เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 530 - ลักษณ์ธรรมที่เป็นของฉู่ซิว

บทที่ 530 - ลักษณ์ธรรมที่เป็นของฉู่ซิว

บทที่ 530 - ลักษณ์ธรรมที่เป็นของฉู่ซิว


บทที่ 530 - ลักษณ์ธรรมที่เป็นของฉู่ซิว

การต่อสู้ในครั้งนี้ นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นก็ผิดพลาดไปแล้ว ชุยเล่อและคนอื่นๆ ประเมินฉู่ซิวต่ำเกินไป และประเมินตนเองสูงเกินไป

ก้าวเดียวพลาดพลั้ง ก้าวต่อๆ ไปย่อมผิดพลาด ชุยเล่อและคนอื่นๆ ได้ก้าวเท้าเข้าสู่ประตูยมโลกไปแล้วครึ่งหนึ่ง

ในตอนเริ่มต้นเป็นพวกเขาที่คิดจะซุ่มโจมตีฉู่ซิว ผลลัพธ์ในตอนนี้ กลับกลายเป็นฉู่ซิวที่เก็บเกี่ยวชีวิตของพวกเขา

ฉู่ซิวหันกลับไปมอง ผู้คนมิอาจมองเห็นสีหน้าบนใบหน้าของเขาได้ชัดเจน ทำได้เพียงมองเห็นดวงตาทั้งสองข้างที่แดงฉานราวกับโลหิตเท่านั้น

ขณะที่ฉู่ซิว

ก้าวเท้าเข้ามา พลังอสูรสายแล้วสายเล่าก็พลันฟุ้งกระจาย แม้ว่านักสู้เหล่านั้นคิดที่จะหลบหนี ทว่าขอเพียงถูกพลังอสูรนั้นพันม้วนเข้าใส่ ทั่วร่างก็พลันสั่นสะท้าน ถูกพลังอสูรดูดกลืนโลหิตจนเหือดแห้ง

โลหิตและพลังอสูรเหล่านั้นวนเวียนอยู่โดยรอบฉู่ซิว ทำให้กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวทั่วร่างของเขายิ่งเข้มข้นขึ้น ราวกับอสูรเทพจุติลงมาโดยแท้

นักสู้ในที่นั้นในที่สุดก็มิอาจทนทานต่อไปได้อีก รีบหลบหนีแตกกระเจิงไปโดยรอบ ทว่าฉู่ซิวกลับพุ่งตรงไปยังชุยเล่อ

เจ้าหมอนี่คือตัวการใหญ่ ผู้อื่นสามารถจากไปได้ ทว่าเขาจะต้องอยู่ที่นี่!

ชุยเล่อกัดฟันแน่น ปราณเกราะทั่วร่างของเขาสาดส่อง สองมือประสานมุทราอย่างรวดเร็ว บุปผาประหลาดนับพันดอกเบ่งบาน บุปผาปราณเกราะทุกดอกล้วนนำพามาซึ่งคลื่นพลังปราณเกราะอันแข็งแกร่ง พุ่งเข้าใส่ฉู่ซิวในคราวเดียว!

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีเช่นนี้ พลังโลหิตไร้ขอบเขตเบื้องหลังฉู่ซิวพลันควบแน่นกลายเป็นลักษณ์ธรรมหมิงหวังสะเทือนขุมนรกตนหนึ่ง มุทราหนึ่งฟาดลงมา ทุกสิ่งทุกอย่างพลันหวนคืนสู่ความว่างเปล่า!

พลังอันแข็งแกร่งมหาศาลบดขยี้เข้ามา ชุยเล่อพลันกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง บนใบหน้าฉายแววตื่นตระหนกออกมา

ในยามนี้เอง เมิ่งกังผู้นั้นทั่วร่างกลับสาดส่องประกายทองเจิดจ้า ในเวลาเดียวกันพลังโลหิตสายหนึ่งก็เผาไหม้ ร่างทั้งร่างของเขาราวกับจำแลงกายเป็นเทพเจ้ายักษ์ พุ่งเข้าใส่ฉู่ซิว พลางพุ่งเข้าใส่พลางตะโกนเสียงดังลั่นว่า “สหายชุย! รีบหนีไป!”

อีกทั้งในเวลาเดียวกัน นักสู้อีกหลายคนที่ยังมิได้หลบหนีโดยรอบก็ติดตามเมิ่งกังเข้าโจมตีฉู่ซิว ทุกคนล้วนใช้ออกซึ่งไพ่ตายก้นหีบของตนเอง

ชุยเล่อมิใช่จอมปลอมเช่นเนี่ยเหรินหลง เขาเป็นคนเลวทรามที่แท้จริง ทว่าคนเลวทราม ก็ย่อมมีสหายที่แท้จริงอยู่บ้างเช่นกัน

เมิ่งกังมีนิสัยแย่มาก เขาจึงมีแต่ล่วงเกินผู้คน ดังนั้นเขาจึงมิมีสหาย มีเพียงศัตรูและผู้คนที่รังเกียจเขาเท่านั้น

ชุยเล่อเป็นหนึ่งในคนส่วนน้อยที่สามารถอดทนต่อนิสัยแย่มากของเขาได้ ร่วมเป็นสหายกับเขา อีกทั้งหลังจากที่เมิ่งกังล่วงเกินผู้อื่นไปแล้ว ก็เป็นชุยเล่อที่อาศัยเส้นสายของตนเองมาช่วยเหลือเขาแก้ไขปัญหา

ไม่ว่าชุยเล่อจะนับเขาเป็นสหายหรือไม่ ทว่าสำหรับเมิ่งกังแล้ว ชุยเล่อก็คือสหายของเขา สหายเพียงคนเดียว

คุณธรรมเมตตา เมิ่งกังขาดไปสามส่วน

เขามิใช่คนดีอันใด ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาก็มิเคยผดุงคุณธรรมท่องยุทธภพช่วยเหลือผู้คน ตรงกันข้ามเขากลับเคยเป็นโจรร้ายสังหารพ่อค้าที่เดินทางผ่านไปมามิใช่น้อย

ทั้งชีวิตนี้ของเขาหลงเหลืออยู่เพียงอักษร ‘คุณธรรม’ อักษรเดียวที่ยังมิทันได้ทรยศ อย่างน้อยในยามที่เขาอยู่ในกองทัพ ก็มิเคยทรยศสหายร่วมรบของตนเอง ยามที่เขาเป็นโจรร้าย ก็มิได้ทรยศพี่น้องของตนเอง

ตอนนี้สหายของตนเองตกอยู่ในอันตราย เขาเมิ่งกังก็ย่อมสามารถสละชีวิตเพื่ออักษร ‘คุณธรรม’ อักษรนี้ได้เช่นกัน!

ในดวงตาของฉู่ซิวฉายแววเย็นชาออกมาคราหนึ่ง หมิงหวังสะเทือนขุมนรกมุทราหนึ่งฟาดลงมา พ่วงด้วยพลังโลหิตที่ฉู่ซิวรวบรวมมาจากมหาเวทโลหิตอสูร มุทรานี้บารมีแข็งแกร่งอย่างที่สุด ถึงขนาดที่ทุบทำลายสองแขนของเมิ่งกังจนแหลกละเอียดโดยตรง นักสู้คนอื่นๆ ที่ยังมิทันได้บรรลุถึงขอบเขตฟ้าดินหลอมรวมเป็นหนึ่ง ยิ่งถูกมุทราที่หนักหน่วงรุนแรงนี้ทุบจนแหลกสลายโดยตรง!

เมื่อได้เห็นฉากนี้ ชุยเล่อก็พลันเบิกตากว้างอย่างโกรธแค้น

คนเหล่านี้ล้วนเป็นสหายสนิทชิดเชื้อที่แท้จริงของเขา ก่อนหน้านี้ชุยเล่อกล่าวว่าจะร่วมกันกุมอำนาจหมู่บ้านรวมคุณธรรมมิได้หลอกลวงพวกเขา ชุยเล่อคิดเช่นนั้นจริงๆ

เสเพลมาครึ่งชีวิต ชุยเล่อก็อยากที่จะมีธุรกิจของตนเอง สร้างอนาคตให้ทายาทของเขา ให้สหายเหล่านี้ของเขา น่าเสียดายที่เขาคำนวณผิดพลาด เมื่อก้าวเดียวพลาดพลั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างก็พลันว่างเปล่า!

เมื่อมีเมิ่งกังขวางอยู่เบื้องหน้า ตนเองสามารถหลบหนีได้ อีกทั้งยังมีโอกาสรอดชีวิตอยู่บ้าง

ทว่าก้าวสุดท้ายนี้ชุยเล่อกลับมิได้ก้าวออกไป เขากลับคำรามลั่นอย่างโกรธแค้น ถึงขนาดที่สอดมือเข้าไปในเส้นชีพจรหัวใจของตนเองโดยตรง ในทันทีโลหิตจำนวนมากก็ไหลทะลักออกมา

โลหิตเหล่านั้นไหลรินลงไปบนพื้น ทว่ากลับจำแลงกลายเป็นบุปผาโลหิตยักษ์ที่ประหลาดพิกลดอกหนึ่งออกมา สูงเท่าคนผู้หนึ่ง กลีบบุปผาสีแดงฉานงดงามอย่างที่สุด สาดส่องประกายแสงสีโลหิตที่น่าสะพรึงกลัว

บุปผาดอกนี้หากเป็นคนของนิกายพุทธมาถึง ย่อมสามารถจดจำมันออกมาได้ง่ายอย่างที่สุด

นามของมันคือ บุปผาม่านจูชาฮวา หรือที่เรียกกันว่า บุปผาแห่งปรภพ เบ่งบานอยู่บนเส้นทางสู่ยมโลกหวงเฉวียน เพื่อส่งวิญญาณที่ตายตกไปแล้ว!

บุปผาแห่งปรภพเบ่งบาน ปกคลุมเข้าใส่ฉู่ซิว นั่นคือพลังที่ตัวแทนของความตาย เป็นชุยเล่อที่ใช้ชีวิตของตนเองเป็นพลัง ชักนำพลังแห่งนรกออกมา

ภายใต้บุปผาแห่งปรภพที่เบ่งบาน พลังโลหิตมอดสลาย พลังอสูรสลายไป พลังนั้นถึงขนาดที่ทำให้ฉู่ซิวรู้สึกใจสั่นอยู่บ้าง!

นี่มิใช่เคล็ดลับสู้ชีวิตแล้ว แต่กลับเป็นกระบวนท่าที่ต้องตายไปพร้อมกันโดยแท้

ในชั่วพริบตานี้ ลักษณ์ธรรมหมิงหวังสะเทือนขุมนรกเบื้องหลังฉู่ซิวพลันบังเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่บ้าง

พลังโลหิตและพลังอสูรไร้ขอบเขตล้วนหลอมรวมเข้าไปในนั้น เปลี่ยนลักษณ์หมิงหวังให้กลายเป็นลักษณ์พุทธะ ทว่าลักษณ์พุทธะตนนั้นทั่วร่างกลับเป็นสีโลหิต แดงฉานจนทำให้ผู้คนหนาวเหน็บใจ

ส่วนพลังอสูรไร้ขอบเขตกลับกลายเป็นดาบอสูรเล่มหนึ่งในมือของพุทธะ เมื่อมองดูรูปลักษณ์นั้น ถึงขนาดที่ยังคล้ายคลึงกับดาบระบำอสูรฟ้าของฉู่ซิวอยู่บ้าง

พุทธะสีโลหิตถือดาบอสูร นี่คือลักษณ์ธรรมที่เป็นของฉู่ซิวแต่เพียงผู้เดียว ลักษณ์อสูรพุทธะสังหาร!

ดาบหนึ่งฟาดฟันลงมา พลังอสูรไร้ขอบเขตไร้ที่สิ้นสุดควบแน่นกลายเป็นคมดาบ ฉีกกระชากบุปผาแห่งปรภพสีโลหิตดอกนั้นจนแหลกละเอียดโดยตรง กลายเป็นประกายแสงสีโลหิตนับไม่ถ้วนสลายไปในท้องฟ้ายามค่ำคืน

ชุยเล่อในยามนี้ยังมิทันได้สิ้นใจ เขาทนฝืนทอดมองไปยังเมิ่งกัง อ้าปาก ทว่ากลับมิมีเสียงใดเล็ดลอดออกมา

ทว่าเมิ่งกังกลับสามารถอ่านปากของเขาออกได้ว่าเป็นอักษรหนึ่ง นั่นก็คือ: หนี!

เมื่อเปล่งอักษรนี้ออกมา ร่างของชุยเล่อก็ล้มลงไปบนพื้นอย่างรุนแรงไร้ซึ่งลมหายใจ

บุปผาแห่งปรภพคือบุปผาแห่งความตาย มีเพียงใช้ความตายของตนเอง จึงจะสามารถชักนำให้บุปผาแห่งปรภพเบ่งบานได้

บุปผาดอกนี้ชุยเล่อบำเพ็ญเพียรมาครึ่งชีวิต ทว่ายามที่ตนเองได้ใช้มันออกมา นั่นก็คือยามตายของเขาแล้ว

เมิ่งกังมิได้หลบหนี เขาเพียงแค่ทอดมองร่างไร้วิญญาณของชุยเล่ออย่างเหม่อลอย

ลักษณ์อสูรพุทธะสังหารเบื้องหลังฉู่ซิวสลายไป เขาหนึ่งก้าวทะยานออกมา ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเมิ่งกัง กล่าวอย่างเย็นชาว่า “สำหรับคนที่เปี่ยมคุณธรรม ข้าล้วนชื่นชมอย่างที่สุด”

คนปกติหากกล่าววาจานี้ออกมา ประโยคต่อไปย่อมต้องเป็น: เพราะเจ้าเปี่ยมคุณธรรม ดังนั้นข้าจึงมิสังหารเจ้า

ทว่าฉู่ซิวกลับกล่าวต่อไปว่า “ในเมื่อเจ้าเปี่ยมคุณธรรมถึงเพียงนี้ เช่นนั้นข้าก็จะส่งเจ้าขึ้นทางก็แล้วกัน ในเมื่อพวกเจ้ามิอาจเกิดวันเดือนปีเดียวกัน เช่นนั้นก็จงไปตายวันเดือนปีเดียวกันก็แล้วกัน”

สิ้นเสียงคำพูด ฉู่ซิวก็สั่นสะเทือนเส้นชีพจรหัวใจของเมิ่งกังจนแหลกละเอียดโดยตรง อีกทั้งเมิ่งกังก็มิได้ขัดขืน บางทีสำหรับเขาในตอนนี้แล้ว การขัดขืนก็มิมีความหมายอีกต่อไปแล้ว

เมื่อทอดมองไปยังกองศพบนพื้น สีหน้าของฉู่ซิวกลับมิได้แปรเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย แต่กลับรีบฉวยโอกาสจากไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับฉู่ซิวแล้ว บนโลกใบนี้มีเพียงคนที่เขาสังหารได้และคนที่สังหารมิได้เท่านั้น

แม้ว่าเขาจะชื่นชมเจ้าพวกที่เปี่ยมคุณธรรมเหล่านี้ ทว่าในเมื่อเจ้าเป็นศัตรูกับข้า เช่นนั้นก็ต้องขออภัย ข้าก็ยังคงต้องสังหารเจ้า

ในยามที่มิมีพลังรับรู้และต้องต่อสู้รับมือกับคนหมู่มากเพียงลำพัง ฉู่ซิวในตอนนี้ก็มิได้สุขสบายเท่าใดนัก สูญเสียพลังไปมิน้อย ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องฟื้นฟูให้กลับสู่สภาวะจุดสูงสุดเสียก่อนจึงจะทำได้

อีกทั้งฉู่ซิวก็มิคาดคิดว่า ท่ามกลางเคล็ดวิชามากมายบนร่างของเขา พลังเทวะมหาวัชระ กลับเป็นเคล็ดวิชาแรกที่เขาบำเพ็ญเพียรจนบรรลุขั้นสูง ควบแน่นลักษณ์ธรรมที่เป็นของตนเองออกมาได้

เดิมทีฉู่ซิวยังคิดว่าตนเองจำเป็นต้องรอจนถึงขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์ จึงจะสามารถตระหนักรู้ได้บ้าง ควบแน่นลักษณ์ธรรมออกมา ทว่ามิคาดคิดว่าครั้งนี้เขาจะดวงใจสว่างไสว ตระหนักรู้ลักษณ์อสูรพุทธะสังหารนี้ออกมาได้

รากฐานของพลังเทวะมหาวัชระอยู่ที่การบำเพ็ญเพียรกายเนื้อ ทว่าแก่นแท้ที่แท้จริงของมันกลับเป็นลักษณ์ธรรมที่ตนเองควบแน่นออกมานี้

ทว่าเกรงว่าตอนนี้ต่อให้ผู้ที่สร้างพลังเทวะมหาวัชระในอดีตผู้นั้นจะปรากฏตัวออกมา ก็คงจะจดจำพลังเทวะมหาวัชระของฉู่ซิวบ่ได้แล้ว เคล็ดวิชาสายธรรมะนิกายพุทธที่ดีงามเคล็ดหนึ่ง ผลลัพธ์กลับถูกฉู่ซิวบำเพ็ญเพียรจนชั่วร้ายอย่างที่สุด เละเทะจนมิอาจทนมองได้

ในยามที่ฉู่ซิวหลบซ่อนตัวเพื่อฟื้นฟูพลังอยู่นั้น การตายของชุยเล่อและคนอื่นๆ ก็ได้ก่อให้เกิดคลื่นลมที่รุนแรงขึ้นมา

หากกล่าวว่าผู้คนที่ตายไปก่อนหน้านี้เป็นเพียงปลาซิวปลาสร้อย ทว่าชุยเล่อและคนอื่นๆ กลับมิใช่ปลาซิวปลาสร้อย

‘คุณชายหลิวฮวา’ ชุยเล่อ เจ้าอารามอารามเมี่ยวอวี้ นักพรตเมี่ยวเสวียน ‘เจ้ายักษ์’ เมิ่งกัง ทั้งสามคนนี้ล้วนเป็นยอดฝีมือที่มีชื่อมีแซ่ในดินแดนแคว้นเยี่ยนเหนือ

นักสู้ขอบเขตฟ้าดินหลอมรวมเป็นหนึ่งล้วนเป็นผู้ที่มีชื่อมีแซ่ ทั้งสามคนนี้ต่อให้จะอยู่ในบรรดานักสู้ขอบเขตฟ้าดินหลอมรวมเป็นหนึ่งมากมาย ก็ล้วนนับได้ว่าเป็นยอดฝีมือแล้ว ผลลัพธ์กลับยังคงต้องตายในเงื้อมมือของฉู่ซิว ยังต้องสูญเสียชีวิตของผู้อื่นไปอีกสิบกว่าคน

นี่ราวกับเป็นน้ำเย็นถังหนึ่ง สาดลงไปบนศีรษะของทุกคนโดยตรง ทำให้เหล่าผู้ที่เตรียมพร้อมจะมาสังหารหลินเย่เพื่อแลกกับอนาคตต่างก็เยือกเย็นลงแล้ว

จนกระทั่งในยามนี้พวกเขาจึงได้ครุ่นคิดอย่างจริงจัง หากหลินเย่ผู้นั้นสังหารได้ง่ายดายถึงเพียงนั้นจริงๆ เนี่ยเหรินหลงไฉนเลยจะต้องยอมสละตำแหน่งเจ้าหมู่บ้านรวมคุณธรรมเพื่อเป็นรางวัลนำจับ?

ต่อให้เนี่ยเหรินหลงจะโกรธจนเลอะเลือน เขาก็มิอาจทำเรื่องที่รีบร้อนถึงเพียงนี้ได้

ชุยเล่อและคนอื่นๆ ตายไปแล้ว ทว่าพวกเขาก็นับว่าสร้างความดีความชอบอันไร้ขอบเขตแล้ว

ก็เป็นเพราะการตายของพวกเขา จึงได้ช่วยชีวิตเจ้าพวกที่เตรียมพร้อมจะมารนหาที่ตายกลุ่มหนึ่งเอาไว้ได้

ในยามนี้ภายในหมู่บ้านรวมคุณธรรม เนี่ยเหรินหลงกำลังขว้างปาแจกัน โต๊ะเก้าอี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาพอจะมองเห็นได้อยู่เบื้องหน้าอย่างบ้าคลั่ง

ล้มเหลวแล้ว กลับล้มเหลวอีกแล้ว หลินเย่ผู้นี้ตกลงโผล่ออกมาจากที่ใดกันแน่ เขามีอยู่กี่ชีวิตกันแน่ ไฉนผู้คนมากมายถึงเพียงนี้ยังสังหารเขามิได้?

นักสู้หมู่บ้านรวมคุณธรรมโดยรอบต่างก็ทอดมองเนี่ยเหรินหลงอย่างใจสั่น

นับตั้งแต่ที่เนี่ยตงหลิวสิ้นใจไป ท่านเจ้าหมู่บ้านที่ในอดีตเยือกเย็นอย่างที่สุด มักจะซ่อนอารมณ์มิแสดงออกทางสีหน้าผู้นี้ก็ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน นิสัยแปรเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่งอย่างที่สุด อีกทั้งยังน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด

ครึ่งค่อนวันต่อมา เนี่ยเหรินหลงคำรามลั่นว่า “ข้ามิเชื่อว่าข้าจะสังหารชนชั้นหลังฝ่ายมารผู้หนึ่งมิได้ ด้วยพลังทั้งหมดของข้าหมู่บ้านรวมคุณธรรม!

ไปตามปรมาจารย์พยากรณ์หยวนจี๋นั่นกลับมา ให้เขาทำนายทายทักตำแหน่งของหลินเย่ผู้นั้นต่อไปอีกครั้ง แล้วก็ไปที่สมาคมมังกรคราม ใช้เงินจำนวนมหาศาลให้พวกเขาไปสังหารหลินเย่ผู้นั้น!”

ในยามนี้นักสู้หมู่บ้านรวมคุณธรรมผู้หนึ่งกล่าวอย่างขมขื่นว่า “ท่านเจ้าหมู่บ้าน ขอโปรดท่านจงเยือกเย็นลงก่อน ปรมาจารย์หยวนจี๋ผู้นั้นจากไปแล้ว ตอนนี้เกรงว่าคงจะออกจากแคว้นเยี่ยนเหนือไปแล้ว

ส่วนทางฝั่งสมาคมมังกรครามกฎเกณฑ์ของท่าน ท่านก็ล่วงรู้ดี หากเป็นก่อนหน้านี้พวกเราเชิญคนของสมาคมมังครามมาลอบสังหารหลินเย่ก็ยังพอเป็นไปได้ ทว่าตอนนี้... ชื่อเสียงของหลินเย่ได้แพร่กระจายออกไปแล้ว การเชิญสมาคมมังครามให้ลงมือ ราคาเกรงว่าคงจะมิได้ต่ำไปกว่าการลอบสังหารปรมาจารย์วิถียุทธ์ผู้หนึ่งเลย

อีกทั้งกฎเกณฑ์ของสมาคมมังครามท่านก็ล่วงรู้ดี หากสถานการณ์แปรเปลี่ยนไป ทำให้สมาคมมังครามต้องสูญเสียคนไป บัญชีแค้นนั้นก็จะถูกนับลงบนศีรษะของพวกเราหมู่บ้านรวมคุณธรรม ท่านเจ้าหมู่บ้าน ขอโปรดท่านจงไตร่ตรองให้รอบคอบ!”

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 530 - ลักษณ์ธรรมที่เป็นของฉู่ซิว

คัดลอกลิงก์แล้ว