็หามิใช่เรื่องแปลกไม่

“สืบทราบหมดสิ้นแล้วขอรับ” หวังหู่รีบรายงาน

จากนั้นเขาจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ล่วงรู้มา สมาคมอู่เหอพัวพันกับการค้ามนุษย์มานานหลายปีแล้ว ทว่าพวกมันทำงานอย่างรอบคอบ อีกทั้งมีเชียนฮู่ผู้นี้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรคอยคุ้มกะลาหัวจึงมิเคยถูกจับได้

ทว่าที่ครานี้เกิดเรื่องขึ้น เป็นเพราะเชียนฮู่ผู้นั้นติดภารกิจทางราชการ ต้องเดินทางไปยังนครหนานจิง สมาคมอู่เหอไม่มีทางติดต่อเขาได้ จึงไร้ซึ่งกำลังสนับสนุน และต้องพ่ายแพ้ให้แก่สมาคมเทียนตี้อย่างย่อยยับเช่นนี้

หากเชียนฮู่ผู้นี้ยังอยู่และยื่นมือเข้าแทรกแซง สมาคมเทียนตี้คงมิอาจจัดการสมาคมอู่เหอได้ง่ายดายเพียงนี้ มิน่าเล่าพรรคพวกพนักเลงเหล่านี้จึงยากจักกวาดล้างให้สิ้นซาก เพราะลึกๆ แล้วล้วนมีผู้หนุนหลังอยู่ทั้งสิ้น

แม้แต่สมาคมเทียนตี้เอง มิใช่ว่ามีหลี่เฟิงคอยหนุนหลังอยู่หรอกรึหากไม่มีหลี่เฟิง สมาคมเทียนตี้จักเติบโตได้รวดเร็วและมั่นคงเพียงนี้ได้อย่างไร

“ท่านประมุข เรื่องนี้เราจักเอาอย่างไรดีขอรับ?” หวังหู่ถามด้วยความกังวล เพราะเรื่องนี้พัวพันถึงขุนนางระดับเชียนฮู่ ย่อมสร้างความหนักใจให้แก่เขา

“จงส่งคนไปจับตาดูเชียนฮู่ผู้นั้นไว้ เมื่อเขากลับมาเมื่อใดจงมาแจ้งข้า ส่วนเรื่องที่เหลือพวกเจ้ามิต้องกังวล” หลี่เฟิงเอ่ยเสียงเรียบ

ตำแหน่งเชียนฮู่เพียงคนเดียว หลี่เฟิงหาได้เห็นอยู่ในสายตาไม่ คราแรกอาจจักทำให้เขารู้สึกตึงเครียดไปบ้าง ทว่าเมื่อตรองดูครู่เดียวเขาก็แจ้งใจและหายกังวล อีกทั้งเจ้าหมอนี่บังอาจพัวพันกับการค้ามนุษย์ คนประเภทนี้หลี่เฟิงย่อมมิปล่อยไว้แน่นอน

“รับทราบครับท่านประมุข!” หวังหู่รับคำทันที

คำสั่งของหลี่เฟิง หวังหู่หาไม่มีความลังเลเลย นี่คือข้อดีของความจงรักภักดีที่สูงลิบนั่นเอง

หลี่เฟิงหาไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก เชียนฮู่เพียงคนเดียวหากมาขวางทางเขา ย่อมต้องกำจัดทิ้งเสียให้สิ้นเรื่อง

“กิจการในสมาคมเทียนตี้มีมหาศาล เจ้าจงไปจัดการเสียเถิด” หลี่เฟิงกล่าว

“ขอรับท่านประมุข” หวังหู่พยักหน้า ประสานมือคำนับแล้วจึงค่อยๆ ถอยห่างและจากไป

ยามนี้สมาคมเทียนตี้เพิ่งยึดครองพื้นที่ของพรรคอื่นมามหาศาล ย่อมมีเรื่องให้สะสางมิน้อย

หลังหวังหู่จากไป หลี่เฟิงเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดูเงียบๆ พบว่าแต้มความสำเร็จเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยแต้ม ยามนี้ขาดอีกเพียงสี่ร้อยกว่าแต้มก็จะครบหนึ่งพัน

จงพยายามต่อไป เมื่อแต้มครบหนึ่งพัน หลี่เฟิงจักสามารถสุ่มรางวัลได้อีกครา ซึ่งเขาเฝ้ารอคอยรางวัลนั้นอย่างยิ่งยวด!

จบบทที่ บทที่ 110 กลืนกิน

คัดลอกลิงก์แล้ว