- หน้าแรก
- ข้ามีสุดยอดระบบสังหารในพริบตา
- บทที่ 229 เจตนาที่แท้จริงของตาลุงเฒ่า
บทที่ 229 เจตนาที่แท้จริงของตาลุงเฒ่า
บทที่ 229 เจตนาที่แท้จริงของตาลุงเฒ่า
บทที่ 229 เจตนาที่แท้จริงของตาลุงเฒ่า
เช้าวันรุ่งขึ้น อู๋เทียนและสุ่ยเยว่หวู่ก็เดินทางไปกับอินต้าซานไปยังเมืองของเขาตั้งแต่เช้าตรู่
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าสำนักของพวกเจ้าคิดอะไรอยู่ ถึงขนาดส่งพวกเจ้ามาทำภารกิจคุ้มกัน ไม่กลัวว่าหากเกิดเรื่องขึ้นจะกระทบต่อชื่อเสียงของสำนักฉีเทียนหรือไง?” ตลอดทาง อินต้าซานบ่นไม่หยุด
“ตาลุงเฒ่าเอ๋ย ภารกิจของเจ้าก็แค่ระดับลี้ลับ การมีผู้อาวุโสของหอธุรการภายนอกอย่างข้าคุ้มกันถือเป็นโชคดีของเจ้าแล้ว อย่าได้เรื่องมากนัก” สุ่ยเยว่หวู่เบ้ปาก
(ตาลุงเฒ่า คือ大叔 Dàshū คำเรียกชายวัยกลางคนอย่างเป็นกันเอง)
“ตาลุงเฒ่า เมืองของเจ้าอยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียงไม่กี่ร้อยลี้ เดินทางต่อเนื่องเพียงไม่กี่วันก็ถึงแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นได้? ต่อให้มีโจรภูเขาอะไร ข้าก็จัดการได้!” อู๋เทียนก็กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
อินต้าซานถอนหายใจ ดวงตาฉายแววกังวลเล็กน้อย
หลังจากออกจากเมืองหลวงแล้ว ทั้งสามคนก็ขี่ม้าเพลิงคลั่งสัตว์อสูรระดับหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออก เมืองของอินต้าซานอยู่ห่างจากทิศตะวันออกไม่กี่ร้อยลี้
เดินทางมาหนึ่งวัน ก็ไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรเกิดขึ้น นอกจากเจอโจรตัวเล็กๆ ก็ไม่มีเรื่องใหญ่อันใด อู๋เทียนเกือบจะเบื่อตายอยู่แล้ว
เดินทางมาได้ประมาณสามวัน ทั้งสามคนก็มาถึงตีนเขาของเทือกเขาที่ทอดยาว อินต้าซานมองยอดเขาที่สูงตระหง่านแล้วกล่าวว่า “ต่อไปพวกเราจะต้องเดินขึ้นเขาแล้ว ไม่สามารถขี่ม้าได้ ข้ามภูเขาใหญ่นี้ไปก็จะถึงเมืองของเรา”
จากนั้น ทั้งสามคนก็ลงจากหลังม้า แล้วเดินขึ้นถนนบนเขาที่ขรุขระ
อู๋เทียนและสุ่ยเยว่หวู่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ พลังยุทธ์ไม่ต่ำ การเดินขึ้นเขาจึงไม่มีปัญหา แต่อินต้าซานเป็นเพียงคนธรรมดา การเดินขึ้นถนนบนเขาที่สูงชันและขรุขระเป็นเรื่องยากมาก เขาต้องนั่งพักอยู่ตลอดเวลา
“ไม่... ไม่ไหวแล้ว ข้าต้องพักสักครู่!” อินต้าซานเหนื่อยจนเหงื่อท่วม นั่งลงบนพื้นทันที
“ตาลุงเฒ่า ภูเขานี้ยังไม่ถึงหนึ่งในสี่ส่วน เจ้าพักไปแล้วห้าครั้ง หากข้ามภูเขานี้ไปจะใช้เวลานานแค่ไหน หืม?” อู๋เทียนกล่าวอย่างจนใจ
อินต้าซานโบกมือ หอบหายใจแล้วกล่าวว่า “คน... คนหนุ่ม ข้าไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์เช่นพวกเจ้า ข้าเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา การข้ามภูเขานี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวันหนึ่งคืน คนที่อ่อนแอกว่าจะใช้เวลาหลายวันถึงจะเดินออกไปได้”
“ดี ถ้าอย่างนั้นก็พักเถิด” อู๋เทียนจนใจ หยิบน้ำเต้าจากแหวนมิติโยนให้อินต้าซาน
อินต้าซานรับน้ำเต้าแล้วกรอกน้ำเข้าปาก ดื่มอย่างกระหาย
สุ่ยเยว่หวู่ก็นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ข้างๆ งีบหลับด้วยความเบื่อหน่าย
ฟิ้ว! ฟิ้ว! เสียงลมพัดหวีดหวิว อาวุธลับสองชิ้นพุ่งเข้ามา โจมตีหัวใจของอู๋เทียนและสุ่ยเยว่หวู่ แล้วร่างของทั้งสองคนก็ล้มลงบนพื้นทันที
“นี่...” อินต้าซานเห็นอู๋เทียนล้มลง ก็ตกใจจนลุกขึ้นทันที เตรียมหนีไป
ในเวลานี้ เงาสีดำหลายสายก็วูบผ่าน ลงมาเบื้องหน้าอินต้าซาน
“อินต้าซาน เจ้าถึงกับแอบหนีออกจากเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากใต้เท้า เจ้าอยากตายใช่หรือไม่?” บุรุษถือดาบที่เป็นหัวหน้าถามอย่างเย็นชา
“ไม่... ไม่ใช่เช่นนั้น ข้า... ข้าเพียงแค่มีเรื่องส่วนตัวออกไปเยี่ยมญาติที่อยู่ห่างไกล!” อินต้าซานกลืนน้ำลายด้วยความตกใจ แล้วถอยหลังไปอย่างต่อเนื่อง
“เยี่ยมญาติ? เท่าที่ข้ารู้ ญาติของเจ้าก็อยู่ในเมืองนี้ เจ้าออกไปเยี่ยมญาติที่ไหน? รีบบอกมา เจ้าออกไปหาคนช่วยใช่หรือไม่?” คนหนึ่งหรี่ตาลงแล้วกล่าว จากนั้นชี้อู๋เทียนและสุ่ยเยว่หวู่ที่นอนอยู่บนพื้น “พาผู้ช่วยกลับมาสองคน อยากก่อกบฏงั้นหรือ? น่าเสียดายที่คนทั้งสองคนนี้อ่อนแอเกินไป ไม่สามารถรับมือได้เลย!”
“ในเมื่อเจ้าไม่ทำตามกฎ พวกเราก็จะไม่เกรงใจ ตอนนี้ข้าจะสังหารเจ้า!”
คนหลายคนชักดาบเตรียมฟันอินต้าซาน
“ไม่!” อินต้าซานตกใจอย่างยิ่ง แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถขัดขวางได้เลย
ขณะที่อินต้าซานคิดว่าตนเองกำลังจะตาย การเคลื่อนไหวของคนหลายคนก็หยุดชะงักทันที แล้วร่างของพวกเขาก็ล้มลงบนพื้น
“พี่สาวหวู่ ข้าจะบอกว่าฝีมือการแสดงของท่านแย่เกินไปได้หรือไม่?” อู๋เทียนชี้สุ่ยเยว่หวู่แล้วกล่าว
สุ่ยเยว่หวู่เบ้ปาก ดึงอาวุธลับที่หน้าอกของอู๋เทียนออกแล้วกล่าวว่า “ฝีมือการแสดงของเจ้าแย่กว่านี้อีก เจ้าดูอาวุธลับนี้สิ ถึงขนาดทำลายเสื้อผ้าของเจ้าไม่ได้เลย เจ้าถึงกับแสร้งทำเป็นตาย ปลอมเกินไปแล้ว”
“ถึงจะปลอม คนเหล่านี้ก็มองไม่ออกอยู่ดี” อู๋เทียนยักไหล่กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“เจ้า... พวกเจ้า...” อินต้าซานมองอู๋เทียนและสุ่ยเยว่หวู่ เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เขามองเห็นคนทั้งสองตายไปกับตา ทำไมตอนนี้ถึงฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้?
