- หน้าแรก
- หากไม่ปล่อยใจสุดเหวี่ยง จะเป็นจักรพรรดิจอเงินได้หรือ
- บทที่ 23: คนในยุทธภพ
บทที่ 23: คนในยุทธภพ
บทที่ 23: คนในยุทธภพ
บทที่ 23: คนในยุทธภพ
เก็บกระบี่เข้าฝัก
หลี่ลั่วเดินตรงไปยังเต็นท์กันแดดอย่างมั่นคง ขณะเดียวกันก็มองไปยังชายคนนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น
อีกฝ่ายมีจมูกใหญ่โต รูปร่างไม่สูงนัก แต่กลับดูบึกบึนแข็งแรง ใบหน้ายิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา คางยื่นเล็กน้อย สวมแว่นตากรอบทอง ดูแล้วไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อผู้ใด
ทว่าแมวป่าจะแสร้งทำอย่างไรก็ไม่ใช่รัชทายาทอยู่ดี สัมผัสที่หกอันเฉียบคมของหลี่ลั่วรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงกลิ่นอายแห่งยุทธภพ ที่แผ่ออกมาจากร่างของอีกฝ่าย ซึ่งหนาหนักยิ่งกว่าของหยวนปินเสียอีก!
“ฉันจะแนะนำให้รู้จักนะ” จางจี้จงกวักมือเรียกเขาเข้ามาข้างหน้า แล้วแนะนำชายคนนั้นว่า: “นี่คืออู๋ตุน ท่านประธานอู๋ เป็นผู้อำนวยการสร้างชื่อดังในวงการ”
“เคยสร้างภาพยนตร์และละครโทรทัศน์มาแล้วมากมาย”
“วันนี้ท่านประธานอู๋มาเยี่ยมกองถ่าย เธอจะได้ทำความรู้จักเอาไว้”
จางต้าหูจึยังคงเป็นเช่นเดิม พูดจาดูเหมือนจะกระตือรือร้น แต่ก็ไม่ได้แสดงความกระตือรือร้นออกมาอย่างแท้จริง คนในวงการที่เขายอมประจบสอพลอนั้นมีไม่มากนัก และอีกฝ่ายก็ไม่ใช่หนึ่งในนั้น
อันที่จริงแล้ว การที่เรียกหลี่ลั่วมาก็เพื่อที่จะตอบแทนบุญคุณครั้งก่อน เพราะอย่างไรเสีย การทำงานเป็นนักแสดง การที่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าผู้อำนวยการสร้างชื่อดัง และได้ทิ้งชื่อเสียงเอาไว้บ้าง ก็นับว่าเป็นโอกาสแล้ว วงการนี้ก็เป็นเช่นนี้ ยิ่งมีเพื่อนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีหนทางมากเท่านั้น
“สวัสดีครับ ท่านประธานอู๋” หลี่ลั่วยิ้ม พลางมองจ้องไปยังอีกฝ่าย: “ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
ฟังคำพูดต้องฟังความนัย เขารู้ในทันทีถึงความหมายในการแนะนำของจางจี้จง การที่จางต้าหูจึกล่าวว่าเป็นผู้มีชื่อเสียง ย่อมต้องเคยสร้างภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงมาแล้วมากมายอย่างแน่นอน เพียงแต่ในความทรงจำของเขานั้นไม่มีข้อมูลของอีกฝ่ายอยู่เลย
แต่ก็เป็นเรื่องปกติ คนทำงานเบื้องหลังส่วนใหญ่มักจะไม่เป็นที่รู้จักของคนภายนอก
“นี่คือหลี่ลั่ว” จางจี้จงก็แนะนำกลับไปบ้าง: “ลิ้มเพ้งจือของฉันเอง ฝีมือการแสดงไม่เลวเลยนะ”
“ฝีมือก็ยอดเยี่ยมเช่นกันครับ” หยวนปินกล่าวเสริมอย่างถือโอกาส “ทั้งเพลงมวยและเพลงกระบี่ ล้วนแต่มีพื้นฐานที่มั่นคงแข็งแรง”
“ไม่เลวเลยนี่” อู๋ตุนเริ่มให้ความสนใจ เขายิ้มแย้มพลางยื่นแขนออกมา: “ดูท่าจะเป็นวีรบุรุษหนุ่มผู้ปราดเปรื่องเสียแล้ว”
ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก แต่เมื่อทั้งสองคนผลัดกันแนะนำ ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะพิจารณาหลี่ลั่วอย่างละเอียด แม้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูประหลาด แต่กลับเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด รูปร่างหน้าตานั้นเรียกได้ว่ายอดเยี่ยม หล่อเหลาสูงสง่า ไม่ได้ด้อยไปกว่าดาราหนุ่มจากฮ่องกงและไต้หวันคนไหนที่เขารู้จักเลยแม้แต่น้อย
“ผู้กำกับจางกับผู้กำกับหยวนชมเกินไปแล้วครับ” หลี่ลั่วจับมือของอีกฝ่าย
เจ้าหมอที่ชื่ออู๋ตุนคนนี้น่าจะเป็นคนไต้หวัน สำเนียงไม่หนักมากนัก แต่ก็ยังพอจะแยกแยะออกได้
เพิ่งจะคิดจะปล่อยมือ อีกฝ่ายกลับออกแรงบีบแน่นขึ้นมาทันที
“เดี๋ยวก่อนนะ” อู๋ตุนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ เขาหันไปมองจางจี้จง: “หรือว่าเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ คนที่ช่วยคุณหนูสวี่ฉิงไว้ ก็คือเจ้าหนุ่มคนนี้เองหรือ?”
กองถ่ายละครเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักรนั้นได้รับความสนใจอย่างมากอยู่แล้ว หลังจากเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น บนโลกออนไลน์ก็ยิ่งกลายเป็นข่าวครึกโครมใหญ่โตเข้าไปอีก
ตอนนั้นบริเวณรอบๆ กองถ่ายถึงกับมีนักข่าวจำนวนมากมาปักหลักรอทำข่าว จางต้าหูจึผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างกระแส ก็เล่นตัวอยู่พักใหญ่ จึงค่อยผลักดันให้หลี่ลั่วกับสวี่ฉิงออกไปให้สัมภาษณ์อีกครั้ง
กองถ่ายก็ถือโอกาสนี้เผยแพร่ภาพจากละครจำนวนมากไปทั่วทุกสารทิศ โดยเน้นไปที่สวี่ฉิงกับหลี่ลั่วเป็นหลัก เรียกได้ว่ายังไม่ทันจะออกฉายก็ดังเป็นพลุแตกเสียแล้ว
ในฐานะนักแสดงที่ยังไม่มีผลงานอย่างเป็นทางการเลยแม้แต่ชิ้นเดียว เขาก็ได้รับแฟนคลับกลุ่มแรกมาด้วยเหตุนี้เอง
หลังจากนั้นก็มีข่าวลือแพร่สะพัดไปในกองถ่าย ว่ากันว่ามีคนได้ยินเสียงข้าวของแตกกระจายดังออกมาจากห้องพักของหลี่เอ้อร์เผิงในตอนกลางดึก ทว่าข่าวลือนี้ก็ถูกจางจี้จงกดเอาไว้อย่างรวดเร็ว
เรื่องราวอุบัติเหตุสลิงขาดในกองถ่ายละครเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักรนี้ กว่าจะซาลงไปก็ใช้เวลาอยู่พักใหญ่เลยทีเดียว
ในฐานะคนในวงการ อู๋ตุนย่อมต้องเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้างอย่างแน่นอน
เมื่อได้รับคำตอบยืนยันจากจางจี้จง เขาก็หัวเราะเสียงดังลั่น จับมือของหลี่ลั่วแน่นขึ้นไปอีก: “ฉันชอบเด็กหนุ่มแบบเธอจริงๆ นะ มาๆๆ พวกเรามาแลกเบอร์โทรศัพท์กันหน่อยสิ”
พลางเขย่าแขนอย่างแรง เจ้าหมอนี่ก็แสดงท่าทีห้าวหาญออกมาอย่างเต็มที่: “คืนนี้ต้องดื่มกันสักสองสามจอกให้ได้นะ”
“ไม่มีปัญหาครับ” หลี่ลั่วยิ้ม พยักหน้าตอบตกลง
กองถ่ายมักจะมีคนมาเยี่ยมเยียนอยู่เป็นประจำ มีทั้งคนจากหลากหลายวงการ แม้แต่กิมย้งเองก็ยังเคยทิ้งรูปถ่ายคู่ไว้ไม่น้อย นักแสดงก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องออกไปต้อนรับขับสู้บ้างเป็นครั้งคราว อย่างไรเสียตนเองก็คอแข็งอยู่ไม่น้อย ไม่ได้กลัวอะไรอยู่แล้ว!
“นี่ใครกันครับเนี่ย?” เมื่อออกจากเต็นท์กันแดดแล้ว หลี่ลั่วก็ชักดาบยาวออกมาฝึกซ้อมอีกครั้ง สายตากวาดมองไปยังด้านข้าง
“หนังเรื่อง ‘โหดทะลุแดน’ ของเฮียหลิว ไงล่ะ” หยวนปินยักไหล่ แล้วกล่าวต่อไปว่า: “แล้วก็เรื่อง ‘เดชคัมภีร์เทวดา 2’ ของเฮียเหลียง เหลียงเฉาเหว่ย ด้วยนะ แถมยังมีเรื่อง ‘นักสู้เสี้ยวลิ้มยี่’ ที่เคยดังมากในไต้หวันเมื่อหลายปีก่อน ทั้งหมดนั่นเขาก็เป็นคนลงทุนและมีส่วนร่วมในการสร้างด้วยนะ เป็นคนใหญ่คนโตทีเดียวล่ะ”
“ภาพยนตร์กับละครโทรทัศน์ที่เขาสร้างมาน่ะ นับไม่ถ้วนเลยจริงๆ”
“ดูออกเลยนะว่าเขาค่อนข้างจะชื่นชมนายอยู่ไม่น้อย”
เหลือบมองหลี่ลั่วแวบหนึ่ง เขาก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวเตือน: “อาจจะเป็นเพราะเรื่องที่นายช่วยคนนั้นมันถูกใจเขากระมัง แต่ว่าอู๋ตุนน่ะเป็นคนในยุทธภพนะ เวลาจะคบค้าสมาคมด้วยก็ต้องรู้จักระมัดระวังตัวให้ดีด้วยล่ะ
“ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ ก็ไปถามพี่ฉิงของนายดูสิ” พลางพยยักพเยิดไปยังสวี่ฉิงที่กำลังนั่งตากพัดลมอยู่ในเต็นท์ที่อยู่ไม่ไกล หยวนปินก็ตบไหล่เขาเบาๆ
เรื่องที่หลี่ลั่วถูกอีกฝ่ายรับเป็นน้องชายบุญธรรมนั้น คนในกองถ่ายต่างก็รู้กันทั่วแล้ว มีแต่คนอิจฉา น้อยคนนักที่จะริษยาเกลียดชัง คนส่วนใหญ่แม้ว่าตนเองจะไม่สามารถทำความดีได้ แต่ก็ยังหวังว่าคนดีจะได้รับผลตอบแทนที่ดี!
“ยุทธภพ?” หลี่ลั่วอดที่จะยิ้มไม่ได้
ในกองถ่ายละครแนวกำลังภายใน มาพูดถึงเรื่องคนในยุทธภพ ช่างน่าขันเสียจริง
“จริงจังหน่อยสิ” หยวนปินเตะเขาไปทีหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์ มองไปยังป่าไผ่ที่อยู่ไกลออกไป พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา: “นายยังเด็ก บางเรื่องก็ยังไม่รู้ เขาเคยทำคดีใหญ่ที่สะเทือนไปทั่วโลกมาแล้วนะ”
ขณะที่พูด ผู้กำกับคิวบู๊คนนี้ก็แอบทำมือเป็นสัญลักษณ์รูปปืน: “ภูมิหลังไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ตอนนี้ก็เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในวงการคนหนึ่งเลยล่ะ”
“มีสวี่ฉิงอยู่ เขาคงจะไม่ทำอะไรนายหรอก”
“แต่ว่านายก็อย่าไปหาเรื่องเขาล่ะ”
แสงกระบี่พลันหยุดชะงักลง หลี่ลั่วมองไปยังป่าไผ่แห่งนั้น แล้วจึงหันกลับไปมองยังเต็นท์กันแดด
อู๋ตุนที่สวมแว่นตากรอบทองสังเกตเห็นสายตาของเขา เขายิ้มแย้มพลางโบกมือให้
ป่าไผ่... คดีใหญ่ที่สะเทือนไปทั่วโลก... ประกอบกับอายุและสำเนียงไต้หวันของอีกฝ่าย หลี่ลั่วก็พลันนึกถึงเรื่องราวหนึ่งขึ้นมาได้ ในใจรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ไม่นึกเลยว่าจะเป็นฝีมือของคนที่ดูเหมือนลุงแก่ๆ คนนี้เอง ตอนนั้นคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มีไม่มากนัก หากอนุมานจากตรงนี้แล้ว อีกฝ่ายน่าจะเป็นหนึ่งในมือปืนสินะ
ให้ตายเถอะ! ไม่นึกเลยว่าจะพลิกผันกลายมาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในวงการได้ถึงเพียงนี้
ภาพยนตร์หลายเรื่องที่หยวนปินยกตัวอย่างมานั้นตนเองก็เคยดูแล้วทั้งสิ้น ใช้คำว่ารวมดาราชื่อดัง มาบรรยายก็ไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย การที่มีความสามารถในการสร้างภาพยนตร์เช่นนี้ได้ จะบอกว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในวงการก็ไม่ถือว่าเป็นการพูดเกินจริงเลยจริงๆ
“ขอบคุณผู้กำกับหยวนที่เตือนครับ” พยักหน้าให้กับอีกฝ่าย หลี่ลั่วก็หันกลับไปโบกสะบัดดาบยาวต่อไป: “แต่ว่าเขาจะเป็นใคร เคยทำอะไรมาก่อน มันก็ไม่เกี่ยวกับผมทั้งนั้น”
“ทำเรื่องของตัวเองให้ดีก็พอแล้ว!”
หากยิ้มมาก็ยิ้มตอบ หากเจอพวกหาเรื่อง ก็ค่อยหาวิธีเอาคืน อีกฝ่ายไม่ได้หยิ่งยโสโอหัง หรือทำหน้าบึ้งตึงใส่ตนเอง ก็ปฏิบัติต่อกันตามปกติก็พอแล้ว
“ฉันชอบนิสัยแบบนี้ของแกจริงๆ นะ” หยวนปินส่ายหัวอย่างเยาะเย้ยตัวเอง ตบไหล่หลี่ลั่วเบาๆ: “แกพูดถูกแล้วล่ะ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการทำเรื่องของตัวเองให้ดี”
อายุปูนนี้แล้ว ยังมองการณ์ไม่ทะลุปรุโปร่งเท่าเด็กหนุ่มอายุสิบแปดเลย ทว่าปัจจุบันนี้ไม่เหมือนกับในอดีตแล้ว เขาเคยผ่านยุคสมัยที่วุ่นวายไร้ระเบียบนั้นมาแล้ว ตอนนั้นวิธีการจ้างนักแสดงนั้นทั้งง่ายทั้งดิบเถื่อนอย่างที่สุด เงินหนึ่งถุงบวกกับกระสุนหนึ่งนัด แล้วก็ถามเลยว่ามีคิวว่างไหม!
ภายใต้อำนาจที่สั่งสมมา ย่อมทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะต้องระมัดระวังตัวอยู่เสมอ
ทว่าเมื่อมองดูแผ่นหลังของหลี่ลั่วที่เดินจากไปอย่างสง่างามนั้น อารมณ์ของเขาก็พลันปลอดโปร่งขึ้นมาก ยิ้มแล้วก้าวเดินตามไปอย่างรวดเร็ว