- หน้าแรก
- พลิกกระดานเวลา
- บทที่ 26 มีคนมาหา
บทที่ 26 มีคนมาหา
บทที่ 26 มีคนมาหา
นี่มันจะบังเอิญเกินไปแล้ว!
ความจริงแล้วเป็นเพราะจูเหวินเทียนไม่รู้เรื่องรูปแบบการฝึกซ้อมของนักกีฬาทุนพิเศษต่างหาก ในแต่ละสัปดาห์นักกีฬาเหล่านี้จะต้องมีวันหนึ่งที่ฝึกวิ่งวิบาก และเก้าในสิบครั้งพวกเขาก็มักจะเลือกเส้นทางวิ่งเลียบแม่น้ำเวิ่นเหอนี้
หากเป็นเวลาปกติ ด้วยนิสัยไม่ชอบหาเรื่องใส่ตัว จูเหวินเทียนคงจะหันหลังกลับทันที แล้วเลือกไปวิ่งที่สนามกีฬาหรือเปลี่ยนสถานที่ออกกำลังกายไปเลย
แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป เหมือนกับที่นิยายกำลังภายในบรรยายไว้ว่า "ยอดยุทธ์ย่อมใจกล้า" ตอนนี้ร่างกายของจูเหวินเทียนเปี่ยมไปด้วยพลัง ซึ่งอาจส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมน ทำให้เขาตัดสินใจวิ่งแซงกลุ่มนักกีฬาทุนพิเศษไปตรงๆ
"เอ๊ะ? นั่นมัน..."
"ไอ้เศษสวะนั่นอีกแล้ว นี่มันจงใจหาเรื่องชัดๆ"
"จริงด้วยแฮะ หมอนี่ใจกล้าชะมัด ไปทำอะไรให้เจ๊ดีโกรธกันแน่นะ?"
"เฮอะ พอเก็บเกี่ยวเสร็จก็กลับเข้าไร่ นี่มันตั้งใจยั่วโมโหชัดๆ พวกเราชมรมกีฬาช่วงนี้ใจดีเกินไปหรือเปล่า?"
"เจ๊ดี เจ๊ว่าไง สั่งมาคำเดียว ที่เปลี่ยวริมแม่น้ำแบบนี้ สั่งสอนมันสักยกคงไม่มีใครเห็นหรอก"
เมื่อจูเหวินเทียนวิ่งแซงกลุ่มนักกีฬาทุนพิเศษไป ทุกคนในกลุ่มก็เริ่มได้สติและเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่ บางคนถึงกับขันอาสาจะออกหน้าแก้แค้นแทนเจ๊ดี
ในการฝึกวิ่งวิบาก อาจารย์จะไม่ตามคุมแถว เพียงแค่ให้นักกีฬากลับมาภายในเวลาที่กำหนดก็พอ โดยมีเจ๊ดีรับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมคอยดูแล ต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าเจ๊ดีจะระงับความวุ่นวายที่จูเหวินเทียนก่อขึ้นได้
กว่าเจ๊ดีจะคิดไปลากตัวจูเหวินเทียนมาสอบสวนให้รู้เรื่อง ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาเสียแล้ว ริมฝั่งแม่น้ำเวิ่นเหอเต็มไปด้วยป่าละเมาะ ในป่ามีทางเล็กทางน้อยมากมาย จูเหวินเทียนไม่จำเป็นต้องวิ่งตามแนวตลิ่งเพียงอย่างเดียว
เดิมทีพื้นที่ริมแม่น้ำกว้างขวางขนาดนี้ จูเหวินเทียนกับกลุ่มนักกีฬาก็สวนทางกันไปแล้ว ต่อจากนี้จูเหวินเทียนต้องวิ่งออกกำลังกายอีกเกือบสองชั่วโมงกว่าจะกลับ ซึ่งโอกาสที่จะได้เจอกับกลุ่มนักกีฬาอีกครั้งแทบจะเป็นศูนย์
ทว่าความบังเอิญก็เกิดขึ้นจนได้ ตอนที่จูเหวินเทียนวิ่งกลับโรงเรียน เขาก็ปะทะกับกลุ่มนักกีฬาทุนพิเศษเข้าอีกครั้ง
เรื่องของเรื่องคือ อาจารย์ผู้ดูแลชมรมกีฬาต้องไปทำธุระต่างเมือง กลุ่มนักกีฬาจึงค่อนข้างมีอิสระ พวกเขาเลยย้ายการฝึกซ้อมกายบริหารจากเดิมที่ต้องทำในโรงเรียน มาทำกันบนตลิ่งริมแม่น้ำแทน ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากับจูเหวินเทียนเป็นครั้งที่สอง
คราวนี้คนในกลุ่มสังเกตเห็นจูเหวินเทียนแต่ไกล แน่นอนว่าเกิดการเข้าใจผิดและเสียงวิจารณ์ขึ้นอีกครั้ง ขณะที่จูเหวินเทียนกำลังจะวิ่งแซงกลุ่มไปอีกรอบ ชายคนหนึ่งทางด้านขวาหน้าของแถวก็พุ่งตัวออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเตะตัดเข้าที่เอวของจูเหวินเทียน
ลูกเตะนี้มาแรงและเร็วมาก หากโดนเข้าจังๆ จูเหวินเทียนคงล้มคว่ำคะมำหงายไม่เป็นท่าแน่นอน
เดิมทีตอนวิ่งผ่านกลุ่มนักกีฬา จูเหวินเทียนก็ระวังตัวอยู่แล้ว แถมยังเร่งฝีเท้าหวังจะรีบผ่านไปให้พ้นๆ เพื่อไม่ให้เป็นเป้าสายตา ใครจะคิดว่ากลางทางจะโดนลูกเตะลอบกัดเข้าให้
จูเหวินเทียนไม่ใช่ "ยอดยุทธ์" ตัวจริงเสียงจริงอะไร แต่ในจังหวะที่เท้ากำลังจะปะทะเอว เขากลับรู้สึกตัวและบิดเอวหลบได้อย่างเฉียดฉิว
"เหล่าอู่ ทำบ้าอะไร หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"
"จัดการมัน! อัดไอ้ลูกหมานั่นให้เละ..."
"..."
การลงมืออย่างกะทันหันของเหล่าอู่ทำให้เกิดความโกลาหลในกลุ่มนักกีฬาอีกครั้ง เสียงแตกออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งตะโกนห้ามเหล่าอู่ อีกฝั่งยุยงให้ซ้ำ
จูเหวินเทียนไม่มีอารมณ์จะมาฟังความเห็นของใคร ลูกเตะเมื่อกี้เฉี่ยวเสื้อยืดเขาไปแค่นิดเดียว เขาสัมผัสได้ถึงแรงลมจากการเตะ การหลบได้ถือเป็นความโชคดีล้วนๆ ตอนนี้ต้องรีบเผ่นให้ไกลจากพวกสัตว์ป่าพวกนี้ก่อน
อย่างที่โบราณว่าไว้ วิญญูชนไม่ยืนอยู่ใต้กำแพงที่จวนเจียนจะพังทลาย ตอนนี้พลังในกายของจูเหวินเทียนใกล้หมดแล้ว ความมั่นใจก็หดหาย เดิมทีอยากจะหยุดเจรจากันดีๆ แต่พอรู้สึกว่ามีคนวิ่งไล่ตามมา เขาก็ใส่เกียร์หมาโกยแน่บ ดูเหมือนพวกที่ไล่ตามจะถูกเจ๊ดีเรียกให้หยุดไว้
น่าขายหน้าจริงๆ แม้แต่โอกาสจะปรับความเข้าใจก็ยังไม่มี แม้จูเหวินเทียนจะหนีรอดจากการถูกไล่ล่ามาได้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บใจ ลึกๆ แล้วก็เพราะหมัดของเขายังไม่แข็งพอสินะ!
จูเหวินเทียนกลับถึงโรงเรียน เปลี่ยนเสื้อผ้า และเริ่มเรียนตามปกติ เขายังคงไม่รู้สึกหิวหรือกระหายน้ำ มั่นใจได้เลยว่าเป็นผลจากยาเม็ดพลังงานเสริมสร้างร่างกาย ซึ่งช่วยประหยัดค่าอาหารไปได้หลายมื้อเลยทีเดียว
แต่จูเหวินเทียนไม่กล้าให้ใครรู้เรื่องนี้ จึงต้องหาข้ออ้างว่ากินข้าวข้างนอกมาแล้ว หรือไม่ก็แกล้งกินขนมจิบน้ำพอเป็นพิธี
เหตุการณ์เมื่อเช้าทิ้งปัญหาคาใจไว้ให้จูเหวินเทียน กลุ่มนักกีฬาทุนพิเศษพวกนี้เดี๋ยวก็โผล่ที่สนาม เดี๋ยวก็โผล่ที่ริมแม่น้ำ เขาต้องวางแผนการออกกำลังกายในวันต่อๆ ไปให้ดีเสียแล้ว
ภารกิจที่ระบบมอบให้คือต้องทำให้สมรรถภาพร่างกายผ่านเกณฑ์และสร้างนิสัยรักการออกกำลังกายถึงจะถือว่าสำเร็จ จูเหวินเทียนไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน และไม่รู้ว่าฤทธิ์ยาจะอยู่ได้นานเท่าไร เขาแทบไม่มีสิทธิ์เลือกในแผนการออกกำลังกายนี้เลย
สิ่งที่จูเหวินเทียนเข้าใจตอนนี้คือ ยาเม็ดพลังงานจะสะสมพลังงานให้ทุกวัน และเขาต้องปลดปล่อยมันออกมา ซึ่งกระบวนการปลดปล่อยนั้นก็สอดคล้องกับการออกกำลังกายวันละสองชั่วโมงพอดี
แต่จูเหวินเทียนไม่รู้ว่าผลลัพธ์ของการออกกำลังกายแต่ละวันเป็นอย่างไร และไม่รู้ว่าจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร ตอนนี้เขาต้องการคำแนะนำจากระบบอย่างมาก
ทว่าระบบกลับเข้าสู่โหมดเงียบอีกครั้ง ไม่ว่าจูเหวินเทียนจะอ้อนวอนร้องขออย่างไร ก็ไม่มีการตอบสนองใดๆ กลับมา ทำให้เขาร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง
"จูเหวินเทียน มีคนมาหา!"
ช่วงคาบเรียนสุดท้ายของภาคบ่าย หลี่จื่อหานที่นั่งอยู่ริมประตูหันมาตะโกนบอกจูเหวินเทียน
จูเหวินเทียนเงยหน้ามอง ผู้มาเยือนยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเรียน จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ๊ดี!? ให้ตายเถอะ ปัญหามาเคาะประตูถึงที่แล้ว!
จูเหวินเทียนชะงักไปครู่หนึ่ง การปรากฏตัวของเจ๊ดีช่างเหนือความคาดหมาย พอร่างสูงโปร่งของเจ๊ดีขยับไปมาที่หน้าประตู สายตาของเพื่อนทั้งห้องก็พุ่งเป้ามาที่จูเหวินเทียนทันที
ช่างเถอะ! แค่หน้าห้องเรียนเอง ลูกผู้ชายอกสามศอกจะไปกลัวอะไร จูเหวินเทียนลุกขึ้นเดินดุ่มๆ ออกไปอย่างมาดมั่น ราวกับวีรบุรุษผู้จากไปแล้วไม่หวนคืน
"เป็นไงล่ะ? ยังจะแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันอีกเหรอ เป็นลูกผู้ชายกล้าทำก็ต้องกล้ารับสิ"
ทันทีที่จูเหวินเทียนเดินออกมา เจ๊ดีก็เปิดฉากพูดตรงๆ แม้จะคุมระดับเสียงแล้ว แต่นักเรียนในห้อง ม.5/5 เกือบครึ่งห้องก็ได้ยินชัดเจน
จูเหวินเทียนยืนงงเป็นไก่ตาแตก เขาไปแกล้งทำเป็นไม่รู้จักตอนไหน? แล้วเขาไปทำผิดอะไรไว้? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับความเป็นลูกผู้ชาย? ฟังยังไงก็ทะแม่งๆ ยัยนี่สมองกลับหรือเปล่าเนี่ย