เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41: งานชุมนุม

บทที่ 41: งานชุมนุม

บทที่ 41: งานชุมนุม


บทที่ 41: งานชุมนุม

หลังจากที่ลู่เสี่ยวหรันนั่งลง ผู้นำนิกายก็พูดขึ้นในที่สุด

“ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าทุกคนคงจะรู้แล้วว่าทำไมข้าถึงเรียกรวมพวกเจ้าทุกคนมาในวันนี้”

ผู้อาวุโสหลายคนพยักหน้า

ผู้นำนิกายกล่าวต่อไปว่า “นิกายอสูรกระดูกขาวได้ถูกทำลายลงในชั่วข้ามคืน มันไม่มีศิษย์สักคนเดียวที่รอดชีวิตออกมาได้ และแม้แต่ภูเขาทั้งลูกก็ยังถูกทำลายลงจนเป็นหลุมขนาดใหญ่”

ทันทีที่เขาพูดเช่นนี้ เสียงอุทานมากมายก็ดังขึ้นในห้องโถงทันที

นี่เป็นเพราะว่ามันไม่ใช่ผู้อาวุโสทุกคนที่จะรู้เรื่องนี้

คนที่รู้เรื่องนี้อยู่แล้วก็ยังคงรู้สึกมึนงงเมื่อได้ยินมันอีกครั้ง

ครู่ต่อมา ผู้นำนิกายก็เคาะที่จับเก้าอี้และทุกคนก็ค่อยๆ หยุดพูด

“สิ่งนี้ทำให้หลายนิกายต่างก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน ท้ายที่สุดแล้ว มันก็ไม่มีนิกายใดในบริเวณใกล้เคียงที่ทรงพลังพอจะทำลายนิกายอสูรกระดูกขาวได้ภายในชั่วข้ามคืน มันมีเพียงนิกายอันดับหนึ่งของอาณาจักรโจวอันยิ่งใหญ่เท่านั้นที่จะสามารถทำได้”

“อย่างไรก็ตาม หากนิกายอันดับหนึ่งระดมกำลังออกมา มันก็เป็นไปไม่ได้ที่นิกายของพวกเราจะไม่รับทราบเรื่องนี้”

“เพราะฉะนั้นแล้ว ข้าและผู้นำนิกายของนิกายต่างๆ จึงได้คาดการณ์กันว่านิกายอสูรกระดูกขาวคงจะเผลอไปยั่วยุผู้ฝึกตนระดับสูงเข้า และความแข็งแกร่งของผู้ฝึกตนคนนั้นจะต้องน่ากลัวมากอย่างแน่นอน อย่างน้อยๆ เขาก็จะต้องอยู่เหนือขอบเขตแก่นแท้!”

ห้ะ!

ทุกคนอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างพร้อมกัน

ผู้ฝึกตนขอบเขตแก่นแท้ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว?

ต้องรู้ว่าในบรรดานิกายที่อยู่รายรอบ ผู้ที่มีการฝึกตนแข็งแกร่งที่สุดก็คือผู้อาวุโสของนิกายพันธมิตรที่อยู่ถัดไป หยางเหรินเจี๋ยซึ่งอยู่ที่ขอบเขตสูญสลายขั้นห้า

ในวินาทีนี้ ทุกคนก็ล้วนตื่นตระหนก พวกเขากลัวว่าวันหนึ่งพวกเขาจะเผลอไปยั่วยุบุคคลผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้เข้าและโดนลบหายกลายเป็นศพเหมือนอย่างนิกายอสูรกระดูกขาว

ในห้องโถงหลักทั้งหมด ลู่เสี่ยวหรันก็เป็นคนเดียวที่ยังคงสงบได้เพราะเขารู้ความจริงทั้งหมด

“ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ข้าก็จะขอพูดไว้ ณ ตรงนี้ ผู้อาวุโสและศิษย์ของนิกายอสูรสวรรค์ของเราไม่ควรจะไปสร้างความขัดแย้งกับใครในช่วงเวลานี้ หากมีข้อขัดแย้งจริงๆ พวกเจ้าก็จะต้องรับผิดชอบมันอย่างเต็มที่”

“แม้ว่าพวกเจ้าจะถูกบดขยี้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่นิกายอสูรสวรรค์ของเราก็จะไม่ดำเนินการตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น”

“ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้น ทางอาณาจักรก็น่าจะส่งคนไปตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ศิษย์ทุกคนของนิกายอสูรสวรรค์ของเราจะต้องบอกว่าพวกเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย แน่นอนว่าพวกเราเองก็ควรจะตอบไปแบบนั้นเช่นกัน เข้าใจไหม?”

