เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่12 สามจักรพรรดิดาบและบุรุษรูปหล่อ ฮัวหยง

บทที่12 สามจักรพรรดิดาบและบุรุษรูปหล่อ ฮัวหยง

บทที่12 สามจักรพรรดิดาบและบุรุษรูปหล่อ ฮัวหยง


“นายน้อย!”

เตียนอุยและชีซีท่าทีเปลี่ยนไป เมื่อเห็นว่าฝูซูได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเตียนอุยเขาโกรธเป็นอย่างมาก

อ๊าก!

ดวงตาของเตียนอุยเป็นสีแดงชาดและปราณที่ทรงพลังกำลังพวยพุ่งขึ้นมา ในขณะนี้เตียนอุยกลายเป็น อสุรากระหายเลือดผู้บ้าคลั่งแล้ว

กลุ่มมือสังหารที่กำลังล้อมเตียนอุย ถูกรังสีอำมหิตที่เตียนอุยปล่อยออกมา ทำให้พวกเขายืนแข็งทื่อ

“ตายซะ”

เตียนอุยคำรามและง้าวในมือของเขามีออร่าสีแดงชาดรอบอาวุธ เตียนอุยตัดหัวมือสังหารที่ยืนแข็งทื่อรอบตัวเขาทั้งหมด

แขนและขามือสังหารที่ถูกตัดกระจายอยู่ทั่วพื้น รอบๆตัวเตียนอุย

ชีซีกวัดแกว่งดาบจงเจิ้งในมือราวกับเขากำลังเต้นรำไปในอากาศ การกวัดแกว่งบางครั้งก็งดงาม บางครั้งก็ดูทรงพลัง บางครั้งก็ดูรุนแรงราวกับกำลังคุ้มคลั่ง

ชายชราเคราแพะเปลี่ยนสีหน้า เมื่อเขาเห็นเตียนอุยและชีซีกำลังจัดการเหล่ามือสังหารคนแล้วคนเล่า เขารู้ว่าเตียนอุยแข็งแกร่งมาก

แต่เขาไม่คิดว่าชีซีที่ดูเป็นนักปราชญ์แบบขงจื้อจะมีศิลปะการต่อสู้ที่ทรงพลังขนาดนี้ แบบนี้แผนการลอบสังหารอาจจะยุ่งยากขึ้นไปอีก

ชายชราเคราแพะไม่มีเวลามาคิดมาก เขามองไปที่ฝูซูที่นอนอยู่บนพื้น

มือของเขามีกรงเล็บและสีเหมือนเหล็กปรากฏขึ้นบนนิ้วทั้งห้า มีสีที่แตกต่างจากตัวเล็บ อยู่ที่ปลาบกรงเล็บมันคงจะเคลือบพิษเอาไว้

ขณะที่เตียนอุยและชีซีกำลังพัวพันกับพวกมือสังหารอยู่ ชายชราก็พุ่งทะยานไปหาฝูซู แม้เขาจะต้องตาย เขาก็ต้องเอาเด็กหนุ่มคนนี้ไปกับเขาด้วย นี่คือคำสั่งที่เขาได้รับมา

แค่ก แค่ก

ฝูซูกระแอมเบาๆเลือดไหลจ่ากมุมปากของเขาอีกครั้งและมองไปที่ชายชราที่กำลังทะยานมาหาเขา ปราณในร่างกานของเขากำลังไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง

เขาอาจไม่มีปราณพอจะใช้วรยุทธ์จักรพรรดิมังกรแห่งจักรราศีแล้ว แต่เขายังมีปราณพอจะใช้วรยุทธ์อีกในตัวของเขา

ฝูซูแกล้งทำเป็นบาดเจ็บมากและจ้องไปที่ชายชราที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างใกล้ชิด

“ตอนนี้แหละ วิชาดาบสามจักพรรดิ —ซวนหยวนเจินเทียน”

เมื่อชายชรากำลังพุ่งกระโจนใกล้เข้ามาถึงตัวฝูซู ดวงตาของฝูซูเป็นประกายและเขารวบรวมลมปรานทั้งหมดในร่างกายของเขาและเขวี้ยงดาบยาวในมือไปทางชายชรา

