เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 132: Blowing Wind (1)

Chapter 132: Blowing Wind (1)

Chapter 132: Blowing Wind (1)


Chapter 132: Blowing Wind (1)


โทเรี่ยมกำลังยุ่งอยู่กับการจัดหาวัสดุเพื่อเปลี่ยนรูปลักษณ์ของฉัน.

"จากนี้ไปคุณต้องปลอมตัวเล็กน้อย ถ้ามีใครสังเกตเห็นคุณแล้วสิ่งต่างๆจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก...”

วัสดุที่เตรียมไว้ทั้งหมดเป็นชุดแต่งหน้า.

โทเรี่ยมนั่งลงขัดสามาธิและพูดว่า.

"นี่ไม่ใช่พรสวรรค์?”

"ผมคิดว่าคุณมีความสารถเล่าเรื่องแล้วคุณอาจจะมีความสามารถทุกด้านสะอีก.”

เขาเป็นคนที่เก่งมากคนนึง เจฟรู้แค่วิธีใช้ดาบเท่านั้นความสามารถของพวกเขาเปรียบได้ดั้งสวรรค์และโลก.

'ปลอมตัว.’

มันก็ไม่เลวนัก.

ผมยังฟื้นฟูพลังเวทย์ของผมไม่ได้ มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะระหว่างมิตรและศัตรู.

ผมอยู่นอกระบบ และไม่มีการรับประกันความสัมพันธ์ระหว่างผมและแม๊ก มันก็เหมือนกับปฎิกิริยาของโทเรี่ยมและเจฟที่รู้ว่าแม็กเป็นความเสี่ยงที่แม้แต่จะเรียกชื่อเขาออกมา.

'ฉันต้องคาดเดาสถานการณ์นี้ก่อน.’

ผมไม่ได้รู้เรื่องนี้มากนัก.

มันเป็นโลกปลอมๆที่ทำโดยราชานรก นั่นคือสิ่งที่ผมรู้.

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะคิดตามที่โทเรี่ยมบอก ทางเลือกที่ฉลาดที่สุดคือการยืนยันมันผ่านสายตาตัวเอง.

"คุณสามารถซ่อนเสียงเต้นของหัวใจได้ไหม?”

การปลอมตัวไม่สามารถซ่อนเสียงได้ มันจะแปลกถ้ามีเสียงที่มีเพียงคนที่มีชีวิตเท่านั้นที่มี.

โทเรี่ยมส่ายหัว.

“ไม่ต้องห่วงฉันแก้ปัญหานี้ได้.”

"ดูเหมือนคุณจะมั่นใจ.”

โทเรี่ยมดึงสิ่งเล็กๆออกจากกระเป๋ากางเกง ขวดที่เต็มไปด้วยเลือด.

“นี่คือเลือดของนกสายฟ้า เราจะใช้มันปกปิด.”

"เหมือนกับผนังกั้นเสียง.”

"ผนังกั้นเสียง...?”

"มีสิ่งเหล่านั้นด้วย.”

ผมรู้เรื่องนี้ มนุษย์ทั่วไปก็ใช้กัน.

"หืมม หืมมม.บอกทีหลังด้วยว่าผนังกั้นเสียงคืออะไร มันเป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถพลาดได้ในฐานะผู้เล่าเรื่อง บางทีเลือดเหล่านี้มันอาจจะทำให้ไม่มีใครได้ยินเสียงจากตัวคุณ.”

"แล้วสิ่งที่เกี่ยวกับลมหายใจ?”

“นั่นไม่ใช่ปัญหา บางครั้งเราหายใจ เป็นนิสัยเมื่อตอนที่ยังมีชีวิตอยู่.”

โทเรี่ยมจ้องมองที่ใบหน้าผมก่อนที่จะเริ่มแต่งหน้า.

"งั้นเริ่มได้แล้ว.”

เขาจับพู่กันและเริ่มที่จะละเลงใบหน้าผม.

'มันต่างจากดาบ.’

รู้สึกเหมือนกำลังเฝ้าดูเทคนิคดาบที่ซับซ้อน.

งานนี้ใช้เวลานานมาก.

เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง.

มันจบลงเมื่อโทเรี่ยมปัดบนหน้าผากผม.

“เสร็จแล้ว มันยากที่จะพูดเว่นแต่ว่าจะมีใครที่มีสายตาสอดรู้สอดเห็น อย่างไรก็ตามคุณต้องกกังวลเรื่องการรักษาและต้องทำความสะอาดมันอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง...”

ผมมองเข้าไปในกระจก.

ผมจ้องมองไปยังเงาในกระจก.

มันมองกับรอยหมองคล้ำและรู้สึกประทับใจมาก.

“นี่จบแล้วหรอ?”

"เจฟมันยังเหลืออะไรนิดหน่อย เขาควรจะมาถึงแล้วตอนนี้.”

เขาทำความสะอาดเครื่องมือและรอคน.

เจฟ.

เขาวิ่งออกไปหาอะไรบางอย่างในมือของเขา.

"ได้พวกเศษเดนทั้งหลาย! มันไม่คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ฉันจะขอยืมจีเรี่ยม5อัน? อัค!”

เจฟบ่นออกมาด้วยความรังเกียจในขณะที่เขาเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเขาเหย๋เกซึ่งมันแสดงออกว่าเขาไม่ชอบ.

"มันคืออะไร?”

ผมถามในขณะที่เจฟเอาผ้าเช็ดมืออก.

"ที่ๆคุณไป นี่เป็นตราทหารที่มีค่าอย่าลืมมันหล่ะ.”

"ตราทหารรับจ้าง”

คำพูดของโทเรี่ยมยังไม่สามารถเข้าใจได้ง่ายๆ.

ผมยอมรับตราทหารและศึกษาข้อมูล.

มันดูเหมือนกับว่ามันแกะสลักออกมจากหิน มันมีภาพของเล็บนูนอยู่ตรงกลาง.

นี่เป็นเหตุผลที่จะทำให้ผมดำเนินการต่อไปอย่างเรียบง่าย.

"นั่นคือสัญลักษณ์ของทหารรับจ้าง.”

"โลกนี้..มันหยุดไปนานแล้ว ผู้ปกครองหมู่บ้านรู้ชื่อของทุกคนที่อยู่ภายใต้การดูแลของเขา มีแต่คนนอกเท่านั้นที่จะเป็นทหารรับจ้างในโลกเบื้องล่าง.”

“ฉันชอบมัน.”

ผมเก็บตรา มันเป็นงานที่ไม่ได้ยึดติดมากนัก ดังนั้นผมจึงสนใจที่มันสวยงาม ผมมีหน้าที่คล้ายๆกับตอนที่อยู่โลกปีศาจ.

ทำไมผมจึงควรปฏิเสธ?

โทเรี่ยมถอนหายใจด้วยความโล่งใจและพูดว่า.

“...ติดตราไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายของคุณ.”

ด้านหลังของตราดูเหมือนจะมีกาวสำหรับติดไว้ ผมเหลือบมองโทเรี่ยมเล็กน้อยก่อนที่จะติดมันไว้ที่หน้าอกข้างซ้าย.

"มันให้ความรู้สึแปลกๆ.”

"มันคืออะไร?"

"ความคิดของคุณที่มีต่อผม."

เจฟและโทเรี่ยม.พวกเขาไม่ได้แสดงความเกลียดชังที่มีต่อผมตั้งแต่แรก ผมสงสัยและโชว์วาธและดาบจักพรรดิ แต่พวกเขาก็ไม่ได้เปิดเผยความโลภของพวกเขาออกมา.

ผมไม่ได้ให้อะไรเขาในช่วง 20 วันมานี้ ทั้งหมดคือคำพูดและฝึกฝน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะหาวิธีที่จะมาป้องกันผม มันยากเพียงคิดว่านี่จะทำให้ผมชอบ.

“นั่น...”

อึ๊ก!

โทเรี่ยมกลืนน้ำลายของเขาก่อนที่จะพูด.

