- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 121 เจียตงสวี่ถูกดักจนมุม
บทที่ 121 เจียตงสวี่ถูกดักจนมุม
บทที่ 121 เจียตงสวี่ถูกดักจนมุม
บทที่ 121 เจียตงสวี่ถูกดักจนมุม
โรงงานเหล็กที่ 3
ทันทีที่เจียตงสวี่มาถึงโรงงาน เขาไม่ได้แวะเข้าไปในแผนกเลยด้วยซ้ำ แต่รีบตรงมาหาหวงเอ๋อร์โก่วกับ โซ่วโหวทันที
พอเจอหน้ากัน เขาก็เริ่มพาลใส่ทันที
“พวกนายตั้งใจหลอกฉันรึเปล่า ? ถึงได้พาไปเล่นพนันที่นั่น !”
“เฮ้ย เจียตงสวี่ พูดแบบนี้มันหมายความว่ายังไงกันวะ ?”
“ตอนนั้นน่ะ เป็นนายเองไม่ใช่เหรอที่ตื๊อจะไปกับพวกเราให้ได้”
“ตอนนั้นเราก็บอกไปแล้วนะว่า นายมีทั้งแม่ต้องดูแล แถมยังมีลูกเล็ก ๆ อยู่ข้างล่าง ไม่เหมือนพวกเรา อย่าเล่นพนันหนักเกินไปเลย”
“แล้วตอนที่นายชนะได้เงินไปตั้งเยอะ ทำไมตอนนั้นไม่เห็นพูดแบบนี้ล่ะ ?”
“ฉันยังเตือนเลยว่าให้ลงเงินน้อย ๆ หน่อย แต่นายก็ด่าฉันว่าเสือก ว่าฉันขัดโชคลาภของนาย...”
หวงเอ๋อร์โก่วผลักเจียตงสวี่ออกไปแรง ๆ พร้อมกับชี้หน้าด่าไม่ยั้ง
เจียตงสวี่โดนด่าจนพูดไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่งอึ้ง พอนึกย้อนกลับไป...วันนั้นเขาเจอหวงเอ๋อร์โก่วในบ่อนจริง ๆ
อีกฝ่ายก็บอกอยู่หรอกว่าอย่าเล่นหนักเกินไป
แต่ตอนนั้นเขากำลังมือขึ้น แถมคิดว่าหวงเอ๋อร์โก่วอิจฉา เลยไล่ให้ไปไกล ๆ ด้วยความรำคาญ “พอเสียขึ้นมา ก็มาหาว่าพวกฉันหลอกนายงั้นเหรอ ? แล้วตอนชนะทำไมไม่แบ่งพวกฉันบ้างล่ะ ?” โซ่วโหวมองเขาด้วยสายตาดุดันพร้อมกับพูดอย่างเย็นชา
ทั้งสองคนมองหน้ากัน แล้วก็รู้ทันทีว่าเจียตงสวี่คงเสียหมดตัว แถมยังน่าจะหนักถึงขั้นแบกรับไม่ไหว
พวกเขาปฏิเสธด้วยเสียงแข็ง แถมยังทำเป็นเดือดดาลเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายถูก
“ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนาย ฉันจะไปเล่นบ้า ๆ นั่นเหรอ ? ฉันจะต้องมาเสียเงินขนาดนี้ไหม ? เพราะงั้นยังไงพวกนายก็ต้องช่วยฉันใช้หนี้ !”
แม้เจียตงสวี่จะรู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองผิด แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลามานึกละอายใจอะไรแล้ว เขาอยากหาคนมาช่วยแบ่งเบาหนี้ก้อนโตนี่ให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก
เขาคิดไว้แล้วด้วยซ้ำ
ขอแค่หวงเอ๋อร์โก่วกับโซ่วโหวช่วยจ่ายให้สักครึ่ง ที่เหลือเขาจะกลับไปขโมยจากเจียจางซือเอง มีแค่วิธีนี้เท่านั้น ที่จะทำให้เขารอดพ้นจากปัญหานี้ได้ เพราะเขาไม่กล้าแจ้งความ ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปหาตำรวจ...เพราะเขากลัว !
เขากลัวว่าคนในบ้านจะโดนแก๊งพนันตามมาล้างแค้น
ยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่...กลัวจะลงเอยเหมือนอี้จงไห่ที่พิการไปทั้งชีวิต หรืออาจจะถึงขั้นโดนฆ่าทิ้งก็ได้ !
“นี่นายบ้าไปแล้วหรือไง ? เล่นพนันเสียแล้วจะให้พวกเราจ่ายแทนเนี่ยนะ ?” หวงเอ๋อร์โก่วกับโซ่วโหวมองเขาด้วยสายตาเหมือนกำลังมองคนโง่
แววตานั้นเต็มไปด้วยความดูแคลน
เจียตงสวี่กัดฟัน พยายามข่มความกลัวไว้ แล้วเริ่มข่มขู่กลับ “พวกนายก็เล่นเหมือนกัน ! ถ้าไม่ช่วยฉันล่ะก็...ฉันจะไปแจ้งความ ! เดี๋ยวก็โดนไล่ออกกันหมดนั่นแหละ !”
“หึ !”
หวงเอ๋อร์โก่วพลางหรี่ตาลงพร้อมกับหัวเราะขึ้นมา ดวงตาเขาฉายแววอย่างดุดัน
“มีหลักฐานรึไงว่าเราเล่นพนัน ? ใครเล่นกับนาย ? แค่จะโยนความผิดให้คนอื่นสินะ... ฝันไปเถอะ !”
พูดจบก็ผลักเจียตงสวี่จนล้มไปกองกับพื้นอย่างแรง
“ดูสภาพแล้ว คงหมดตัวมาไม่น้อยเลยสินะ”
โซ่วโหวย่อตัวลงข้าง ๆ พลางยิ้มบาง ๆ อย่างใจเย็น แล้วพูดด้วยเสียงเบานุ่ม แต่ทุ้มลึกจนน่าขนลุก
“งั้นก็เอางี้... เราช่วยก็ได้”
ทันทีที่ได้ยิน เจียตงสวี่ก็ลืมความเจ็บไปหมด ยิ้มออกมาด้วยความดีใจจนหน้าบาน
“จริงเหรอ ! ? ขอบใจพวกนายมาก !”
“แน่นอนสิ !”
“เราจะช่วยนาย...ด้วยการไปแจ้งแผนกรักษาความปลอดภัย ให้เขาจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยไงล่ะ !”
“ใช่แล้ว ! ไปบอกแผนกรักษาความปลอดภัยกันเลยดีกว่า !”
พูดยังไม่ทันจบ โซ่วโหวก็ลุกขึ้นจะเดินไปทันที
เจียตงสวี่หน้าซีดเผือด รีบยันตัวลุกขึ้น คว้าชายเสื้ออีกฝ่ายไว้แน่น “อย่า...อย่าไป ! อย่าแจ้งแผนกรักษาความปลอดภัยเลย ได้โปรดเถอะ ฉันไม่เอาแล้ว ! ไม่ต้องช่วยฉันใช้หนี้แล้วก็ได้ !”
“อย่าไปเลย...ขอร้องล่ะ...อย่าไปแจ้งพวกเขาเลย !”
เจียตงสวี่ไม่มีแรงพอจะรั้งทั้งสองคนไว้ เขาพยายามดึงลากและอ้อนวอนตลอดทาง ท่าทางของเขาดูสิ้นหวังจนไม่น่าเชื่อว่าจะน่าสมเพชขนาดนี้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าไอ้สองคนนั้นจะใจดำได้ถึงขนาดนี้
สิ่งที่ไม่คาดคิดที่สุดก็คือ... พวกมันกลับเล่นบท ‘โจรร้องแรก’ รีบไปชิงแจ้งความก่อนซะเอง
ในยุคนี้ ต่อให้รู้ว่าอีกฝ่ายเล่นพนัน ถ้าไม่จับได้คาหนังคาเขา ก็เอาผิดอะไรไม่ได้ ยิ่งเขาไม่มีหลักฐานเลยสักชิ้น ถ้าหวงเอ๋อร์โก่วกับโซ่วโหวไปรายงานว่าเขาเล่นพนัน
เมื่อทางแผนกรักษาความปลอดภัยขุดคุ้ยเจออะไรนิดหน่อยขึ้นมา... เขาอาจโดนไล่ออกได้จริง ๆ !
“เมื่อกี้ยังปากดีอยู่นี่นา บอกจะไปแจ้งความจับพวกเราน่ะ !”
หวงเอ๋อร์โก่วจ้องเจียตงสวี่ที่ตอนนี้หมอบราวกับหมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “คิดจะขูดรีดเงินจากพวกเรางั้นเหรอ ? นายคิดว่าตัวเองเป็นใครกันวะ ?”
โซ่วโหวสะบัดมือออกอย่างแรง แล้วกอดอกมองเจียตงสวี่ที่ยืนหน้าซีดเผือดตัวสั่น ไม่ต่างจากลูกหมาที่เพิ่งโดนฝนซัด
“ใช่ ๆ ทุกอย่างเป็นความผิดฉันเอง ! ฉันมันโลภ อยากได้เงินมากเกินไป ถึงได้หมดตัวแบบนี้...มันไม่เกี่ยวกับพวกนายเลยจริง ๆ”
เพื่อรักษาตำแหน่งงานเอาไว้ เจียตงสวี่ถึงกับตบหน้าตัวเองไปสองที
เสียงดังเพี้ยะเพี้ยะ แสบทั้งหน้า แสบทั้งใจ
“ไสหัวไป ! หมาไม่ดีมันก็อย่าขวางทางคนอื่น !”
“พวกเราต้องไปทำงานแล้ว !”
“นั่นแหละ ! แพ้พนันก็สมควรแล้ว ไอ้พวกนี้เตือนให้เล่นน้อย ๆ ยังไม่ฟังอีก !” หวงเอ๋อร์โก่วกับโซ่วโหวด่ากราดอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ตอนที่เดินผ่านเจียตงสวี่ไป ทั้งคู่หันไปมองตากันพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์และเต็มไปด้วยความภูมิใจอย่างลับ ๆ
“วู่วู่วูว... ฉันจะทำยังไงดีนะ ?”
เจียตงสวี่เหมือนเด็กโดดเรียน วิ่งหนีไปหลบอยู่ในมุมมืดด้วยความสิ้นหวัง ร่างกายสั่นเทาไปทั้งตัว ราวกับไม่มีทางหนีได้เลย
แจ้งตำรวจ ? เขาไม่กล้า ! กลัวโดนตามล้างแค้น !
แจ้งฝ่ายรักษาความปลอดภัย ? ก็กลัวเหมือนกัน ! ทั้งโดนแก้แค้น แถมงานอาจจะหายไปอีก...
จะไปหาเงินมาใช้หนี้ที่ไหนดี ? เพราะตอนนี้เขาไม่มีเลย !
เจียตงสวี่ที่หมดหนทาง ใช้ชีวิตอยู่ในโรงงานทั้งวันราวกับซากศพเดินได้ ไม่เพียงแต่จะคิดหาวิธีดี ๆ ไม่ได้ ยังทำชิ้นงานเสียไปไม่น้อยอีกด้วย และพฤติกรรมการทำงานของเขา ก็ถูกหัวหน้ากลุ่มมองเห็นและบันทึกไว้หมดแล้ว รอที่จะส่งให้หัวหน้าแผนก
สุดท้าย เจียตงสวี่ที่คิดหาวิธีไม่ออก
ก็ 'คิดเองเออเอง' เหมือนนักพนันส่วนใหญ่ มีความคิดที่เต็มไปด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ
คิดว่าหนีไปได้วันหนึ่งก็วันหนึ่ง
พี่หลงปกติก็ดีกับเขามาก น่าจะ คงจะ ไม่มาทวงเงินกับตนเองหรอก...มั้ง
“ริง...ริง...ริง...” เสียงกระดิ่งเลิกงานดังขึ้น
ครั้งนี้ เจียตงสวี่ไม่ได้รีบวิ่งออกจากโรงงานไปบ่อนพนันเหมือนเคย แต่กลับเดินตามกลุ่มคนไปอย่างระมัดระวัง คอยสอดส่องดูซ้ายดูขวาอยู่ตลอดเวลา
เมื่อไม่เห็นเงาของพี่หลง เหล่าหลิว และพวกนักเลงในบ่อนพนัน เขาก็ถอนหายใจโล่งอกออกมาเบา ๆ
“ก็บอกแล้วไง ว่าฉันกับพี่หลงสนิทกันขนาดนี้ ไม่หรอก เขาคงไม่มาทวงเงินฉันหรอก”
“เมื่อวานนั่น คงแค่ตั้งใจแสดงให้พวกเหล่าหลิวกับพวกหัวโจกดูเท่านั้นแหละ...”
เจียตงสวี่ถือกล่องข้าว เดินมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านซื่อเหอหยวน ระหว่างทาง เขาไม่เจอใครที่เกี่ยวข้องกับบ่อนพนันเลย ใจที่เต็มไปด้วยความกังวลค่อย ๆ ผ่อนคลายลงทีละน้อย
“ตงสวี่ ! นายจะไปไหนน่ะ ?”
แต่ในตอนที่เขาเพิ่งจะเลี้ยวเข้าซอย เสียงที่เจือไปด้วยการหยอกล้อก็ดังขึ้นข้างหลังเขา
" ! ! ! ! " เจียตงสวี่หยุดฝีเท้าทันที ดวงตาเบิกกว้างในพริบตา เขาหันกลับมาอย่างแข็งทื่อ
ก็เห็นเหล่าหลิวพาชายฉกรรจ์ที่ดูน่าเกรงขามห้าคน ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังเขา
"อ่า........."
เจียตงสวี่ฝืนยิ้มออกมาได้น่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้ ร่างกายสั่นเทา ฝีเท้าอดไม่ได้ที่จะถอยหลัง
"ปัง ! ! "
แต่ยังไม่ทันจะถอยไปสองก้าว แผ่นหลังก็ชนเข้ากับคนคนหนึ่ง
เจียตงสวี่หันกลับไปอีกครั้งอย่างแข็งทื่อ ก็เห็นว่าเป็นคนจากบ่อนอีก
ดวงตาอดไม่ได้ที่จะกวาดมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าด้านหลังก็ถูกชายฉกรรจ์ห้าคนปิดทางไว้แล้ว
"ตงสวี่ เงินล่ะ ? " เหล่าหลิวเดินเข้ามา ถามอย่างยิ้มแย้ม..