เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - ไร้เล่ห์เหลี่ยมไม่ใช่พ่อค้า

บทที่ 24 - ไร้เล่ห์เหลี่ยมไม่ใช่พ่อค้า

บทที่ 24 - ไร้เล่ห์เหลี่ยมไม่ใช่พ่อค้า


บทที่ 24 - ไร้เล่ห์เหลี่ยมไม่ใช่พ่อค้า

"ยาไขหยกอวลกลิ่น?" ฉีเจี้ยนกั๋วทวนชื่อซ้ำ "ชื่อเพราะดี ความหมายก็ตรงตัว ยานี้มีกลิ่นหอมซ่อนอยู่จริงๆ แต่ไม่รู้ว่า 'ไขหยก' นี่หมายถึงอะไร?"

พ่อกู้อดกลั้นไม่พูดออกไป เขานึกถึงเมื่อวานตอนที่ลูกชาย กู้ฉางเกอ พูดชื่อนี้ เขาก็ถามเหมือนกันว่า 'ไขหยก' คืออะไร

ผลปรากฏว่ากู้ฉางเกอตอบว่า "ไขหยกก็ต้องหมายถึงหัวไชเท้าสิพ่อ หรือจะหมายถึงมันเทศก็ได้"

จริงๆ เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ก็แค่ผักหญ้าสมุนไพรบ้านๆ ทำไมถึงมีสรรพคุณวิเศษขนาดนี้

อาจจะเป็นเพราะยาเม็ดสูตรลับจากอนาคตตัวนี้ ต่อให้คนอื่นได้ไปก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่กู้ฉางเกอคนเดียวที่ปรุงได้

ฉีเจี้ยนกั๋วขอตัวกลับอย่างรวดเร็ว ก่อนไปเขาแบ่ง 'ยาไขหยกอวลกลิ่น' ไปครึ่งหนึ่ง

หลังจากรับฉีรั่วนานขึ้นรถ ทั้งสองก็มุ่งหน้าไปโรงพยาบาล

ฉีรั่วนานมองถุงข้างตัวฉีเจี้ยนกั๋วอย่างสงสัย "พ่อคะ นั่นอะไรคะ?"

"อ้อ อันนี้เหรอ นี่คือยาเม็ดที่บ้านตระกูลกู้ทำจากสูตรลับบรรพบุรุษ ลูกเคยกินไหม?"

ฉีรั่วนานเปิดถุง กลิ่นหอมที่คุ้นเคยโชยมาแตะจมูก

เธอรีบส่ายหัว "ไม่ ไม่เคยกินค่ะ!"

ฉีเจี้ยนกั๋วบอก "นี่ของดีนะ ต่อไปลูกกินเยอะๆ หน่อย"

ฉีรั่วนานนึกถึงของเหลวสีดำๆ เหมือนอุนจิที่กู้ฉางเกอทำวันนั้น ก็ส่ายหัวดิกเหมือนกลองป๋องแป๋ง "หนูไม่เอา!"

ฉีเจี้ยนกั๋วก็ไม่ได้ใส่ใจท่าทีของลูกสาว เด็กที่ไหนจะชอบกินยา?

เรื่องปกติ

เพียงแต่เขากำลังคิดถึงอีกเรื่องหนึ่ง เขาเห็นโอกาสทางธุรกิจจากยาเม็ดนี้

ความรู้สึกที่เขาได้กินยาเข้าไปวันนี้พิสูจน์แล้วว่า ยานี้ไม่ใช่อาหารเสริมหลอกลวงต้มตุ๋น แต่เป็นของดีที่เห็นผลจริง เขาเชื่อว่า ถ้าคนอื่นได้กินก็ต้องรู้สึกแบบเดียวกัน นี่แหละคือโอกาสทางธุรกิจ!

เขาพาฉีรั่วนานไปตัดไหมที่โรงพยาบาล แล้วก็ไปส่งเธอที่หมู่บ้านฝานฮวา

ฉีรั่วนานมองรถออดี้ A6 ที่แล่นจากไปอย่างผิดหวังเล็กน้อย ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วกลับขึ้นไปชั้นสามเพื่อเล่นเกมกับกู้ฉางเกอ

...

