- หน้าแรก
- ยีนหมื่นภพ
- บทที่ 1 หนึ่งหมื่นปีให้หลัง
บทที่ 1 หนึ่งหมื่นปีให้หลัง
บทที่ 1 หนึ่งหมื่นปีให้หลัง
**ยีนหมื่นภพ บทที่ 1 หนึ่งหมื่นปีให้หลัง**
“ครูพละติดธุระ คาบนี้ฉันจะสอนแทน...”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ความคิดของ ‘เจียงอัน’ ก็สับสนวุ่นวายไปหมด
ทุกอย่างราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ใครจะไปคิดว่าตอนนี้เขาได้มาอยู่ในอีกยุคสมัยหนึ่งแล้ว
ในชาติที่แล้ว เนื่องจากเจียงอันสอบเข้ามหาวิทยาลัยพลาด เขาจึงไปเดินเล่นริมทะเลคนเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์
ใครจะไปคิดว่า เท้าดันลื่น พลัดตกลงไปในทะเลตูมเดียว แล้วก็จบชีวิตลง
และยุคสมัยที่เขาอยู่ตอนนี้ คือยุคศักราชใหม่ของมนุษยชาติ ปีศักราชใหม่ที่ 12111
‘ไป๋ชิงเสวี่ย’ ครูประจำชั้นผู้สอนวิชาทฤษฎียีนพูดไปพลางเดินขึ้นไปบนหน้าชั้นเรียน แล้วเปิดสื่อการสอนอย่างรวดเร็ว
“ครูพละมีธุระตลอดเลย!”
“สิ่งที่ผมอยากถามคือ ครูพละมีธุระจริงหรือเปล่าครับ?”
“...”
แม้จะรู้อยู่แล้วว่าคาบนี้ถูกเปลี่ยนจากวิชาพละเป็นวิชาทฤษฎียีน แต่เหล่านักเรียนด้านล่างก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าและถอนหายใจออกมา
วิชาการฝึกฝนและวิชาทฤษฎีนั้นเคร่งเครียด วิชาพละมีไว้เพื่อให้นักเรียนผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ แต่ตอนนี้กลับถูกแย่งไปเสียแล้ว!
“ยังจะบ่นอะไรกันอีก ถ้าพวกเธอไม่อยากกลายเป็นรุ่นที่แย่ที่สุดที่ฉันเคยสอนมา ก็รีบกระตือรือร้นกันหน่อย!”
เมื่อได้ยินคำพูดของครูประจำชั้นไป๋ชิงเสวี่ย นักเรียนด้านล่างต่างก็เงียบเสียงลง และเริ่มเรียนวิชาสุดท้ายของช่วงบ่าย
เพียงแต่ เจียงอันที่นั่งอยู่แถวหลังสุดกลับดูเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัด
เจียงอัน อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แห่งโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองหลินเฉิง
เขามองดูครูประจำชั้นไป๋ชิงเสวี่ยที่ยืนอยู่หน้าชั้นด้วยความสงสัยเล็กน้อย
ไป๋ชิงเสวี่ยมีผมสีดำตรงสลวย ผิวขาวเนียนละเอียด บนใบหน้าไม่มีริ้วรอยแม้แต่น้อย ดูเหมือนคนอายุ 30 ต้นๆ
แต่ว่ากันว่าอายุจริงของเธอเกิน 60 ปีไปแล้ว
“นายว่า ครูประจำชั้นของเราอายุ 60 กว่าปีแล้วจริงๆ เหรอ?”
เจียงอันพึมพำเบาๆ แล้วหันไปมอง ‘ฉีเฟิง’ เพื่อนร่วมโต๊ะ
ฉีเฟิง ส่วนสูง 180 น้ำหนักก็ 180 เช่นกัน
“ต้องจริงอยู่แล้ว ครูไป๋สอนที่โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองหลินเฉิงมาเกิน 40 ปีแล้วนะ เฮ้ย เจียงอัน ทำไมนายจู่ๆ ถึงสนใจอายุของครูไป๋ขึ้นมาล่ะ?”
ฉีเฟิงเหลือบมองเจียงอัน แววตาฉายแววไม่เข้าใจ
เจียงอันส่ายหน้าเบาๆ แล้วพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอก แค่รู้สึกว่าครูประจำชั้นของเราดูสาวมาก ดูไม่เหมือนคนอายุ 60 กว่าเลย”
สีหน้าของเจียงอันไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความตกตะลึง
นี่คือพลังของยีนสินะ?
ถ้าเป็นในยุคชาติที่แล้ว อายุ 60 กว่าปีนี่เรียกยายแก่ได้เลย บางคนอาจจะลงโลงไปแล้วด้วยซ้ำ
แต่ในยุคนี้ คนอายุ 60 กว่ากลับเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ดูมีพลังและกระฉับกระเฉงยิ่งกว่าผู้หญิงอายุ 30 ในชาติที่แล้วเสียอีก ไม่มีร่องรอยความชราให้เห็นเลย
เจียงอันข้ามเวลามาจากศตวรรษที่ 21 วิญญาณของเขาเพิ่งมาถึงยุคนี้ได้เพียง 2 วันเท่านั้น
เวลา 2 วัน บวกกับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ทำให้เจียงอันพอจะเข้าใจยุคสมัยนี้อย่างคร่าวๆ
ยุคศักราชใหม่ มนุษย์ไขความลับของยีนได้สำเร็จ และปลุกพลังอันแข็งแกร่งจากยีนขึ้นมา การพัฒนาของมนุษยชาติเข้าสู่ยุคที่ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว
มนุษย์พิชิตระบบสุริยะได้นานแล้ว และรอยเท้าของมนุษย์ได้ก้าวออกไปไกลเกินกว่ากาแล็กซีทางช้างเผือก
“เจียงอัน”
ถ้าไป๋ชิงเสวี่ยไม่เรียกชื่อเขา เจียงอันคงจะคิดอะไรเตลิดไปไกลกว่านี้
“มาครับ”
ตอนที่เจียงอันลุกขึ้นยืน ไป๋ชิงเสวี่ยก็มายืนอยู่ห่างจากเขาไม่ถึง 1 เมตรแล้ว
เมื่อเจียงอันเห็นดังนั้น หัวใจก็กระตุกวูบ
ไป๋ชิงเสวี่ยเป็นถึงผู้ที่วิวัฒนาการยีนสำเร็จมาแล้ว 2 ครั้ง ระดับพลังของเธอจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองหลินเฉิง
การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของนักเรียนด้านล่าง เช่น การแอบคุยกัน หรือเหม่อลอย จะรอดพ้นสายตาเธอไปได้อย่างไร?
“ถ้าเธอสนใจอายุของครู งั้นครูบอกเธอได้เลยว่า เมื่อวานครูเพิ่งฉลองวันเกิดอายุครบ 66 ปี”
“เอ่อ...”
ได้ยินจริงๆ ด้วย!
ยังไม่ทันที่เจียงอันจะพูดอะไร ไป๋ชิงเสวี่ยก็พูดต่อว่า “สองวันนี้เธอเป็นอะไรไป? เวลาเรียนดูใจลอย เหม่อบ่อยมากนะ”
“ผม...”
จากการข้ามเวลาจากศตวรรษที่ 21 มาสู่โลกในอีกหมื่นปีข้างหน้าอย่างกะทันหัน อยู่ในช่วงตกใจและปรับตัว เจียงอันจึงดูผิดปกติไปบ้างจริงๆ
“เหลืออีกแค่ 2 เดือนก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ในช่วงเวลาสำคัญขนาดนี้ เธอแอบมีความรักหรือเปล่า?”
เจียงอันส่ายหน้า ตอบกลับอย่างเด็ดขาด “เปล่าครับ”
ไป๋ชิงเสวี่ยหรี่ตามอง จ้องเขม็งไปที่เจียงอัน
“ไม่ได้กำลังคิดถึงผู้หญิงที่ชอบอยู่เหรอ?”
“ไม่ใช่ครับ”
จังหวะนี้ ต้องปฏิเสธอย่างหนักแน่น!
ไม่อย่างนั้น ผลที่ตามมาคงร้ายแรงแน่
“ถึงจะคิดถึงคนที่ชอบก็ไม่เป็นไรหรอก ครูเองก็เคยผ่านมาก่อน เข้าใจความคิดของเด็กวัยอย่างพวกเธอได้”
ไป๋ชิงเสวี่ยยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ทำให้เจียงอันรู้สึกว่าครูประจำชั้นคนนี้ก็ดูใจดีไม่เลว
ทว่า วินาทีต่อมาสีหน้าของไป๋ชิงเสวี่ยก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเคร่งขรึมทันที
“แต่ว่า ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายนี้ ห้ามเด็ดขาด!”
เจียงอันทำหน้าไร้เดียงสาทันที ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ครูครับ ไม่มีจริงๆ!”
“ไม่มีก็ดี ตอนนี้ เธออธิบายเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ยุคศักราชใหม่มาหน่อยซิ! ถ้าพูดผิดแม้แต่อย่างเดียว คัดจบ 100 รอบ!”
100 รอบไม่ใช่แค่คำขู่ นักเรียนหลายคนโดนกันมาแล้ว
เจียงอันคนก่อนที่เสียชีวิตไปแล้ว ก็เคยโดนมาก่อน และไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วย
ฉีเฟิงเพื่อนร่วมโต๊ะได้ยินดังนั้น ก็แอบมองเจียงอัน แววตามีความหมายลึกซึ้ง เหมือนจะบอกว่า เพื่อนเอ๋ย นายต้องรอดนะ
แต่เจียงอันฟังแล้วกลับโล่งใจ
แม้ความทรงจำที่เขาได้รับสืบทอดมาจากเจ้าของร่างเดิมจะขาดๆ หายๆ แต่เวลา 2 วันมานี้ เขาได้เรียนรู้ความรู้มากมาย คำถามตรงหน้านี้ ไม่ยากเกินความสามารถของเขาเลย
“เรื่องที่ 1 ปีศักราชใหม่ที่ 1 มนุษย์ไขความลับของยีนได้สำเร็จ มนุษย์ยีนคนแรกถือกำเนิดขึ้น! มนุษย์ยีนในยุคใหม่มีพลังยีนกำเนิดขึ้นในร่างกาย ครอบครองพลังมหาศาล เพียงอาศัยพลังส่วนบุคคล ก็สามารถผ่าภูเขาทำลายหิน เคลื่อนย้ายภูเขาถมทะเลได้
ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยียีน มนุษย์ไม่เพียงดัดแปลงยีนของตนเอง แต่ยังดัดแปลงยีนของสิ่งมีชีวิตอื่นด้วย มนุษย์ค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพจากสงครามนิวเคลียร์ในอดีต โลกที่ผ่านสงครามนิวเคลียร์อันเลวร้ายมาแล้ว ก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง”
“เรื่องที่ 2 ปีศักราชใหม่ที่ 1000 มนุษย์เชี่ยวชาญเทคโนโลยีรูหนอน และอาศัยเทคโนโลยีรูหนอนนี้ มนุษย์ก็สามารถเดินทางข้ามดวงดาว เริ่มต้นการท่องเที่ยวระหว่างดวงดาว และในขณะเดียวกันก็เริ่มล่าอาณานิคมในอวกาศ”
“เรื่องที่ 3 ปีศักราชใหม่ที่ 4000 มนุษย์พิชิตระบบสุริยะ และค่อยๆ เข้าสู่ยุคอารยธรรมระดับดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ต่างๆ ในระบบสุริยะถูกดัดแปลงให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของมนุษย์ รอยเท้าของมนุษย์โลกกระจายไปทั่วทุกมุมของระบบสุริยะ”
“เรื่องที่ 4 ปีศักราชใหม่ที่ 6000 ในระหว่างที่มนุษย์กำลังขยายอาณานิคมไปยังกาแล็กซีทางช้างเผือก ก็ได้พบกับสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่แข็งแกร่ง นั่นคือ—เผ่าแมลง เผ่าแมลงมีจำนวนมหาศาล ความสามารถในการปรสิตสูงส่ง มนุษย์ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง
ต่อจากนั้น สัตว์อสูรแห่งดวงดาวจากนอกกาแล็กซีทางช้างเผือกก็เริ่มเข้ามาในโลกของมนุษย์ สัตว์อสูรแห่งดวงดาวมีขนาดมหึมา พลังน่าสะพรึงกลัว พลังทำลายล้างรุนแรง ความแข็งแกร่งของพวกมันเหนือจินตนาการ
จนในที่สุด มนุษย์จึงได้ค้นพบว่า แท้จริงแล้วระบบสุริยะคือคุกแห่งหนึ่ง
และมนุษย์ คือนักโทษที่ถูกกักขังอยู่ในระบบสุริยะ
เผ่าแมลงและสัตว์อสูรแห่งดวงดาวคือสิ่งมีชีวิตที่คอยคุมขังมนุษย์ เบื้องหลังของพวกมัน มีหัตถ์พระเจ้าที่มองไม่เห็นคอยบงการทุกอย่างอยู่
การที่มนุษย์ทำลายเกราะป้องกันของระบบสุริยะออกมา ก็เท่ากับเป็นนักโทษที่แหกคุกหนี ก่อให้เกิดการโจมตีอย่างบ้าคลั่งจากเผ่าแมลงและสัตว์อสูรแห่งดวงดาว
ต่อจากนั้น คือสงครามระหว่างดวงดาวอันยาวนานถึง 2,000 ปี ระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตต่างดาว! การรุกรานของเผ่าแมลง การโจมตีของสัตว์อสูรแห่งดวงดาว ทำให้อารยธรรมมนุษย์ได้รับความเสียหายอย่างไม่เคยมีมาก่อน มนุษย์เคยถูกตีร่นกลับมาที่ระบบสุริยะ และถึงขั้นเกือบจะถูกล้างเผ่าพันธุ์”
“เรื่องที่ 5 และเป็นเรื่องสำคัญที่สุด”
...