เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4: ประโยชน์ของการรับศิษย์

บทที่ 4: ประโยชน์ของการรับศิษย์

บทที่ 4: ประโยชน์ของการรับศิษย์


บทที่ 4: ประโยชน์ของการรับศิษย์

เส้นทางแห่งการฝึกตนและการหลอมยานั้นยาวนาน มันอาจต้องใช้เวลาหลายวันหรือหลายสิบวันในการหลอมยา

เมื่อลู่เสี่ยวหรันหลอมเม็ดยาเสร็จ เวลาเจ็ดวันก็ได้ผ่านไปแล้ว

ในเตาหลอมยา มียาแก่นพลังจำนวนมากวางอยู่เงียบๆ มันมีทั้งหมด 50 เม็ด และพวกมันทั้งหมดก็ล้วนเป็นสีทองอร่าม

นี่เป็นเม็ดยาสำหรับขอบเขตปฐพีขั้นสูง มันเป็นยาระดับที่สูงกว่ายารวบรวมปราณสองระดับ

ในปัจจุบัน มันก็มีไม่ถึงสามคนในนิกายอสูรสวรรค์ที่สามารถหลอมยาเม็ดนี้ได้

ลู่เสี่ยวหรันหยิบเม็ดยาขึ้นมาแล้วโยนเข้าไปในปากของเขาเพื่อลิ้มรส

แคร็ก!

เม็ดยามีรสชาติเหมือนไก่กรอบ

“ถูกต้อง ความบริสุทธิ์สูงถึง 100% อันที่จริง ฉันนี่ก็เป็นอัจฉริยะจริงๆ แม้จะไม่มีระบบโกงๆ แต่ฉันก็ยังสามารถหลอมยาแก่นพลังที่ความบริสุทธิ์ 100% ได้”

ลู่เสี่ยวหรันเรียนรู้ทุกอย่างอย่างรวดเร็ว เขาใช้เวลาเพียงครึ่งปีในการเรียนรู้เคล็ดวิชาการฝึกตนทั้งหมดของนิกายอสูรสวรรค์ ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ยังได้เชี่ยวชาญพวกมันทั้งหมดและไปถึงจุดสูงสุดของความเชี่ยวชาญ

อย่างไรก็ตาม เคล็ดวิชาการฝึกตนระดับสูงสุดของนิกายอสูรสวรรค์ก็เป็นเพียงเคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขตสวรรค์ ด้วยเหตุนี้เอง หลังจากที่ลู่เสี่ยวหรันได้เรียนรู้เคล็ดวิชาการฝึกตนนี้แล้ว เขาก็ไม่มีอะไรทำและใช้เวลาเรียนรู้การหลอมเม็ดยา การสร้างค่ายกล การหลอมอาวุธ และทักษะรองอื่นๆ

ไม่ว่าจะในกรณีใด การมีทักษะที่เชี่ยวชาญเพิ่มขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย

หากไม่มี "พวกขี้โกง" ในโลกนี้ ลู่เสี่ยวหรันก็มั่นใจว่าเขาจะเป็นตัวเอกได้อย่างแน่นอน 100%

ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จทั้งหมดนี้ก็ได้มาจากการทำงานหนักของเขาเอง

หลังจากกินยาแก่นพลังเข้าไปแล้ว ลู่เสี่ยวหรันก็ได้หมุนเวียนพลังวิญญาณของเขาและรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติในร่างกายของเขา

“เอ๊ะ? ทำไมการฝึกตนของฉันถึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก?”

