- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 73 เจียตงสวี่หลอกอี้จงไห่
บทที่ 73 เจียตงสวี่หลอกอี้จงไห่
บทที่ 73 เจียตงสวี่หลอกอี้จงไห่
บทที่ 73 เจียตงสวี่หลอกอี้จงไห่
ลานหน้าบ้าน ตระกูลเหยียน
ทันทีที่กลิ่นกากหมูลอยมาจากบ้านหลินเย่ คนทั้งบ้านตระกูลเหยียนก็พากันกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
เหยียนปู้กุ้ยถือหมั่นโถวทำจากแป้งหยาบ ๆ อยู่ในมือ สูดกลิ่นกากหมูเข้าไปเต็มปอดอย่างลึกซึ้ง พลางหลับตาพูดพึมพำ “หอมชะมัด...กลิ่นกากหมูนี่มันสุดยอดจริง ๆ ! เหมือนกำลังกินอยู่เลย !”
หลังพูดจบก็รีบกัดหมั่นโถวในมือคำโต จินตนาการว่ากำลังกินกากหมูอยู่จริง ๆ
“อืม...กากหมูนี่มันอร่อยจริง ๆ !”
พอเห็นพ่อมีท่าทางแบบนั้น อวี่สวี่ก็ขมวดคิ้ว พูดขึ้นอย่างอดไม่ได้ว่า... “พ่อ นี่พ่อทำอะไรของพ่อน่ะ ?”
เหยียนปู้กุ้ยยิ้มอย่างภูมิใจแล้วพูดขึ้นมา
“อวี่สวี่...หนูไม่เข้าใจหรอก มานี่สิ ทุกคนมาลองทำแบบพ่อดู ! สูดกลิ่นกากหมูให้เต็มปอด แล้วจินตนาการว่าเรากำลังกินมันอยู่ แค่นี้หมั่นโถวก็จะอร่อยขึ้นเยอะเลยนะ !”
หลังพูดจบเหยียนปู้กุ้ยก็ทำท่าสาธิตอีกรอบ
ลูกชายทั้งสามคนของเขา รวมทั้งป้าสาม ก็พากันทำตาม สูดกลิ่นจินตนาการเข้าไป กินหมั่นโถวไป ทำเหมือนกำลังกินกากหมูจริง ๆ
อวี่สวี่เห็นภาพนี้แล้ว ใบหน้าของเธอถึงกับดำคล้ำไปหมด
บ้านนี้มันอะไรกันเนี่ย...ถึงกับต้องมาจินตนาการกินของคนอื่นแบบนี้เลยเหรอ !
ทางด้านหลินเย่ เขาไม่สนใจสายตาอิจฉาหรือขุ่นเคืองของเพื่อนบ้านแม้แต่น้อย เขากินข้าวเย็นอย่างสบายใจเสร็จก็ขึ้นเตียงพักผ่อนตามปกติ อีกแค่สองวัน ห้องของเขาก็จะตกแต่งเสร็จแล้ว ถึงตอนนั้นเขาจะย้ายกลับไปอยู่ แล้วค่อยรีโนเวทห้องเล็กห้องนี้ต่อ
กระทั่งสี่ทุ่มเต็ม เจียตงสวี่จึงกลับมาถึงบ้านทั้งตัวเต็มไปด้วยกลิ่นบุหรี่
“ถ้าตานั้นตาสุดท้าย ฉันกล้าแทงหมดหน้าตักนะ วันนี้ฉันคงได้กำไรร้อยกว่าหยวน...” เจียตงสวี่เดินเข้าบ้าน พลางคิดถึงการพนันในหัวอย่างไม่หยุด
วันนี้เขาก็ยังเล่นได้มาตั้งยี่สิบกว่าหยวน ถ้าเป็นเมื่อก่อน ป่านนี้คงดีใจจนตัวลอยไปแล้ว แต่ตอนนี้...แค่ยี่สิบกว่าหยวนมันไม่พอสำหรับเขาอีกต่อไป
ในใจยังอดเสียดายไม่ได้ที่ตาสุดท้ายลังเล ไม่กล้าทุ่มหมดตัว
"ตงอวี่ หิวแล้วใช่ไหม มานี่ฉันเก็บเกี๊ยวไว้ให้"
ฉินหวยหรูยกเกี๊ยวอุ่นร้อนออกมาจากครัว ส่งให้เจียตงสวี่
เจียตงสวี่ก็หิวจนทนไม่ไหว ตั้งแต่เที่ยงยังไม่ได้กินอะไรเลย ตอนอยู่ในบ่อนไม่รู้สึกอะไร แต่พอกลับถึงบ้านเท่านั้น ท้องก็ร้องจ๊อกทันที
เขารีบรับชามเกี๊ยวมา ไม่ทันจะใช้ตะเกียบ ก็ใช้มือหยิบเข้าปากอย่างรวดเร็ว
“ตงสวี่...กินช้า ๆ หน่อย กินแบบนี้เดี๋ยวติดคอกันพอดี” เมื่อเห็นลูกชายกินอย่างหิวโหย เจียจางซือก็อดสงสารไม่ได้ แต่กลิ่นเกี๊ยวที่ลอยมาก็ทำให้เธอหิวตามเหมือนกัน
ถ้าไม่ติดว่าเป็นของตงสวี่นะ...แม่คงหยิบมากินไปแล้ว
“ตงสวี่ ยังไม่นอนใช่ไหม ?”
หลังจากเจียตงสวี่กินเกี๊ยวเสร็จ ล้างหน้าล้างตาเสร็จ เสียงของอี้จงไห่ก็ดังมาจากหน้าประตูบ้าน
“อาจารย์? มีอะไรหรือเปล่าครับ? ผมกำลังจะเข้านอนพอดี” เจียตงสวี่ขมวดคิ้ว แกล้งทำเสียงเชื่อง ๆ ถามกลับไป
“ป่านนี้แล้วยังมาหาตงสวี่อีก มีธุระอะไรหรือเปล่า ?”
เจียจางซือเปิดประตูด้วยสีหน้าหงุดหงิด ก็เห็นอี้จงไห่ยืนอยู่หน้าบ้าน “พี่สะใภ้ ผมมีเรื่องจะคุยกับตงสวี่แป๊บหนึ่ง พวกพี่เข้านอนกันก่อนเถอะ”
อี้จงไห่พูดพลางโบกมือเรียกเจียตงสวี่
เจียตงสวี่มองอย่างงง ๆ แต่ก็ยอมเดินตามออกมา “อาจารย์มีอะไรหรือครับ ? ทำไมดูลับ ๆ ล่อ ๆ แบบนี้ ?”
“ตงสวี่... เย็นนี้นายไปไหนมา ทำไมกลับดึกเกือบสี่ทุ่ม ? ฉันถามแม่นาย แต่แม่พูดอ้ำอึ้งไม่ยอมบอก”
อี้จงไห่ขมวดคิ้วมองเจียตงสวี่ด้วยสายตากดดัน
คำถามนี้ทำเอาใจเจียตงสวี่สะดุ้งวาบ สายตาก็พลันหลุกหลิกหาทางเลี่ยงทันที แย่แล้ว...ลืมเตรียมข้อแก้ตัวไว้เลย จะใช้มุกทำงานพิเศษเหมือนหลอกแม่อีกคงไม่ได้ อี้จงไห่ไม่ใช่คนหลอกง่าย...
เมื่อเห็นสีหน้าหลบเลี่ยงของเขา อี้จงไห่ก็พูดขึ้นอีก
“ตงสวี่ ฉันเป็นอาจารย์นายนะ เลี้ยงนายมากับมือ มีอะไรปิดบังฉันอยู่หรือเปล่า ?”
“เอ่อ...อาจารย์...พักนี้ผมก็แค่ไปเล่นไพ่กับคนงานแถว ๆ โรงงานน่ะครับ ไปสนุก ๆ แก้เบื่อ” เจียตงสวี่รีบแก้ตัว เสียงตะกุกตะกัก แต่ก็พยายามพูดให้ฟังดูสมเหตุสมผล
“เล่นไพ่ ? ตงสวี่ ! ฟังดี ๆ นะ การพนันน่ะอย่าไปยุ่งเด็ดขาด !”