มันคงเป็นการยากสำหรับคนที่กำลังพุ่งอยู่ในอากาส ที่จะหลบเลี่ยงบางสิ่งที่พุ่งเข้ามาเหมือนกัน ทำให้เป็นเป้านิ่งลอยอยู่ในอากาศ

กระบวนท่าซวนหยวนเจินเทียนถูกคิดค้น คือ มาจากการล่ากวางของนายพราน เนื่องจากกวางมีประสาทรับรู้ที่ดีและสัญชตญาณในการระวังภัยสูง ต้องใช้ธนูยิงจากระยะไกล หรือกล่าวได้ว่า

กระบวนท่าซวนหยวนเจินเทียนคือ ท่าโจมตีระยะไกลด้วยท่าการดึงคันศรและยิงลูกศรเพื่อเจาะทะลวงหวังสังหารเป้าหมาย

ชายชราไม่คาดคิดว่าฝูซูจะยังมีปรานหลงเหลือพอจะใช้วรยุทธ์โจมตีกลับมา ดาบยาวพุ่งเข้ามาดุจลูกศรที่ถูกเหนี่ยวคันศรมาเป็นดาวตกพุ่งผ่าน เจาะเข้าที่คอของชายชราโดยตรง

แค่ก แค่ก

เลือดไหลจากมุมปากของฝูซูอีกครั้ง แต่เนื่องจากเขาใช้ลมปรานในร่างมากเกินไป

หลังจากรอดพ้นเหตุการณ์นี้ ฝูซูสาบานกับตัวเองเขาจะต้องแข็งแกร่งมากขึ้นกว่านี้อีก

และสองมือสังหารที่ถูกฝูซูเล่นงานไป ก็ได้กินยาพิษฆ่าตัวตายไปและไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ

แม้ว่าฉินหวางเจิ้งจะโกรธอย่างมากและสั่งให้มีการสวบสวนเรื่องนี้ตามสืบใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังส่งมือสังหารเข้ามา แต่ก็ไม่มีเงื่อนงำหรือเบาะแสสิบหาผู้อยู่เบื้องหลังได้

ดังนั้นเขาทำได้แต่ต้องปล่อยเรื่องนี้ไป มีเพียงฝูซูเท่านั้นที่รู้ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในเรื่องนี้

นี่ไม่ใช่ครั้งเดียว ตลอดเก้าปีที่ผ่านมาฝูซูประสบพบเจอการลอบสังหารมากมาย ทั้งเล็กและใหญ่ และบางเหตุการณ์ก็เข้ามาในจุดที่เขาต้องรับมือคนเดียวและอยู่ระหว่างความเป้นความตาย

แต่ก็ให้ฝูซูได้มีประสบการณ์ในการต่อสู้มากขขึ้นและแข็งแกร่งไวและมากขึ้นเรื่อยๆ

ในช่วง 9 ปีที่ผ่านมาฝูซูได้เห็นศักยภาพในการเป็นจักรพรรดิราชวงศ์ฉินของฉินหวางเจิ้ง ไม่ว่าจะการดูแลปกครองบ้านเมืองและการเพิ่มความแข็งแกร่งของกองทัพฉิน

และยังได้พบเจอคนที่มีชื่อในประวัติศาสตร์หลายคนในยุคนี้ เช่น เมิ่งเถียน,เมิ่งอี้,เจ้าเกา,หลี่ซือ และอื่นๆ

ในเวลา9ปี ฝูซูก็เติบโตขึ้นจากเด็กน้อยเป็นชายหนุ่มรูปงามอย่างที่ในชีวิตเก่าเขาเคยเป็นอยู่

ในพระราชวังของเมืองเสียนหยาง ฝูซูยืนอยู่บนชายคาที่มองเห็นภูเขาและแม่น้ำอันงดงาม โดยกำลังชื่อชมกับบรรยากาศอย่างเงียบๆ