"ผมคิดว่าผมสามารถบอกเรื่องราวที่ดีที่สุดได้.”

"นี่เป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นในฐานะผู้เล่าเรื่อง?”

"ผมต้องการเห็นมันจริงๆไม่ใช่ของปลอม เรื่องราวของผมเหมือนกับนิยาย ผมจะพลาดการเล่าเรื่องจากโลกความจริงไปได้อย่างไร?”

"งั้นคุณคิดว่านี่คือสมบัติ.”

"ไม่มีทางอื่น และ ... ผมได้เดินทางมาไกลแล้ว.”

เขาดูเหนื่อยล้า

พวกเขารู้สึกไวตั้งแต่ที่รู้โลกนี้ถูกสร้างโดยราชานรก.

เขาสามารถคาดเดาไปได้ถึงไหน.

"คุณไม่กลัวตายในการเดินทางครั้งนี้?”

มันเป็นคำถามง่าย เพราะว่าเขาอาจจะตายได้เนื่องจากช่วยผมเพราะความอยากรู้อยากเห็น.

โทเรี่ยมแค่หัวเราะ.

"ผมตายไปแล้ว นอกเหนือจากความอยากรู้อยากเห็นผมก็ต้องการพักผ่อน นอกจากผมยังมีทุกๆคนที่ตายไม่ได้.. เรากำลังทำเหมือนกับเป็นศพที่เดินได้..ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถพักผ่อนได้จนกว่จะรู้สึกถึง'ลม'แต่ในโลกนี้มีใครต้องการรู้สึกถึงลม.”

ลม...ความฝัน ที่หวังจะได้หรือสัมผัสอะไรแบบนั้น.

โทเรี่ยมต้องเดินต่อไป.

วันนึงผมก็อาจจะจบลงที่นี่ เขาเต็มไปด้วยความหวังที่จะได้เห็นใครสักคนที่มีชีวิตอยู่.

ผมรู้สึกได้ถึงสายตาที่ร้อนแรงจากคนตาย.

ดังนั้นผมจึงค่อยๆเปิดปากของผม.

"ผมหวังว่าคุณจะตายจากการเดินทาง.”

"นี่ยังตายไม่พออีกหรอ? เยี่ยม...ผมจะคิดเกี่ยวกับสิ่งแปลกๆนั่น.”

หลังจากได้ฟังเรื่องรางเหล่านั้นแล้วผมก็เอาวาธและดาบจักพรรดิออกมา.

"ไปเลย"

"คุณรู้ไหมว่าต้องไปที่ไหน?”

“นำไป.”

“......”

ที่รกร้าง.

เห็นเพียงแค่ฝุ่นและดินเท่านั้น.

มีหมู่บ้านขนาดใหญ่ประมาน200หลังสร้างจากหินรวมอยู่.

“มันเงียบเกิน.”

ผมพูกขณะที่มองไปยังผู้คนเงียบๆ.

หมู่บ้านเกือบที่จะว่างเปล่า ไม่มีใครเดินออกมาตามถนน.

"ตอนนี้พวกเขารวมตัวกันที่ปราสาทของลอร์ด.”

“กำลังเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม?”

"แก้ไขหน่อย มันไม่มีเด็กดังนั้นจึงไม่ต้องอยู่บ้าน?”

ผมพยักหน้า.

เหมือกับที่โทเรี่ยมพูดทั้งหมดพวกเขาเป็นอันเดธ พวกเขาอยู่แบบนี้มาเป็นเวลานานไม่สามารถมีลูกได้ ความแตกต่างระหว่างชายหญิงได้หายไป.

โทเรี่ยมกล่าวอย่างระมัดระวัง.

"ผมสงสัยว่าคุณสามารถเปลี่ยนโทนเสียงของคุณได้หรือไม่?”

"ทำไมคุณถึงถามแบบนั้น?”

"ลอร์ดและนายพลจะไม่ชอบมันนอกจากเสียงคนตายปกติ.”

"ผมจะไม่เปลี่ยนเสียงเพื่อใคร.”

