เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

SN-ตอนที่ 3 มุ่งสู่แบล็ควอเตอร์

SN-ตอนที่ 3 มุ่งสู่แบล็ควอเตอร์

SN-ตอนที่ 3 มุ่งสู่แบล็ควอเตอร์


-30/9/2116

วันนี้เป็นวันสำคัญ

วันที่ อัลดิช จะได้เข้าร่วมกับ สถาบันแบล็ควอเตอร์ ซึ่งเป็นก้าวแรกของการเดินทางอันยากลำบากและยาวนานเพื่อการล้างแค้นให้พ่อแม่ของเขา

อัลดิช ได้ตื่นนอนตอนตีห้าครึ่ง มันเป็นเวลา 30 นาทีก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนัดเจอเขา

เมื่อ นาฬิกาถึง 06.00 อย่างแม่นยำ เจ้าหน้าที่ของสถาบันศึกษาก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูห้องของเขาอย่างแม่นยำ จากนี้จะเห็นได้ชัดว่าเจ้าหน้าที่คนนี้ได้ใช้กำปั้นทุบไปที่ประตูอยู่หลายครั้ง ซึ่งมันเป็นการเคาะประตูที่รุนแรงที่สุดเท่าที่ อัลดิช เคยเห็นมา

ก่อนหน้านี้ อัลดิช ได้เตรียมความพร้อมมาหมดแล้ว ซึ่งบ้านที่เขาเคยอาศัยอยู่มาตลอดทั้งชีวิต ได้รับการทำความสะอาดจนว่างเปล่า พร้อมกับเคลียร์ทุกอย่างเพื่อให้ผู้เช่ารายอื่นเข้ามาจากนั้นเขาก็ตั้งใจจะย้ายเข้าไปในสถาบันแบล็ควอเตอร์ แน่นอนว่าเขาได้คำนวณเรื่องอาหารค่าอาหารสำหรับระยะเวลา 4 ปีก่อนการสำเร็จการศึกษาแล้ว โดยของที่เขาแพ็คมาส่วนใหญ่ก็เป็นของส่วนตัวที่มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับเขา

มันเป็นของที่ระลึกจากพ่อแม่ผู้ล่วงลับของเขา ซึ่งมันมีภาพครอบครัวของ อัลดิช และ เครื่องประดับเล็ก ๆ น้อย ๆ จากชุดฮีโร่ของพวกเขา ยังมีจดหมายวันเกิดของเขาที่ทำให้เขาได้เข้ามาในสถาบันศึกษานี้อีกด้วย รวมถึง อุปกรณ์เล่นเกมส่วนตัวของเขาซึ่งบางครั้งเขาได้ใช้พวกมันเพื่อคลายเครียดหลังการฝึก

เกมส่วนใหญ่ที่เขานำมามันเป็นเกมแนว RPG เพราะ อัลดิช ไม่ชอบเล่นเกมออนไลน์และตอบโต้กับคนทั่วไปในโลกออนไลน์ ในบรรดาเกม RPG ที่เขาเล่น มีเกมนึงที่เขาชื่นชอบเป็นพิเศษ

มันเป็นเกมที่ซ่อนเร้นอย่างน่าประหลาดแต่สนุกและอัศจรรย์เป็นพิเศษ มันมีชื่อว่า Elden World ซึ่งเขาได้ซื้อมันมาจากร้านเกมเก่า ซึ่งเป็นร้านที่ปิดตัวไปนานและถูกรื้อออกไปแล้ว

ในตอนแรก อัลดิช คิดว่าเกมนี้เป็นเกมขยะ เพราะเขาพบปัญหาหลายอย่างเมื่อเขาพิจารณาจากตัวแผ่นดิสก์ของเกม มันก็ทำให้เขาสงสัยมากยิ่งขึ้น เพราะ แผ่นดิสก์เกมนี้ไม่มีเครื่องหมายทางการค้าและไม่ได้ลงทะเบียนกับบริษัทใด ซึ่งมันหมายความว่า โอกาสในการพัฒนาเกมต่อแทบจะเป็นศูนย์และกระทั่งเกมนี้ยังไม่เคยวางสู่ตลาดสาธารณะมาก่อน

ดังนั้น อัลดิช จึงไม่ได้คาดหวังสำหรับมัน เพราะบางครั้งเขาก็ชอบเดินตระเวนไปทั่วร้านเกมที่ไม่มีชื่อเพื่อซื้อเกมเก่า ๆ ตั้งแต่ยุค 2000 มาเล่น และ บางครั้งเขาก็ทิ้งพวกมันไป

เพราะเกมเหล่านี้สำหรับยุคนี้ล้วนเป็นเพียงขยะ

ที่น่าแปลกก็คือ ตั้งแต่เขาเคยเล่นเกมมา เกม Elden World นั้นสมบูรณ์แบบที่สุด และ อัลดิช ก็ใช้เวลาในการเล่นมันไปหลายร้อยชั่วโมง

อัชดิช ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นอาชีพ เนโครแมนเซอร์จนถึงเลเวล 100 แต่เขาไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น หลังจากที่เขาเพิ่มค่าสถานะและอุปกรณ์บางอย่าง เขาก็ได้ตระเวนผ่านมุมมืดที่สุดของเกมเพื่อค้นหาวัสดุและการอัพเกรดเพื่อทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นต่อไป

จนในที่สุด อัชดิช ก็สามารถเอาชนะ อุปสรรคทุกอย่างจนไม่เหลือความท้าทายใด ๆ อีก แม้ว่าบางคนจะคิดว่ามันน่าเบื่อ แต่เขาก็รู้สึกสนุกไปกับมัน

บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ อัชดิช ดูแข็งแกร่งและทรงพลัง แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ในเกมก็ตาม

ดังนั้นเขาจึงรักเกมนี้เป็นอย่างมาก

ในขณะเดียวกัน อัชดิช ก็เดินไปเปิดประตูห้องของเขา เขาได้เลื่อนประตูเหล็กเรียบ ๆ และ เปิดมันด้วยกลไกบางอย่าง จากนั้นเขาก็พบ ชายร่างสูงในชุดสีดำ ที่จ้องมองมาที่เขาด้วยดวงตาสีดำที่เฉียบคม

ชายคนนั้นมองลงมาที่ Eye-Phone ของเขา เพื่อตรวจสอบรายละเอียดบางอย่าง

“นายคือ อัลดิช หยาง?”ชายคนนั้นกล่าว“นักเรียนที่ลงทะเบียนโครงการพัฒนาการต่อสู้และเข้าร่วมสถาบันแบล็ควอเตอร์?”

“ครับ”อัลดิช ได้ตอบกลับอย่างเรียบง่าย

“แสดง ID ให้ฉันดู”ชายคนนั้นได้พูดขึ้น

อัชดิช ได้ยก Eye-Phone ของเขา และ ให้ ดาเรียส สแกนด้วยกล้องในโทรศัพท์ของเขา จากนั้น บันทึกประจำตัวประชาชน (CID) อิเล็กทรอนิกส์ของ อัลดิช ซึ่งตรงกับข้อมูลประจำตัวของเขากับฐานข้อมูลทั่วโลกที่ถูกดูแลโดยหน่วยงานองค์กรผู้วิวัฒก็ได้แสดงออกมา

“ดี ฉันชื่อ ดาเรียส เฟล็ทเชอร์ และ ฉันเป็นเจ้าหน้าที่ของแบล็ควอเตอร์ ที่ถูกส่งมารับนายที่นี่”ชายคนนั้นได้กล่าวพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา และ มองไปที่ อัลดิช ด้วยดวงตาที่เย็นชา ราวกับว่า เขาคิดว่า อัลดิช ไม่คุ้มค่ากับการเสียเวลาของเขา

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”อัลดิช ได้กล่าวพูดด้วยความเคารพและยื่นมือออกมา

ดาเรียส ได้ปัดมือของเขาด้วยความแรงจนทำให้มือของ อัลดิช เกิดรอยฟกช้ำ

“ก็แค่คนไร้อำนาจ เป็นแค่หนอนแมลง คิดยังไงถึงอยากจะจับมือฉัน”ดาเรียสพูด“และจากนี้ไปให้นายเรียกฉันว่า เจ้าหน้าที่เฟล็ทเชอร์ เท่านั้น ถ้านายทำไม่ได้ ฉันเกรงว่านายคงต้องรู้สึกผิดหวังในตัวเองที่แม่ของนายคลอดนายออกมาแล้ว”

“...”อัลดิช ได้พยักหน้า เขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับการปฏิเสธประเภทนี้ และ ตามจริงแล้ว เขาก็ได้เตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว เพราะถึงอย่างไร นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกกลั่นแกล้ง

จนถึงตอนนี้มันก็เหมือนกับที่ อัลดิช คำนวณไว้ เขาเต็มใจยอมโดนดูถูกกหรือกลั่นแกล้งเพื่อให้ได้รับใบอนุญาติของฮีโร่ในการล่า

“ตามฉันมา”เจ้าหน้าที่เฟล็ทเชอร์ ได้กล่าวพูดห้วน ๆ

อัลดิช ได้เดินตามเจ้าหน้าที่เฟล็ทเชอร์ไปอย่างเงียบ ๆ โดยด้านนอกอาคารของเขามันมีรถโฮเวอร์คาร์หุ้มเกราะขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะสามารถนั่งได้ประมาณ 6 คน เสียงของเครื่องยนต์ที่รุนแรงได้ดังก้องกระทบหูของ อัลดิช

“เข้ามา”เจ้าหน้าที่เฟล็ทเชอร์ได้พูดขณะแตะโทรศัพท์ สิ่งนี้มันทำให้ประตูบานใหญ่บานนึงของรถเหล็กสีดำได้เปิดออก และ ภายในรถก็สว่างไปด้วยแสงสีแดงหม่น โดยที่นั่งสองแถวได้หันเข้าหากัน

อัลดิช ได้เข้าไปนั่งข้างในโดยไม่พูดอะไร เขาได้สังเกตุการปรากฏตัวของคนอื่น ๆ รอบตัวเขา ดูเหมือนว่าเพื่อนนักเรียนของเขาจะยังดูเด็กเพื่อพิจารณาจากรูปลักษณ์ของเขา ขณะที่ประตูรถปิดลง เจ้าหน้าที่เฟล็ทเชอร์ ก็ได้ขับรถออกไปในทันที

ภายในพื้นที่รถคันนี้มันคล้ายกับรถในเรือนจำมากกว่าการขนส่งนักเรียนทางการทหาร

“เฮ้ นายก็เป็นส่วนนึงในโครงการพัฒนาการต่อสู้ด้วยใช่มั้ย?”ชายหนุ่มที่อายุราว ๆ 16 ปี เหมือนกับ อัลดิช ดวงตาของเขาได้เบิกกว้างและฉีกยิ้มให้กับ อัลดิช ที่นั่งตรงข้ามเขา

“อืม”อัลดิช ได้ตอบกลับอย่างเรียบง่าย เขาได้มองไปรอบ ๆ และ พบว่ามีนักเรียนอีก 3 คนอยู่ในรถ

มีผู้ชาย 2 คน และ ผู้หญิง 1 คน ทั้งหมดคงจะเป็นส่วนนึงของโครงการพัฒนาการต่อสู้

“ดีเลย!”ชายผมหยิกได้ตอบกลับ เขายื่นมือออกมาและจับมือ อัลดิช “ฉันชื่อ อดัม มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อที่จะพบพวกเราหลายคนที่เป็นผู้ผิดปกติเช่นนี้ ตลอดชีวิตของฉัน ฉันคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนเดียวเสียอีก ในตอนนั้นฉันรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองนั้นถูกสาปแช่ง นายคงรู้ใช่ไหมว่าฉันคิดยังไง?”

อัชดิล จ้องมองไปที่มือของ อดัม ที่กำลังเขย่ามือของเขา อัลดิช ไม่ใช่คนที่กระฉับกระเฉงในด้านนี้ แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่เช่นเดียวกัน

“อืม”อัชดิช ได้ตอบกลับ นั่นคือทั้งหมดที่เขาพูด และ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ใช่คนช่างพูดด้วย

“เห้ยตรงนั้นน่ะหุบปากกันได้แล้ว!”เสียงที่หยาบคายของเจ้าหน้าที่เฟล็ทเชอร์ได้ดังผ่านระบบเสียง สิ่งนี้ทำให้ทุกคนในรถสะดุ้ง ยกเว้นอัลดิช “เห้อวันนี้ช่างเป็นวันที่เลวร้ายสำหรับฉันยิ่งนักที่ต้องถูกส่งมาดูแลพวกแกเนี่ย ฟังนะ ฉันชอบขับรถแบบเงียบ ๆ ถ้าฉันได้ยินเสียงแว่ว ๆ ผ่านหู ฉันสัญญาเลยว่าเมื่อเราไปถึง แบล็ควอเตอร์ ฉันจะทำให้ชีวิตของพวกแกสังเวชมากยิ่งขึ้นมากกว่าตกนรกทั้งเป็นอีก!”

“เห้อ ใครบ้างที่รู้สึกว่ามันเป็นวันที่ดีของตัวเอง”อดัม ได้กล่าวกระซิบกระซาบ

อัชดิช ได้เพิกเฉยต่อ อดัม เพื่อให้เด็กคนนี้หุบปากเพื่อความปลอดภัยของเขา และ ของ อัลดิช แน่นอนว่าเขาได้กอดอกและเอนหลังพิงเบาะนั่งพร้อมกับจ้องมองไปที่เพดานสีแดงหม่นและหลับตาเพื่อพักผ่อน

จบบทที่ SN-ตอนที่ 3 มุ่งสู่แบล็ควอเตอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว