- หน้าแรก
- ข้ามีสุดยอดระบบสังหารในพริบตา
- บทที่ 23 สูตรโอสถระดับลี้ลับ
บทที่ 23 สูตรโอสถระดับลี้ลับ
บทที่ 23 สูตรโอสถระดับลี้ลับ
บทที่ 23 สูตรโอสถระดับลี้ลับ
อู๋เทียนมองไปรอบๆ บัดนี้ไม่มีใครอยู่ ไม่มีใครรู้ว่าตนเองได้สังหารฉินหลงไปแล้ว
“วิชาหุ่นเชิด ปลดปล่อย!”
ติ๊ง!
“ผู้เล่นอู๋เทียนหลอมหุ่นเชิดล้มเหลว ความชำนาญ +1”
ติ๊ง!
“ผู้เล่นอู๋เทียนหลอมหุ่นเชิดล้มเหลว ความชำนาญ +1”
…
เช่นเดียวกับการหลอมโอสถ วิชาหุ่นเชิดก็ไม่ได้สำเร็จง่ายๆ ขนาดนั้น แต่น่าเสียดายที่ทุกครั้งที่ล้มเหลวก็จะเพิ่มความชำนาญหนึ่งแต้ม
เนื่องจากฉินหลงถูกอู๋เทียนสังหาร ดังนั้นศพหากไม่ทำการจัดการก็จะค่อยๆ หายไป
“บัดซบ! หลายสิบครั้งแล้ว หากยังไม่สำเร็จอีก ศพของเจ้าหมอนี่ฉินหลงใหล้จะหายไปแล้ว!” ในใจของอู๋เทียนร้อนรน รีบปลดปล่อยวิชาหุ่นเชิดใส่ฉินหลงอีกครั้ง
ติ๊ง!
“ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นอู๋เทียนที่หลอมหุ่นเชิดสำเร็จ ระบบให้รางวัลค่าประสบการณ์ 1000 แต้ม ปัจจุบันระดับหุ่นเชิดคือระดับ 8”
ในที่สุดหลังจากล้มเหลวไปหลายสิบครั้ง วิชาหุ่นเชิดของอู๋เทียนก็สำเร็จในที่สุด ในชั่วพริบตาที่สำเร็จ ฉินหลงก็ลืมตาขึ้นอย่างแรง ราวกับศพคืนชีพ ทำเอาอู๋เทียนตกใจไปเลย
“นายท่าน!” หลังจากฉินหลงลืมตาขึ้นก็คุกเข่าลงทันที ตะโกนเรียกอู๋เทียนอย่างนอบน้อม
ในขณะนั้น แววตาของฉินหลงดูเหม่อลอย เหมือนกับหุ่นเชิดตัวหนึ่งจริงๆ
เพื่อพิสูจน์ว่าวิชาหุ่นเชิดเก่งกาจเหมือนกับที่ระบบพูดหรือไม่ อู๋เทียนถามว่า “ฉินหลง สำหรับเจ้าแล้ว ในโลกนี้ใครสำคัญที่สุด?”
“นายท่านสำคัญที่สุดสำหรับข้า” ฉินหลงตอบโดยไม่ลังเล
“ดีมาก อาจารย์ของข้าถูกเหอเจียงทำร้ายจนตายใช่หรือไม่?”
“ขออภัย นายท่าน ข้าไม่รู้”
“เช่นนั้นตันเถียนของข้าแตกสลายเกี่ยวข้องกับอาจารย์ของเจ้าหรือไม่?”
“ขออภัย นายท่าน ข้าไม่รู้”
ดูท่าทางฉินหลงจะรู้เรื่องนี้น้อยมาก นี่ก็ไม่น่าแปลกใจ ต่อให้เหอเจียงทำเรื่องนี้จริงๆ เขาก็คงจะพยายามให้คนรู้น้อยที่สุด แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ฉินหลงเป็นหุ่นเชิดของอู๋เทียนแล้ว อู๋เทียนสามารถส่งฉินหลงไปสืบสวนข้างกายเหอเจียงได้ อย่างไรเสียฉินหลงนอกจากจะกลายเป็นหุ่นเชิด อย่างอื่นก็ไม่ได้เปลี่ยนไป เหอเจียงไม่มีทางสังเกตได้แน่นอน
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเจ้าคือทาสของข้า ข้าตอนนี้มอบภารกิจให้เจ้าหนึ่งอย่าง หลังจากกลับไปแล้วเจ้าก็จับตาดูการเคลื่อนไหวของเหอเจียงทุกฝีก้าว ตันเถียนของข้าแตกสลายและการตายของอาจารย์ข้าล้วนเกี่ยวข้องกับเหอเจียง เจ้าต้องแอบสืบสวนเรื่องนี้ จำไว้ อย่าให้เหอเจียงค้นพบเด็ดขาด ห้ามแหวกหญ้าให้งูตื่น!” อู๋เทียนกล่าวกับฉินหลงที่คุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างจริงจัง
ฉินหลงโขกศีรษะให้อู๋เทียนอย่างนอบน้อม “ขอรับ นายท่าน!”
