- หน้าแรก
- แฟ้มลับตำนานตำรวจปินเจียง
- บทที่ 8: เหมาะสมดีนี่
บทที่ 8: เหมาะสมดีนี่
บทที่ 8: เหมาะสมดีนี่
สวี่ซานเย่มีธุระต้องไปทำ เขาขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างออกไปอย่างองอาจผ่าเผย ส่วนผู้ชี้แนะก็ปั่นจักรยานออกไปเหมือนกัน เห็นว่าต้องไปประชุมเรื่องวางแผนครอบครัว
หานอวี่จัดเก็บข้าวของในหอพัก ปูเสื่อ กางมุ้งเสร็จเรียบร้อย กะว่าจะหยิบกุญแจแล้วลงไปเอารถจักรยานที่สวี่ซานเย่ยืมมาให้ ปั่นไปซื้อหม้อ ไห ถ้วย ชาม น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู และผักที่ท่าเรือไป๋หลง เพราะต่อจากนี้เขาต้องทำกับข้าวกินเองแล้ว
พอเห็นเครื่องแบบตำรวจและหมวกทรงหม้อตาลที่สวี่ซานเย่ช่วยยืมมาให้ แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นตำรวจแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะถอดเสื้อเชิ้ตดาครอนและกางเกงขายาวออก แล้วสวมชุดเครื่องแบบพร้อมหมวกทรงหม้อตาลแทน
ในหอพักมีเตียง โต๊ะ ตู้ เก้าอี้ และทีวี แต่ไม่มีกระจก เขาเลยเดินออกมานอกระเบียง ใช้กระจกหน้าต่างต่างกระจกเงา
กำลังชื่นชมตัวเองในกระจกว่าใส่ชุดนี้แล้วดูดีไม่หยอก จู่ ๆ เหล่าจางก็ถือถ้วยชาเดินขึ้นมาพอดี
เสี่ยวหาน ลองชุดเหรอ?
ลุงจาง มีอะไรหรือเปล่าครับ?
เปล่าหรอก แค่ขึ้นมาดูเฉย ๆ ชุดนี้ถึงจะเก่าไปหน่อย แต่ก็ใส่ได้พอดีตัวเลยนะ
หานอวี่เขินนิดหน่อยที่ถูกสหายอาวุโสมาเห็นเข้า
จางหมิงตงมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ใส่แล้วดูดีจริง ๆ ฝั่งตรงข้ามสถานีขนส่งท่าเรือไป๋หลงมีร้านถ่ายรูปอยู่ร้านหนึ่ง ไหน ๆ จะออกไปซื้อของอยู่แล้ว ก็ใส่ชุดตำรวจไปถ่ายรูปเก็บไว้สิ วันนี้ทำงานวันแรก ใส่เครื่องแบบครั้งแรก ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก วันหลังกลับมาดูจะมีความหมายมากนะ
หานอวี่ถอดหมวกออกมาดูตราตำรวจ แล้วเอียงคอดูอินธนูบนบ่า จากนั้นมองชุดของเหล่าจาง สลับกับจับหน้าอกเสื้อตัวเองแล้วถามว่า ลุงจาง ชุดของผมไม่มีกระเป๋าเสื้อ แต่ของลุงมี ทำไมไม่เหมือนกันล่ะครับ?