บนรถ ฉีเจี้ยนกั๋วสั่งเลขาว่า "เดี๋ยวไปติดต่อสถาบันวิจัยสักสองสามแห่ง ให้เขาวิเคราะห์ส่วนผสมของยานี้ดู ดูซิว่าจะแกะสูตรการผลิตและวัตถุดิบออกมาได้ไหม"

"ได้ค่ะ ท่านประธานฉี" เลขามองยาในถุงแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้ารับคำ

เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่งแล้วพูดต่อ "เมื่อกี้เลขาของท่านนายกเทศมนตรีหลี่โทรมา บอกว่าคืนนี้ท่านนายกฯ หลี่อยากพบท่านค่ะ"

ฉีเจี้ยนกั๋วขมวดคิ้ว "คงไม่ได้จะมาเรี่ยไรเงินอีกนะ"

เลขาให้ความเห็น "อาจจะเป็นเรื่องอยากให้ 'ฉีเทียนเซี่ย' ของเราไปพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเมืองเหอซีก็ได้ค่ะ"

ฉีเจี้ยนกั๋วถอนหายใจ "รู้แล้ว จัดเตรียมห้องพักให้เรียบร้อย"

...

หนึ่งเดือนต่อมา ชีวิตดำเนินไปอย่างเรียบง่าย

กู้ฉางเกอยังคงแสร้งทำเป็นตั้งใจเรียนหนังสือในห้องเรียนตามปกติ แต่ความจริงแล้วกำลังฟังผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาอธิบายเคล็ดวิชาและคัมภีร์ต่างๆ

เล่นเกมทุกวัน ได้รับยาชำระกายและยาเพิ่มพูนปราณ บวกกับยาที่ได้รับแจกฟรีจากสำนักในแต่ละวัน วันหนึ่งกินยาไม่ต่ำกว่าสิบเม็ด

ระดับการฝึกกายาและฝึกปราณเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง

ข่าวดีคือ ในที่สุดเขาก็เลื่อนระดับเป็นขั้นฝึกปราณระดับ 1 กลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรอย่างเต็มตัว วังวนพลังเวทที่เป็นสัญลักษณ์ของขั้นฝึกปราณระดับ 1 กำลังหมุนวนอยู่ในจุดตันเถียนไม่หยุดหย่อน

ส่วนระดับการฝึกกายาของเขาเติบโตรวดเร็วยิ่งกว่า ตอนนี้เขาสามารถยกของหนักกว่าหนึ่งตันได้อย่างสบายๆ ความเร็วก็ก้าวกระโดด แม้แต่ความทนทานของร่างกายก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย

เขาเคยลองเอามีดทำครัวเฉือนตัวเอง พบว่ามีดคมกริบดูเหมือนจะทำอะไรผิวหนังเขาไม่ได้แล้ว

เดือนนี้เขาช่วยย่าทำกับข้าวบ่อยๆ บางทีก็ฉวยโอกาสตอนย่าเผลอ โยนยาชำระกายลงไปในหม้อสักเม็ด

คนในบ้านรวมถึงฉีรั่วนานต่างก็ได้กินข้าวพวกนี้โดยไม่รู้ตัว

ถึงจะเป็นยาชำระกายของแท้ แต่เนื่องจากปริมาณยาที่แบ่งกันกินแต่ละคนมันน้อย ความแข็งแกร่งของร่างกายพวกเขาจึงไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก มีเพียงโรคภัยไข้เจ็บเล็กๆ น้อยๆ ที่ค่อยๆ หายไป

แต่คนในบ้านทุกคนเคยกินยาชำระกายฉบับลดเกรดจากการยุยงของพ่อกู้ ดังนั้นเลยไม่มีใครสงสัยว่าข้าวมีปัญหา

ตอนแรกฉีรั่วนานไม่อยากกินยาชำระกายฉบับลดเกรด แต่พอเห็นคนบ้านกู้กินกันหมด เธอก็ปฏิเสธลำบาก

แต่พอกินเข้าไป ถึงจะรู้สึกว่ารสชาติไม่เลว เธอก็ยังไม่ค่อยชอบกินอยู่ดี

ต่อให้ตั้งชื่อซะเพราะพริ้งว่า 'ยาไขหยกอวลกลิ่น' ก็เปลี่ยนสภาพตอนเพิ่งออกจากกระทะที่ดูเละเทะไม่ได้หรอก

เดือนนี้ พ่อกู้ทรมานใจมาก

เขาคิดว่าอีกไม่นานฉีเจี้ยนกั๋วต้องมาหาแน่ๆ เพื่อจะมาขอลงทุนสร้างโรงงาน

แต่ไม่นึกว่าวันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ฉีเจี้ยนกั๋วก็ไม่โผล่หัวมาเลย ราวกับว่ายาที่ให้ไปคราวนั้นไม่ได้ทำให้เขาสนใจเลยสักนิด

เขามาถามกู้ฉางเกอบ่อยๆ "ฉางเกอ ทำไมฉีเจี้ยนกั๋วยังไม่มาอีก?" "เขาไม่สนใจยาของเราหรือเปล่า?" "เราควรจะเป็นฝ่ายไปหาเขาไหม?"