“เอาล่ะ เจ้ากลับไปเถิด!” อู๋เทียนโบกมือกล่าว
“ขอบคุณนายท่าน”
ฉินหลงคลานขึ้นมาจากพื้น แววตาจากที่ว่างเปล่าเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นปกติ แล้วหันหลังรีบร้อนจากไป
เมื่อมองท่าทางที่ฉินหลงจากไปอย่างนอบน้อม ในใจของอู๋เทียนก็รู้สึกสะใจอย่างยิ่ง “วิชาหุ่นเชิดนี้มีประโยชน์โดยแท้ น่าเสียดายที่ระดับต่ำเกินไปสามารถรู้หุ่นเชิดที่ต่ำกว่าปรมาจารย์ยุทธ์ได้เพียงสองตัว มิฉะนั้น ข้าสร้างกองทัพหุ่นเชิด ข้าก็คงจะครองโลกไปแล้ว!”
แน่นอนว่า อู๋เทียนนึกพอใจแล้ว ทักษะเสริมอย่างไรก็เป็นทักษะเสริม ที่สำคัญที่สุดก็ยังต้องดูระดับบ่มเพาะ เพียงแค่ระดับบ่มเพาะสามารถเลื่อนระดับขึ้นไปได้จึงจะเป็นของจริง
หลังจากฉินหลงจากไปอู๋เทียนจึงนึกถึงคำพูดของหลงจ้านเมื่อครู่ อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าคือการประลองใหญ่สำนักของเมืองผิงหยาง การประลองครั้งนี้สำคัญอย่างยิ่ง เป็นการประลองเพื่อคัดเลือกยอดฝีมือ เพียงแค่สามารถเข้าสู่สิบอันดับแรก ก็จะสามารถเข้าสู่สำนักฉีเทียนหลักที่เมืองหลวงเพื่อฝึกฝนได้
สำนักฉีเทียนเมืองผิงหยางไม่สามารถเทียบกับสำนักหลักที่เมืองหลวงได้ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรหรือความรู้ก็มากกว่าเมืองผิงหยางมากนัก เปรียบเทียบง่ายๆ หากสำนักฉีเทียนสาขาของเมืองผิงหยางเป็นโรงเรียนประถม เช่นนั้นสำนักฉีเทียนที่เมืองหลวงก็คือมหาวิทยาลัย ทั้งสองไม่สามารถเทียบกันได้แม่แต่น้อย
การประลองใหญ่สำนักจัดขึ้นทุกห้าปี ดังนั้นศิษย์ทั้งสำนักฉีเทียนต่างก็ให้ความสำคัญกับการประลองครั้งนี้อย่างยิ่ง
อู๋เทียนในอดีตนึกคาดหวังอย่างยิ่ง การเข้าสู่สำนักฉีเทียนหลักที่เมืองหลวงก็เท่ากับโบยบินสู่ท้องนภา น่าเสียดายที่อู๋เทียนในอดีตไม่มีวาสนาเช่นนั้น อู๋เทียนในปัจจุบันก็คาดหวังกับการประลองครั้งนี้อยู่บ้าง เขาอยากจะเห็นระดับระดับบ่มเพาะของคนหนุ่มคนอื่นๆ แม้เขาจะมั่นใจในระดับบ่มเพาะของตนเอง แต่เขาก็ยังพอจะรู้ตัว โลกนี้ไม่ขาดอัจฉริยะ ตนเองมีสุดยอดระบบสังหารในพริบตา ผู้อื่นก็สามารถมีทักษะพลิกฟ้าได้เช่นกัน
แน่นอนว่า หากมีโอกาสเข้าสู่สำนักฉีเทียนที่เมืองหลวงอู๋เทียนก็จะพยายาม เพราะนั่นเป็นความปรารถนาก่อนตายของอาจารย์ เขาหวังว่าจะได้เห็นศิษย์ของตนเองยืนอยู่บนจุดสูงสุด
หลังจากกวาดพื้นที่หลังเขาไปครู่หนึ่ง อู๋เทียนก็ถือว่าทำภารกิจของวันนี้สำเร็จแล้ว การหาเรื่องของหลงจ้านเมื่อครู่เตือนสติอู๋เทียน เขาในสำนักฉีเทียนยังอยู่ในสถานการณ์อันตรายอยู่ ไม่ว่าเวลาใดก็ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์อันตราย ดังนั้นจึงต้องมีฝีมือที่จะรับมือได้ตลอดเวลา
อู๋เทียนรู้สึกว่าตนเองยังขาดบางอย่าง นั่นคือโอสถ โอสถที่สามารถเสริมพลังชีวิตและปราณแท้ได้ทุกที่ทุกเวลา บัดนี้วิชาหลอมโอสถของอู๋เทียนได้บรรลุถึงขั้นกลางแล้ว โอสถระดับต่ำบางชนิดก็สามารถหลอมได้ พอดีเช้าซื้อโอสถรักษาแผลบางส่วน อู๋เทียนมีเงินอยู่บ้าง เขาเตรียมจะไปหาวัตถุดิบโอสถมาหลอมเพิ่มเติม
แต่การหลอมโอสถไม่เพียงแต่ต้องการวัตถุดิบโอสถ ยังต้องการสูตรโอสถอีกด้วย อู๋เทียนไม่มีสูตรโอสถ แต่ร้านค้าระบบมีมากมาย
ร้านค้าระบบมีสูตรโอสถต่างๆ จำนวนมาก บัดนี้ในมือของอู๋เทียนมีเงิน 8 หมื่นตำลึงเงิน เทียบเท่ากับแต้มแลกเปลี่ยนแปดแต้ม ทำได้เพียงแลกสูตรโอสถระดับต่ำบางชนิดเท่านั้น
อู๋เทียนค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง ก็ชอบสูตรโอสถสองชนิด
หนึ่งคือสูตรโอสถเสริมพลังชีวิต ‘โอสถบำรุงโลหิต’ หนึ่งคือสูตรโอสถเสริมปราณแท้ ‘โอสถรวบรวมปราณ’ โอสถทั้งสองชนิดล้วนเป็นโอสถระดับลี้ลับ แต้มแลกเปลี่ยนสูตรโอสถแต่ละชนิดสองแต้ม
อู๋เทียนด้วยความเจ็บปวดในใจใช้แต้มแลกเปลี่ยนสี่แต้มแลกสูตรโอสถสองชนิดออกมา แล้วก็เรียนรู้สูตรโอสถทั้งสองชนิดในจิตสำนึก หลังจากเรียนรู้แล้ว อู๋เทียนก็ตรงไปยัง ‘ร้านโอสถจี้หมิน’
พนักงานร้านโอสถเห็นอู๋เทียนมา ทันใดนั้นก็ยิ้มต้อนรับ “คุณชายอู๋ ยินดีต้อนรับ มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่?”
“ขอหญ้าไร้ดอก 10 ชั่ง ดอกไม้รูปพัด 10 ชั่ง...” อู๋เทียนบอกวัตถุดิบโอสถที่ต้องการออกมา
“คุณชายอู๋นี่จะหลอมโอสถอีกแล้วรึ?” พอดีที่ปรึกษาหูเดินออกมา เมื่อเห็นอู๋เทียนซื้อวัตถุดิบโอสถ จึงถามอย่างสงสัย
“อืม เตรียมจะฝึกมือนิดหน่อย”
“เช่นนั้นร้านโอสถของเราขอจองล่วงหน้าจากคุณชายอู๋”
“ที่ปรึกษาหู โอสถชุดนี้ของข้าหากหลอมสำเร็จราคาไม่ต่ำนะ เจ้าต้องคิดให้ดี” อู๋เทียนยิ้มกล่าว
“เรื่องราคาสามารถพูดคุยกันได้ เพียงแค่เป็นโอสถในมือของคุณชายอู๋ พวกเราก็จะซื้อในราคาสูง” ที่ปรึกษาหูกล่าวอย่างใจกว้าง
“ฮ่าๆ ดี ถึงเวลานั้นหลอมออกมาแล้วข้าจะนำมาให้เจ้าเป็นคนแรก”
จากนั้น พนักงานก็เตรียมวัตถุดิบโอสถที่อู๋เทียนต้องการเสร็จ อู๋เทียนใส่วัตถุดิบโอสถเข้าไปในกระเป๋าระบบแล้วก็จากไปโดยตรง
เมื่ออู๋เทียนเดินมาถึงหัวถนน ก็เดินสวนกับคนคุ้นเคยหลายคน คนหลายคนนั้นก็เห็นอู๋เทียนในพริบตา
“โอ้โห! นี่ไม่ใช่อัจฉริยะที่มีชื่อเสียงของสำนักฉีเทียนอู๋เทียนรึ ไม่เห็นเจ้ามาหลายเดือน ตอนนี้ทำไมถึงกลายเป็นสภาพนี้ไปแล้ว” เด็กหนุ่มสวมเสื้อผ้าหรูหราเยาะเย้ยอย่างยิ้มแย้ม