เวลานี้เขากำลังจะอายุ 16 ปี เมื่อเขาอายุครบ16ปี เขาก็จะสวมมงกุฤแสดงความเป็นผู้ใหญ่ และจะไม่ต้อองอยู่แต่ในกรงขันที่เขาเติบโตมานี้อีก เขาสามารถออกไปนอกพระราชวังและมีอิสระมากขึ้นหลายอย่าง

ด้านหลังฝูซูมีบุคคลยืนอยู่ นอกจากเตียนอุยและชีซีแล้วยังมีอีกสามคน

หนึ่งในนั้นมีสายคันธนูพาดไว้บนลำตัวของเขา ธนูทำจากวัสดุที่ภายนอกดูไม่รู้ว่าใช้วัสดุอะไร แต่มันดูเรียบง่ายมาก และใหญ่กว่าคันธนูปกติ

นอกจากคันธนูที่จะใหญ่จนสะดุตาแล้ว ยังมีซองธนูที่ใส่ลูกธนูห้อยอยู่ที่เอวมีหัวลูกศรต่างๆโผล่ออกมาจากซองธนู หัวลูกศรทำด้วยเหล็กกล้าอย่างดี หัวลูกศรที่ทำด้วยไม้ไผ่และหัวลูกศรที่ทำด้วยทองสัมฤททธิ์ผสมเหล็ก

อีกคนหนึ่งถือหอกยาวสีเงินขาว หน้าตาหล่อเหลาและมีรูปร่างที่งดงาม

ในประวัติศาสตร์ บุคคลที่มีชื่อเสียง ที่สวมชุดเกราะต่อสู้สีขาวคือนายพลฉางเซิง— จูล่ง

และชายที่มีคันธนูยาวอยู่บนหลังไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก —ฮัวหยง

ฮัวหยง เป็นผู้นำของ8เสือทหารม้าและแม่ทัพของกองทัพม้า เคยเป็นรอเจ้าเมืองของเมืองชิงเฟิง

ผู้ซึ่งใช้หอกสีเงินและเกาทันฑ์ใหญ่ที่ดูไม่มีวันหัก เขามีดวงตาที่มีเสน่ห์ ฟันขาว ปากแดง คิ้วปลิวว่อน เอวและแขนบาง

สวมหมวกเงินและชุดเกราะและชำนาญการขี่ม้าอย่างมาก

เขามีชื่อเสียงในการทำศึกเทียบได้กับหลี่กวงขุนศึกแห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก   เป็นที่รู้จักในชื่อ“หลี่กวงน้อย”

เมื่อต่อมาฮัวหยงได้เป็นส่วนหนึ่งของเขาเหลียงซาน ก็ได้ออกรบอีกมากมายในหลายสมรภูมิ

จนเขาได้เป็น 1 ใน 8 ขุนพลทัพหน้าที่โด่งดัง อีกทั้งเป็นหนึ่งในผู้กล้าที่รอดตายจากศึกสงครามใหญ่ๆมากมายและได้รับรางวัลจากฮ่องเต้โดยตรง

เมื่อฮัวหยงรู้ว่าซ่งเจียงถูกวางยา(1ใน8 ขุนพลทัพหน้าและเป็นพี่น้องร่วมสาบาน) จึงตัดสินใจไปที่เมืองชูโจวพร้อมกับอู๋ย่ง และได้ผูกคอตายข้างสุสานของซ่งเจียงและหลี่ขุย

ฮัวหยงมีทักษะการยิงธนูที่ยอดเยี่ยมไม่เพียงแต่สามารถยิงได้เร็วและไว แต่ยังสามารถเจาะทะลวงทุกสิ่งได้ด้วยกระบวนท่าร้อยคันศร

และคันศรในมือของฮัวหยงไม่ใช่คันศรทั่วไป แต่เป็นสมบัติที่มีชื่อในประวัติศาสตร์

ที่ฝูซูได้จากการอัญเชิญของระบบ —ธนูพระจันทร์เทียนสิริ

จบบทที่ บทที่12 สามจักรพรรดิดาบและบุรุษรูปหล่อ ฮัวหยง

คัดลอกลิงก์แล้ว