เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

SN-ตอนที่ 44 พิธีกรรมนิรันดร์

SN-ตอนที่ 44 พิธีกรรมนิรันดร์

SN-ตอนที่ 44 พิธีกรรมนิรันดร์


อัลดิช และ อันเดด ของเขาได้เคลื่อนผ่านชั้น เนโครโพลิส อย่างง่ายดายสำหรับ 5 ชั้นแรก ซึ่ง ชั้นเหล่านี้อยู่ในห้องใต้ดินหลายชั้นที่ด้านล่าวสุดของหอคอยที่ เดธลอร์ดเป็นเจ้าของ และ ที่นี่ มีเพียงซอมบี้ระดับต่ำเท่านั้นที่ออกมาต่อสู้กับพวกเขา

ความยากของชั้นล่างเหล่านี้ก็คือจำนวนของซอมบี้ พวกมันจะออกมาเป็นระลอกเล็ก ๆ ในตอนแรก แต่แล้วจำนวนของพวกมันจะเพิ่มมากขึ้นจนดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่มีที่สิ้นสุด

อัลดิช ตระหนักว่าจุดประสงค์ของชั้นเหล่านี้คือการหาประตูทางออกเพื่อไปยังชั้นถัดไปก่อนที่ซอมบี้จะโถมเข้ามาจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีซอมบี้สักกี่ตัว พวกมันก็ไม่คู่ควรกับ อัลดิช

ไดนาไมท์เกิร์ล และ แฟลร์กาน สามารถกำจัดซอมบี้ได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะ แฟลร์กาน ที่เป็นบอสเลเวล 20 เขาได้รักษาค่าพลังสูงสุดของเขาไว้ทั้งหมด และ สามารถทำลายซอมบี้ด้วยเวทย์ไฟที่ทรงพลังของเขา

ในช่วงเวลาอันสั้น อัลดิช ก็ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเควสเพื่อรับสัญลักษณ์แห่งพลังของเดธลอร์ด

คือเขาจำเป็นจะต้องไปถึงชั้นที่ 15 ถึงจะสามารถรับสัญลักษณ์แห่งพลังได้

อัลดิช ไม่รู้ว่าภายใน เนโครโพลิส นั้นมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง เพราะในเกม เนโครโพลิส ได้ถูกทำลายไปโดย เทพธิดาแห่งแสงและชีวิต อามีร่า ก่อนที่ตัวละครของผู้เล่นจะมาถึง และ ตามที่ เดธลอร์ดกล่าว เทพธิดาอามีร่า ได้แยกเดธลอร์ดออกไปจากมิติและนำไปเก็บไว้ในเควสทดสอบที่ 12 เพื่อให้ผู้เล่นเอาชนะ

ดังนั้น อัลดิช จึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่มากนัก

ที่เขารู้ในตอนนี้ก็คือ ซอมบี้ใน 5 ชั้นแรก มีเลเวลไม่เกิน 10 อย่างไรก็ตาม บนชั้นที่ 6 พื้นที่ของเนโครโพลิสก็ได้เปลี่ยนไป และ ศัตรูที่นี่ก็ได้อัพเกรดจาก ซอมบี้เป็น เดธไนท์

เดธไนท์ มีเลเวลต่ำสุดที่ 15 และ สามารถไปได้สูงสุดเลเวล 40 แต่โชคดีที่เขายังไม่เห็นเดธไนท์เลเวลสูงขนาดนั้น

และเป็นอีกครั้งที่ อัลดิช ได้พึ่งพา แฟลร์กาน อย่างหนัก เพื่อใช้การโจมตีธาตุไฟที่เป็นจุดอ่อนของพวกอันเดดในการโจมตี และ การต่อสู้เริ่มยากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งไปถึงชั้นที่ 10 อัลดิช พบว่าตัวเองได้เดินเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วย เดธไนท์ เลเวล 20 ที่นำโดย อัศวินแวมไพร์เลือด เลเวล 30

เมื่อเห็นเช่นนี้ อัลดิช ก็ใช้ หินรูน ที่ได้รับจากเดธลอร์ดเพื่อออกจากเนโครโพลิสและกลับไปที่เน็กซัส

อัลดิช ไม่มีความมั่นใจที่จะผ่านการทดสอบได้ในตอนนี้ เพราะหลังจากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการวิเคราะห์ เขาสังเกตุว่าเขาต้องใช้ความแข็งแกร่งมากเพียงใดเพื่อต้องไปถึงชั้นที่ 20 ซึ่งมันอาจจะมาถึง เลเวล 30-40