“เข้าใจแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา เอาล่ะ นี่คือประเด็นทั้งหมดในการประชุมครั้งนี้ ทุกคนสามารถกลับขึ้นสู่ยอดเขาและไปแจ้งข่าวนี้แก่เหล่าศิษย์ได้”

“เลิกประชุมได้!”

หลังจากที่ผู้นำนิกายประกาศสิ้นสุดการประชุม ผู้อาวุโสก็เดินออกไปและยังคงคุยกันอยู่

ข่าวนี้ได้กลายเป็นหัวข้อสนทนาสำหรับทุกคนตลอดหลายวันต่อจากนี้

ลู่เสี่ยวหรันกำลังจะจากไปเมื่อเขาถูกผู้นำนิกายหยุด

“เสี่ยวหรัน รอสักครู่ก่อน ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า”

“ท่านมีอะไรอย่างงั้นหรอ?”

ลู่เสี่ยวหรันหยุดและหันกลับมา

“ช่วงนี้เจ้ามีสิ่งที่ต้องการรึเปล่า? ข้าเห็นว่าเจ้าอยู่บนยอดเขาจื่อฉุ่ยและไม่ได้ลงมาบ่อยๆ”

ลู่เสี่ยวหรันตอบว่า “พรสวรรค์ของข้านั้นย่ำแย่ ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วข้าจึงควรจะขยันให้มากขึ้น ข้าพยายามใช้ประโยชน์จากอายุที่ยังน้อยและพละกำลังของข้าเพื่อยกระดับการฝึกตนของข้า”

ผู้นำนิกายพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ถูกต้อง ดีแล้วที่ถ้าเจ้าคิดแบบนั้น นอกจากพรสวรรค์แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ฝึกตนก็คือความขยัน”

หลังจากหยุดชั่วครู่ การแสดงออกของเขาก็ดูจริวจังขึ้น เขาเอนตัวมาข้างหน้าและถามอย่างตั้งใจว่า “เอาล่ะเสี่ยวหรัน เจ้าเคยคิดที่จะพัฒนาความแข็งแกร่งอย่างรวดเร็วบ้างไหม?”

ลู่เสี่ยวหรันขมวดคิ้วเล็กน้อย

“แน่นอน อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว”

“แต่มันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก ตราบใดที่เจ้าได้รับสมบัติธรรมชาติที่หายากและใช้ประโยชน์จากมัน เจ้าก็จะสามารถประหยัดเวลาในการฝึกตนได้มาก”

ลู่เสี่ยวหรันตกตะลึงและคาดเดาอะไรบางอย่างได้ในทันที

ผู้นำนิกายอาจต้องการจะมอบสมบัติธรรมชาติบางอย่างให้กับเขา อย่างไรก็ตาม ผู้นำนิกายก็ไม่น่าจะมอบมันฟรีๆ ให้กับเขา

“ท่านผู้นำนิกาย มีอะไรที่ท่านอยากให้ข้าทำอย่างงั้นหรอ?”

ผู้นำนิกายไอเบาๆ และยิ้มขึ้น

“สมแล้วที่พวกผู้อาวุโสจะยกย่องในความฉลาดของเจ้า เจ้านี่ฉลาดจริงๆ”

หลังจากหยุดไปชั่วครู่ เขาก็พูดต่อไปว่า

“เรื่องมันเป็นแบบนี้ เจ้าเคยได้ยินเกี่ยวกับนิกายเต่าทมิฬไหม?”

ลู่เสี่ยวหรันพยักหน้า

“แน่นอน ข้าเคยได้ยินเรื่องนี้ นิกายเต่าทมิฬเป็นหนึ่งในนิกายอันดับต้นๆ ในอาณาจักรโจวอันยิ่งใหญ่ของเรา พวกเขาไม่เพียงแต่จะมีผู้ฝึกตนจำนวนมากเท่านั้น แต่พวกเขายังเชี่ยวชาญในการหลอมเม็ดยา การจัดตั้งค่ายกลและอื่นๆ”

ค่ายกลป้องกันภูเขาหลายแห่งในอาณาจักรโจวอันยิ่งใหญ่ต่างก็ได้รับการจัดตั้งโดยนิกายเต่าทมิฬ

ผู้นำนิกายพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ถูกต้อง เจ้ารู้ก็ดีแล้ว นิกายเต่าทมิฬกำลังเตรียมการที่จะจัดงานชุมนุมค่ายกลและได้เชิญหลายนิกายไปเข้าร่วม หากเจ้าสามารถแจ้งเกิดในงานชุมนุมครั้งนี้ได้ เจ้าก็จะได้รับรางวัลมากมายมหาศาล”

ใบหน้าของลู่เสี่ยวหรันกระตุกขึ้นในทันที

เขาไม่ต้องการที่จะมีส่วนร่วมในงานชุมนุมที่ไร้ประโยชน์

นี่เป็นเรื่องตลกอะไรกัน?

