- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ระบบดันตาถั่วเห็นโลกมนุษย์เป็นแดนเซียนซะงั้น
- บทที่ 106 - กินกับข้าวเยอะๆ
บทที่ 106 - กินกับข้าวเยอะๆ
บทที่ 106 - กินกับข้าวเยอะๆ
บทที่ 106 - กินกับข้าวเยอะๆ
กู้ชิงซานมองดูคนเหล่านั้น แล้วถามขึ้นทันทีว่า "ลูก พ่อคงไม่ได้โดนควบคุมหรือแก้ไขความทรงจำใช่ไหม?"
กู้ฉางเกอส่ายหน้า "พ่อเป็นพ่อผมนะ ผมจะทำแบบนั้นกับพ่อได้ยังไง"
กู้ชิงซานเชื่อใจลูกชายอยู่แล้ว จึงรับคำ "ลูกวางใจได้ พ่อจะไม่บอกเรื่องวันนี้ให้ใครรู้เด็ดขาด"
กู้ฉางเกอพยักหน้า หลังจากจัดการแก้ไขความทรงจำของคนอื่นเสร็จแล้ว ตอนนี้เหลือแค่การควบคุมคิมฮงมุนอย่างถาวร
เขาลุกจากเก้าอี้ เดินไปหาคิมฮงมุน แล้ววางฝ่ามือลงบนหน้าผากของอีกฝ่าย
พลังเวทและจิตสัมผัสค่อยๆ ไหลผ่านเข้าสู่ "สมอจิต" ในดวงวิญญาณของคิมฮงมุน เปลี่ยนมันให้กลายเป็นสมอจิตถาวร เพื่อให้สามารถควบคุมระยะไกลได้
กู้ชิงซานมองการกระทำของกู้ฉางเกอ แล้วอดไม่ได้ที่จะจินตนาการว่าถ้าตัวเองมีพลังแบบนี้บ้างจะทำอะไรดี
ไม่นาน เขาก็เผยรอยยิ้มแบบพวกโรคจิตออกมา
ภาพในหัวของเขาตอนนี้ เป็นฉากที่นิยายปกติเขียนไม่ได้ ต้องเป็นนิยายผู้ใหญ่เท่านั้นถึงจะบรรยายได้
อะไรพวกหยุดเวลา หรือลบตัวตน ถึงจะเอามาเทียบกันได้
ไม่กี่นาทีต่อมา กู้ฉางเกอก็ชักมือกลับ เขาเหลือบมองพ่อบังเกิดเกล้าที่ยังยิ้มค้างน้ำลายยืด แล้วถอนหายใจเฮือก "นี่แหละนะความแตกต่างของคน คนที่ยังหลุดพ้นจากรสนิยมต่ำๆ ไม่ได้ ไม่มีวันได้รับพลังแบบผมหรอก!"
กู้ฉางเกอไม่ได้ลดเสียงลง กู้ชิงซานเลยได้สติกลับมา
เมื่อเจอกับสายตารังเกียจของลูกชาย เขาก็รีบเช็ดน้ำลายแล้วเกาหัวแก้เขิน "เอ่อ... เมื่อกี้พ่อกำลังคิดเรื่องการพัฒนาบริษัทน่ะ"
กู้ฉางเกอนั่งลงที่เดิม "เอาเถอะ พ่อก็นั่งที่เดิมได้แล้ว เดี๋ยวการ 'เจรจา' ก็จะจบแล้ว"
"อ้อ" กู้ชิงซานกลับไปนั่งที่
ตอนนั้นเอง คิมฮงมุนก็ลุกขึ้นจากพื้น ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า แล้วกลับไปนั่งตรงข้ามกู้ชิงซาน
สิ้นเสียงดีดนิ้วของกู้ฉางเกอ สีหน้าของทุกคนในห้องประชุมก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
คิมฮงมุนยิ้มแย้มกล่าวชื่นชมกู้ชิงซาน "ประธานกู้ คุณเป็นนักเจรจาที่เก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย ผมยอมรับข้อเสนอของคุณ หนึ่งแสนดอลลาร์สำหรับสิทธิ์ตัวแทนจำหน่ายในจีน!"
ล่ามที่อยู่ข้างๆ รีบแปลเป็นภาษาจีนให้ฟัง
แม้ลูกชายจะเตือนไว้แล้ว แต่กู้ชิงซานก็ยังรู้สึกเหมือนฝันไป
ไอ้พวกนี้ลูกจ้างมาเล่นละครตบตาเขาหรือเปล่าเนี่ย?
แต่เมื่อกี้เขาสังเกตสีหน้าของทุกคนตอนโดนควบคุมอย่างละเอียด โดยเฉพาะหลิวฉางซือที่เขาคุ้นเคย ดูยังไงก็ไม่ใช่ของปลอม
โลกนี้มันช่างแฟนตาซีจริงๆ!
กู้ชิงซานถอนหายใจในใจ แต่ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้ม "ประธานคิมชมเกินไปแล้วครับ"
คิมฮงมุนพูดต่อ "วันข้างหน้าเราคงได้ติดต่อกันบ่อยๆ ถ้ามีเกมใหม่ๆ ผมหวังว่าจะได้ร่วมงานกับพวกคุณอีก"
กู้ชิงซานพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม
แต่ในใจกลับงุนงง: เดี๋ยวสิเฮ้ย ก่อนหน้านี้เรียกสามล้านยังไม่ยอมลด จู่ๆ เหลือแสนเดียวก็ตกลงง่ายๆ ในใจคุณมึงไม่มีคำถามอะไรหน่อยเหรอ?
จนกระทั่งเซ็นสัญญาและประทับตราเสร็จเรียบร้อย กู้ชิงซานก็ยังคิดไม่ตก
คิมฮงมุนเอ่ยชวน "เย็นนี้ผมขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงข้าวทุกคนนะครับ คืนนี้ไม่เมาไม่เลิก!"
กู้ชิงซานดึงแขนหลิวฉางซือ "ประธานหลิว คุณคิดว่าการเจรจาครั้งนี้เป็นยังไงบ้าง?"
หลิวฉางซือยกนิ้วโป้งให้ "ประธานกู้ คุณสุดยอดมาก! ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าวาทศิลป์ของคุณจะเทพขนาดนี้!"
กู้ชิงซานมุมปากกระตุก "เหรอ... แล้วคุณคิดว่าผมพูดกล่อมพวกเขายังไง?"
หลิวฉางซือนึกว่าเจ้านายอยากให้สรุปบทเรียน จึงครุ่นคิดแล้วตอบว่า "ผมคิดว่าน่าจะเป็นทฤษฎีตลาดจีนอันกว้างใหญ่ไพศาลของประธานกู้ที่โน้มน้าวพวกเขาได้ แม้หนึ่งแสนดอลลาร์จะดูขาดทุนในตอนนี้ แต่เมื่อตลาดเกมออนไลน์ในจีนขยายตัว IP ของ Legend of Mir 2 จะมีมูลค่ามหาศาล! ยอมขาดทุนชั่วคราวเพื่อกำไรระยะยาว ประธานคิมคงคำนวณความคุ้มค่านี้แล้วแน่ๆ!"
กู้ชิงซานฟังแล้วรู้สึกว่าเข้าท่า
เขาพากู้ฉางเกอขึ้นรถ แล้วกระซิบถามเบาๆ "ลูก ไอ้ทฤษฎีตลาดจีนกว้างใหญ่นั่น ลูกเป็นคนใส่เข้าไปในหัวพวกเขาเหรอ?"
กู้ฉางเกอพยักหน้า "ใช่ครับ อย่างน้อยต้องให้เหตุผลที่ฟังขึ้นหน่อย พวกเขาถึงจะยอมรับราคาหนึ่งแสนดอลลาร์ได้ ไม่อย่างนั้นถ้าพวกเขาพบว่าความทรงจำกับตรรกะมันขัดแย้งกัน พอคิดทบทวนไปมา สุดท้ายอาจจะเป็นบ้าได้"
กู้ชิงซานแย้ง "จริงๆ ลูกบอกบทพ่อก่อนก็ได้ เดี๋ยวพ่อลองพูดกล่อมพวกเขาบนโต๊ะเจรจาเอง"
กู้ฉางเกอส่ายหน้า "พ่อไม่มีทางกล่อมคิมฮงมุนได้หรอก หมอนั่นตั้งใจจะไม่ร่วมมือดีๆ กับเราแต่แรกแล้ว เขาดูถูกตลาดจีนจะตาย"
จู่ๆ เขาก็ถามขึ้น "รู้ไหมครับว่าสองสิ่งที่ยากที่สุดในโลกคืออะไร?"
ไม่รอให้พ่อตอบ กู้ฉางเกอเฉลยเอง "อย่างแรกคือการล้วงเงินจากกระเป๋าคนอื่นมาใส่กระเป๋าเรา อย่างที่สองคือการยัดความคิดของเราเข้าไปในหัวคนอื่น"
"พ่ออยากจ่ายน้อย แต่ก็อยากให้เขาเห็นด้วยกับพ่อ นอกจากพ่อจะมีลิ้นสาริกาลิ้นทอง ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวังเลย!"
กู้ชิงซานเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วถามกลับ "เมื่อกี้ลูกก็เพิ่งยัดความคิดตัวเองใส่หัวคนอื่นไม่ใช่เหรอ?"
กู้ฉางเกอยิ้ม "คนที่มีพลังแบบผม เรื่องแค่นี้ไม่นับว่าเป็นเรื่องยากหรอก"
กู้ชิงซานถอนหายใจ "วิกฤตในอนาคตมันร้ายแรงขนาดไหนกันนะ? พลังของลูกตอนนี้พ่อยังดูไม่ค่อยออกเลย แต่ขนาดมีพลังขนาดนี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้"
กู้ฉางเกอรู้สึกกระดากใจจนอยากจะเอานิ้วเท้าจิกพื้น แต่อีกตั้ง 51 ปีกว่าจะถึงวิกฤตที่เขาโม้ไว้ ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน
ไม่แน่ตอนนั้นเขาอาจจะบรรลุเป็นเซียนไปแล้วก็ได้
คณะของกู้ชิงซานและทีมงานของคิมฮงมุนอีก 7-8 คน มาถึงร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง
คิมฮงมุนผายมืออย่างป๋า "วันนี้เชิญแขกผู้มีเกียรติจากแดนไกลเพลิดเพลินกับอาหารมื้อใหญ่ของเราให้เต็มที่!"
สิบนาทีผ่านไป กู้ชิงซานและคณะมองจานใบเล็กใบน้อยหลายสิบจานบนโต๊ะ แล้วไม่รู้จะเอาตะเกียบจิ้มตรงไหน
กู้ชิงซานอดไม่ได้ที่จะถาม "ประธานคิม เลิกเสิร์ฟเครื่องเคียงได้แล้วมั้งครับ เสิร์ฟอาหารหลักเถอะ"
คิมฮงมุนทำหน้างง "นี่ก็กับข้าวของเราไงครับ ประธานกู้ไม่ต้องเกรงใจ ทานเยอะๆ เลยครับ!"
กู้ชิงซานมองโต๊ะที่เต็มไปด้วยผักดองหลากชนิดแล้วพูดไม่ออก บรรยากาศเริ่มมาคุ
หลิวฉางซือเห็นท่าไม่ดีจึงลุกขึ้นชวนดื่มเหล้า บรรยากาศถึงกลับมาครื้นเครง
ในที่สุด อาหารทะเลก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ
กู้ชิงซานสีหน้าดีขึ้นทันตา "ค่อยเหมือนอาหารคนหน่อย!"
ส่วนเรื่องลุกไปชนแก้ว?
พอกู้ชิงซานนึกถึงภาพที่คิมฮงมุนคุกเข่าโขกหัวเมื่อกี้ ก็กลั้นขำแทบไม่อยู่
เพื่อป้องกันการหลุดขำ เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่มองหน้าคิมฮงมุน
อีกอย่าง ลูกชายก็บอกแล้วว่าจะควบคุมหมอนี่ถาวร
งั้นก็ไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทอะไรมาก
รีบยัดของกินลงท้องให้อิ่มดีกว่า!
เขาดึงตัวหลิวฉางซือที่กำลังจะลุกรอบสองไว "ประธานหลิว กินอาหารทะเลเถอะ ไม่ต้องขยันชนแก้วขนาดนั้นหรอก"
หลิวฉางซือเห็นเจ้านายพูดจริงจัง ก็พยักหน้า "ครับ"
แล้วคว้าหอยนางรมย่างมากินแกล้มโซจูอย่างเอร็ดอร่อย
กู้ชิงซานเห็นแล้วพูดไม่ออก
ดูท่าไอ้หมอนี่จะขาดเหล้าไม่ได้ เป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านการกงเหล้าจริงๆ!