โดยเฉพาะช่วงครึ่งเดือนหลัง พ่อแทบจะถามทุกวัน จนกู้ฉางเกอรำคาญจะตายอยู่แล้ว

วันนี้วันอาทิตย์ กู้ฉางเกอยังไม่ทันตื่น พ่อก็เคาะประตูเดินเข้ามาถามคำถามเดิมอีก

เพื่อกันไม่ให้ฉีรั่วนานได้ยิน กู้ฉางเกอใส่เสื้อผ้าแล้วพาพ่อมาคุยในห้องนอนตัวเอง

"พ่อ ถ้าพ่อว่างจัดนัก ก็ลองไปหาผู้ผลิตเครื่องจักรดูก่อน ไปดูศักยภาพเขาว่าทำเครื่องจักรตามที่ผมต้องการได้ไหม สเปกผมก็บอกไปหมดแล้ว"

พ่อกู้ "เฮ้อ หาได้สามเจ้าแล้ว อยู่ในมณฑลซานเหอไม่ไกลจากเมืองเหอซีของเรานี่เอง"

กู้ฉางเกอสั่งการ "งั้นพรุ่งนี้พ่อไปหาโรงงานพวกนี้เลย ไปดูรายละเอียดการผลิตให้ลึกกว่าเดิม"

พ่อกู้ "พรุ่งนี้พ่อต้องทำงานนะ"

กู้ฉางเกอกลอกตา "สภาพแบบนี้ยังมีกะจิตกะใจทำงานอีกเหรอ? คงโดนหัวหน้าด่ามาไม่น้อยสิ? วัยรุ่นเอ๊ย พ่อยังใจร้อนไปนะ!"

พ่อกู้ฟังลูกชายพูดจาปีนเกลียว ก็ชักอยากจะหาอะไรเหมาะมือมาฟาดสักที

แต่พอคิดได้ว่าลูกชายมาจากอนาคต เผลอๆ ก่อนจะย้อนเวลามาอาจจะอายุมากกว่าตัวเองซะอีก ก็เลยยั้งมือไว้

"ลูก ลูกว่าตกลงฉีเจี้ยนกั๋วมันคิดอะไรอยู่? มันดึงเชงเรา? หรือว่ามองไม่เห็นค่าจริงๆ?"

กู้ฉางเกอปรายตามองพ่อ "สรรพคุณของยาไขหยกอวลกลิ่นพ่อก็รู้นี่ กินเม็ดเดียวร่างกายก็ดีขึ้น กินระยะยาวยิ่งทำให้ร่างกายแข็งแรง ยาวิเศษขนาดนี้ ถ้าพ่อเป็นฉีเจี้ยนกั๋ว พ่อจะมองข้ามเหรอ?"

พ่อกู้พูดว่า "งั้นแสดงว่าไอ้ฉีเจี้ยนกั๋วลูกหมานี่กำลังดึงเกม? รอให้เราไปหา เพื่อจะได้เป็นฝ่ายคุมเกม?"

กู้ฉางเกอส่ายหน้า "ถ้าอย่างนั้นก็ไม่น่าจะรอนานขนาดนี้"

"แล้วมันหมายความว่าไง?"

กู้ฉางเกอสันนิษฐาน "บางที เขาอาจจะกำลังพยายามแกะสูตรผลิตยาไขหยกอวลกลิ่นด้วยตัวเองอยู่ก็ได้?"

"อะไรนะ!" พ่อกู้ตาโต "ไอ้เลวนี่! ไร้เล่ห์เหลี่ยมไม่ใช่พ่อค้าจริงๆ!"

กู้ฉางเกอกลับไม่ได้โกรธขนาดนั้น "สนามการค้าก็เหมือนสนามรบ ถ้าเขามาลงทุนกับเรา เขาจะได้กำไรแค่ส่วนเดียว แต่ถ้าเขาแกะสูตรผลิตเองได้ เขาก็จะได้กำไรทั้งหมด ใครบ้างจะไม่หวั่นไหว"

เขาพูดต่อ "และต่อให้เขามาลงทุนกับเราแล้ว เขาก็คงแอบส่งคนมาดูว่าจะขโมยสูตรลับเราได้ไหม ไม่ใช่แค่นั้น ต่อไปพอตั้งโรงงาน ขายยาออกไปได้ ก็ต้องมีคนจ้องจะขโมยสูตรลับอีกเพียบ"

จบบทที่ บทที่ 24 - ไร้เล่ห์เหลี่ยมไม่ใช่พ่อค้า

คัดลอกลิงก์แล้ว