เป้าหมายสูงสุดในชีวิตของเขาคือการมีชีวิตอยู่อย่างเงียบสงบ!

ถ้าเขาไปที่นิกายเต่าทมิฬและเกิดโด่งดังขึ้นในชั่วข้ามคืน แบบนั้นมันจะไม่ทำให้เขาเดือดร้อนหรอกหรอ?

ในอนาคต มันก็จะมีคนที่ปฎิบัติต่อเขาเพียงสองประเภทเท่านั้น หนึ่งคือคนที่จะแสดงเคารพและเรียกเขาว่าอาจารย์ลู่ สองคือคนที่อยากจะท้าทายและเอาชนะเขา

ท่านคืออาจารย์ลู่ผู้รอบรู้เรื่องค่ายกลอย่างลึกซึ้งใช่หรือไม่? มา มา มามาประลองฝีมือกันหน่อย...

ถ้าเขาประมาทและเผลอฆ่าคนตายในที่สาธารณะ เขาก็จะตกเป็นเป้าและถูกสังคมประณามอีก

“ท่านผู้นำนิกาย อันที่จริง ความสำเร็จของข้าในเรื่องค่ายกลนั้นก็แค่พอดูได้ มันมีผู้คนมากมายในนิกายเต่าทมิฬที่แข็งแกร่งกว่าข้า ข้าไม่คิดว่าข้าควรจะไปเข้าร่วมหรอก เราจะไม่อับอายเอาหรอหากข้าทำผลงานได้ไม่ดี?”

ผู้นำนิกายตบไหล่ลู่เสี่ยวหรันและมองเข้าไปในตาเขาด้วยสายตาที่มุ่งมั่น

“ข้าเชื่อในความแข็งแกร่งของเจ้า เจ้าจะต้องได้รับอันดับดีๆ ในงานชุมนุมอย่างแน่นอน ข้าได้ตัดสินใจเอาไว้แล้ว หากเจ้าได้อันดับที่ดี นอกจากเจ้าจะได้รับรางวัลจากนิกายเต่าทมิฬแล้ว นิกายอสูรสวรรค์ของเราเองก็จะมอบรางวัลเพิ่มเติมให้แก่เจ้าอีกด้วย!”

ใบหน้าของลู่เสี่ยวหรันมืดมนลง จิตใจของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความขมขื่น

เขาไม่ได้ต้องการรางวัลใดๆ เขาแค่ต้องการจะเก็บตัวอยู่เงียบๆ ก็เท่านั้นเอง!

บัดสบ ถ้าเขารู้แบบนี้ เขาก็คงจะใช้พละกำลังในการสร้างค่ายกลเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้น

เขาประเมินความแข็งแกร่งของค่ายกลของนิกายอสูรสวรรค์ต่ำเกินไป

ในท้ายที่สุด สิ่งที่เขาสร้างก็ได้ย้อนกลับมาทำร้ายเขาเอง

อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วผู้นำนิกายก็เพียงแค่หวังดีต่อเขา เขาตัดสินใจที่จะตอบรับและไม่หักหน้าผู้นำนิกาย

เมื่อเขาไปเข้าร่วมงาน เขาก็จะแสดงทักษะของเขาเพียง 20% เท่านั้น

ท้ายที่สุดแล้ว นิกายอสูรสวรรค์ก็ได้หล่อเลี้ยงเขามานานหลายปีเช่นกัน

เมื่อคิดเช่นนี้ เขาก็ทำได้เพียงป้องมือไปทางผู้นำนิกายแล้วพูดว่า

“ในกรณีนี้ เราก็จะทำตามที่ผู้นำนิกายบอก เมื่อถึงเวลา ข้าก็จะทำให้ดีที่สุด”

“เยี่ยมมาก! แล้วเจอกันใหม่เดือนหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าจะทำได้ดีในเวลานั้น เดือนนี้เจ้าก็ไม่ต้องฝึกตนอะไรให้มากหรอก ขัดเกลาทักษะการสร้างค่ายกลของเจ้าให้ดี พยายามทำผลลัพธ์ให้ดีที่สุดในงานชุมนุม เจ้าสามารถไปที่ห้องเก็บสมบัติเพื่อรับเอาหินวิญญาณระดับสูง 300,000 ก้อนเพื่อเอาไปใช้ในการฝึกของเจ้าได้”

“ขอบคุณท่านผู้นำนิกาย!”

จบบทที่ บทที่ 41: งานชุมนุม

คัดลอกลิงก์แล้ว