ผมได้เก็บน้ำเสียงนี้ไว้ต่อหน้าเดธ บิ้งเกิอร์ ไม่มีใครบังคับให้ผมเปลี่ยนมันได้.

โทเรี่ยมรู้ว่าการตัดสินใจของผมนั้นมั่นคง.

"งั้น..อยู่ให้เงียบที่สุดเท่าที่จะเป็นได้”

เจฟพยักหน้ากล่าว.

ดูเหมือนว่าลอร์ดของที่นี้ต้องการแบบนั้น.

ปราสาทของลอร์ด มันไม่อาจจะเปรียบได้กับดันเจี้ยนของผม แต่มันก็ค่อนข้างใหญ่ ยามเปิดประตูหลังจากที่ดูหน้าของโทเรี่ยมและเจฟ.

ไม่นานหลังจากที่เขาปราสาทแล้วผมก็ได้ยินเสียงพึมพำ.

"นี่ เวรเอ้ย! คุณลืมชื่อเล่นของผู้บัญชาการ มาดาริ? ขัดขวาง มาดาริ! เขาดื้อด้าน! เป็นคนชั่วร้ายเนื่องจากเขาต้องการอะไรก็ตามที่เขาอยากได้! เขาเป็นผู้บัญชาการทหาร 100,000 นาย!”

"เราควรจะหนีไปไหม? เราอาจจะไม่ได้กลับมาอย่างน้อง50ปี? แมร่งเอ้ย!”

“มันเป็นไปได้ที่พวกเขาต้องการดินแดนของเรา ดูลาฮัน โซมูเลม เขาแตกต่างจากซอมบี้ปกติ!”

"ละ-ลอร์ด เราควรทำอย่างไรหลังจากได้เลื่อนขั้นเป็นกูล? นอกจากนี้ยังมีทหารโครงกระดูกเป็นจำนวนมาก...”

ในใจกลางของปราสาท.

มีคนตายหลายพันคนมารวมกันที่นี่.

ลอร์ดนั่งอยู่บนเก้าอี้ขนาดใหญ่และเฝ้าดูการชุมนุม.

ลอร์ดเป็นกูล เขาพัฒนาอีกขึ้นจากซอมบี้ มีทหารสองกองอยู่ข้างๆเขา.

โทเรี่ยมอธิบาย.

"นี่เป็นการทำงานในการประชุม จะมี 20 คนที่มีอำนาจ ที่สุดในหมู่บ้านต่างๆมารวมกันและเสนอแนวทางอื่นๆเพื่อให้ลอร์ดตัดสิน การประชุมของเขามักจะใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวัน...”

“เจฟ! ไอ้สารเลว ทำไมมาช้านัก?”

การถกเถียงเมื่อครู่ที่กำลังร้อนแรงอยู่ๆก็โถมเข้ามาใส่พวกเราทันที.

คนที่พูดเป็ยซอมบี้อ้วนฉุ เจฟเกาหัว

"เดี๋ยว ก่อนอื่นเลยผมอยากจะแนะนำใครสักคน...”

ซอมบี้อีกคนที่เห็นตราที่อกซ้ายของผมพูดว่า.

“แนะนำ? อ่า,คนที่อยู่ข้างๆคุณ? เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเขา เขาเป็นทหารรับจ้าง?”

"เขามีทักษะดีมาก คุณอาจจะช๊อคเมื่อเห็นเขาแสดงออกมา.”

"ทหารรับร้าง..ฉันไม่อยากจะเชื่อมากนัก ไม่ใช่ว่าเขาอาจจะหนีสงครามเมื่อมันกำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน? เขาคงจะสนุกจากหมู่บ้านนึงไปอีกหมู่บ้านนึง”

"มองไปที่เขาดีๆ ฉันเป็นคนคนเขามา!”

“เจฟ นายสามารถรับรองได้ไหม?”

“ใช่ รับรองได้เลย นักรบทั่วไปไม่สามารถเทียบเขาได้ เจฟรับประกัน!”

"ฉันเคยตกหลุมพลางของเจฟ.”

"เวลานี้มันเป็นความจริง!”

เขาอาจจะเป็นคนดูเหมือนไม่สำคัญ แต่เขาก็ได้รับการยอมรับในหมู่บ้าน.

"ชิ. ดูจากด้านข้างสนามก็พอ เข้าใจไหม? อย่าทำอะไรที่มันจะส่งผลเลวร้ายเด็ดขาด..แค่อยู่ด้านหลังก็พอ.”

เจฟฉุดมือและเคลื่อนที่ต่อไป.

มีการวางแผนด้วยแผนที่ขนาดใหญ่บนโต๊ะแลัมีตำแหน่งของศัตรูโดยการทำเครื่องหมายไว้.

พรึ่บ!

เจฟพาผมไปชายอีกคนที่กำลังนั่งคุย.

"ฝ่าตรงข้ามคือ ดูลาฮัน โซมูเลน เขามีทหารประมาณหนึ่งพันคน แบ่งได้ดังนี้ ซอมบี้ 900 ทหารกระดูก 90 และอีก 10 ที่เป็นกระดูดเพียวๆ หัวหน้าของทหารมีความใกล้ชิดกับโซมูเลนมาก พวกเขาจะมาถึงใน 3 วัน เรามีทหาร500และส่วนใหญ่เป็นซอบบี้ มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?”

“อ่า ดูสินี่ยังไม่สามารถตอบคำถามทั้งหมดได้? เราไม่ต้องกินหรือดื่ม เพียงแค่อดทน!”

"คุณรู้ไหมว่าโซมูเลนนี่เป็นใคร? เขาสามารถพังกำแพงลงได้!”

"ขุดกับดัก!”

ความคิดเห็นหลายๆคนไม่มีประโยชน์.

แต่ผมไม่สนใจพวกเขาและจ้องมองไปที่แผนที่ มันเป็นแผนที่ของโลกเบื้องล่างทั้งหมด แต่ผมก็มองเห็นเส้นทาง.

‘การให้คะแนนของสิ่งมีชีวิตนี้คล้ายคลึงกับกำลังปัจจุบันของฉัน.'

ดูลาฮันเป็นสิ่งมีชีวิตเลเวล1ขั้นสูง.

ตัวตนของเขาสูงแต่มันก็ไม่ได้ยากนัก.

หน้าต่างไม่ทำงาน แต่ดูเหมือกับว่าดูลาฮันเป็นฝ่านตรงข้ามที่ดีและดูเหมือนกับว่าฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ยากนัก.

ชวิ้งงง!

ผมดึงวาธออกมา.

ฉึบ!

และชี้ไปที่แผนที่.

“อะไร...?”

ในขณะเดียวกันเสียงก็เงียบ.

ซอมบี้ทั้งหมดดูผมที่กำลังทำอะไรอยู่บนโต๊ะ.

ผมจับวาธและ..

เช้งงง!

ฟันลงมาที่แฟนที่และโต๊ะ.

ผมชี้ไปส่วนที่ฉีกและพูดว่า.

"ตอนนี้ ผมได้ทลายมันแล้ว จะทำในส่วนที่เหลือ.”(ตรงเหมือนกับจะบอกว่า ผมทำลายมันได้ส่วนนึง(แผนที่)และที่เหลือ(กองทัพ)ก็ไม่เท่าไร)

เกิดความเงียบไม่นานนัก.

อันเดธรอบๆเริ่มส่งเสียงบ่น.

"ชายคนนั้นทำอะไร?”

“โจมตี? ฆ่าตัวตาย?”

"ใครพาเขาไปที?”

ปฎิกิริยาไม่ดีนัก นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้ามร่วมประชุม แต่ผมได้แสดงความคิด(ท่าทาง)ที่ไร้สาระ มันคงไม่ดีนัก

เจฟแข็งทื่อและโทเรี่ยมที่ตบหน้าผากตัวเองและพยายามหาทางปกป้องผม.

"หยุด!"

จบบทที่ Chapter 132: Blowing Wind (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว