เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรี)บทที่ 599 ลูกชายหล่อขึ้น

(ฟรี)บทที่ 599 ลูกชายหล่อขึ้น

(ฟรี)บทที่ 599 ลูกชายหล่อขึ้น


เธอไม่คิดว่าจะได้เจอเขาที่นี่ ซูจิ่วรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที

ไม่ได้เจอกันเป็นเวลาครึ่งปี ลูกของเธอหล่อขึ้นมากไม่เหลือความเป็นเด็กเลย แต่ก็ยังดูอ่อนเยาว์อยู่ ดูแล้วเหมือนจะสูงขึ้นนิดหน่อย น่าจะประมาณ 160 เซนติเมตรใช่ไหมนะ?

อายุเพียงแค่สิบสองปียังสูงขนาดนี้ ในอนาคตคงจะสูงมากกว่า 180 เซนติเมตรอย่างแน่นอน

อย่างที่ในนิยายได้เขียนเอาไว้ เจ้าพ่อวายร้ายสูง 188 เซนติเมตร มีสัดส่วนและความสูงที่สมบูรณ์แบบโดยเฉพาะขาเรียวยาวคู่นั้น เขาดูเหมือนกับรูปปั้นเดินได้!

ในใจของซูจิ่ว เธอเริ่มจินตนาการว่าเมื่อวายร้ายน้อยโตขึ้นเขาจะมีหน้าตาเป็นยังไง

แต่มันช่างยากเกินไป ในนิยายเขาถูกบรรยายไว้ว่ามีรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาดั่งปีศาจจิ้งจอกหนุ่มพันปี เธอจินตนาการไม่ได้จริงๆ

มีผู้คนมากมายในซูเปอร์มาร์เก็ต ซูจิ่วและซูเชิ่งจิ่งสวมหน้ากากและหมวกเพื่อปกปิดหน้าตา ความสนใจทั้งหมดของหรงซื่ออยู่ที่สตรอเบอร์รี่ทำให้ไม่ได้สังเกตเห็นพวกเขา ไม่นานเขาก็ผลักรถเข็นช็อปปิ้งเดินต่อ และหันหลังกลับมาจ้องมองสตรอเบอร์รี่อีกครั้งก่อนจะเดินจากไป

เมื่อเห็นว่าเขากําลังจะจากไป ซูจิ่วรีบดึงมือของซูเชิ่งจิ่งทันที "ป๊ะป๋า หนูเห็นพี่ชายด้วย พวกเรารีบไปหาเขากันเถอะ!"

"หือ❓" ซูเชิ่งจิ่งหันไปมอง และแน่นอนว่าเขาเห็นหรงซื่อท่ามกลางผู้คนมากมายเหล่านั้น

คงต้องบอกว่าเจ้าหนุ่มน้อยนี่ดูดีมาก อาจเป็นเพราะเขามาจากครอบครัวที่มั่งคั่ง แม้ว่าเขาจะออกจากตระกูลหรงมาเป็นเวลานานแต่เขาก็ยังมีกลิ่นอายของความสูงส่ง เมื่อเทียบกับภูมิหลังและคนรอบข้างเขาแล้วคนพวกนั่นช่างดูน่าเกลียดและน่าหงุดหงิด...

ช่างโดดเด่นจากฝูงชนจริงๆ

เพราะแบบนั้นนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เห็นเขาแม้จะอยู่ท่ามกลางฝูงชนมากมาย

ซูจิ่วผละออกจากซูเชิ่งจิ่งแล้วเดินไปหาหรงซื่ออย่างรวดเร็ว เข้าหาเขาอย่างเงียบ ๆ

เมื่อเดินมาถึงด้านหลังของเขา เธอเอื้อมมือออกไปปิดตาเขาทันทีและพูดด้วยน้ำเสียงที่กดลงต่ำว่า "ทายสิว่าฉันเป็นใคร~"

หรงซื่อพูดโดยไม่ลังเลว่า "เสี่ยวจิ่ว "

ซูจิ่ว "...??"

ไม่จริง เขาตอบโดยไม่คิดเลยหรอ?

เธอยังคงกดเสียงต่อไปและพูดว่า "ผิดแล้ว!"

หรงซื่อยังคงแน่วแน่ "เป็นไปไม่ได้"

“ไม่สงสัยเลยเหรอ แบบนี้ไม่สนุกเลย” ซูจิ่วลดมือลงอย่างเศร้าสร้อย

หรงซื่อหันหลังกลับมา ทันใดนั้นซูจิ่วก็ได้สบตากับดวงตาคู่หนึ่งที่ลึกล้ำและสวยงามราวกับจักรวาลที่มีดวงดาวนับพันดวง

ในชั่วพริบตานั้นเอง หัวใจของเธอดูเหมือนจะถูกบางสิ่งกระแทกเข้าอย่างแรง หัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้นและหูของเธอก็อุ่นขึ้นเล็กน้อย

ความรู้สึกนี้คุ้นเคยมาก

เธอจำได้ นี่เป็นความรู้สึกที่น่าทึ่งมาก!

ถูกต้องมันน่าทึ่งมาก

เธอช่างไร้ยางอายเหลือเกิน กลับถูกเจ้าเด็กนี่ทำให้ประหลาดใจอีกแล้ว

ทันใดนั้นซูจิ่วก็คิดว่าหากวายร้ายน้อยเติบโตขึ้นมาดูดีตามที่บรรยายไว้ในนิยาย เธอคงจะกรีดร้องว่า “กรี๊ด พี่ชาย!” ทุกครั้งที่เห็นเขาแบบเดียวกับพวกแฟนคลับสาวๆ ตัวน้อยที่ชอบไล่ตามดารา

“พี่ชาย นายจำฉันได้ยังไง? ฉันไม่ได้บอกนายว่าฉันจะมาที่นี่วันนี้สักหน่อย และฉันก็ยังแอบเดินมาอย่างเงียบๆ ด้วย!” เขาคงไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ

หรงซื่อเหลือบมองไปยังชั้นวางข้างๆ ซูจิ่วก็หันไปมองตามทันที

ชั้นวางเรียงรายไปด้วยกระจกบานเล็ก ทันใดนั้นเธอก็เข้าใจทันทีว่าวายร้ายน้อยอาจจะเห็นเธอผ่านกระจกพวกนั้น แต่ยังไงก็ตามเธอทั้งสวมหมวกและหน้ากาก แถมยังแต่งตัวมิดชิดมาก เขาสามารถจดจําเธอได้ยังไง?

ใช่ไหมล่ะ?

ซูจิ่วอดไม่ได้ที่จะถามอีกครั้ง "พี่ชาย แต่งแบบนี้ก็ยังจำฉันได้เหรอ?"

พูดตามหลักเหตุผลน่าจะยาก เพราะทุกครั้งที่ป๊ะป๋าใส่หน้ากากและหมวกก็ไม่มีใครจำป๊ะป๋าได้เลย

หรงซื่อมองไปที่เธอและพยักหน้าอย่างจริงจัง "อือ""

แม้ว่าจะผ่านมาเป็นเทอมแล้วตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เห็นเธอ แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นยังไง แต่เขาก็สามารถจดจำเธอได้ทันทีอย่างง่ายดาย

บทที่ 600 เมื่อโตขึ้นฉันจะแต่งงานกับเธอ

เขาแอบคาดหวังว่าเธอจะมา และจู่ๆ เธอก็ปรากฏตัวต่อหน้าเขา แม้ว่าเขาจะไม่ทันตั้งตัวแต่นี่ก็ทำให้เขามีความสุขมาก รู้สึกดีกว่าไปสอบในเมืองเสียอีก

ซูจิ่วดึงหน้ากากลง เธอยิ้มให้เขา "พี่ชาย นายจะเก่งเกินไปไหม?"

หากไม่คุ้นเคยกับใครคนนั้นมากพอ คาดว่าไม่มีทางที่จะจดจำอีกฝ่ายได้ด้วยเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีแน่นอน

ดูเหมือนว่าถึงแม้จะต้องแยกจากกัน แต่ลูกก็ยังจดจำเธอได้ ทันใดนั้นหัวใจของซูจิ่วก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา

หรงซื่อจ้องมองไปที่รอยยิ้มอันแสนหวานของเธอเช่นเคย และดวงตาของเขาก็ลึกล้ำขึ้นเล็กน้อย

เด็กหญิงตัวเล็กในชุดเดรสสีขาว พร้อมกับกิ๊บติดผมสตรอเบอร์รี่ตรึงไว้กับผม ผิวขาวเนียนอ่อนโยน แก้มอมชมพูจางๆ ดูสุขภาพดี ดวงตากลมโตในตาสุกสกาว ขนตาหนางอนยาวราวกับตุ๊กตา

เธอยังคงน่ารักเหมือมเดิม

“พี่ชาย เพื่อเป็นรางวัลที่นายจดจำฉันได้ ฉันจะให้ของขวัญกับนาย!” หลังจากที่ซูจิ่วพูดจบ เธอก็ใส่หน้ากากกลับเหมือนเดิมและวิ่งออกไปท่ามกลางสายตาที่กำลังสงสัยของเขา

เธอกลับมาพร้อมกับสตรอเบอร์รี่สองกล่องในมือ "พี่ชาย นี่ให้นาย"

หรงซื่อกะพริบมองเธอ เธอให้สิ่งนี้แก่เขาเพราะเห็นว่าเขาหยุดดูสตรอเบอรี่เมื่อครู่นี้งั้นเหรอ?

"ขอบคุณนะ" หรงซื่อไม่ได้ปฏิเสธ เขาเอื้อมมือออกไปรับมันมา

ขณะนั้นเอง เขาก็เห็นซูเชิ่งจิ่งที่ตามมา และเห็นว่าเขากำลังมองมาที่ตัวเองด้วยใบหน้าที่ไม่มีความสุข ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาคิดอะไรอยู่ในใจ

## ขอยอดหน่อยน๊าา เสี่ยวจิ่วไม่มีเงินกินข้าวแล้ว

ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยชอบตัวเองเท่าไหร่ และไม่ต้องคิดมากก็รู้ว่าเป็นเพราะเสี่ยวจิ่ว

ยังไงก็ตาม หรงซื่อไม่คิดที่จะถอย ไม่ว่าจะเป็นใคร ไม่ว่าใครจะคิดยังไงเขาก็ไม่สนใจใจ เขาไม่อยากเสียเพื่อนตัวน้อยอย่างเสี่ยวจิ่วไป

และเขาไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนกับเธอ

เมื่อเขาโตขึ้น ถ้าเธอต้องการ เขาจะแต่งงานกับเธออย่างแน่นอน

หรงซื่อมีสีหน้าปกติและพูดอย่างสุภาพว่า "สวัสดีครับคุณลุง"

“อืม” ซู่เซิงจิงตอบอย่างสบายๆ

แม้ว่าเด็กคนนี้จะเคยช่วยชีวิตเสี่ยวจิ่ว แต่เขาก็เป็นหนึ่งในไอ้สารเลวที่ต้องการลักพาตัวลูกสาวไปจากเขา ซูเชิ่งจิ่งไม่สามารถยอมรับได้

ตอนเด็กไม่จำเป็นต้องระวังอะไร แต่ตอนนี้เด็กนี่โตขึ้นแล้วต้องระวังเอาไว้

ซูจิ่วมองกลับไปที่ซูเชิ่งจิ่งด้วยสีหน้าบึ้งตึงแล้วพูดขึ้นว่า "ป๊ะป๋า ทำดีๆ กับพี่ชายสิ อย่าใจร้ายกับเขา"

ซูเชิ่งจิ่ง "...??"

เกิดอะไรขึ้น? เขาไปปฏิบัติต่อเด็กนั้นไม่ดีตอนไหน?

ไม่ชอบที่เขาเพิกเฉยต่อเด็กนั้นอย่างงั้นเหรอ?

ซูเชิ่งจิ่งรู้สึกชอกช้ำ หัวใจของคนเป็นพ่อแตกสลาย เขาทํางานหนักเพื่อเลี้ยงดูลูกสาว แต่ดันกลายเป็นถูกหันศอกใส่*งั้นเหรอ?

( *往外拐 แปลว่าหันศอกใส่ หมายถึง การเห็นคนอื่นดีกว่า )

ซูเชิ่งจิ่งไม่อยากจะเชื่อ เขาแอบมองไปยังที่หรงซื่ออย่างลับๆ

หรงซื่อแสร้งทำเป็นไม่เห็น แต่พูดด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะอยู่รอดว่า “ลุงปฏิบัติต่อฉันอย่างดีมาก เขาไม่เคยทำไม่ดีกับฉันเลย”

เขาเคยเจอคนในออนไลน์พูดว่า ถ้าคุณเจอผู้หญิงที่คุณชอบและอยากแต่งงานกับเธอ คุณต้องไม่เพียงทำให้ผู้หญิงชอบตัวเองเท่านั้น แต่ยังต้องทำให้ครอบครัวของเธอชอบคุณด้วยโดยเฉพาะพ่อแม่ของเธอ

เขาไม่รู้วิธีทำให้คนอื่นพอใจ และเขาก็ไม่เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องทำ แต่ยังไงก็ตามเขาต้องการให้พ่อของน้องสาวเสี่ยวจิ่วเปลี่ยนความคิดที่มีต่อเขา และไม่ต้องการให้เขาเกลียดตัวเอง

ซูเชิ่งจิ่งเลิกคิ้วขึ้น เด็กนี่เป็นคนดีแถมยังฉลาดมากด้วย นับว่าน่าสนใจดี

ซูจิ่วหันกลับมามองเขาอีกครั้ง เธอยิ้มให้หรงซื่อและพูดว่า "พี่ชายฉันขอไปบ้านของนายได้ไหม? ฉันคิดถึงอาหารฝีมือของป้าซ่งมากๆ เลย"

หรงซื่อมองไปที่เธอ พยักหน้าและพูดว่า "แน่นอนได้สิ ถ้าหากว่า… เธอไม่รังเกียจ"

ขณะที่พูดเขาก้มหน้าลงราวกับเขินอาย

เมื่อเทียบกับบ้านของเธอ สภาพครอบครัวเขาอาจกล่าวได้ว่ายากจนมาก

จบบทที่ (ฟรี)บทที่ 599 ลูกชายหล่อขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว