- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 128 ขายบ้าน ขายจักรเย็บผ้า
บทที่ 128 ขายบ้าน ขายจักรเย็บผ้า
บทที่ 128 ขายบ้าน ขายจักรเย็บผ้า
บทที่ 128 ขายบ้าน ขายจักรเย็บผ้า
“ไม่ได้ ! ไม่มีทาง !”
หลินเย่ส่ายหน้าพลางพูดด้วยเสียงหนักแน่น “ถ้าพวกบ้านเจียเกิดกลับคำขึ้นมา เงินของฉันก็เท่ากับโยนทิ้งเปล่า ๆ น่ะสิ !”
เขาไม่ไว้ใจเจียตงสวี่เลยแม้แต่นิดเดียว ว่าจะยอมโอนบ้านให้แต่โดยดี ถ้าถึงเวลาทำเรื่องที่สำนักงานเขต แล้วเจียตงสวี่เกิดกลับคำไม่ยกบ้านให้ล่ะ จะทำยังไง ?
“ฉันเจียจางซือ อยู่ในลานนี้มาตั้งหลายปี เคยมีสักครั้งไหมที่พูดแล้วไม่รักษาคำพูด ? นายกลัวอะไรนัก ?”
เจียจางซือเชิดหน้าขึ้น พูดด้วยท่าทางมั่นใจเต็มเปี่ยม
แต่ในใจกลับคิดแผนไว้เรียบร้อยแล้ว รอให้หลินเย่จ่ายเงินก่อน แล้วก็เขียนสัญญาว่าจะยกบ้านให้โดยสมัครใจ พอถึงวันไปทำเรื่องที่สำนักงานเขต เธอก็แค่แกล้งไม่ยอมรับ แค่นั้นเอง
“จริงเหรอ ? งั้นลองถามคนในลานดูสิว่ามีใครเชื่อคำพูดของเธอบ้าง ?” หลินเย่พูดอย่างเยือกเย็น ก่อนจะชี้ไปยังเพื่อนบ้านรอบข้าง ทุกคนในลานต่างมองเจียจางซือด้วยแววตาดูแคลน
ถ้าเธอรักษาคำพูดได้จริงล่ะก็...หมูคงบินขึ้นบนฟ้าได้แล้วมั้ง ! เมื่อสังเกตดูท่าทางแบบนั้นของเธอ ใคร ๆ ก็ดูออกว่าคิดจะเล่นลูกไม้แบบไหน
“แล้วนายจะเอายังไงกันแน่ ?” เจียจางซือเห็นไม่มีใครเข้าข้างก็เริ่มเสียงแข็ง ยืนเท้าสะเอวอย่างเอาเรื่อง
“แค่เห็นท่าทีของเธอ ฉันก็ยิ่งไม่กล้าซื้อบ้านเข้าไปใหญ่”
“เจียตงสวี่ นายไปหาคนซื้อคนอื่นเถอะ ฉันไม่เอาแล้ว”
หลินเย่ไม่ใช่คนจะยอมให้ใครข่ม เขาโบกมือปฏิเสธทันที พลางถอยหลังทีละก้าว ทำท่าจะกลับไปหลังลาน ไม่อยากยุ่งกับเรื่องของบ้านเจียอีก
“แม่ ! หยุดพูดเถอะ ! ได้โปรดอย่าพูดอะไรอีกเลย !”
เจียตงสวี่ตกใจแทบคลั่ง รีบหันไปตะคอกใส่แม่ตัวเอง “แม่จะเอาให้ผมตายไปเลยใช่ไหม ถึงจะพอใจ ?”
อี้จงไห่เห็นว่าเจียจางซือจะก่อเรื่องอีก ก็เดินมาพูดขัดทันที ก่อนจะตะคอกขึ้นมา “เจียจางซือ ! ถ้ายังไม่เลิกเพ้อเจ้อ แล้วเจียตงสวี่เป็นอะไรไปขึ้นมา แกก็รออดตายได้เลย !”
คำพูดนี้ทำเอาเจียจางซือถึงกับเงียบกริบ เธอได้แต่เม้มปาก แล้วหันหน้าหนีด้วยความไม่พอใจ
“หลินเย่ หลินเย่ อย่าเพิ่งโกรธเลยนะ นายก็รู้ว่าเจียจางซือพูดจาไม่เคยผ่านสมอง อย่าไปถือสาแกเลย”
อี้จงไห่รีบหันมาพร้อมรอยยิ้มจอมปลอม พูดอย่างประจบว่า “แล้วต้องทำยังไง นายถึงจะยอมจ่ายเงินซื้อบ้านตระกูลเจีย ?”
“ใช่ ใช่ หลินเย่ ขอล่ะนะ”
“ถ้านายช่วยฉันครั้งนี้ ฉันสาบานเลยว่าจะตอบแทนนายให้ได้...” เจียตงสวี่คุกเข่าลงอีกครั้งพร้อมด้วยน้ำเสียงเว้าวอนสุดชีวิต
“เอาล่ะ ๆ ก็เพราะฉันมันใจดีเองแหละ”
หลินเย่กลับมายิ้มอีกครั้ง เดินเข้าไปแล้วพูดอย่างใจเย็นว่า “งั้นก็มาตกลงกันให้ชัด ให้เจียตงสวี่กับเจียจางซือเขียนสัญญายกบ้านให้ฉันโดยสมัครใจ แล้วก็เขียนใบกู้ยืมเงินอีกฉบับด้วย ให้ทุกคนในลานนี้เป็นพยาน แล้วก็ให้... หลิวไห่จงกับเหยียนปู้กุ้ยเป็นคนกลาง”
“พอจัดการเรื่องบ้านเสร็จ ฉันก็จะคืนใบกู้ยืมเงินให้นายทันที” หลินเย่พูดชัดถ้อยชัดคำ ไม่มีอะไรคลุมเครือ
แล้วทำไมต้องมีใบกู้ยืมเงิน ? ก็เพราะถ้าพวกบ้านเจียกลับคำ ไม่ยอมยกบ้านให้จริง ๆ อย่างน้อยก็ยังมีใบกู้ยืมเงินอยู่ อีกอย่างก็เพื่อกันพวกคนหน้าเนื้อใจเสือพวกนี้ ถ้าเกิดใครไปแจ้งเจ้าหน้าที่ทีหลัง จะได้เอาใบกู้ยืมมาคุ้มกันตัวเอง
พอคนในลานได้ยินที่หลินเย่พูด ก็ต่างพยักหน้ารับ เห็นด้วยกันถ้วนหน้า บางคนถึงกับกระซิบคุยกันเบา ๆ
ก็แน่นอนล่ะ... เงินตั้งมากขนาดนั้น ใครจะอยากให้เรื่องมันคาราคาซังอยู่แบบนี้ ?
“ได้ ! ได้เลย ! ฉันตกลงทุกอย่าง !”
เจียตงสวี่ตอนนี้ไม่กล้าต่อรองอะไรทั้งนั้น รีบตอบตกลงทันที
“เดี๋ยวก่อน ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะขายในราคาเท่าไหร่ ?”
“หะ...ห้าร้อยหยวน... พอไหวไหม ?” เจียตงสวี่ตอบเสียงเบาที่แฝงไปด้วยความหวาดกลัว
“ห้าร้อยเหรอ ? ! เจียตงสวี่ นี่แกคิดว่าฉันเป็นไอ้โง่หรือไง ? บ้านเก่าผุพังของแกเนี่ยนะ จะมีมูลค่าตั้งห้าร้อยหยวนเหรอ ?” ถ้าแกคิดจะตั้งราคาแบบนี้ งั้นที่พูดไปก่อนหน้านี้ฉันขอถือว่าไม่เคยพูดก็แล้วกัน ! ”
หลินเย่แกล้งโกรธ ชี้ไปที่เจียตงสวี่แล้วก็ชี้ไปทางบ้านของเขาพร้อมพูดอย่างเสียงดังฟังชัด
“ไม่ ไม่เอานะ แล้วนายว่าเท่าไหร่มันถึงจะเหมาะสม ?”
เจียตงสวี่ตอนนี้วางความหวังไว้ที่หลินเย่อย่างหมดใจ รีบร้องขออย่างกระวนกระวาย
“250 หยวน !” หลินเย่ชูสองนิ้วขึ้นมา ไม่รู้ว่ากำลังบอกราคา หรือกำลังด่ากันอยู่
“อะไรนะ ! ! บ้านของอี้จงไห่ นายยอมจ่าย 300 หยวน ทำไมบ้านฉันนายให้แค่ 250 ล่ะ ? นายคิดจะโกงบ้านของฉันใช่ไหม ! !”
เจียจางซือพุ่งตัวลุกขึ้นทันที ใบหน้าร้อนจัดเต็มไปด้วยความโกรธ พร้อมตะโกนเสียงดัง
“240 !”
หลินเย่มองเจียจางซืออย่างเย็นชาพร้อมตอบกลับอย่างไม่แยแส
“นาย... นายนี่มันหาเรื่องฉวยโอกาสชัด ๆ ! !”
เจียจางซือยิ่งโมโหมากขึ้น เหมือนหมูแก่ที่กำลังโกรธจัด วิ่งไปมาไม่เป็นท่า
“230 !” หลินเย่พูดต่อรองราคาอย่างเฉยเมย ไม่มีท่าทีจะถอย
“เพี๊ยะ !”
เจียตงสวี่ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาลุกขึ้นทั้งที่กางเกงเปียกโชก แล้วตบหน้าไปหนึ่งฉาด
เพื่อนบ้านทุกคนต่างอ้าปากค้างด้วยความตกใจที่เจียตงสวี่กำลังตบแม่ของตัวเองอยู่
เจียจางซือเอามือปิดหน้าของตัวเอง แล้วหันไปมองเจียตงสวี่ด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือ ดวงตาแดงก่ำของเธอเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูด
“แม่ ! แม่ตั้งใจจะฆ่าฉันให้ตายจริง ๆ ใช่ไหม ! !”
“ถ้าแม่ยังพูดอีก ฉันจะส่งแม่กลับบ้านนอกไปเลย เข้าใจไหม ! ฉันทำจริง ๆ นะ !” เจียตงสวี่กัดฟันกรอด พร้อมกับพูดช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำ
“ไม่ ไม่พูดแล้ว ฮือออ...”
เจียจางซือที่ตอนแรกรู้สึกโกรธมาก เมื่อได้ยินคำพูดนี้และเห็นใบหน้าที่ดุร้ายของเจียตงสวี่ ก็รีบขอร้องอย่างหมดทางเลือก
เธอยังมีทะเบียนบ้านอยู่ในชนบท สิ่งที่เธอกลัวที่สุดก็คือถูกส่งกลับไปอยู่บ้านนอกนั่นแหละ
อยู่ในเมืองมันดีแล้ว มีทั้งของกิน ที่อยู่ และมีฉินหวยหรูที่คอยดูแลอยู่ด้วย
ถ้าต้องกลับไปอยู่บ้านนอก ไม่ใช่แค่ไม่มีใครดูแลให้ดีเหมือนในเมือง ยังต้องลงไปทำงานในนาอีกต่างหาก
“หลินเย่ ทำตามที่นายบอกก็แล้วกัน 250” เจียตงสวี่เปลี่ยนสีหน้าเป็นคนละคน พูดอย่างถ่อมตัวและเต็มไปด้วยความหวัง
“ฉันบอกแล้วว่า 230 !” หลินเย่พูดด้วยเสียงแข็ง ไม่เคยมีความสงสารต่อครอบครัวเจีย พร้อมกับไม่สนใจความรู้สึกใครเลย
“โอเค ก็ 230 แล้วกัน” เจียตงสวี่กัดฟันพยักหน้า แล้วถามต่อว่า “นายเอาจักรเย็บผ้าด้วยไหม ? ฉันก็จะขายให้”
“...”
หลินเย่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามกลับไปว่า “ขายเท่าไหร่ ?”
“ตอนแรกซื้อมาเกือบ 240 รวมราคาตั๋วเครื่องจักรด้วย ฉันจะขายให้ในราคา 200 หยวน”
จริง ๆ แล้วตั๋วเครื่องจักรเป็นของอี้จงไห่ให้มา เจียตงสวี่ไม่ได้จ่ายเงินเลย
แต่ตั๋วเครื่องจักรนี่ก็ไม่ได้ถูกนะ ในตลาดราคาตั๋วก็ขายได้ตั้งร้อยยี่สิบถึงร้อยยี่สิบสามหยวน”
“หนึ่งร้อยเจ็ดสิบ ถ้านายจะขาย ฉันขอซื้อรวมด้วยเลย”
หลินเย่พูดอย่างใจเย็น
“ได้ ขายก็ขาย”
ไม่นาน ในที่ประชุมของทุกคน หลินเย่กับเจียตงสวี่ก็เขียนสัญญาโอนบ้านกันเรียบร้อย ลงชื่อประทับตรา
เจียตงสวี่ยังเขียนใบกู้ยืมเงินไว้ 500 หยวน
ในนั้นเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะครอบครัวลำบาก เขาจึงยืมเงินจากหลินเย่มาตลอด
ต่อมา เพื่อนบ้านที่มาดูเหตุการณ์ต่างก็ลงชื่อเป็นพยานในใบรับรองคนละหนึ่งชื่อ
ใบรับรองนี้แน่นอนว่าไม่ใช่สัญญาซื้อขายบ้าน แต่เป็นสัญญาที่ระบุว่าเจียตงสวี่กู้เงินหลินเย่มา
เพราะไม่มีเงินคืน จึงยินดีที่จะมอบบ้านให้หลินเย่โดยสมัครใจต่อหน้าพยานทุกคนในลานนี้
ถ้าหากจะเปลี่ยนใจ ก็ต้องจ่ายเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยกว่าห้าร้อยหยวนให้หลินเย่ แต่เมื่อมีใบรับรองนี้
อย่างแรกก็ป้องกันไม่ให้เพื่อนบ้านในลานไปแจ้งเจ้าหน้าที่ และที่สำคัญที่สุดคือ บ้านนี้ไม่สามารถซื้อขายกันได้ มีแต่การมอบให้เท่านั้น
ถ้าเจียตงสวี่ไปที่สำนักงานเขตแล้วเปลี่ยนใจ ก็ต้องจ่ายเงินคืนหลินเย่มากขึ้นกว่าเดิม แบบนี้จึงไม่มีทางพลาด เพราะการกู้ยืมเงินต้องคืนเงิน ไม่เหมือนกับการเล่นพนัน ที่นี่เป็นการหยิบเงินจริงและเงินสดให้เจียตงสวี่ต่อหน้าพยานมากมาย
ส่วนคนในลานที่ลงชื่อเป็นพยาน ก็เพราะหลินเย่พูดว่า “ถ้าไม่ยอมเป็นพยาน ฉันก็จะไม่ซื้อ แล้วอย่ามาบอกทีหลังว่าฉันไม่ช่วยอะไร ทั้งที่ยืนแค่ดูเฉย ๆ”
ตอนแรกก็คือพวกเขาที่มาขอร้องให้หลินเย่ช่วย มาถึงตอนนี้เลยปฏิเสธไม่ได้ นำโดยซาชู จากนั้นทุกคนจึงลงชื่อพร้อมกันหมด ก็แค่เป็นพยาน ไม่ได้ต้องจ่ายเงินอะไรสักหยวน