เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 53: กาลครั้งหนึ่ง มีผี

บทที่ 53: กาลครั้งหนึ่ง มีผี

บทที่ 53: กาลครั้งหนึ่ง มีผี


บทที่ 53: กาลครั้งหนึ่ง มีผี

บู้มมมม!

ลู่เสี่ยวหรันเพิ่งมาถึงสถานที่ต่อไปและมันก็มีเสียงระเบิดรุนแรงดังมาจากทิศทางก่อนหน้า

ความผันผวนทำให้ป่าบนภูเขาทั้งหมดสั่นสะเทือน ลมแรงพัดไปทุกหนทุกแห่งและต้นไม้ก็หักโค่นลง

ลู่เสี่ยวหรันยักไหล่ขณะที่มองดูลมที่พัดมาทางเขา

“โชคดีจริงๆ ที่ฉันวิ่งหนีเร็ว”

มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะไปเล่นรับบทเป็นฮีโร่เพื่อช่วยเหลือสาวงาม นั่นมีไว้สำหรับตัวเอกเท่านั้น หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี สาวงามก็อาจจะอุทิศชีวิตของเธอเพื่อกลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกฮาเร็มของตัวเอก

สำหรับในกรณีของเขา ถ้าเขาโชคดี เขาก็คงจะได้รับแค่คำขอบคุณของอีกฝ่ายเท่านั้น…

“ผู้อาวุโสลู่ ท่านเป็นคนดีจริงๆ”

หรือ…

“ผู้อาวุโสลู่ ที่จริงแล้วข้าคิดต่อท่านเป็นเหมือนพี่ชายของข้ามาโดยตลอด”

มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่คิดจะไปช่วยเธอ

“ใช่แล้ว ฉันควรหาถ้ำก่อน”

ลู่เสี่ยวหรันกวาดสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาและพบถ้ำอย่างรวดเร็ว มันมีหมีดำตัวใหญ่สองตัวที่กำลังคุยกันภาษาหมี

“เอาที่นี่แหละ”

เขาเคลื่อนย้ายไปที่ด้านบนเหนือถ้ำและดีดนิ้ว เขารวบรวมลูกบอลเพลิงไว้ในมือ

การควบคุมพลังธาตุนั้นเป็นหนึ่งในพลังอำนาจของผู้ฝึกตนขอบเขตแก่นแท้

จากนั้นเขาก็โยนลูกบอลเพลิงเข้าไปในถ้ำ

บู้มมมม!

ทันใดนั้นเอง การระเบิดก็ดังขึ้นในถ้ำ และแสงสีแดงก็ส่องสว่างไปทั่วทั้งถ้ำ

ทันทีหลังจากนั้น เสียงคำรามโกรธเกรี้ยวและน่ากลัวสองเสียงก็ดังขึ้น

ขณะที่ถ้ำสั่นสะเทือน ร่างสีดำขนาดใหญ่สองร่างก็รีบวิ่งออกมาจากถ้ำอย่างรวดเร็ว

ลู่เสี่ยวหรันใช้โอกาสนี้ย้ายเข้าไปในถ้ำ

“ฉันจะอยู่ที่นี่สักหนึ่งเดือน”

จากนั้นเขาก็สร้างค่ายกลที่ทางเข้าถ้ำโดยไม่สนใจอะไร ไม่ว่าหมีดำสองตัวจะคำรามอย่างไร พวกมันก็ไม่สามารถเจาะผ่านค่ายกลเข้ามาได้

หมีสองตัวพยายามอยู่สองชั่วโมงก่อนจะจากไปอย่างไม่เต็มใจ

ลู่เสี่ยวหรันได้สร้างค่ายกลป้องกันอีกสองสามค่ายกลเพื่อแยกถ้ำออกจากส่วนอื่นๆ ของโลกโดยสมบูรณ์ จากนั้นเขาก็สร้างค่ายกลรวบรวมพลังวิญญาณที่ทรงพลังและค่อยๆ เข้าสู่สภาวะการฝึกตน

สามวันต่อมา…

ในที่สุด ลู่เสี่ยวหรันก็เข้าใจศาสตร์เทพสงครามอย่างสมบูรณ์

เห้ออ!