เคล็ดวิชาการฝึกตน การหลอมเม็ดยา การหลอมอาวุธ และค่ายกล ทุกอย่างล้วนสามารถเพิ่มการฝึกตนของคนๆ หนึ่งได้ และในหมู่พวกมันทั้งหมด เคล็ดวิชาการฝึกตนก็สามารถยกระดับการฝึกตนได้เร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม การฝึกตนในปัจจุบันของลู่เสี่ยวหรันก็ได้มาถึงขั้นแรกของขอบเขตสูญสลายแล้ว และมันก็อยู่ที่ 40%

ต้องรู้ว่าในเวลาเพียงเจ็ดวันสั้นๆ ความเร็วในการฝึกตนของเขาก็ก้าวหน้าเร็วกว่าปกติมาก

ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็เพิ่งจะหลอมยาโดยใช้เวลาแค่เจ็ดวันเอง เขาไม่ได้ฝึกเคล็ดวิชาการฝึกตนของเขาเลย แบบนั้นแล้วการฝึกตนของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมากได้อย่างไร?

“เดี๋ยวก่อนนะ?”

ทันใดนั้นลู่เสี่ยวหรันก็นึกถึงหยุนหลี่เกอ ท้ายที่สุดแล้ว การเพิ่มขึ้นของระดับการฝึกตนของหยุนหลี่เกอนั้นก็หมายถึงการเพิ่มขึ้นของระดับการฝึกตนของเขาด้วยเช่นกัน

“หวังไฉ่”

[ นายท่าน ฉันอยู่นี่แล้ว ]

“หยุนหลี่เกอฝึกฝนไปถึงระดับไหนแล้ว?”

[ เดี๋ยวฉันจะสร้างหน้าต่างค่าคุณสมบัติเฉพาะของหยุนลี่เกอสำหรับนายท่านให้ ]

ในไม่ช้า หน้าจอก็ปรากฏขึ้นในใจของลู่เสี่ยวหรัน

[ ชื่อ : หยุนหลี่เกอ ]

[ เพศ : ชาย ]

[ เคล็ดวิชาการฝึกตน : คัมภีร์จักรพรรดิโกลาหลบรรพกาล ]

[ ความก้าวหน้าการฝึกตนในปัจจุบัน: ระดับหนึ่ง ]

[ การฝึกตน: ขอบเขตโชคชะตาขั้นสิบสมบูรณ์]

“ถามจริง!”

ลู่เสี่ยวหรันอดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความตกใจ

เขาบรรลุถึงขอบเขตโชคชะตาขั้นสิบแล้วอย่างงั้นหรอ?

มันมีข้อผิดพลาดหรือเปล่า?

ท้ายที่สุดแล้ว การฝึกตนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย!

ทำไมมันถึงดูง่ายเหมือนกับการดื่มน้ำสำหรับหยุนหลี่เกอ?

พรสวรรค์ของหยุนหลี่เกอไม่ควรจะแข็งแกร่งไปกว่าของเขานี่

ยิ่งไปกว่านั้น คัมภีร์จักรพรรดิโกลาหลรรพกาลก็มีทั้งหมดสิบระดับ เขาเพิ่งฝึกฝนมันจนไปถึงระดับแรกและยังเหลืออีกเก้า..

หวังไฉ่อธิบายเมื่อเห็นความตกใจและสับสนของลู่เสี่ยวหรัน

[ สิ่งที่หยุนหลี่เกอฝึกฝนคือเคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขคราชันยุทธ์ชั้นยอด เมื่อเทียบกับเคล็ดวิชาการฝึกตนที่นายท่านฝึกฝนก่อนหน้านี้แล้ว มันก็เป็นขอบเขตที่สูงกว่า ด้วยเหตุนี้เอง มันจึงเป็นเรื่องปกติมากที่ความเร็วในการฝึกตนของคนๆ หนึ่งจะเร็วขึ้นในช่วงสองสามระดับแรก หากเป็นนายท่านที่ฝึกฝนคัมภีร์จักรพรรดิโกลาหลบรรพกาลเอง คุณเองก็จะสามารถเลื่อนระดับจากคนธรรมดาไปสู่ขอบเขตโชคชะตาขั้นสิบได้ในเวลาเพียงสองชั่วโมง ]

ใบหน้าของลู่เสี่ยวหรันกระตุกอย่างดุเดือด

ความแข็งแกร่งของพวกขี้โกงนั้นช่างน่ากลัวจริงๆ

เขาฝึกฝนอย่างหนักทุกวัน แม้จะมีพรสวรรค์ที่โดดเด่น แต่เขาก็ยังต้องใช้เวลาสองเดือนกว่าจะถึงขอบเขตโชตชะตาขั้นสิบ

ในทางกลับกัน หยุนหลี่เกอก็ทำได้สำเร็จในเจ็ดวัน

โชคดีที่เขาเป็นคนที่ช่วยหยุนหลี่เองโกงเอง ไม่เช่นนั้นเขาก็คงจะฆ่าหยุนหลี่เกอแน่นอนเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นสิ่งที่ดีเช่นกัน นี่เป็นเพราะยิ่งหยุนหลี่เกอฝึกฝนมากเท่าไร กำไรของเขาก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น!

เขามองไปที่หน้าต่างค่าคุณสมบัติของหยุนหลี่เกออีกครั้ง และทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่ามันมีถุงของขวัญเล็กๆ มากมายด้านล่าง

“หวังไฉ่ นี่คืออะไร?”

[ นายท่าน นี่คือถุงของขวัญแห่งความก้าวหน้า ทุกครั้งที่ลูกศิษย์ก้าวหน้าในแต่ละขั้น คุณก็จะได้รับถุงของขวัญขนาดเล็กนี้ และในทุกครั้งที่พวกเขาก้าวหน้าในแต่ละขอบเขต คุณก็จะได้รับถุงของขวัญขนาดใหญ่ ปัจจุบัน หยุนหลี่เกอได้ก้าวผ่านสามขอบเขตแล้ว ได้แก่ ขอบเขตสกัดกายา, ขอบเขตก่อกำเนิดและขอบเขตโชคชะตา ระหว่างสามขอบเขตนี้ยังมีขั้นเล็กๆ อีกสามสิบขั้น ดังนั้นมันจึงมีของขวัญชิ้นใหญ่ทั้งหมดสามชิ้นและของขวัญชิ้นเล็กสามสิบชิ้น ]

“…”

ลู่เสี่ยวหรันพูดไม่ออกอีกครั้ง มีแม้กระทั่งของขวัญ?

นี่มันมากเกินไปแล้ว!

ผู้ที่พึ่งพาตนเองในการฝึกตนจะคิดยังไงกับเขา?

ในขั้นต้น ถ้าไม่มีหวังไฉ่ ลู่เสี่ยวหรันก็คิดว่าเขาคงจะได้รับพรจากสวรรค์ด้วยการเป็นอัจฉริยะ และเมื่อถึงตอนนั้น เขาก็คงจะรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมนักกับคนทั่วไป

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้พบกับหวังไฉ่ เขาก็ตระหนักว่าการดูถูกเหยียดหยามที่แท้จริงนั้นหมายความว่าอย่างไร

ลู่เสี่ยวหรันเปิดถุงของขวัญขนาดเล็กและสูดหายใจเข้าลึกๆ

“มันเป็นแค่ถุงของขวัญชิ้นเล็กๆ ดังนั้นมันก็ควรจะเป็นแค่ของขวัญชิ้นเล็กๆ น้อยๆ ใช่ไหม?”

[ เม็ดยาแก่นพลังขอบเขตปฐพีคุณภาพสูง x100 ]

“???”

“มันจะต้องมีข้อผิดพลาดแน่ๆ อีกครั้ง”

ลู่เสี่ยวหรันเปิดถุงของขวัญขนาดเล็กอีกใบ

[ เคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขตสวรรค์ชั้นยอด หมัดอัสนี x1 ]

ลู่เสี่ยวหรัน: “…”

“หวังไฉ่ออกมา”

[ นายท่านต้องการอะไร? ]

“แกให้ถุงของขวัญฉันผิดหรือเปล่า? นี่เป็นถุงของขวัญขนาดเล็กจริงๆ หรอ?”

[ ??? ]

“แกรู้ไหมว่าฉันต้องใช้เวลาถึงเจ็ดวันเพื่อหลอมยาคุณภาพต่ำจำนวน 50 เม็ด แกมั่นใจจริงๆ หรอว่านี่คือของขวัญชิ้นเล็กๆ?”

[ เอ่อ? ฉันได้ห่อมันในจำนวนที่น้อยที่สุดแล้ว ]

ลู่เสี่ยวหรัน :“…”

“ที่จริงแล้ว ทำไมแกถึงไม่ให้รางวัลกับฉันโดยตรงไปเลยล่ะ? แกจะให้ฉันรับลูกศิษย์มาเพื่ออะไร?”

[ ฉันจะทำอย่างนั้นถ้าฉันทำได้ แต่ปัญหาคือถ้าฉันไม่ใช้วิธีนี้ ฉันก็จะไม่สามารถสร้างรางวัลใดๆ ได้ ]

“ช่างมันเถอะ”

[ รับทราบ ]

หลังจากที่หวังไฉ่หายตัวไป ลู่เสี่ยวหรันก็เปิดถุงของขวัญขนาดเล็กทีละใบและได้รับยาอันล้ำค่า อาวุธเวทมนตร์ และเคล็ดวิชาการฝึกตนจำนวนมาก ...

อย่างไรก็ดี ถุงของขวัญขนาดใหญ่ทั้งสามนั้นก็ยังล้ำค่ายิ่งกว่า

[ เคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขตราชันยุทธ์ชั้นยอด — ศาสตร์นักษัตร ]

[ ค่ายกลขอบเขตราชันยุทธ์ชั้นยอด— ค่ายกลผนึกสวรรค์แปดทิศ ]

[ ค่ายกลขอบเขตราชันยุทธ์ชั้นยอด— ค่ายกลราชาอัสนีสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ]

มากเกินไปแล้ว!

นี่มันมากเกินไปแล้ว!

นี่มันผิดปกติเกินไปหรือเปล่า? ผู้ฝึกตนในโลกนี้ที่ทำงานหนักจะอดทนกับเรื่องนี้ได้อย่างไร?

“ลืมมันไปเถอะ ยังไงฉันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ฉันว่านี่คงเป็นภาระของผู้ชายที่โชคดีอย่างฉันแม้ว่าฉันไม่เต็มใจจะยอมรับสิ่งเหล่านี้ก็ตาม”

หลังจากได้รับของรางวัลมาแล้ว ลู่เสี่ยวหรันก็นึกถึงศิษย์ของเขา

“ไปดูหยุนหลี่เกอสีกหน่อยดีกว่า เด็กเหลือขอคนนี้ฝึกฝนหนักเกินไปหรือเปล่านะ? หลังจากผ่านไปเจ็ดวันเจ็ดคืน เขาก็ได้ฝึกตนจนถึงขอบเขตโชคชะตาขั้นสิบ บางทีเขาอาจจะเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันก็ได้?”

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ลู่เสี่ยวหรันก็รีบเดินออกจากห้องเล่นแร่แปรธาตุของเขาและมาถึงที่ที่หยุนหลี่เกออยู่

จากระยะไกล เขาเห็นหยุนหลี่เกอนั่งไขว่ห้างอยู่บนหินก้อนใหญ่

ราวกับว่าเขาได้สร้างกระแสน้ำวนหลุมดำขนาดเล็ก เขาดูดซับพลังปราณวิญญาณสวรรค์และปฐพีที่อยุ่ล้อมรอบเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างไม่รู้จบ ความเร็วของเขาช่างน่ากลัวจนน่าตกใจ..

จบบทที่ บทที่ 4: ประโยชน์ของการรับศิษย์

คัดลอกลิงก์แล้ว