แต่สิ่งนี้ค่อนข้างสมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาจากการที่ ลิช ภายในเกมนั้นมีเลเวลเริ่มต้นที่ 30 เป็นอย่างน้อย ซึ่งบ่งบอกว่าเลเวลของพวกมันเฉลี่ยอยู่ที่ 30-40 และ พวกมันมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะรับเอาสัญลักษณ์แห่งพลัง

แต่ อัลดิช ในตอนนี้ เพิ่งจะเลเวล 11 เขาจำเป็นจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอีกมาก

หรือไม่ก็เขาจำเป็นจะต้องหาปาร์ตี้ที่แข็งแกร่งพอที่จะเข้าร่วมกับเขา

แต่สัญชาตญาณแรกของ อัลดิช คือ การตัดขาดเรื่องแนวคิดปาร์ตี้ในทันที เพราะพลังของเขาเป็นความลับที่มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ การพยายามเสาะหาฮีโร่ชั้นนำมาช่วย รั้งแต่จะทำให้ความลับของเขาถูกเปิดเผย แต่ถึงกระนั้น มันก็เป็นการสูญเปล่าที่จะไม่ใช้โอกาสที่ได้รับมอบมา

แต่ถึงอย่างนั้น?

อัลดิช ได้ครุ่นคิดเรื่องนี้ในภายหลังและไปที่ระบบของเน็กซัส เขาไปที่โต๊ะประดิษฐ์ในทันที

“เริ่มต้นการประดิษฐ์” อัลดิช ได้กล่าวพูดขึ้น

“ว่ามาเลยไอ้หนู!” ระบบ ได้ตอบกลับ

“ใช้ระบบหลอมรวม” อัลดิช ได้กล่าว พร้อมกับตรวจดูคลังสินค้าของเขา ก่อนที่จะเลือก ตะเกียงของ แฟลร์กาน [ตะเกียงเปลวไฟเก่า] ตะเกียงนี้มีค่าความต้านทานธาตุไฟเป็นอย่างมาก และ มันเพียงพอที่จะแก้ไขจุดอ่อนของ อัลดิช ได้ อีกทั้งยังมอบโบนัสจำนวนมากแก่ อัลดิช ในการร่ายเวทย์พื้นฐาน ทว่า สิ่งนี้ไม่เหมาะกับเขา

อย่างไรก็ตาม หากนำตะเกียงนี้หลอมรวมเข้ากับวัสดุบางอย่าง มันก็เป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนคุณสมบัติของตะเกียงให้เหมาะสมกับเขามากยิ่งขึ้น

“หลอมรวม [ดวงตาแห่งอาซอธ] เข้ากับ [ตะเกียงไฟเก่า]” อัลดิช ได้ตอบกลับ

“เข้าใจแล้ว!” ระบบ ได้รับลูกบอลทรงกลม 2 ลูก ซึ่ง ลูกนึงบรรจุ ดวงตาแห่งอาซอธ และ อีกลูกก็บรรจุตะเกียงไฟ เขาได้วางลูกแก้วทั้ง 2 ลูกซ้อนกัน ก่อนที่จะทุบมันด้วยค้อนในมือ

[ดวงตาแห่งอาซอธ] + [ตะเกียงไฟเก่า] = [ตะเกียงดวงตาต้องสาป]

ต่างจากการสร้างอาวุธและอุปกรณ์ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการของมัน การหลอมรวมอุปกรณ์ที่มีอยู่กับวัสดุทำให้ความแปรปรานนั้นมีน้อยกว่ามาก ยกตัวอย่างเช่น หาก อัลดิช ได้รับ หนังของซาลาแมนเดอร์ไฟ และ เขาต้องการหลอมรวมเข้ากับ เสื้อคลุมเกรฟริปเปอร์ เขาก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าจะได้รับค่าโบนัสต้านทานธาตุไฟ

แต่ข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือ ของเหล่านี้สามารถหลอมรวมสูงสุดได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น

[ได้รับ ตะเกียงดวงตาต้องสาป x1]

[ระดับ : ไม่ธรรมดา+]

[ค่าสถานะ : +10 เวทย์มนตร์ +5 ความสอดคล้อง]

[เอฟเฟกต์ : การป้องกันธาตุไฟ (ติดตัว) - ผู้สวมใส่จะได้รับความเสียหายครึ่งนึงจากความเสียหายประเภทธาตุไฟทั้งหมด

ดวงตาที่จ้องมอง (ติดตัว) - ยูนิตใด ๆ ที่ถูกเปิดเผยหรือตกเป็นเป้าหมายของไอเท็มนี้จะได้รับสแต็คของดีบัฟอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยลดความต้านทานความเสียหายประเภทคำสาป และ ดีบัฟสามารถซ้อนทับกันได้ถึง 10 ครั้ง โดยต้องใช้เวลารับรู้ 30 วินาที ดีบัฟนี้จะยังคงอยู่เป็นเวลา 3 วินาทีหลังจากที่ยูนิตหลบหนีไปจากแสงของไอเท็ม ซึ่ง สแต็คจะสลายไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยูนิตใด ๆ ที่ติดดีบัฟนี้จะถูกเปิดเผยตำแหน่ง และ ไม่สามารถเข้าสู่สถานะพรางตัวได้

ดวงตาคำสาป (กดใช้) - เปิดใช้ดวงตาของไอเท็มอย่างเต็มที่และยิงลำแสงทำลายล้างรูปทรงกรวยออกมา สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงและมีโอกาส 5% ที่จะติดคำสาปฆ่าตายทันที

ยิ่งยูนิตมีค่าพลังมีชีวิตที่สูง ความต้านทานต่อคำสาปตายทันทีก็จะยิ่งสูงขึ้น หากทักษะนี้ส่งผลต่อยูนิตที่มีสแต็ก ดวงตาที่จ้องมองครบ 10 สแต็ก จะรับประกันว่าจะติดคำสาปสังหารทันที เว้นแต่เป้าหมายจะได้รับผลกระทบเพิ่มพลังชีวิต ซึ่งหากเป้าหมายมีพลังชีวิตมากกว่า 80% พวกเขาจะติดสถานะดีบัฟ ซึ่งทำให้ สูญเสียอวัยวะ และ ได้รับความเสียหายอย่างมากแทน]

“ขอบคุณ” อัลดิช ได้กล่าวขณะที่เขาดูดซับ [ตะเกียงดวงตาต้องสาป] เข้าไปและติดตั้งมัน เพราะมันดีกว่า คทาที่เขาใช้อยู่ ในความเป็นจริง ไอเท็มนี้ดีมากจน อัลดิช สามารถใช้มันได้ไปจนถึงเลเวล 50 โดยใช้ฟังชั่นอัปเกรดระดับ

การอัปเกรดระดับอนุญาติให้ผู้เล่นสามารถอัปเกรดระดับของอุปกรณ์ตัวเองได้โดยสังเวยอุปกรณ์ประเภทเดียวกันที่มีระดับสูงกว่า 5 ชิ้น โดยปกติแล้วสิ่งนี้มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงเกินไป และ เนื่องจากมันจำเป็นจะต้องเสียอุปกรณ์ระดับสูงกว่า 5 ชิ้น เพื่อให้ได้รับมาเพียงแค่ชิ้นเดียว จึงมีคนไม่มากที่สนใจ

อย่างไรก็ตาม สำหรับอุปกรณ์หายากที่มีพาสซีฟที่ดีเช่นนี้รวมถึงทักษะกดใช้ มันก็ค่อนข้างคุ้มค่ามาก

[-500 เหรียญ]

[เหรียญที่มี : 520 > 20]

การที่ อัลดิช ยอมเสียเงินมหาศาลไปเพื่อการหลอมรวมในครั้งนี้ มันค่อนข้างคุ้มค่ามาก เพราะมันได้ช่วยกลบจุดอ่อนธาตุไฟของเขาและยังทำให้เวทย์มนตร์แห่งความตายใช้งานได้ดีขึ้นมาก

“ขออภัยที่ขัดจังหวะ นายท่าน แต่พวกเราใกล้จะผ่านการทดสอบแล้วไม่ใช่หรือ?” วาเลร่า ได้กล่าวพูดขึ้น ในขณะที่พวกเขาใกล้จะไปถึงชั้นที่ 15 แล้ว “ที่พวกเราต้องทำก็แค่ไปถึงชั้นที่ 15 ของเจ้าอสรพิษน่าเกลียดตนนั้น ดังนั้นพวกเราห่างเพียงไม่กี่ชั้นแล้ว”

“ก็จริง แต่พวกเราจำเป็นจะต้องเพิ่มเลเวลกันก่อน ซึ่งพวกเราสามารถหาตัวแปรเพิ่มเติมในการล่าได้ ดังนั้น พวกเราจะไปที่ ป่าวาแลน และ กำจัดพวกมอนสเตอร์พวกนั้นกันก่อน” อัลดิช กล่าว “นอกจากนี้ พวกเราสามารถเคลียร์เควสนี้กับสมาชิกปาร์ตี้ได้”

“ปัญหาเดียวก็คือ การรับสมาชิกปาร์ตี้จะเป็นการเปิดเผยความลับและพลังของฉันเร็วเกินไป”

“เช่นนั้น ทำไมเราไม่ใช้เวลาไปกับการอัพเลเวลและอัพเกรดอันเดดให้แข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ล่ะ?”

“ข้าเข้าใจแล้ว” วาเลร่า ได้ตอบกลับ

อัลดิช ได้แตะที่ เน็กซัส ทันใดนั้น พวกเขาก็กลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริง

ในเวลานี้ แฟลร์กาน ได้บ่นพึมพัมออกมาด้วยความประหลาดใจ

“อะไร-ที่นี่ที่ไหนกัน?” แฟลร์กาน ได้พูดขึ้น ดวงตาสีแดงทั้ง 3 ของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ “ข้าเคยได้ยินพวกท่านพูดถึงโลกแห่งใหม่ หรือว่าที่นี่ก็คือโลกการดำรงอยู่ใหม่ทั้งหมดที่ว่านั่น?”

“ถูกต้อง” อัลดิช ได้ตอบกลับ “รู้สึกอย่างไรที่ผละตัวออกมาจากการศึกษาหลาย 10 ปี?”

แฟลร์กานได้สูดลมหายใจเข้าลึก และ งอปากของเขาด้วยความขยะแขยง “อากาศที่นี่เต็มไปด้วยมลพิษ อีกทั้งมีควันมาก ไม่บริสุทธิ์”

“ที่นี่เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างพิเศษ แน่นอนว่าข้างนอกมีนโยบายต้านมลพิษอยู่” อัลดิช ได้ตอบกลับ

“นโยบายต้านมลพิษ? เป็นคำศัพท์ที่แปลกยิ่งนัก แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ!” แฟลร์กาน ได้พูดขึ้นและงอปากบิดเบี้ยวอย่างตื่นเต้นพร้อมกับถูมือเข้าด้วยกัน “ดูเหมือนว่าจะมีความรู้ใหม่มากมายให้ดูดซับ และ เป็นความรู้ที่ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน!”

“ใช่แล้ว” อัลดิช กล่าว และ จ้องมองไปที่ แฟลร์กาน อีกฝ่ายมีความสามารถในการทำความเข้าใจที่สูง และ เขาค่อนข้างเหมาะสมสำหรับแผนการของเขา “นาย…นายจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับเควสนี้”

จากนั้น อัลดิช ก็จ้องมองไปที่ เควสใหม่ที่เขาลงทะเบียนเอาไว้

===

เควส : พิธีกรรมนิรันดร์

ความยาก : ???

ระยะเวลาจำกัด : ไม่มี

โอกาสทั้งหมดที่เหลืออยู่ : 2 ครั้ง

คำอธิบาย : คุณได้เริ่มต้นเส้นทางแห่งการเป็นลิชในพิธีกรรมนิรันดร์ คุณจะต้องบรรลุเงื่อนไขทั้งหมด 3 ประการ

วัตถุประสงค์ :

1. สร้างลูกแก้วแก่นแท้ [เสร็จสมบูรณ์]

2. ตัดพันธะส่วนตัวทั้งหมด [ยังไม่เสร็จ]

3. รับสัญลักษณ์แห่งพลังโดยการไปถึงชั้นที่ 15 ของ เนโครโพลิส [ยังไม่เสร็จ]

รางวัล :

สัญลักษณ์แห่งพลัง x1

EXP จำนวนนึง

===

อัลดิช ไม่รู้เลยว่า เหตุใดขั้นตอนที่สองของเขาถึงยังไม่เสร็จ เพราะเขาได้ตัดพันธะส่วนตัวทั้งหมดแล้ว อดัม และ เอเลเน่ ก็ไม่อยู่แล้ว พ่อแม่ของเขาก็เสียชีวิตไปนานแล้ว

ดังนั้นเขาจะยังมีพันธะอะไรเหลืออยู่อีก?

อย่างไรก็ตาม อัลดิช ไม่ได้คิดเรื่องนี้ในตอนนี้มากนัก เขาได้ตรวจสอบ อีวิลอาย ที่เขาทิ้งไว้ในป่า ดูเหมือนว่าคนจาก แบล็ควอเตอร์ กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้เพื่อตรวจสอบสาเหตุเกี่ยวกับการหายตัวไปของโกสต์

เขาได้มองผ่านดวงตาของอีวิลอายและพบกลุ่มค้นหาที่มีรถโฮเวอร์คาร์เร่ร่อนไปทั่วถนนสายหลัก

จบบทที่ SN-ตอนที่ 44 พิธีกรรมนิรันดร์

คัดลอกลิงก์แล้ว