อี้จงไห่คว้ามือเขาไว้แน่น แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ไม่ใช่นะครับอาจารย์ ผมไม่มีเงินจะไปเล่นหรอก ก็แค่ไปช่วยวิ่งซื้อของ สูบบุหรี่ฟรีเฉย ๆ”
“จริง ๆ นะครับอาจารย์ จะให้ผมอยู่นิ่ง ๆ ไม่มีเพื่อนแบบเหยียนเจียเฉิงเหรอ ? ผมแค่ไปคุยไปดูเขาเล่นเฉย ๆ เงินเดือนผมแทบไม่เหลือใช้ ยังต้องพึ่งอาจารย์ช่วยอยู่เลย จะเอาเงินที่ไหนไปเล่นครับ ?”
“เวลาเล่นที่โรงงาน ก็แค่เล่นทีละเฟิน สองเฟิน หรือบางทีก็เล่นเอาบุหรี่กันขำ ๆ เท่านั้นเอง”
เจียตงสวี่รีบอธิบายยกใหญ่
“จริงนะ ? ไม่ได้โกหกฉันนะตงสวี่ ?” อี้จงไห่ยังไม่วางใจ เขาจ้องตาไม่ลดละ
“อาจารย์...คุณเป็นทั้งอาจารย์เป็นเหมือนพ่อผม ผมจะโกหกคุณได้ยังไง ?”
"ถ้าคุณคิดว่าเพื่อนที่ผมคบไม่ดี ผมไม่ไปแล้วก็ได้"
เจี่ยตงสวี่พูดจริงจัง สีหน้าไม่มีพิรุธแม้แต่น้อย
บางทีการพนันอาจช่วยฝึกจิตใจคนจริง ๆ ... แม้อี้จงไห่จะจ้องเขม็งก็ยังไม่สะทกสะท้านเลย
“ต่อไปกลับบ้านให้เร็วกว่านี้นะ แล้วก็...ถ้าจะไปก็แค่ไปคุยเล่น อย่าถลำลึก แกมีลูกตั้งสองคนแล้ว คิดถึงครอบครัวด้วย เข้าใจไหม ?”
“ครับอาจารย์ คราวหน้าผมไม่กลับดึกอีก”
เจียตงสวี่ลอบหายใจอย่างโล่งอก หลอกสำเร็จ แถมไม่โดนด่าด้วย...
แม้อี้จงไห่จะยังไม่หมดห่วง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีกมาก ผู้ชายก็ต้องมีเพื่อนบ้าง จะให้อยู่แต่บ้านก็คงไม่ไหว...
หลังจากเจี่ยตงสวี่สัญญาว่าจะเอาเงินเดือนส่งให้บ้านตามปกติ อี้จงไห่ก็ยังสั่งเสียอีกชุดใหญ่ ว่าต้องนึกถึงบ้านให้มาก ๆ อย่ากลับดึกอีก
เรื่องนี้จึงจบลงได้อย่างทุลักทุเล
พอกลับเข้าบ้าน ป้าใหญ่ที่ยังไม่หลับเพราะเป็นห่วงอยู่ก็ถามขึ้นทันที
“เป็นไงบ้าง ? ตงสวี่ว่าไง ?”
อี้จงไห่พึ่งปิดประตูก็รีบตอบ
“ตงสวี่บอกว่าไปเล่นไพ่กับเพื่อนที่โรงงาน ลืมดูเวลา”
“เล่นไพ่เหรอ ? บ้านเขาสภาพนี้แล้วยังมีหน้าจะไปเล่นอีกเหรอ ? ไม่คิดจะเก็บเงินใช้หนี้บ้างเลยหรือไง ?”
ป้าใหญ่พูดเสียงไม่พอใจ
“เฮ้อ...เขาก็แค่เล่นตาละเฟินสองเฟินเอง วันนี้แค่ลืมดูเวลา”
“เขาก็รับปากแล้วว่าจะไม่กลับดึกอีก ตงสวี่ก็จะสามสิบแล้ว จะให้เราคุมเขาเหมือนเด็กได้ยังไง ?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ป้าใหญ่ก็รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ตอนหนุ่ม ๆ อี้จงไห่เองยังชอบตั้งวงเล่นไพ่กินข้าวกับเพื่อน ๆ เลย...
ผู้ชายก็คงต้องมีอะไรให้ผ่อนคลายบ้างแหละนะ...