เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1: ระบบที่ไร้ค่า

บทที่ 1: ระบบที่ไร้ค่า

บทที่ 1: ระบบที่ไร้ค่า  


บทที่ 1: ระบบที่ไร้ค่า

ทึ่ม!

เมื่อลำแสงพุ่งขึ้นสู้ท้องฟ้า เสียงทุ้มก็ดังขึ้นที่จุดตันเถียนของลู่เสี่ยวหรัน

เขาลืมตาขึ้นและมีประกายแสงสีม่วงคล้ายสายฟ้าสองดวงส่องประกายในดวงตาของเขาขณะที่มุมปากของเขายกขึ้น

“ฮ่าๆ! ในที่สุดฉันก็ทะลวงคอขวดได้สำเร็จ ฉันได้ยินมาว่าผู้นำนิกายอยู่ที่ขอบเขตสรรค์สร้างเท่านั้น แต่ฉันก็ได้บุกทะลวงไปสู่ขอบเขตสูญสลายแล้ว แบบนี้แล้วฉันก็ควรจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในนิกายอสูรสวรรค์แล้วถูกไหม?”

แต่เดิมลู่เสี่ยวหรันไม่ได้เป็นคนของโลกใบนี้ เมื่อสิบปีที่แล้ว เขาได้หลุดมายังโลกที่แปลกประหลาดและลึกลับแห่งนี้ ในสถานที่แห่งนี้ ผู้ที่แข็งแกร่งจะกลายเป็นที่เคารพนับถือ หลังจากหลุดมายังโลกใบนี้ เขาก็ตระหนักได้ว่าเขาได้รับระบบและกลายเป็นผู้อาวุโสในนิกายชั้นในของนิกายอสูรสวรรค์

เดิมทีเขาคิดว่าเขาจะได้มีโอกาสไปถึงจุดสูงสุดของชีวิตแล้ว

แต่ในท้ายที่สุด ไอ้ระบบเวรนี่ก็ไม่เคยใช้งานได้!

มันเป็นเวลาสิบปีแล้วที่ระบบยังคงอยู่ในขั้นตอนการโหลดอยู่

ด้วยเหตุนี้เอง ลู่เสี่ยวหรันจึงสามารถพึ่งพาได้แค่ตัวเองเท่านั้น

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยออกจากบ้านหรือย่างขาออกจากนิกายเลย เขาเก็บตัวฝึกตนและหมั่นพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ในเวลาเดียวกัน เขาก็ยังพัฒนาทักษะเรื่องค่ายกล, การหลอมยา, การหลอมอาวุธและทักษะรองอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกตน

จนกระทั่งวันนี้ ระดับการฝึกตนของเขาได้ทะลวงไปสู่ขอบเขตสูญสลายแล้ว และเขาก็กลายเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในนิกายอสูรสวรรค์

แม้ว่ามันจะยังมีผู้คนภายนอกนิกายอสูรสวรรค์ที่แข็งแกร่งและทรงพลังมากกว่าเขา แต่พวกเขาก็มักจะอยู่อย่างสันโดษเป็นเวลาหลายร้อยหรือหลายพันปี ด้วยเหตุนี้เอง โดยปกติแล้วพวกเขาจึงจะไม่ออกมาจนกว่าจะมีบางอย่างที่ร้ายแรงเกิดขึ้น

ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในนิกายอสูรสวรรค์ต่อไปได้

ติ้ง…

[ ระบบโหลดครบ 100% แล้ว คุณต้องการเปิดใช้งานเลยหรือไม่? ]

“ระบบ?”

ลู่เสี่ยวหรันตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะขมวดคิ้วและพูดว่า

“แกมาสายเกินไปแล้ว ฉันฝึกมาจนถึงขอบเขตสูญสลายและกลายเป็นยอดฝีมือชั้นยอดไปแล้ว”

[ ยอดฝีมือชั้นยอดในขอบเขตสูญสลาย? ถ้าอย่างนั้น คุณคิดว่าขอบเขตราชันยุทธ์คืออะไร? ]

ลู่เสี่ยวหรัน : “…”

[ คุณรู้จักขอบเขตสูงสุดหรือยัง? ]

ลู่เสี่ยวหรัน : “…”

[ คุณเคยได้สัมผัสกับขอบเขตเหนือความทุกข์ยากหรือยัง? ]

ลู่เสี่ยวหรัน : “…”

[ คุณเคยได้ยินเรื่องขอบเขตเซียนหรือยัง? ]

ลู่เสี่ยวหรัน: “ระบบ หยุดพูดแล้ว! เปิดใช้งานได้เลย!”

[ เปิดใช้งานสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับการผูกมัดระบบ อาจารย์ผู้แข็งแกร่งและอมตะยืนยง ]

ลู่เสี่ยวหรันลูบคางของเขา

“แข็งแกร่งและอมตะยืนยง นั่นฟังดูดีมาก อย่างนั้นแล้ว ฉันต้องลงชื่อเข้าใช่ไหม?”

[ ระบบนี้ไม่มีฟังก์ชั่นการลงชื่อเข้าใช้ ]

“โอ้ จริงหรอ? เอาล่ะ ไม่เป็นไร งั้นให้รางวัลระดับ SSS กับฉันหน่อยสิ แกน่าจะมีกายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลของพวกยอดฝีมืออยู่ใช่ไหม? หรือบางทีแกอาจจะมีสิ่งที่สามารถช่วยให้ฉันไปถึงขอบเขตราชันยุทธ์ได้? แต่ฉันก็ไม่รังเกียจหรอกนะที่จะได้รับอาวุธศักดิ์สิทธิ์”

[ ฟังก์ชั่นนั้นยังไม่พร้อมใช้งาน ]

ลู่เสี่ยวหรันเงียบไป

“แล้วแกมีฟังก์ชั่นอะไรบ้าง”

[ ระบบนี้เป็นระบบอาจารย์ผู้แข็งแกร่งและอมตะยืนยง ดังนั้นฟังก์ชั่นหลักของมันจึงเป็นการรับลูกศิษย์ ]

“มันสายเกินไปหรือเปล่าที่ฉันจะยกเลิกการผูกมัดตัวเองกับระบบ?”

[ เมื่อระบบถูกผูกมัด มันก็จะถูกผูกมัดไปตลอดชีวิต ]

“บ้าเอ้ย!”

ลู่เสี่ยวหรันโกรธมากจนเกือบจะเป็นลมล้มลง ระบบนี้มันน่ารังเกียจเกินไป

นอกจากมันจะเปิดใช้งานหลังจากผ่านไปกว่าสิบปีแล้ว มันก็ยังเป็นระบบนรกที่ต้องการบีบบังคับให้เขารับลูกศิษย์เข้ามา

ช่างน่าขัน!

เขามาไกลถึงขนาดนี้เพื่อเป็นอาจารย์ของใครสักคนอย่างงั้นหรอ?

ราวกับว่าสัมผัสได้ถึงความโกรธของลู่เสี่ยวหรัน ระบบตอบสนองอีกครั้ง

[ ฟังก์ชั่นของระบบนี้คือการรับศิษย์ หากระดับการฝึกตนของลูกศิษย์ของโฮสต์เพิ่มขึ้น ระดับการฝึกตนของโฮสต์เองก็จะเพิ่มขึ้นตามด้วยเช่นกัน หรือหากศิษย์เข้าใจเคล็ดวิชาการฝึกตน โฮสต์ก็จะเข้าใจเคล็ดวิชาการฝึกตนนั้นด้วยเช่นกัน ]

“ห้ะ!”

ลู่เสี่ยวหรันขนหัวลุก

เมื่อได้ยินคำอธิบายนี้ ในที่สุดเขาก็สามารถเข้าใจความหมายของการเป็นผู้แข็งแกร่งและอมตะยืนยงได้สักที

นี่มันบ้ามาก!

ถ้าเขารับศิษย์เข้ามา เขาก็จะได้รับผลลัพธ์เช่นเดียวกันโดยไม่ต้องฝึกตน

ด้วยวิธีนี้ เขาจะฝึกตนไปเพื่ออะไรล่ะ? ตราบใดที่เขายังคงรับศิษย์และบังคับหลอกล่อให้ศิษย์เหล่านี้ฝึกตนต่อไปได้ เขาก็จะสามารถยกระดับการฝึกตนและความแข็งแกร่งของเขาได้โดยไม่ต้องทำงานใดๆ

นอกจากนี้ มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขารับลูกศิษย์เข้ามาสักพันล้านคน? แม้ว่าพวกเขาทั้งหมดจะเป็นคนธรรมดา แต่ตราบใดที่พวกเขาทั้งหมดยกระดับการฝึกตนของพวกเขาทีละน้อย เขาก็จะสามารถก้าวหน้าได้มากในทันที

เป็นที่รู้กันว่ามันยากมากที่จะก้าวไปสู่ขอบเขตราชันยุทธ์ นอกจากจะต้องเป็นอัจฉริยะในหมู่ผู้มีพรสวรรค์แล้ว มันก็ยังต้องอาศัยโชคลาภอย่างมากอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม มันก็ง่ายมากสำหรับทุกคนที่จะฝึกตนและปรับปรุงทีละเล็กทีละน้อย

ราวกับว่ามองความคิดของลู่เสี่ยวหรันออกอีกครั้ง ระบบทำการแจ้งเตือนเขาในทันที

[ ระบบจะไม่รับศิษย์ขยะ ระบบจะรับเฉพาะศิษย์ที่อยู่เหนือระดับ S ขึ้นไปเท่านั้น ]

ศิษย์ขยะ?

“แล้วต้องไปถึงระดับไหนถึงจะถือว่าเป็นระดับ S ได้?”

[ อย่างน้อยต้องขอบเขตราชันยุทธ์ ]

“ได้โปรดปลดฉันออกจากระบบทีเถอะ!”

ขอบเขตราชันยุทธ์? เห็นฉันเป็นเพื่อนเล่นแกหรอ!

ในโลกใบนี้ มันมีกี่คนกันที่ไปถึงขอบเขตราชันยุทธ์?

หนึ่งแสนหรือล้านคน?

เปล่าเลย มันอาจไม่มียอดฝีมือขอบเขตราชันยุทธ์แม้แต่คนเดียวด้วยซ้ำ!

แบบนั้นแล้วฉันจะต้องทำยังไง?

ระบบรีบอธิบาย

[ ระบบจะค้นหาอัจฉริยะระดับ S เองโดยอัตโนมัติ โฮสต์เพียงต้องรับลูกศิษย์มาเท่านั้น ในปัจจุบัน ที่เชิงเขาของนิกายอสูรสวรรค์มีอัจฉริยะระดับ S ปรากฎตัวอยู่ ]

“ถ้าแบบนี้ก็ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย”

ลู่เสี่ยวหรันยอมรับระบบนี้อย่างไม่เต็มใจ

ท้ายที่สุดแล้ว ด้วยความสามารถและทรัพยากรของนิกายอสูรสวรรค์ ขอบเขตราชันยุทธ์ก็เป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันเท่านั้น

เขาสามารถใช้ระบบนี้เพื่อเลี้ยงดูศิษย์บางคนและปล่อยให้พวกเขาฝึกตนเองได้ ด้วยวิธีนี้ การฝึกตนของเขาก็จะสามารถเพิ่มขึ้นได้อีกหลายเท่าตัว

ในอนาคต เขาก็อาจจะทะลวงไปสู่ขอบเขตราชันยุทธ์ได้ก่อนใครพวกก็ได้!

ตอนนี้มีอัจฉริยะระดับ S อยู่ที่เชิงเขาด้านล่าง เขาควรไปรับตัวเขาเลยดีไหม?

เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ ลู่เสี่ยวหรันก็หายตัวไปจากจุดที่เขาอยู่ในทันที

ในไม่ช้า เขาก็มาถึงที่เชิงเขาของนิกายอสูรสวรรค์

วันนี้เป็นวันรับสมัครศิษย์ของนิกายอสูรสวรรค์ ผู้ฝึกตนหน้าใหม่จำนวนมากได้มารวมตัวกันที่เชิงเขา พวกเขาทุกคนล้วนต้องการเป็นศิษย์ของนิกายอสูรสวรรค์

ท้ายที่สุดแล้ว นิกายอสูรสวรรค์ก็เป็นหนึ่งในนิกายชั้นนำในอาณาจักรโจวอันยิ่งใหญ่ ทรัพยากรภายในที่พวกเขาถือครองนั้นมีมากมายจนทำให้ผู้คนที่ได้ยินต่างก็รู้สึกอิจฉา

“เจ้าไม่มีคุณสมบัติ!”

ลู่เสี่ยวหรันเพิ่งปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าภูเขา แต่เขาก็ได้ยินเสียงที่เย็นชาและไร้หัวใจของผู้อาวุโสที่เป็นผู้ประเมินแล้ว

เขามองไปทางต้นเสียงและเห็นชายชุดดำที่มีใบหน้าซีดเซียวซึ่งเส้นลมปราณถูกตัดขาด

“นี่คือ…?”

ดวงตาของลู่เสี่ยวหรันสั่นไหวเล็กน้อย ในฐานะผู้ฝึกตนขอบเขตสูญสลาย เขาก็สามารถบอกได้ทันทีว่าเส้นลมปราณของอีกฝ่ายนั้นถูกทำลายลงไปแล้ว นอกจากนี้ อีกฝ่ายก็ยังจะไม่สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางการฝึกตนได้อีกในชีวิตของเขา

อย่างไรก็ตาม!

บนหน้าผากของชายคนนั้นก็กลับมีตัวอักษร “S” ตัวใหญ่สลักอยู่!

สิ่งนี้ทำให้ลู่เสี่ยวหรันรู้สึกปวดหัวขึ้นมาในทันที

ระบบหาเรื่องให้ฉันอีกแล้วหรอ?

อย่างไรก็ตาม ไม่นาน ระบบก็ส่งข้อมูลคำอธิบายมาให้เขา สิ่งนี้ทำให้เขาเข้าใจตัวตนของอีกฝ่ายมากขึ้น

ชายคนนี้คือหยุนหลี่เกอ เดิมทีเขาเป็นบุตรชายของตระกูลหยุนในเมืองเจียง เขามีพรสวรรค์และเฉลียวฉลาด พรสวรรค์และสายเลือดของเขานั้นพิเศษยิ่งกว่าใคร เมื่ออายุยังน้อย เขาก็ได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตผู้เชี่ยวชาญขั้นต่ำแล้ว

นอกจากนี้ เขาก็ยังได้หมั้นหมายกับลูกสาวของเจ้าเมืองเจียง, เจียงลั่วหยู อาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นทายาทรุ่นที่สองที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เขายังเด็กและมีอนาคตที่สดใสรอเขาอยู่

ถ้าพูดตามหลักเหตุและผล ชีวิตของเขาก็ควรจะดำเนินไปอย่างราบรื่น

อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดแล้ว เขาก็กลับพ่ายแพ้ให้กับชายนิรนามและถูกแย่งเจียงลั่วหยูไป ซ้ำร้ายยังไม่หมด แม้แต่เส้นลมปราณของเขาก็ยังถูกตัดขาด

ตระกูลหยุนย่อมไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงอย่างง่ายดายโดยธรรมชาติ ทั้งตระกูลของเขาออกมาเรียกร้องหาความยุติธรรม แต่พวกเขาทั้งหมดก็กลับถูกกวาดล้างลงในครั้งเดียว และแล้วมันก็เหลือหยุนหลี่เกอเพียงคนเดียวเท่านั้น เขาถูกขับไล่ออกจากเมืองเจียงและไม่ได้รับอนุญาตกลับให้เข้าไปอีก!

“ภูมิหลังของผู้ชายคนนี้มันดราม่าเกินไปหน่อยรึเปล่านะ?”

มุมปากของลู่เสี่ยวหรันกระตุกและเขาก็มีความรู้สึกไม่ดีที่อธิบายไม่ถูก..

จบบทที่ บทที่ 1: ระบบที่ไร้ค่า

คัดลอกลิงก์แล้ว