- หน้าแรก
- ยีนหมื่นภพ
- บทที่ 11 อานุภาพพลังจับมังกร
บทที่ 11 อานุภาพพลังจับมังกร
บทที่ 11 อานุภาพพลังจับมังกร
บทที่ 11 อานุภาพพลังจับมังกร
ห่างออกไปห้าร้อยเมตร หญิงสาวในชุดทะมัดทะแมงถือดาบยาวกำลังล่ากิ้งก่าทะเลเช่นกัน
เดิมทีเธอก็เลือกที่จะล่ากิ้งก่าทะเลที่อยู่ตามลำพัง
แต่ทว่าความเคลื่อนไหวรุนแรงเกินไป ดูเหมือนจะไปยั่วโมโหฝูงกิ้งก่าทะเลในละแวกใกล้เคียงเข้า ตอนนี้เธอจึงถูกฝูงกิ้งก่าทะเลล้อมเอาไว้แล้ว
กิ้งก่าทะเลที่วิวัฒนาการแล้วไม่ใช่สัตว์ใจดี เมื่อถูกยั่วโมโหพวกมันจะดุร้ายมาก ถึงขั้นกินคนได้เลยทีเดียว
“1, 2, 3, 4... จุ๊ๆ มีกิ้งก่าทะเลทั้งหมดแปดตัว แถมยังมีกิ้งก่าทะเลระดับสองอีกหนึ่งตัว เด็กสาวบรอนซ์สามดาวคนหนึ่ง ใจกล้าไม่เบาเลยนะ ไม่เพียงแต่กล้ามาล่าสัตว์ที่นี่คนเดียว แต่ยังกล้าไปตอแยกับกิ้งก่าทะเลระดับสองอีก”
หลินอีมองไปที่ไกลๆ ท่าทางเหมือนกำลังดูละครฉากหนึ่ง
“เสวี่ย เราจะช่วยหรือไม่ช่วยดี?”
“นี่เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยที่พอช่วยได้”
“พูดอีกก็ถูกอีก จุ๊ๆ เด็กสาวคนนั้นขาสวยใช้ได้เลย ทั้งยาวทั้งตรง ถ้าโตกว่านี้อีกหน่อย ก็คงเทียบกับฉันได้แล้ว ขาแบบนี้ถ้าโดนข่วนสักแผล คงน่าปวดใจแย่ จริงสิ เสวี่ย น้องชายเธอเป็นพวกคลั่งไคล้ขาสวยใช่ไหม?”
“ฮึ เธอรู้อยู่เต็มอกว่าน้องชายฉันแพ้ขาสวย ตอนอยู่บ้านก็ยังใส่สั้นขนาดนั้น! ขาจิ้งจอกคู่นี้ของเธอขนาดฉันมองแล้วยังแทบทนไม่ไหว นับประสาอะไรกับน้องชายฉันที่เป็นเด็กหนุ่มเลือดร้อน!”
“คิกคิกคิก ฉันตั้งใจต่างหากล่ะ... ยังไงเขาก็มีแต่ใจแต่ไม่กล้าทำจริงหรอก!”
“เลิกเล่นได้แล้ว ลงมือเถอะ ไม่งั้นจะสายเกินไป”
หลินอีได้ยินดังนั้น ก็เก็บสีหน้าขี้เล่นทันที พร้อมกระตุ้นยีนจิ้งจอกขาวในร่าง เตรียมจะลงมือช่วยคน
แต่ทว่า วินาทีถัดมาเธอก็ชะงักไป!
ใบหน้าสวยของหลินอีเปลี่ยนสีเล็กน้อย ริมฝีปากจิ้มลิ้มเผยอขึ้น
“พระเจ้าช่วย เสวี่ย ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม?”
ใบหน้าอันงดงามของเจียงเสวี่ยในเวลานี้ก็อยู่ในสภาวะตกตะลึงเช่นกัน
“เธอไม่ได้ตาฝาด!”
ดวงตาของหลินอีเป็นประกาย เต็มไปด้วยความเร่าร้อน
“เสวี่ย น้องชายเธอนี่คมในฝักชัดๆ! คิกคิกคิก ฉันชักจะสนใจน้องชายเธอมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ!”
เจียงเสวี่ยจ้องเขม็งไปที่เจียงอันซึ่งอยู่ไม่ไกล ในใจรู้สึกตกตะลึงขีดสุด
“ระยะห่างห้าสิบเมตร 'ดึง' คนเป็นๆ ออกมาจากวงล้อมฝูงกิ้งก่าทะเลเหมือนจับวาง ยัยจิ้งจอกสาว เธอว่าสิ เธอทำได้ไหม?”
หลินอีส่ายหน้าเบาๆ
“อย่าว่าแต่ฉันเลย แม้แต่เธอก็ทำไม่ได้หรอกมั้ง ดูท่า น้องชายเจียงอันจะบรรลุวิชาที่ลึกล้ำสุดยอดวิชาหนึ่งแล้ว”
“ตกลงเขาไปเรียนมาจากที่ไหนกันนะ?”
...
“เจียงอัน เมื่อกี้ขอบคุณนะ!”
จ้าวจื่อฉีในชุดทะมัดทะแมงสีดำมองดูเจียงอัน แล้วกล่าวขอบคุณ
จ้าวจื่อฉีใจกล้าไม่เบา
เพราะงั้นเธอถึงกล้าเข้ามาล่าสัตว์วิวัฒนาการในเกาะคนเดียว
แต่ทว่าเมื่อกี้ถูกฝูงกิ้งก่าทะเลล้อมไว้ แถมยังไปยั่วโมโหกิ้งก่าทะเลระดับสอง สถานการณ์จึงผิดคาดไปหมด
ตอนนั้นเธอตกใจกลัวจริงๆ
เธอได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปแล้ว
แต่ต่อให้มีคนมาช่วยก็ต้องใช้เวลา
กว่าทีมกู้ภัยจะมาถึง เธอถ้าไม่ตายก็คงบาดเจ็บสาหัส
และในขณะที่กำลังร้อนรน จู่ๆ เธอก็ถูกพลังที่ยากจะต้านทานสายหนึ่งม้วนตัวไป พริบตาเดียวก็พาเธอมาอยู่ที่ห่างออกไปห้าสิบเมตร
เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก จนเธอรู้สึกมึนงงไปบ้าง
พอดึงสติกลับมาได้ เธอก็หลุดพ้นจากวงล้อมของฝูงกิ้งก่าทะเลแล้ว
ในขณะเดียวกัน เธอก็เห็นเจียงอันยืนอยู่ตรงหน้า
เวลานี้บนหน้าผากของเจียงอันมีเหงื่อเม็ดโตไหลย้อย ปากหอบหายใจถี่ ขี้เกียจแม้แต่จะพูดจา
การใช้วิชาพลังจับมังกร สิ้นเปลืองพลังงานไม่น้อยเลยทีเดียว
พลังจับมังกรคือวิชาอันห้าวหาญของพรรคกระยาจกในนิยายของกิมย้ง
บุรุษอาชาไนยองอาจข้ามด่านทวาร มหาสมุทรเวิ้งว้างลอยจมในยามเมามายตื่นรู้ คุณธรรมน้ำมิตรหาได้ง่ายด้วยสุราพันถัง บ้านเมืองยากดูแลทิ้งความระทมไว้ดั่งขุนเขา
วิชาสมชื่อ คือการใช้กำลังภายในอันลึกล้ำควบคุมลมปราณ
จับมังกรคุมกระเรียน อานุภาพไร้เทียมทาน
ผู้ที่ฝึกจนบรรลุขั้นสูง สามารถควบคุมลมปราณให้ไหลเวียน ทะลุผ่านมิติ จับวัตถุผ่านอากาศ นับเป็นวิชาพิสดารของแผ่นดิน!
พลังจับมังกรเป็นวิชาเทพที่หาได้ยากในโลกที่สามารถจับวัตถุผ่านอากาศและมีพลังโจมตีรุนแรงมหาศาล
สามารถมองข้ามน้ำหนักของวัตถุที่จับ ดึงมาโจมตีศัตรูได้ตามใจชอบ ทำให้ศัตรูยากจะป้องกัน
พลังจับมังกรฝึกฝนได้ยากยิ่ง ในนิยายมีเพียงเซียวฟงผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศเท่านั้นที่ฝึกสำเร็จ
ส่วนเจียงอันผสานยีนของเซียวฟง ทำให้เรียนรู้พลังจับมังกรได้โดยตรง
แน่นอนว่าเจียงอันไม่ได้ใช้ลมปราณขับเคลื่อนพลังจับมังกร แต่ใช้พลังยีน
การดึงคนเป็นๆ จากระยะห่างห้าสิบเมตร นี่ถือเป็นขีดจำกัดของเขาแล้ว!
เมื่อเห็นเจียงอันเอาแต่หอบหายใจ จ้าวจื่อฉีก็แสดงสีหน้าเป็นห่วง
“เจียงอัน นายไม่เป็นไรใช่มั้ย?”
“ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่ถูกเธอทำเอาพลังหมดเกลี้ยงเลย!”
“ขอโทษที! ฉันมียาพันธุกรรมอยู่ นายรีบกินบำรุงหน่อย!”
เจียงอันพยายามปรับลมหายใจให้คงที่
บ้าเอ๊ย ร่างกายหมดสภาพจริงๆ!
ไม่สิ ไม่ใช่ร่างกายหมดสภาพ แต่เป็นพลังต่างหากที่หมดเกลี้ยง!
เจียงอันเหลือบมองจ้าวจื่อฉีแวบหนึ่ง “ตัวเธอหนักชะมัด!”
“นาย!”
ความรู้สึกดีๆ ที่จ้าวจื่อฉีมีต่อเจียงอันเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา!
เธอกำหมัดแน่น กระทืบเท้าด้วยความโมโห!
ส่วนสูง 1.68 เมตร น้ำหนักไม่ถึง 50 กิโลฯ หนักเหรอ?
เจียงอันพูดจบก็เสียใจในทันที
สมแล้วที่โสดด้วยฝีมือตัวเอง!
“ตรงนี้ไม่ปลอดภัย พวกเรารีบถอยกันเถอะ!”
เจียงอันรีบเปลี่ยนเรื่องทันควัน
ฝูงกิ้งก่าทะเลแตกตื่นกันแล้ว ขืนยังไม่ไปทั้งสองคนคงโดนล้อมแน่
ทั้งสองเดินตามกันไป ก่อนจะออกจากเขตหากินของฝูงกิ้งก่าทะเล แล้วหาสถานที่ปลอดภัยนั่งพักลง
เจียงอันหยิบยาพันธุกรรมขวดสีเขียวออกมา แล้วดื่มรวดเดียว
รสชาติหวานๆ ถือว่าไม่เลวเลย
หลังดื่มเข้าไป เจียงอันก็รู้สึกดีขึ้นมาก อย่างน้อยก็ไม่เพลียขนาดนั้นแล้ว!
“เมื่อกี้เธอเป็นคนส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเหรอ?”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินมาหยุดตรงหน้าจ้าวจื่อฉี แล้วเอ่ยถาม
จ้าวจื่อฉีพยักหน้าเบาๆ
“ใช่ค่ะ แต่เพื่อนนักเรียนช่วยฉันไว้ ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วค่ะ!”
ชายวัยกลางคนได้ฟังก็เหลือบมองเจียงอันแวบหนึ่ง
คนระดับบรอนซ์หนึ่งดาว ช่วยคนระดับบรอนซ์สามดาว ฝีมือไม่ธรรมดาเลย!
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ที่นี่ไม่ใช่สนามจำลอง ตายจริงได้ วันหลังพยายามอย่ามาคนเดียว ในเมื่อพวกเธอรู้จักกัน แนะนำให้ตั้งปาร์ตี้ไปด้วยกัน คำพังเพยว่าไว้ ชายหญิงช่วยกันทำงานไม่เหนื่อย พวกเธอสองคนไปไหนมาไหนด้วยกัน จะได้กระชับความสัมพันธ์กันด้วย”
“คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันกับเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์กันแบบนั้น เราเป็น...”
“งั้นก็กระชับมิตรภาพระหว่างกันไง!”
ชายวัยกลางคนพูดพลางส่งสายตามีเลศนัยให้เจียงอัน
เจียงอันถึงกับพูดไม่ออก
คนแปลกหน้าสมัยนี้ใจดีกันจังนะ?
ในเมื่ออีกฝ่ายหวังดีขนาดนี้ เจียงอันจะปฏิเสธน้ำใจก็กระไรอยู่
“ครับ ขอบคุณครับ!”
ชายวัยกลางคนโบกมือ
“ในเมื่อพวกเธอไม่เป็นไร งั้นฉันไปล่ะนะ”
มาไวไปไว
พูดจบ ชายวัยกลางคนก็หันหลังเดินจากไป
“นายดีขึ้นหรือยัง?”
หลังเงียบกันไปครู่หนึ่ง จ้าวจื่อฉีก็เป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อน
“ดีขึ้นเยอะแล้ว”
ได้กินยาพันธุกรรม นอนพักสักหน่อย ก็ดีขึ้นมากจริงๆ
วินาทีถัดมา จ้าวจื่อฉีก็เปลี่ยนสีหน้า
“ตาของนายมองตรงไหนน่ะ? สายตาไม่ซื่อแบบนี้ ดูท่าร่างกายจะยังหมดแรงไม่พอสินะ”
เธอพูดพลางรีบใช้มือปิดบังผิวขาวเนียนช่วงต้นขา
ก่อนหน้านี้ตอนสู้กับกิ้งก่าทะเล เสื้อผ้าตรงนั้นโดนเกี่ยวจนเป็นรูขาด
เมื่อกี้สถานการณ์คับขันเลยไม่ทันสังเกต นึกไม่ถึงเลยว่าจะกลายเป็นกำไรสายตาของเจียงอันที่เป็นพวกบ้าขาไปซะได้!
เจียงอันแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“ว่าฉันสายตาไม่ซื่อ ฉันว่าเธอต่างหากที่ไม่ซื่อ”
“หนอยแน่ะ นายหมายความว่าไง?”
“ถ้าเธอไม่มองฉัน แล้วเธอจะรู้ได้ไงว่าฉันมองเธออยู่?”