ในเวลานี้ สุ่ยเยว่หวู่หรี่ตาลงมองอินต้าซาน แล้วกล่าวด้วยความสนใจว่า “ตาลุงเฒ่าเอ๋ย เจ้าไม่ได้กล่าวว่าตลอดทางจะมีแค่โจรภูเขาตัวเล็กๆ เท่านั้นหรือ? ทำไมตอนนี้ถึงมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ยุทธ์ปรากฏตัว? นี่ไม่ใช่โจรภูเขาธรรมดาแล้ว ดูจากการพูดคุยของพวกเขา น่าจะเป็นองค์กรอะไรบางอย่าง ภารกิจคุ้มกันของเจ้าเป็นระดับลี้ลับจริงหรือ?”
“ตาลุงเฒ่า ดูเหมือนว่าค่าจ้างของเจ้าจะเป็นค่าจ้างระดับลี้ลับสินะ?บ หากเจ้าไม่บอกความจริง ภารกิจของเราก็จะจบลงแค่นี้” อู๋เทียนแบมือกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
อินต้าซานกัดฟัน แล้วกุมศีรษะกล่าวด้วยความลำบากว่า “ข้า... ข้าไม่ได้ตั้งใจจะหลอกพวกท่าน ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว ไม่มีทางเลือกจริงๆ! ข้าไม่มีเงินมากพอที่จะจ้างคนในราคาแพง ข้าไม่มีทางเลือกจึงต้องใช้วิธีนี้ ข้าขอร้องพวกท่าน ช่วยข้าด้วย ขอร้องพวกท่าน!”
กล่าวพลาง อินต้าซานก็คุกเข่าต่ออู๋เทียนและสุ่ยเยว่หวู่
สุ่ยเยว่หวู่รีบช่วยอินต้าซานลุกขึ้น แล้วถามว่า “ตาลุงเฒ่า เจ้าอย่าเพิ่งรีบร้อนขอร้องพวกเรา นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“อย่างที่พวกท่านเห็น เมืองของเราอยู่ในภูเขาลูกนี้ ถูกภูเขาล้อมรอบ ทำให้การเข้าออกยากลำบาก เมืองของเราจึงล้าหลังมาก เดิมทีความล้าหลังก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ พวกเรายังคงใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่เมื่อหลายเดือนก่อนมีกลุ่มทหารรับจ้างมาถึง พวกเขาใช้กำลังที่แข็งแกร่งยึดครองเมืองของเรา ทำให้ทุกคนกลายเป็นทาส เพื่อที่จะช่วยเมือง ข้าจึงแอบหนีออกมา หวังที่จะไปขอความช่วยเหลือ แต่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลพื้นที่นี้ไม่สนใจ ข้าจึงไม่มีทางเลือกนอกจากใช้วิธีนี้...”
“ดังนั้นเจ้าจึงจงใจใช้ภารกิจคุ้มกัน เพื่อให้สำนักฉีเทียนส่งคนมากับเจ้า แล้วหวังให้พวกเราช่วยขับไล่กลุ่มทหารรับจ้างนั้นไป?” อู๋เทียนเดาได้ถึงผลลัพธ์สุดท้าย
อินต้าซานพยักหน้า แล้วน้ำตาไหลพราก “ขอร้องพวกท่านเถอะ... สิ่งที่ข้าทำได้ ข้าทำไปหมดแล้ว แต่ไม่มีใครเต็มใจที่จะช่วยพวกเราเลย ขอร้องพวกท่านช่วยพวกเราด้วย ขอร้องพวกท่าน...”
อู๋เทียนมองสุ่ยเยว่หวู่ แล้วถามว่า “พี่สาวหวู่ ท่านคิดว่าอย่างไร?”
สุ่ยเยว่หวู่จ้องอินต้าซาน แล้วโบกแส้เหล็กในมือ ทันใดนั้นใบหน้าก็เผยรอยยิ้มที่สดใส “ตาลุงเฒ่า ข้ารู้สึกไม่พอใจที่เจ้าหลอกข้า แต่การทำภารกิจของข้าต้องทำให้สำเร็จ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะคุ้มกันเจ้าให้ถึงเมืองอย่างปลอดภัย เมื่อถึงเมืองแล้ว ภารกิจก็เสร็จสิ้น”
อินต้าซานยิ้มอย่างขมขื่น เขารู้ว่าการหลอกลวงคนอื่นนั้น ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรย่อมไร้ประโยชน์