เขาถอนหายใจออกมา ดวงตาของเขาเป็นประกายเจิดจ้า พวกมันเต็มไปด้วยประกายสายฟ้าที่เปี่ยมไปด้วยพลังและดูมีเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง “ฉันเข้าใจศาสตร์เทพสงครามแล้ว ในกรณีนี้ ฉันก็จะสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขตราชันยุทธ์ชั้นยอดทั้งสามได้ในเวลาเดียวกัน หนึ่งคือศาสตร์นักษัตร อีกอันคือมหาก้าวโกลาหล และสุดท้ายคือศาสตร์เทพสงครามที่ฉันเพิ่งเรียนรู้มา ถ้าฉันฝึกฝนเคล็ดวิขาการฝึกตนทั้งสามในเวลาเดียวกัน การฝึกฝนของฉันก็น่าจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเดิมมาก”

ลู่เสี่ยวหรันอารมณ์ดีและกำลังจะกลืนยาเข้าไปเพื่อฝึกตนต่อ อย่างไรก็ตาม สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็ค้นพบสิ่งมีชีวิตที่ปากทางเข้าถ้ำ

“นี่คือ…?”

สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะตะลึงเล็กน้อย

สิ่งมีชีวิตนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้ฝึกตนหญิงที่เขาพบเมื่อสองสามคืนก่อน ฉินจื่อโม่!

“เธอมาที่นี่ทำไมกัน?”

ในขณะนี้ ฉินจื่อโม่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงแต่เสื้อผ้าของเธอจะขาดรุ่งริ่งเท่านั้น แต่มันยังมีอาการบาดเจ็บอีกมากมายบนร่างกายของเธอ ความจริง เธอหมดสติไปแล้วด้วยซ้ำ

ลู่เสี่ยวหรันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขัดแย้งในใจ

ถ้าเขาปล่อยให้อีกฝ่ายอยู่ที่ปากถ้ำต่อไปแบบนี้ มันก็จะลำบากเอาถ้ามีคนที่ไล่ล่าเธอมาพบเข้า

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เสี่ยวหรันก็ตบตัวเอง

“ฉันจำเป็นต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยหรอ? ลู่เสี่ยวหรัน โถ ลู่เสี่ยวหรัน มาถึงขนาดนี้แล้ว นายจะยังลังเลอะไรอีก”

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ลู่เสี่ยวหรันก็รีบออกจากถ้ำไปในทันที มือทั้งสองข้างของเขาจับขาของฉินจื่อโม่และดึงเธอเข้าไปในหุบเขาข้างๆ เขาราวกับกำลังดึงซากหมูตาย

“เห้อ แค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว ตราบใดที่เธอไม่ทำอะไรแปลกๆ พวกที่ไล่ตามเธอก็ไม่น่าจะพบเธอได้”

หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จ ลู่เสี่ยวหรันก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจและหันหลังกลับเพื่อวิ่งกลับไปที่ถ้ำของเขาเพื่อฝึกตนต่อไป

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ในพริบตา

การฝึกตนของลู่เสี่ยวหรันเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 90% ของขอบเขตแก่นแท้ขั้นหนึ่ง เขาอยู่ห่างจากการบุกทะลวงไปสู่ขอบเขตแก่นแท้ขั้นสองเพียงเล็กน้อย

แน่นอนว่าการฝึกฝนเคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขตราชันยุทธ์ชั้นยอดทั้งสามในเวลาเดียวกันนั้นย่อมเร็วกว่าการฝึกฝนเคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขตราชันยุทธ์เพียงสองวิชาอย่างแน่นอน

“ดูเหมือนว่าฉันน่าจะทะลวงผ่านไปยังขอบเขตแก่นแท้ขั้นสองภายในวันนี้ได้เลย อย่างไรก็ตาม การฝึกฝนเคล็ดวิชาขอบเขตราชันยุทธ์ชั้นยอดทั้งสามในเวลาเดียวกันก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขตราชันยุทธ์ชั้นยอดนั้นจะไม่ง่ายที่จะฝึกฝน”

อันที่จริง พรสวรรค์ของลู่เสี่ยวหรันนั้นก็ค่อนข้างท้าทายสวรรค์ ต้องรู้ว่าศิษย์ทั้งสามของเขาเองก็กำลังฝึกฝนเคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขตราชนัยุทธ์ชั้นยอด แต่พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจแนวคิดของเคล็ดวิชาการฝึกตนของพวกเขาอย่างสมบูรณ์

ในทางกลับกัน ลู่เสี่ยวหรันก็ได้เข้าใจแนวคิดของมันอย่างสมบูรณ์แบบมานานแล้ว

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ลู่เสี่ยวหรันกำลังจะก้าวเข้าสู่การฝึกตนอีกครั้ง สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของฉินจื่อโม่ เธอได้มาปรากฎตัวอยู่ข้างหน้าถ้ำของเขาแล้ว

ลู่เสี่ยวหราน: “???”

อีกฝ่ายยังอยู่ในอาการโคม่า แต่เคล็ดวิชาการฝึกตนในร่างกายของเธอก็ได้เริ่มหมุนเวียนเล็กน้อยแล้ว พลังวิญญาณค่อยๆ รวมตัวและค่อยๆ รักษาอาการบาดเจ็บของเธอ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาก็คือ เธอมาที่นี่ได้ยังไง?

เขาเดินออกไปข้างนอกและขมวดคิ้ว

“เคล็ดวิชาการฝึกตนของเธอเพิ่งจะหมุนเวียนได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเธอก็ยังไม่ตื่นขึ้น ตามหลักเหตุผลแล้ว มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะคลานมาที่นี่ หรือว่ามันจะมีผีย้ายเธอมาที่นี่?”

อย่างไรก็ตาม ลู่เสี่ยวหรันก็สัมผัสไม่ได้ถึงร่องรอยของผู้ฝึกตน “ลืมมันไปซะ ฉันจะเอาเธอไปโยนทิ้งให้ไกลกว่านี้”

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ลู่เสี่ยวหรันก็คว้าข้อเท้าทั้งสองข้างของฉินจื่อโม่และวิ่งไปไกลราวกับว่าเขากำลังดึงหมูที่ตายแล้ว

เส้นทางบนภูเขานั้นเป็นหลุมเป็นบ่อ ด้วยเหตุนี้เอง ฉินจื่อโม่ซึ่งเพิ่งฟื้นตัวได้เพียงเล็กน้อยจึงได้รับบาดเจ็บนับครั้งไม่ถ้วนในพริบตา

คราวนี้ ลู่เสี่ยวหรันดึงเธอไปที่หุบเขาข้างๆ โดยตรง

หลังจากโยนเธอลงในพุ่มไม้ ลู่เสี่ยวหรันก็ปรบมือและเคลื่อนย้ายกลับไปที่ถ้ำเพื่อฝึกตนต่อไป

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ลู่เสี่ยวหรันตื่นขึ้นจากการทำสมาธิอีกครั้ง การฝึกตนของเขาได้ทะลวงผ่านไปแล้ว

ขอบเขตแก่นแท้ขั้นสาม!

เดิมทีเขาอยู่ที่ขอบเขตแก่นแท้ขั้นหนึ่ง แต่ด้วยการฝึกตนอย่างขยันขันแข็ง เขาจึงสามารถทะลวงมาจนถึงขอบเขตแก่นแท้ขั้นสามได้

มุมปากของลู่เสี่ยวหรันยกขึ้น

“มันน่าจะเป็นเพราะหลี่เกอและอีกสองคนได้ก้าวข้ามไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว ดังนั้นฉันจึงทะลวงผ่านไปยังขอบเขจแก่นแท้ขั้นสามในทันที”

ลู่เสี่ยวหรันรู้สึกดีมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม!

ก่อนที่ลู่เสี่ยวหรันจะมีความสุข สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็ได้ตรวจพบสิ่งผิดปกติอีกครั้ง สิ่งนีทำให้ใบหน้าของเขามืดลงอย่างรวดเร็ว

ในวินาทีต่อมา เขาก็ปรากฏตัวขึ้นนอกถ้ำ

ปรากฎว่าฉินจื่อโม่ได้ปรากฏตัวที่ทางเข้าถ้ำของเขาอีกครั้ง แม้ว่าเธอจะยังอยู่ในอาการโคม่า แต่เคล็ดวิชาการฝึกตนในร่างกายของเธอก็ยังหมุนเวียนด้วยตัวเองและรักษาอาการบาดเจ็บของเธออย่างต่อเนื่อง

“เป็นไปได้ไหมว่ามันจะมีผีอยู่ในหุบเขาแห่งนี้จริงๆ? แต่นั่นไม่ถูกต้อง แม้ว่าจะมีผีอยู่ แต่การฝึกตนของฉันก็น่าจะทำให่พวกมันรู้สึกกลัวบ้างสิ?”

จบบทที่ บทที่ 53: กาลครั้งหนึ่ง มีผี

คัดลอกลิงก์แล้ว