ของฉันเป็นแขนยาว ของเธอเป็นแขนสั้น มันก็ต้องไม่เหมือนกันอยู่แล้ว
อ้อ รีบไปถ่ายรูปเถอะ เดี๋ยวต้องไปจ่ายตลาดมาทำกับข้าวอีก ขอบคุณครับลุงจาง งั้นผมไปก่อนนะครับ
รู้ทางใช่ไหม? รู้ครับ ผมเคยมาท่าเรือไป๋หลงแล้ว ได้ใส่เครื่องแบบครั้งแรก ก็สมควรแก่การถ่ายรูปเก็บไว้จริง ๆ
หานอวี่รับคำอย่างกระตือรือร้น หยิบถุงผ้าเดินลงบันไดไปขี่จักรยานมุ่งหน้าสู่ท่าเรือไป๋หลงทันที
ริมแม่น้ำมีหน่วยงานใหญ่ตั้งอยู่สามแห่ง หนึ่งคือสำนักงานบริหารท่าเรือไป๋หลง สังกัดการท่าเรือปินเจียง สองคือสถานีขนส่งท่าเรือไป๋หลง สังกัดบริษัทขนส่งทางบกปินเจียง และสามคือสำนักงานจัดการประตูระบายน้ำเรือท่าเรือไป๋หลง สังกัดกรมการขนส่งมณฑล
นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานย่อย ๆ อีกมากมาย ทั้งโกดังสินค้ากว่ายี่สิบแห่ง โรงแรมหลายแห่ง และร้านค้าของบริษัทการพาณิชย์
บริเวณห้องขายตั๋วอาคารผู้โดยสารและลานหน้าสถานีขนส่งคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเบียดเสียดไหล่ชนไหล่ เสียงพูดคุยเซ็งแซ่
ผู้คนขึ้นลงเรือ ซื้อตั๋ว รับส่งคน รอเรือ พ่อค้าแม่ขาย สามล้อรับจ้าง หรือแม้แต่พวกขายตั๋วผี ผู้คนร้อยพ่อพันแม่มารวมตัวกันอย่างวุ่นวาย ทำให้ท่าเรือไป๋หลงซึ่งมีฐานะเป็นเพียงหมู่บ้าน กลับดูคึกคักมีชีวิตชีวาอย่างเหลือเชื่อ
หลังจากหานอวี่เข้าไปในร้านถ่ายรูปและจ่ายเงินสองหยวนเพื่อถ่ายรูปเสร็จ เขายังไม่รีบไปซื้อของ แต่ขี่จักรยานไปยังแนวเขื่อนริมแม่น้ำที่ไม่ไกลจากประตูระบายน้ำนัก
ทอดสายตามองออกไป แม่น้ำกว้างใหญ่ไพศาล เรือน้อยใหญ่ลอยล่องเหมือนใบไม้ลำจิ๋ว โยกเยกไปตามแรงคลื่น หากตั้งใจฟัง จะได้ยินเสียงหวูดเรือดังก้องขณะค่อย ๆ แล่นมุ่งหน้าสู่ท่าเรือปินเจียง
หันมองไปทางประตูระบายน้ำ ผืนน้ำระยิบระยับ ดงอ้อบนหาดทรายทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เรือขนส่งสินค้าในแม่น้ำขนาด 20-30 ตันหลายสิบลำจอดทอดสมอรอคำสั่งจากเจ้าหน้าที่อยู่หน้าประตูระบายน้ำ
เมื่อหันกลับมามองทางสถานีตำรวจเหยียนเจียง หานอวี่ก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทำไมสวี่ซานเย่ถึงกระตือรือร้นอยากจะซ่อมเรือนัก
สถานีตำรวจเหยียนเจียงรับผิดชอบดูแลความสงบเรียบร้อยในน่านน้ำแม่น้ำแยงซีช่วงอำเภอหลิงไห่ ในฐานะตำรวจประจำสถานี เขาจะมัวแต่ขลุกอยู่ริมแม่น้ำไป๋หลงไม่ได้ ต้องออกไปลาดตระเวนในแม่น้ำแยงซีถึงจะรักษาความสงบทางน้ำได้อย่างแท้จริง
คิดได้ดังนั้น เขาก็รีบไปซื้อของแล้วกลับสถานีเพื่อทำอาหาร
นี่เป็นครั้งแรกที่ใช้หม้อหุงข้าว เขาไม่รู้ว่าต้องใส่น้ำเท่าไหร่ จะลงไปถามเหล่าจางก็อาย สุดท้ายข้าวสวยเลยกลายเป็นข้าวต้มไปซะงั้น
เขารีบซดข้าวต้มกินกับผักดองที่พกมาจากบ้านพี่สาว เปลี่ยนชุดทำงาน แล้วมุ่งหน้าไปหาเถ้าแก่อู๋ที่อู่ต่อเรือทันที
เถ้าแก่อู๋รับซ่อมและต่อเรือใบพัดขนาดไม่เกิน 50 ตันเท่านั้น งานเชื่อมตัวถังเรือถือเป็นเรื่องหมู ๆ สำหรับเขา แต่เขาไม่เคยซ่อมเรือลากจูงอย่าง หลิงไห่ถัว 012 มาก่อน จึงถือโอกาสนี้เรียนรู้วิชาไปด้วย
เขาเรียกคนงานมาช่วย ไหว้วานเรือใบพัดสองลำที่จอดอยู่ริมฝั่งให้ขับไปด้านหลังสถานีตำรวจเหยียนเจียง แกะเชือกเรือลากจูงออก ผูกโยงกับเรือใบพัด แล้วลากเรือลากจูงทวนน้ำขึ้นมาทางเหนือกว่าสองร้อยเมตร จนถึงหน้าหาดของอู่ต่อเรือ
จากนั้นก็ใช้สายสลิงจากบนฝั่งผูกยึดเรือลากจูงไว้
ใช้กว้านดึงจากบนฝั่ง และให้เรือใบพัดช่วยดันจากในน้ำ ใช้วิธีลูกทุ่งที่สุดในการลากเรือขึ้นมาเกยตื้นบนหาด
เมื่อเช้าสวี่ซานเย่ทิ้งบุหรี่ไว้ให้สองซอง หานอวี่จึงยืมดอกไม้ถวายพระ แจกจ่ายบุหรี่ให้ทุกคนจนหมด
หลังจากขอบคุณคนที่มาช่วยแล้ว ขณะกำลังจะกลับไปเอาเครื่องมือที่สถานี เถ้าแก่อู๋ก็ปาดเหงื่อแล้วยิ้มถาม เสี่ยวหาน เธอวางแผนจะซ่อมยังไง?
เริ่มจากเครื่องยนต์หลักก่อนครับ แต่ต้องทำความสะอาดห้องเครื่องก่อน ผู้จัดการอู๋ แถวนี้มีใครรับซื้อน้ำมันเก่าไหมครับ?
มีสิ เดี๋ยวฉันให้คนโทรตามให้
ถ้ารู้ว่ามีคนรับซื้อ ผมน่าจะรอให้เขามาสูบน้ำมันออกก่อนค่อยลากเรือขึ้นฝั่ง
ไม่เป็นไรหรอก พวกเขามีปั๊มน้ำมัน ท่อยาวเฟื้อย ลากไปถึงอยู่แล้ว
งั้นรบกวนด้วยนะครับ
รบกวนอะไรกัน เสี่ยวเจียงที่ฉันเพิ่งแนะนำไปไง เดี๋ยวให้เขาไปตามคนรับซื้อน้ำมันเก่ามาให้ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็เรียกเขาได้เลย
ขอบคุณครับผู้จัดการอู๋
การมีคนช่วยมันดีอย่างนี้นี่เอง กว่าเขาจะขนเครื่องมือมาถึงจุดซ่อมเรือ เรือลำเล็กสำหรับเก็บน้ำมันเก่าก็มาถึงแล้ว
ดูเหมือนพวกเขาจะเอาน้ำมันเสียไปกลั่นเป็นอะไรสักอย่างได้ ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่การให้พวกเขามาสูบน้ำมันปนเปื้อนออกจากท้องเรือ ดีกว่าปล่อยทิ้งลงแม่น้ำไป๋หลงดื้อ ๆ แถมพวกเขามีปั๊มสูบ แป๊บเดียวก็เสร็จ
ปกติถ้าอยู่ในแม่น้ำ ถ้าให้พวกเขามาสูบไป พวกเขาจะจ่ายเงินให้ด้วย
แต่ตอนนี้เรืออยู่บนบก และน้ำมันในเรือก็ไม่ใช่ของเขา หานอวี่เลยรู้สึกลำบากใจที่จะพูดเรื่องเงินกับคนพวกนั้น เขาเลยนั่งหลบแดดดูพวกเขาสูบน้ำมันเงียบ ๆ
ขณะกำลังคำนวณเวลาว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ ชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าคนหนึ่งก็เดินเข้ามา
เขาไว้ผมยาว ใส่เสื้อเชิ้ตลายสก๊อตแขนสั้น กางเกงขาม้าทรงทันสมัย ทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ หานอวี่อย่างเป็นกันเอง นายเป็นตำรวจเหรอ?
ขอโทษครับ คุณคือ ชายเสื้อลายสก๊อตหยิบบุหรี่ออกมา ยื่นให้มวนหนึ่งแล้วยิ้ม ฉันแซ่หวง ชื่อหวงเจียงเซิง เสี่ยวเจียงคนที่ช่วยนายตามคนมาเก็บน้ำมันน่ะลูกพี่ลูกน้องฉันเอง
สวัสดีครับ สวัสดี ผมไม่สูบครับ หานอวี่ปฏิเสธอย่างสุภาพ แล้วยิ้มถามกลับ ฟังจากสำเนียงแล้ว คุณไม่ใช่คนหลิงไห่นี่ครับ
ฉันคนตงไห่
มาเยี่ยมญาติบ้านเสี่ยวเจียงเหรอครับ?
หวงเจียงเซิงเสยผม จุดบุหรี่สูบแล้วพูดด้วยน้ำเสียงยียวน เกิดในยุคข้าวยากหมากแพง เรียนไม่จบก็ต้องหยุดเรียน จบมาก็ถูกส่งไปชนบท กลับมาก็ไม่มีงานทำ เลยต้องมาหาลำไพ่พิเศษทำนิดหน่อย
หานอวี่อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ คุณเป็นปัญญาชนเหรอ?
หวงเจียงเซิงสูบบุหรี่เร็ว ๆ สองที แล้วพูดเยาะเย้ยตัวเอง จบ ม.ต้น ตอนอายุสิบห้า ไปทำนาที่ซินเจียงเหนืออยู่หกปี แล้วก็หนีกลับมา ไม่ใช่แค่ไม่มีงานทำนะ ทะเบียนบ้านก็ไม่มีด้วย
หานอวี่ถามด้วยความสงสัย แล้วตอนนี้ทะเบียนบ้านคุณอยู่ที่ไหน?
ทะเบียนบ้านกระเป๋ากางเกงไง หวงเจียงเซิงตบก้นตัวเองดังป้าบ แล้วยิ้มขื่น ใบย้ายทะเบียนบ้านที่ซินเจียงเหนือออกให้ก็อยู่ในกระเป๋านี่แหละ จริง ๆ ก็มีโอกาสย้ายเข้าได้นะ แต่พี่ชายสองคนเห็นฉันกลับมา ก็รีบซ่อนทะเบียนบ้าน ไม่ยอมให้ฉันไปแจ้งย้ายเข้าที่สถานีตำรวจ
หานอวี่ถามอย่างงุนงง ทำไมต้องซ่อนทะเบียนบ้านด้วย? ทำไมไม่ยอมให้ย้ายเข้า?
บ้านมันก็มีอยู่แค่นั้น ตอนนี้ครอบครัวพี่ชายสองคนยึดครองไปหมดแล้ว ถ้าฉันย้ายเข้าไป ก็ต้องแบ่งสมบัติเป็นสามส่วน คิดดูสิ นี่พี่น้องท้องเดียวกันแท้ ๆ นะ
หวงเจียงเซิงเขี่ยขี้บุหรี่ แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ นโยบายเปลี่ยนเร็วจะตาย เปลี่ยนทุกวี่ทุกวัน ต่อให้ตอนนี้พวกเขาเอาทะเบียนบ้านออกมาให้ ฉันก็ย้ายเข้าไม่ได้แล้ว
ทำไมล่ะครับ?
รัฐบาลเขาไม่ต้องการปัญญาชนอย่างพวกเรา เขาอยากให้กลับไปซินเจียงเหนือ ใครมันจะอยากกลับไปทำนาอีกล่ะ?
งั้นคุณก็กลายเป็นคนไร้บ้านสิ?
ใช่ ไร้บ้าน
แล้วคุณทำธุรกิจอะไร?
ปกติก็รับซื้อไข่ไก่ไปขาย พอถึงหน้าเกี่ยวข้าวก็รับซื้อข้าวใหม่
กลัวว่าตำรวจหนุ่มจะไม่เข้าใจ หวงเจียงเซิงเลยยิ้มอธิบาย ก็แค่รับซื้อของในหลิงไห่ อาศัยติดเรือที่จะไปตงไห่ ขนไปขายที่นั่น หาค่ากับข้าวไปวัน ๆ
หานอวี่เคยเห็นเขาคุยกับคนเรือที่ผ่านไปมาเมื่อวานตอนบ่าย ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าหวงเจียงเซิงกำลังถามหาเรือไปตงไห่ จึงโพล่งออกมาด้วยความตกใจ เก็งกำไรนี่นา!
อย่าพูดให้น่ากลัวแบบนั้นสิ ฉันหาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงนะ หนังสือพิมพ์เหรินหมินรื่อเป้ายังบอกเลยว่า การขนส่งสินค้าระยะไกลแบบพวกเราไม่ใช่การเก็งกำไร
แล้วแบบไหนถึงเรียกว่าเก็งกำไร?
พวกขายตั๋วผีที่ท่าเรือไป๋หลงนั่นไง รับมาถูกขายแพง ฟันกำไรสิบเท่าในการขายครั้งเดียว พวกนั้นแหละหากินบนความเดือดร้อนคนอื่น
หวงเจียงเซิงพ่นควันบุหรี่ คิดครู่หนึ่งแล้วเสริม แล้วก็พวกแลกเงินตราต่างประเทศ คราวก่อนฉันนั่งเรือกลับจากตงไห่ เจอคนหนึ่งรับแลกเงินตราต่างประเทศจากแขกต่างชาติแบบหนึ่งต่อหนึ่ง แล้วเอามาขายต่อให้คนที่ต้องการในราคาสิบสี่สิบห้าหยวน พวกนั้นหาเงินง่ายและเร็วกว่าฉันเยอะ
หานอวี่รู้เรื่องคูปองเงินตราต่างประเทศ เพราะพี่สาวทำงานที่สโมสรกะลาสี
คูปองเงินตราต่างประเทศเป็นที่ต้องการมาก สามารถใช้ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้านำเข้า ช็อกโกแลตนำเข้า และบุหรี่นอกอย่างตองห้า ได้ที่ร้านค้าสำหรับชาวต่างชาติ เช่น ร้านมิตรภาพ หรือสโมสรกะลาสี ซึ่งของพวกนี้หาซื้อไม่ได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป
เขาเคยได้ยินมาว่าชาวตงไห่หลายคนหาแลกคูปองที่ตงไห่ไม่ได้ ถึงกับนั่งรถมาแลกกับกะลาสีต่างชาติที่ท่าเรือปินเจียง แล้วเอาไปขายต่อให้คนที่ต้องการที่ตงไห่
กะลาสีต่างชาติเองก็ยินดีแลก เพราะพอขึ้นฝั่ง พวกเขาแลกเงินตราต่างประเทศเป็นคูปองได้อย่างเดียว แลกเป็นเงินหยวนโดยตรงไม่ได้
นั่นหมายความว่าพวกเขาใช้จ่ายได้เฉพาะในร้านค้าที่รับรองชาวต่างชาติเท่านั้น แต่อยากไปเที่ยวที่อื่นหรือซื้อของร้านอื่นบ้างก็ทำไม่ได้
พฤติกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการเก็งกำไร แต่ยังผิดกฎหมายการเงินของประเทศด้วย
แต่หานอวี่เป็นแค่ตำรวจซ่อมเรือและขับเรือ แถมเพิ่งเริ่มงานวันแรก เขาเลยไม่เก็บเรื่องพวกนี้มาใส่ใจ ถามยิ้ม ๆ ว่า คุณกำลังหาเรือ หรือรอเรืออยู่ครับ?
ฉันรอเรือ เรือที่นัดไว้เมื่อสิบวันก่อนยังไม่กลับมา ไข่ไก่มันไม่เหมือนข้าว เก็บไว้นานไม่ได้ในอากาศร้อน ๆ แบบนี้ เลยต้องมาหาเรือแถวริมน้ำนี่แหละ ผมอยู่ริมแม่น้ำทุกวัน เดี๋ยวจะคอยดูให้ครับ ขอบใจนะ
ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ เรื่องเล็กน้อย หานอวี่พูดจากใจจริง เพราะคนคนนี้น่าเห็นใจ ชีวิตลำบากจริง ๆ
จากบ้านไปเป็นปัญญาชนที่ซินเจียงเหนือตั้งแต่เด็ก อุตส่าห์หนีกลับมาตงไห่ได้ กลับมีบ้านให้กลับไม่ได้ พี่ชายแท้ ๆ ก็กีดกัน
เทียบกันแล้ว แม้เขาจะโตมาบนเรือ แต่ก็มีความสุขกว่าหวงเจียงเซิงมากนัก
หวงเจียงเซิงกลับมองว่าตำรวจหนุ่มคนนี้น่าสนใจดี เขาพูดด้วยรอยยิ้มกึ่งขัน เมื่อเช้าฉันเห็นนายที่หน้าสถานีขนส่งท่าเรือไป๋หลงด้วยนะ
จริงเหรอครับ?
เมื่อเช้านายขี่จักรยาน ใส่เครื่องแบบใช่ไหม? คุณเห็นจริง ๆ ด้วย เมื่อเช้าผมไปที่นั่นมาครับ
จะว่าไป นายเป็นตำรวจผู้ชาย ทำไมใส่ชุดตำรวจผู้หญิงล่ะ? หวงเจียงเซิงมองหน้าเขาแล้วยิ้มถาม ตรงหน้าอกมันไม่เหมือนกัน นายไม่รู้เหรอ? หานอวี่นึกถึงรอยยิ้มของลุงจางเมื่อเช้า แล้วก็นึกภาพตัวเองวิ่งไปถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกอย่างกระดี๊กระด๊าทั้งที่ใส่ชุดผู้หญิงอยู่ เขาก็ทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี