เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 โกหกหน้าตาย

บทที่ 29 โกหกหน้าตาย

บทที่ 29 โกหกหน้าตาย


บทที่ 29 โกหกหน้าตาย

ความจริงแล้ว เจียงอันไม่ได้รู้สึกหดหู่ใจขนาดนั้น

แม้ว่าเขาจะไม่สามารถผสานยีนของสิ่งมีชีวิตอื่นอย่างฉลามขาวได้ แต่เขาสามารถผสานยีนจากร้านค้ายีนหมื่นภพได้

ส่วนทำไมถึงเป็นแบบนี้ เขาก็ยังงุนงงอยู่เหมือนกัน

ยีนในร้านค้ายีนหมื่นภพ ไม่เพียงแต่ไม่ด้อยไปกว่ายีนภายนอก แต่กลับมีหลากหลายประเภทกว่า แถมยังสามารถเรียนรู้วิชาต่างๆ ได้อีกด้วย

ไป๋ชิงเสวี่ยมองเจียงอัน

เธอนึกไม่ถึงจริงๆ

น่าเสียดาย!

“เจียงอัน ทางครอบครัวไม่เคยบอกอะไรเธอเกี่ยวกับสภาพร่างกายของเธอเลยเหรอ?”

เจียงอันส่ายหน้า

“ไม่เคยบอกครับ อาจารย์ครับ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ ร่างกายของผมมีอะไรพิเศษหรือเปล่า?”

ไป๋ชิงเสวี่ยถอนหายใจออกมา

“ผลการตรวจออกมาแล้ว ในร่างกายของเธอมีแอนติบอดีทางพันธุกรรมที่แข็งแกร่งมาก แอนติบอดีเหล่านั้นมีปฏิกิริยาต่อต้านที่รุนแรงมาก มันจะต่อต้านไม่ให้ยีนอื่นผสานเข้ากับร่างกายของเธอ”

เจียงอันได้ยินดังนั้น ก็แสดงสีหน้าตกตะลึง

“พูดอีกอย่างก็คือ ร่างกายของผมเป็น ‘ร่างกายต่อต้านยีน’! เป็นร่างกายที่หายากมากสินะครับ ดูท่าผมจะถูกหวยรางวัลใหญ่เข้าแล้ว”

ในวินาทีนี้ เจียงอันถึงได้เข้าใจว่า การที่ผสานยีนฉลามเสือและยีนฉลามขาวไม่ได้นั้นมีสาเหตุ ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญง่ายๆ

ไป๋ชิงเสวี่ยถลึงตามองเจียงอัน

“รู้ผลแบบนี้แล้ว เธอยังมีอารมณ์มาล้อเล่นอยู่อีกเหรอ?!”

เจียงอันถอนหายใจเบาๆ

“เฮ้อ หรือจะให้ผมร้องไห้ล่ะครับ?”

“เจียงอัน เธอรู้อยู่แล้วว่าร่างกายต่อต้านยีนหมายถึงอะไร มันหมายความว่าเธอไม่สามารถเพิ่มระดับพลังด้วยการผสานยีนของสิ่งมีชีวิตอื่นได้ ถ้าเธออยากแข็งแกร่งขึ้น ก็ทำได้แค่ต้องฝึกฝนวิชาเท่านั้น”

เจียงอันพยักหน้า

“ผมรู้ครับ”

ไป๋ชิงเสวี่ยมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย

“ในเมื่อรู้ แต่เธอกลับยังดูสงบนิ่งขนาดนี้เนี่ยนะ!”

เจียงอันตอบกลับเรียบๆ ว่า

“ผมรู้ว่านี่เป็นผลลัพธ์ที่โชคร้าย แต่ก็นอกจากทำใจยอมรับแล้ว ผมก็นึกวิธีอื่นไม่ออกแล้วครับ”

ไป๋ชิงเสวี่ยมองเจียงอันอยู่สองวินาที

“นึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะมีจิตใจที่เข้มแข็งขนาดนี้! การที่เธอทำใจยอมรับได้ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุด! ถึงแม้เธอจะผสานยีนสิ่งมีชีวิตอื่นไม่ได้ แต่ก็ยังสามารถเพิ่มระดับพลังผ่านการฝึกวิชาได้ เพียงแต่การเติบโตจะช้ากว่าหน่อย และถ้าเธอสามารถฝึกฝนจนถึงระดับเหนือมนุษย์ได้ ก็จะสามารถแก้ไขปัจจัยแห่งชีวิตของตัวเอง ถึงตอนนั้น เธอก็จะเปลี่ยนสภาพร่างกายแบบนี้ได้!”

ความเร็วในการฝึกฝนจะช้าเหรอ?

ในใจเจียงอันไม่คิดแบบนั้น!

แน่นอนว่า เขาไม่ได้พูดออกมา

เมื่อเห็นเจียงอันไม่พูดอะไร ไป๋ชิงเสวี่ยก็พูดต่อ

“ในเมื่อครอบครัวของเธอเคยพาเธอไปตรวจร่างกายมาก่อน ก็น่าจะรู้เรื่องที่เธอเป็นร่างกายต่อต้านยีนอยู่แล้ว ที่พวกเขาไม่บอกเธอ อาจเป็นเพราะกลัวว่าเธอจะกระทบกระเทือนจิตใจ ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อการเติบโตของเธอ”

ในความทรงจำ พ่อแม่ของเจียงอันไม่เคยพูดถึงเรื่องสภาพร่างกายกับเขาเลย

ในขณะเดียวกัน พ่อเจียงและแม่เจียงก็ดีกับเจียงอันมาก ไม่เคยสร้างกดดันอะไรให้เจียงอันเลย

โดยเฉพาะในด้านการบำเพ็ญเพียร

และทุกครั้งที่เจียงอันอยากจะผสานยีนสัตว์วิวัฒนาการ พ่อเจียงและแม่เจียงก็จะห้ามปรามให้เจียงอันรอไปก่อนเสมอ

วินาทีนี้ เจียงอันดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว!

“เจียงอัน วิชาที่เธอฝึกฝนนั้นลึกล้ำพิสดารมาก ดังนั้น เธอสามารถอาศัยวิชาที่ฝึกฝนเพื่อเพิ่มระดับพลังและแข็งแกร่งขึ้นได้แน่นอน อย่าไปยึดติดกับผลลัพธ์ในวันนี้มากเกินไปนัก ครูจะช่วยรักษาความลับให้เธอเอง”

เจียงอันพยักหน้ารับ

“ครับ อาจารย์ ผมทราบแล้วครับ”

ตอนนั้นเอง อุปกรณ์สื่อสารของเจียงอันก็ดังขึ้น

เจียงอันดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นเจียงเสวี่ย

และที่ทำให้เจียงอันประหลาดใจยิ่งกว่าคือ เจียงเสวี่ยมาถึงโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองหลินเฉิงแล้ว

มีเรื่องด่วนอะไรรึเปล่า?

นอกโรงเรียน

ร้านเครื่องดื่มเล็กๆ

เจียงอันและเจียงเสวี่ยนั่งหันหน้าเข้าหากัน

เจียงอันดูดชานมพลางเอ่ยถาม

“พี่ มีธุระอะไรเหรอ? ทำไมถึงมาที่โรงเรียนผมได้?”

“ทำไม ไม่มีธุระก็มาหานายไม่ได้เหรอ?”

เจียงอันยิ้ม

“ได้สิ พี่สาวมาหาทั้งที ผมต้องดีใจอยู่แล้ว นี่ไง ยังเลี้ยงชานมผมด้วย!”

“ฉันมาแสดงความยินดีกับนายน่ะ! ยินดีด้วยนะที่ระดับพลังเพิ่มขึ้น แถมยังคว้าแชมป์การสอบต่อสู้ของโรงเรียนมาได้อีก”

“เอ่อ พี่รู้หมดแล้วเหรอ”

“ถ้าครูประจำชั้นของนายไม่ติดต่อมา ฉันก็คงไม่รู้หรอก”

เจียงอันเกาหัว หัวเราะแหะๆ

“ความจริงผมกะว่าจะบอกพี่ตอนกลับบ้านสุดสัปดาห์นี้ กะจะเซอร์ไพรส์พี่ซะหน่อย”

“จริงเหรอ?”

“จริงสิครับ จริงยิ่งกว่าไข่มุกอีก!”

เจียงเสวี่ยจ้องมองเจียงอัน

“ร่างกายไม่เป็นอะไรใช่ไหม? บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

เจียงอันส่ายหน้า

“พี่ วางใจเถอะ ผมสบายดี ดูสิ ผมบึ้กขึ้นตั้งเยอะ”

เจียงอันยื่นแขนออกมาเบ่งกล้ามโชว์

กล้ามเนื้อดูแน่นขึ้นกว่าเมื่อก่อนจริงๆ

เจียงเสวี่ยไม่วางใจ เข้ามาตรวจสอบด้วยตัวเอง

เป็นจริงดังว่า

ร่างกายของเจียงอันไม่ได้มีอะไรผิดปกติ

วินาทีถัดมา เจียงเสวี่ยก็ทำหน้าจริงจัง

“งั้นนายช่วยอธิบายหน่อยได้ไหม?”

เจียงอันทำหน้าสงสัย

“อธิบายอะไรครับ?”

เจียงเสวี่ยยืดตัวตรง เผยสัดส่วนโค้งเว้า

“เจียงอัน อย่ามาไขสือน่ะ! ระดับพลังของนายเพิ่มขึ้นเร็วขนาดนี้ นายแอบฝึกวิชานอกรีตอะไรมารึเปล่า? ฉันจะบอกให้นะ ฝึกวิชานอกรีตมันมีแต่โทษไม่มีประโยชน์ ตอนนี้อาจจะไม่เป็นไร แต่วันหน้าจะเกิดปัญหาใหญ่แน่!”

เจียงอันได้ยินดังนั้น ก็ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก

“พี่ ใครบอกว่าผมฝึกวิชานอกรีต? ให้มันออกมานี่ ผมรับรองว่าจะไม่ตีมันให้ตาย”

เจียงเสวี่ยแค่นเสียงฮึ

“ไม่ต้องสนหรอกว่าใครพูด นายบอกฉันมาก่อนว่านายฝึกหรือเปล่า?”

เจียงอันส่ายหน้าอีกครั้ง

“พี่ พี่คิดมากไปแล้ว วิชาที่ผมฝึกที่มาที่ไปขาวสะอาด ไม่ใช่วิชานอกรีตอะไรนั่นหรอก ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายแน่นอน เพราะงั้น พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเลย”

เจียงเสวี่ยถามต่อ

“งั้นวิชาที่นายฝึกได้มาจากไหน?”

เจียงอันตอบด้วยสีหน้าจริงจังว่า

“เรียนมาจากขอทานแก่คนหนึ่ง!”

18 ฝ่ามือพิชิตมังกรเป็นวิชาประจำพรรคกระยาจก เซียวฟงก็เคยเป็นประมุขพรรคกระยาจก

พูดแบบนี้ ไม่มีตรงไหนผิดเลย!

ความจริงแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เจียงอันล่ากิ้งก่าทะเลเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน เจียงเสวี่ยก็รู้แล้วว่าเจียงอันฝึกวิชาใหม่

เป็นวิชาที่ลึกล้ำมากด้วย

แต่เธอก็ไม่ได้พูดโพลงออกมา

ทว่า ตอนนี้เธอกังวลว่าเจียงอันจะฝึกวิชานอกรีต

ดังนั้น เธอต้องถามให้รู้เรื่อง

เจียงเสวี่ยทำสีหน้าเคร่งขรึม

“เจียงอัน เป็นเพราะปกติฉันใจดีกับนายเกินไปใช่ไหม นายถึงได้กล้าปีกกล้าขาแข็งแบบนี้ ตอนนี้ถึงขั้นกล้ามาหลอกพี่สาวตัวเองแล้วเหรอ? ได้วิชามาจากขอทานแก่คนหนึ่ง นายคิดว่าฉันจะเชื่อมั้ย?”

แววตาของเจียงอันเต็มไปด้วยความจริงใจ

“พี่ ผมไม่กล้าหลอกพี่หรอก ผมพูดเรื่องจริง ขอทานแก่คนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นยอดยุทธ์ เขาเห็นว่าผมมีหน่วยก้านดี คิดว่าผมเป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้ ก็เลยถ่ายทอดวิชาให้ผม!”

เจียงอันโกหกหน้าตาย

หน้าไม่แดง หัวใจไม่เต้นแรง

ดวงตาคู่สวยของเจียงเสวี่ยหรี่ลงเล็กน้อย

“ขอทานแก่? แถมยังเป็นยอดยุทธ์? ในเมื่อเป็นยอดยุทธ์ ยังต้องไปเป็นขอทานอีกเหรอ?”

“พี่ครับ ในเมื่อเป็นยอดยุทธ์ การกระทำย่อมไม่เหมือนคนทั่วไปอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นพี่จะให้ผมบอกว่าเอาวิชามาจากไหนล่ะ วิชาที่ผมฝึกน่ะ ข้างนอกไม่มีขายหรอกนะ”

เจียงเสวี่ยมองเจียงอัน ตกอยู่ในห้วงความคิด

“ก็ได้ ขอแค่นายไม่ได้ฝึกวิชานอกรีตก็พอแล้ว ต้องรู้จักรักถนอมร่างกาย อย่าให้พ่อกับแม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้นายได้ฝึกวิชาชั้นสูง จริงๆ แล้วฉันก็ดีใจกับนายด้วย”

“วันนี้ที่ฉันมา ยังมีอีกเรื่องที่อยากจะบอกนาย”

...

จบบทที่ บทที่ 29 โกหกหน้าตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว