เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 58: ไทยมุง

บทที่ 58: ไทยมุง

บทที่ 58: ไทยมุง


บทที่ 58: ไทยมุง

กำกระดาษแผ่นนั้นไว้แน่น เป่าเฉียงรู้สึกราวกับกำลังเหยียบอยู่บนปุยฝ้าย ล่องลอยไปยังบริเวณที่เหล่าตัวประกอบอยู่ ปากก็ยิ้มไม่หุบ เดินเหินอย่างองอาจผึ่งผาย ทั้งร่างดูมีความมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิมหลายส่วน

“ทำไมคุณถึงชอบหลอกคนอื่นนักนะ?” เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้น กัวเฟยลี่เดินออกมาจากในเต็นท์: “แต่ว่าใจคอไม่เลวนะคะ ดูท่าตัวประกอบน้อยคนนั้นคงจะดีใจไปอีกหลายวันเลยล่ะค่ะ”

ระยะทางเพียงแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น บทสนทนาเมื่อครู่ของพวกเขาเธอก็ได้ยินทั้งหมด แม้ว่าจะเอือมระอากับคำพูดเหลวไหล เหล่านั้นอยู่บ้าง แต่เมื่อกัวเฟยลี่ได้ยินคำพูดให้กำลังใจตัวประกอบน้อยของหลี่ลั่ว เธอก็รู้สึกว่าคนคนนี้ไม่เลวเลยทีเดียว อย่างน้อยก็ไม่มีนิสัยเย่อหยิ่งดูถูกคนอื่น

“หลอกคนเหรอครับ?” หลี่ลั่วสะบัดแขน โยนเปลือกแตงโมทิ้งลงถังขยะ

“ชนบท ตัวประกอบ” กัวเฟยลี่เม้มปากยิ้ม เหลือบมองเขาอย่างมีเลศนัย: “คุณพูดออกมาหน้าตาเฉยเลยนะคะ พูดเหมือนกับว่าเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นแหละ ฉันยังไม่รู้เลยนะคะว่าคุณเป็นนักศึกษาเป่ยเตี้ยน รถเบนซ์ที่จอดอยู่ข้างนอกโรงแรมคันนั้นก็ของคุณใช่ไหมล่ะคะ?”

หลี่ลั่วอ้าปากค้าง ทำได้เพียงแค่โบกไม้โบกมืออย่างจนใจ ขี้เกียจจะอธิบายอะไรมากมาย จะให้บอกว่าตนเองถูกเลี้ยงดูปูเสื่อได้อย่างไรกัน... อะแฮ่ม...ยืมมาใช้ต่างหากเล่า!

“ฟังที่ฉันพูดให้ดีนะ” หยวนปินคว้าโทรโข่งขึ้นมา อธิบายบทให้กับเหล่าตัวประกอบ: “เดี๋ยวจะมีเสียงระเบิด พวกแกไม่ต้องตกใจนะ พอได้ยินเสียงแล้วก็ทำหน้าเจ็บปวดเหมือนเมื่อกี้ก็พอ”

หลังจากอธิบายจนเข้าใจดีแล้ว เขาก็เดินไปยังข้างๆ ไล่สุ่ยชิง แล้วมองไปยังจอมอนิเตอร์พร้อมกับอีกฝ่าย

เสียงสั่งให้เคลียร์พื้นที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สวีจิ่นเจียงกลับไปยังบริเวณที่พักผ่อน นั่งลงบนเก้าอี้เรียงกันกับหลี่ลั่วและกัวเฟยลี่ กลายเป็นไทยมุง อย่างแท้จริง

“หนึ่ง”

“สอง”

“สาม จุดระเบิด!”

“ปัง~~~”

เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำเอากัวเฟยลี่ตกใจจนตัวสั่น

ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องของพวกเขา เสียงระเบิดดังตู้มต้ามต่อเนื่องไม่ขาดสายบนเวทีประลอง ควันหนาทึบจำนวนมากลอยคละคลุ้งขึ้นไปในอากาศ เหล่าตัวประกอบก็เริ่มเคลื่อนไหวตามไปด้วย เสียงร้องโหยหวนต่างๆ นานาดังไปทั่วทั้งกองถ่าย

ของที่ใช้ข้างบนนั้น ล้วนแต่เป็นระเบิดที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคพิเศษทำขึ้นมาโดยเฉพาะ มีอานุภาพทำลายล้างต่ำ ข้อดีก็คือเสียงดังสนั่นหวั่นไหว สะเทือนเลื่อนลั่น

ฝุ่นควันลอยตลบอบอวลไปทั่วท้องฟ้า บรรยากาศดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

ช่างภาพนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ติดอยู่กับรางเลื่อน ปล่อยให้ทีมงานเข็นไปมา พลางหมุนเลนส์กล้องอย่างตั้งใจ บันทึกภาพฉากต่างๆ เอาไว้ แขนเครนขนาดใหญ่ก็เคลื่อนไหวอยู่กลางอากาศ เพื่อบันทึกภาพวัตถุดิบ ที่ผู้กำกับต้องการ จากนั้นจึงค่อยนำไปตัดต่อเป็นฉากที่น่าตื่นตาตื่นใจต่อไป

หลังจากถ่ายทำมาทั้งวัน กัวเฟยลี่ก็ลากสังขารอันอ่อนล้ากลับโรงแรม ล้างเครื่องสำอาง อาบน้ำเสร็จแล้วก็เหนื่อยจนทิ้งตัวลงนอนแผ่อยู่บนเตียง ปล่อยให้ผู้ช่วยหญิงนวดทุบไปตามแผ่นหลัง

“ดูคุณสิคะ เหนื่อยแย่เลย” ผู้ช่วยหญิงออกแรงนวดคลายเส้นให้เธอ อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวกล่าวว่า: “หลี่ลั่วชอบแสดงฉากบู๊คุณก็ปล่อยเขาไปสิคะ ถ้าใช้นักแสดงแทนได้ก็ควรจะใช้สิคะ คนที่เหนื่อยแย่ก็คือตัวคุณเองนะคะ”

ทุกคนทำงานร่วมกันมานานหลายปี สนิทสนมกันจนไม่มีอะไรต้องปิดบังกันอีกต่อไป ราวกับเป็นเพื่อนสนิทเมื่อเห็นเธอเหนื่อยล้าขนาดนี้ ก็อดที่จะรู้สึกเห็นใจไม่ได้

“ขนาดเขาเป็นพระเอกอันดับหนึ่งยังลงสนามเองเลยนะคะ” กัวเฟยลี่สัมผัสได้ถึงแรงนวดที่เปลี่ยนแปลงไป ปากก็ยังคงพึมพำต่อไปว่า: “แล้วฉันจะกล้าใช้นักแสดงแทนบ่อยๆ ได้ยังไงกันล่ะคะ?”

“ก็ได้ค่ะ” ผู้ช่วยหญิงรู้ดีว่าอันที่จริงแล้วเธอก็เป็นคนดื้อรั้นอยู่ไม่น้อย ดวงตากลอกไปมา ปากก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยหยอกล้อ: “ทำไมฉันรู้สึกว่าวันนี้สายตาที่หลี่ล่วมองคุณมันดูแปลกๆ นะคะ เขาชอบคุณหรือเปล่าคะ?”

“นี่เธอจะมาล้อฉันเล่นใช่ไหมเนี่ย?” กัวเฟยลี่หันกลับมา กล่าวอย่างจนปัญญา “ฉันอายุมากกว่าเขาตั้งเยอะ เธอพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไงกัน”

“มากกว่าตรงไหนกันคะ~” หยิกแก้มที่เนียนนุ่มน่าสัมผัสเบาๆ ผู้ช่วยหญิงก็ยิ้มร่ากล่าวว่า: “พูดออกไปว่าอายุสิบแปดก็ยังไม่มีใครว่าเลยค่ะ สวยขนาดนี้ ผู้ชายคนไหนเห็นก็ต้องใจเต้นทั้งนั้นแหละค่ะ”

“นี่แน่ะ!” กัวเฟยลี่โกรธจนหน้าแดงก่ำ จั๊กจี้อีกฝ่ายเป็นการใหญ่ ท่ามกลางเสียงร้องขอความเมตตาติดต่อกันหลายครั้ง ผู้ช่วยหญิงก็หัวเราะเสียงดังลั่นแล้ววิ่งหนีออกจากห้องไป

ทุบไหล่ที่เมื่อยล้าของตนเองเบาๆ เธอเดินไปยังโต๊ะข้างๆ แล้วเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กขึ้นมา

ในฐานะที่เป็นหนอนอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ก่อนจะนอนหลับทุกคืน หากกัวเฟยลี่ไม่ได้ท่องโลกออนไลน์ สักพัก ก็จะนอนไม่หลับเลยทีเดียว

หลังจากดูข่าวอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็เคาะนิ้วลงบนแป้นพิมพ์เบาๆ พิมพ์ชื่อหลี่ลั่วลงไปด้วยความเผลอไผล แล้วจึงกดปุ่ม Enter ตามไป

เมื่อหน้าเว็บรีเฟรช ขนตาก็พลันกะพริบถี่ๆ อยู่ครู่หนึ่ง

“จากตัวประกอบสู่ตัวประกอบหลัก เส้นทางของลิ้มเพ้งจือนี้เป็นมาอย่างไร”

“ช่วยคนในกองถ่าย จอมยุทธ์ตัวจริง”

“นักแสดงหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จในบทบาทลิ้มเพ้งจือไม่ลืมจุดเริ่มต้น ก้าวเข้าสู่รั้วเป่ยเตี้ยนด้วยคะแนนกว่าหกร้อยคะแนน นี่คือภาพถ่ายของหลี่ลั่วตอนที่เข้าร่วมการสอบภาคปฏิบัติที่นักข่าวถ่ายไว้ได้”

“อดีตลิ้มเพ้งจือ ปัจจุบันเตียบ่อกี้”

“จากอำเภอเล็กๆ สู่กองถ่ายใหญ่ ดาบมังกรหยกเปิดกล้องอย่างยิ่งใหญ่”

ในนั้นมีบางส่วนที่เป็นบทความประชาสัมพันธ์ของละครเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักร แต่ส่วนใหญ่จะเป็นข่าวเกี่ยวกับละครเรื่องดาบมังกรหยกเสียมากกว่า

เธอมองดูหัวข้อข่าว อดไม่ได้ที่จะคลิกเข้าไปดู กระโดดไปมาระหว่างเว็บไซต์พอร์ทัลต่างๆ ไม่รู้ไม่ชี้ก็ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว จึงค่อยขยี้ตาสองข้างที่แห้งผาก

ที่แท้ก็เป็นตนเองที่เข้าใจผิดไปเอง แถมยังเอาแต่ว่าอีกฝ่ายเป็นคนหลอกลวงอีกต่างหาก เมื่อคิดถึงตรงนี้ ใบหน้าของเธอก็ร้อนผ่าวขึ้นมาด้วยความอับอาย

คืนนั้น มีคนสองคนที่นอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงจนนอนไม่หลับ

หลังจากดูข่าวออนไลน์จบแล้ว ในหัวของกัวเฟยลี่ก็ปรากฏภาพของหลี่ลั่วขึ้นมาเป็นระยะๆ ในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่าทำไมหลี่ลั่วถึงชอบที่จะแสดงฉากบู๊ด้วยตนเอง เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามเพียงช็อตเดียว ถึงกับต้องถ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

เคยผ่านความยากลำบาก เคยผ่านความทุกข์ทรมาน ย่อมต้องทะนุถนอมโอกาสที่อยู่ในมือเป็นธรรมดา

หวังเป่าเฉียงนอนดมกลิ่นเท้าเหม็นๆ ฟังเสียงกรนของเพื่อนร่วมห้อง ก็เบิกตาจ้องมองเพดานเช่นกัน ในหัวมีแต่คำพูดของหลี่ลั่ววนเวียนอยู่ซ้ำๆ

กัดผ้าห่มแน่น เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ว่า: “ฉันก็จะมีวันที่ได้เป็นพระเอกเหมือนกัน!”

วันเวลาผ่านไปทีละวัน เมื่อความคืบหน้าของงานดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซื่อเสี่ยวหลงก็เข้ามาเสริมทัพในกองถ่ายอย่างเป็นทางการ ร่วมถ่ายทำฉากการเดินทางกลับไปยังพรรคอินทรีฟ้าเพื่อพบญาติ แล้วก็ต้องเผชิญหน้ากับการบีบคั้นจากสำนักต่างๆ เพื่อถึงที่อยู่ของราชสีห์ขนทองเจี่ยซุ่นที่บู๊ตึ๊ง

ภายในห้องโถงใหญ่อันโอ่อ่า หวังเป่าเฉียงยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มคน ตั้งใจรับบทเป็นฉากประกอบอย่างเต็มที่

เดิมทีเขายังถูกตัวประกอบคนอื่นๆ เยาะเย้ยอยู่เลยว่า นี่เป็นแค่การที่คนอื่นเอาเขามา เท่านั้นเอง การที่จะไปตีสนิทกับนักแสดงนำนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะ

ใครจะไปรู้ว่าหลังจากนั้นเรื่องดีๆ ก็ตามมาไม่หยุดหย่อน วันรุ่งขึ้นก็ถูกผู้ช่วยผู้กำกับเรียกตัวไป ได้รับบทบาทเล็กๆ น้อยๆ ที่มีบทพูดสองสามประโยค ทำเอาเขาได้ปลดปล่อยความอยากในการแสดงออกมาอย่างเต็มที่

ไม่เพียงเท่านั้น ขอเพียงแค่ละครเรื่องดาบมังกรหยกมีฉากที่ต้องการตัวประกอบ เขาก็มักจะถูกเลือกอยู่เสมอ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ต้องอดมื้อกินมื้อ อีกต่อไปแล้ว

คนที่มีสายตาแหลมคมต่างก็มองออกว่าเป็นหลี่ลั่วที่คอยดูแลตัวประกอบน้อยคนนั้นเป็นพิเศษ ทำให้งานของกลุ่มพวกเขาก็พลอยมีมากขึ้นไปด้วย หัวหน้าตัวประกอบยิ้มไม่หุบทั้งวัน มองดูเป่าเฉียงราวกับเห็นสมบัติล้ำค่าก็ไม่ปาน

เป่าเฉียงก็เข้าใจดีว่าการดูแลปูเสื่อทั้งหมดนี้มาจากใคร ในใจลึกๆ แล้วเขานับถือหลี่ลั่วเป็นพี่ใหญ่โดยแท้จริง

ในตอนนี้กำลังถ่ายทำฉากสำคัญฉากหนึ่งอยู่ เตียชุ่ยซัวฆ่าตัวตาย

ช่วงเวลานี้มีฉากใหญ่ที่ต้องใช้คนจำนวนมากติดต่อกันหลายฉาก ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการรวมตัวนักแสดงหลายสิบคนอยู่ในที่นั้น ทุกคนต่างก็กำลังจับจ้องไปยังการแสดงเดี่ยวของหลี่ลั่ว

“ฝ่ายอุปกรณ์!!!” ขณะที่กำลังจะเริ่มถ่ายทำ เสียงหนึ่งก็ดังไปทั่วห้องโถง: “นี่แกเอาของแบบนี้มาให้ฉันเนี่ยนะ?”

สายตานับสิบคู่จับจ้องไปยังหลี่ลั่วที่สวมชุดนักพรตสีดำในทันที เขาชั่งน้ำหนักดาบยาวในมือ สีหน้าดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

“เป็นอะไรไป?” ไล่สุ่ยชิงที่เพิ่งจะอธิบายบทเสร็จก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

หลี่ลั่วใช้ดาบประกอบฉากปาดไปที่คอเบาๆ แล้วยกนิ้วมือที่เปื้อนสีแดงให้เขาดู: “นี่ผมจะต้องปาดคอนะครับ ไม่ใช่ขูดกัวซา ปาดดาบไปทีหนึ่งแล้วมีแค่รอยแดงๆ มันจะไปได้เรื่องอะไรกันครับ?”

“ต่อให้จะทำเอฟเฟกต์เลือดสาดกระจายไม่ได้ อย่างน้อยก็ควรจะมีถุงเลือดให้ผมหน่อยสิครับ?”

อุตส่าห์บิ้วอารมณ์มาตั้งนาน กลับพบว่าฝ่ายอุปกรณ์มักง่าย แค่ทาสีแดงไว้ที่คมดาบนิดหน่อยเท่านั้นเอง

หลี่ลั่วที่เข้าถึงอารมณ์การพลัดพรากจากกันของเตียชุ่ยซัวแล้วนั้น รู้สึกหงุดหงิดอย่างที่สุด การที่ไม่ตะคอกด่าออกมาก็ถือว่าอดกลั้นอย่างที่สุดแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 58: ไทยมุง

คัดลอกลิงก์แล้ว