- หน้าแรก
- พันธสัญญาอสูรสาวระดับพระเจ้า
- บทที่ 16 การแข่งระดับมณฑล
บทที่ 16 การแข่งระดับมณฑล
บทที่ 16 การแข่งระดับมณฑล
บทที่ 16 การแข่งระดับมณฑล
เฉินหว่านนึกว่าหลินฝานจะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้แล้วบุกเข้ามาโจมตีต่อ แต่ที่ไหนได้ หมอนี่กลับคุกเข่าต่อหน้าเขาดื้อ ๆ เลย!
"ลูกพี่ ท่านมีนามอันสูงส่งว่ากระไรครับ?" หลินฝานถามพร้อมรอยยิ้มประจบประแจง
"เฉินหว่าน"
"ได้เลยพี่หว่าน! ต่อไปนี้น้องฝานคนนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกน้องด้วยครับ!"
ทันทีที่ได้ยินชื่อเฉินหว่าน สวีเฟยถิงก็นึกขึ้นได้ทันทีว่า คนที่ลูกสาวทั้งสองของเขาไปร่วมทีมด้วยคราวก่อนก็ชื่อเฉินหว่านเหมือนกัน
แล้วเขาก็นึกถึงคำบอกเล่าของลูกสาวเกี่ยวกับเด็กมัธยมปลายอัจฉริยะคนนั้น...
ฉับพลัน เหงื่อกาฬก็แตกพลั่กเต็มหน้าผากสวีเฟยถิง
"ซินซีกับหนานซีไม่ได้โกหกฉันจริง ๆ ด้วย มีเด็กมัธยมปลายที่น่ากลัวขนาดนี้อยู่จริง ๆ เหรอเนี่ย!" เขาคิดในใจ
ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนโลกทัศน์ที่สั่งสมมากว่า 50 ปีพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
เด็กมัธยมปลายที่เพิ่งปลุกพลังสัตว์อสูร จะมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ได้ยังไงกัน?!
เฉินหว่านกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วเอ่ยขึ้น "ฉันเลื่อนขั้นเสร็จแล้ว ขอตัวก่อนนะ"
"พี่หว่าน! แลกช่องทางติดต่อกันไว้หน่อยสิครับ!" หลินฝานรีบพูด "วันนี้ผมล่วงเกินพี่ไป วันไหนพี่ว่างเรียกใช้ผมได้เลย ผมชดใช้ให้แน่นอน!"
เฉินหว่านโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ไม่สนใจใครหน้าไหนอีก แล้วเดินดุ่ม ๆ ออกไปทันที
[ระดับดาว: 2 ดาว]
[ทักษะจิตวิญญาณปัจจุบัน: ไม่มี]
[จำนวนสัตว์อสูรปัจจุบัน: 2 / 8]
ทักษะจิตวิญญาณนั้นเรียนรู้ได้ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
ซึ่งสถานการณ์ที่ว่านี้ วัดจากการประเมินร่วมกันระหว่างพลังของมิติสัตว์เลี้ยงและระดับดาวของผู้ฝึกสัตว์อสูร
เฉินหว่านจัดลำดับสิ่งที่ต้องทำต่อไปในหัว
ต้องหาลูกแก้ววิญญาณเม็ดที่ 2 มาใส่ให้นางพญาแมงมุมหนาม และเม็ดที่ 1 ให้สาวน้อยทมิฬ
ไม่อย่างนั้นเฉินหว่านจะไม่กล้าอัปเลเวลให้นางพญาแมงมุมหนามเด็ดขาด เพราะถ้าอัปไปจนถึงเลเวล 20 แล้วยังไม่ได้ใส่ลูกแก้ววิญญาณเม็ดที่ 2 ก็เท่ากับว่าสัตว์อสูรตัวนั้นเสียช่องใส่ลูกแก้วไปฟรี ๆ 1 ช่องอย่างถาวร
แต่เฉินหว่านคงหาลูกแก้ววิญญาณระดับ 10 ดาวสีแดงมาใส่ให้พวกเธอไม่ได้อีกแล้ว
ลูกแก้ว 'ลมหายใจจักรพรรดิพิษ' อันก่อนหน้านี้ ได้มาจากการหลอกต้มตุ๋นหยางจ้านเทียนล้วน ๆ
เขาคงไม่ยอมดองเลเวลสัตว์อสูรไว้ เพียงเพื่อรอใส่ลูกแก้วเทพ ๆ หรอกจริงไหม?
"ในอนาคต มาตรฐานขั้นต่ำของลูกแก้วต้องเป็นสีม่วง และต้อง 7 ดาวขึ้นไป... ฉันจะปั้นสัตว์อสูรตามมาตรฐานนี้แหละ!" เฉินหว่านคิด
ลูกแก้วสีม่วง 7 ดาว ก็ถือเป็นของหายากระดับหนึ่งในหมื่นแล้ว
ต่อให้มีขาย อย่างถูกที่สุดก็ปาเข้าไปเป็นล้าน แถมของยังมีน้อยมาก มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อที่ถูกใจได้ง่าย ๆ
แต่นี่คือเส้นตายที่เฉินหว่านตั้งไว้ เขาจะยอมลดมาตรฐานลงไปกว่านี้ไม่ได้
ต้องใช้เวลาวันเสาร์-อาทิตย์นี้ หาทางเอาลูกแก้ววิญญาณมาให้ได้ 2 เม็ด
วิธีหาลูกแก้วมี 2 ทาง คือซื้อ กับดรอปจากมอนสเตอร์ในป่า
แต่ถ้าเป็นระดับสีเขียวหรือสีฟ้ายังพอไหว พอเป็นระดับสีม่วงนี่หายากเลือดตาแทบกระเด็น ลำพังตัวคนเดียวแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
การสอบคัดเลือกของกิลด์ยุคสมัยใกล้เข้ามาแล้ว เขาต้องเร่งพัฒนาตัวเองให้เร็วที่สุด!
ขณะที่เฉินหว่านเดินออกมาจากศูนย์เลื่อนขั้น สวีเฟยถิงก็โผล่มาจากไหนไม่รู้มายืนขวางทางเขาไว้ "นักเรียนเฉินหว่าน ต่อไปเธอจะไปที่ไหนเหรอ?"
เฉินหว่านหันไปมองสวีเฟยถิง "ท่านนายกเทศมนตรี"
แม้จะอยู่ต่อหน้านายกเทศมนตรี แต่เฉินหว่านก็ไม่ได้แสดงท่าทีนอบน้อมจนเกินงาม
"ฉันเห็นเหตุการณ์เมื่อกี้หมดแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าในเมืองของฉันจะมีอัจฉริยะแบบเธออยู่ด้วย!" สวีเฟยถิงพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ปิดไม่มิด "ถือเป็นเกียรติของฉันจริง ๆ!"
เห็นสวีเฟยถิงทำตัวเป็นกันเองแบบนี้ เฉินหว่านก็อดรู้สึกดีด้วยไม่ได้
"เมื่อไม่กี่วันก่อน เธอไปที่หุบเขาพิษวิญญาณมาใช่ไหม?" สวีเฟยถิงถาม
เฉินหว่านชะงักไปเล็กน้อย "ท่านรู้ได้ยังไงครับ?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า รู้ไหมว่าเด็กสาวสองคนที่ไปกับเธอ คือลูกสาวของฉันเอง?"
เฉินหว่านหรี่ตาลง นึกย้อนไปครู่หนึ่ง จริงสิ สวีหนานซีกับสวีซินซีก็มีเค้าโครงหน้าคล้ายสวีเฟยถิงอยู่เหมือนกัน
จากนั้น สวีเฟยถิงก็เล่าเรื่องที่เขาเข้าใจผิดลูกสาวตัวเองให้เฉินหว่านฟัง
"หลัก ๆ คือฉันไม่คิดจริง ๆ ว่าเด็กมัธยมปลายจะมีพลังที่น่ากลัวขนาดนั้น!" สวีเฟยถิงพูดพลางตัวสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น "เปิดหูเปิดตาฉันจริง ๆ!"
"ท่านนายกฯ ชมเกินไปแล้วครับ..."
"นักเรียนเฉินหว่าน พอจะมีเวลาไปเที่ยวบ้านฉันหน่อยไหม? เราจะได้คุยกันยาว ๆ"
เฉินหว่านไม่รู้ว่าสวีเฟยถิงอยากคุยเรื่องอะไร แต่ในเมื่อเป็นคำเชิญจากนายกเทศมนตรี เขาคงปฏิเสธไม่ได้
"ได้ครับ"
...
บ้านนายกเทศมนตรี
เป็นบ้านธรรมดามาก ๆ พื้นที่แค่ราว 70-80 ตารางเมตรเท่านั้น
เห็นเฉินหว่านมาเยือน สวีหนานซีและสวีซินซีมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
"เฉินหว่าน?" สวีหนานซีทัก
สวีเฟยถิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยิ้มอย่างอ่อนโยน "ลูกรัก พ่อเข้าใจพวกหนูผิดไป พ่อขอโทษนะ"
"เมื่อกี้พ่อไปตรวจงานที่ศูนย์เลื่อนขั้น แล้วเห็นเฉินหว่านที่เป็นแค่นักเรียน ม.6 เลื่อนขั้นเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูร 2 ดาวได้สำเร็จ พ่อเลยสนใจ พอถามดูถึงรู้ว่าเป็นเด็กหนุ่มคนที่ไปหุบเขาพิษวิญญาณกับพวกลูกคราวก่อน"
"นายเลื่อนขั้นเป็น 2 ดาวแล้วเหรอ?!" สวีหนานซีอุทานด้วยความประหลาดใจ แต่แล้วก็สงบลง "ด้วยฝีมือระดับนาย เลื่อนเป็น 2 ดาวก็เรื่องปกติแหละ ต่อให้เป็น 3 ดาวฉันก็ไม่แปลกใจหรอก"
พอได้เจอเฉินหว่าน สองพี่น้องก็ดีใจมาก แต่สวีซินซีเป็นคนพูดไม่เก่ง เลยได้แต่ยืนยิ้มเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ
"แหะ ๆ~" เฉินหว่านหัวเราะเบา ๆ แล้วหันไปถามสวีเฟยถิง "ท่านนายกฯ ไหนท่านบอกว่ามีเรื่องอยากคุยกับผม เรื่องอะไรเหรอครับ?"
"ฉันเป็นคนรักในรสตสวรรค์ และเพิ่งรู้เรื่องทางบ้านของเธอ ซึ่งก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่" สวีเฟยถิงกล่าว "ในแง่เศรษฐกิจฉันอาจช่วยเธอไม่ได้มาก แต่ในเรื่องทรัพยากรและเส้นสาย ฉันพอจะช่วยเธอได้บ้าง บอกมาสิ เธอวางแผนอนาคตไว้ยังไง?"
"ผมกะว่าจะสมัครสอบคัดเลือกเข้ากิลด์ยุคสมัยครับ ผมอยากเข้ากิลด์นั้น"
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของสวีเฟยถิงก็เปลี่ยนเป็นจนปัญญา "ถ้าเธอบอกว่าเป็นกิลด์อื่น ฉันยังพอหาเส้นสายให้ได้ แต่สำหรับกิลด์ยุคสมัย... อย่าว่าแต่ฉันเลย ต่อให้เป็นผู้ว่าฯ ก็คงช่วยอะไรไม่ได้มาก! ฮ่าฮ่าฮ่า~"
"แต่ฉันชื่นชมความมุ่งมั่นของเธอนะ สมกับเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงส่ง!"
ในฐานะหนึ่งในกิลด์ที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ กิลด์ยุคสมัยถือเป็นองค์กรระดับสมบัติของชาติ นายกเทศมนตรีตัวเล็ก ๆ อย่างเขาไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรเลย
"เมืองเซินไห่ของเราไม่เคยมีใครได้เข้ากิลด์ยุคสมัยมาก่อน ถ้าเธอทำได้จริง ฉันคงมีเรื่องไปโม้ได้อีกนาน! ฮ่าฮ่าฮ่า! ขาดเหลือทรัพยากรอะไรบอกมาเลย ฉันสนับสนุนเต็มที่แบบไม่มีเงื่อนไข!"
"ท่านนายกฯ ครับ นอกจากซื้อกับล่าในป่าแล้ว ยังมีวิธีอื่นที่จะได้ลูกแก้ววิญญาณคุณภาพสูงอีกไหมครับ?"
"เธอถามถูกคนแล้ว" สวีเฟยถิงตอบ "พรุ่งนี้มณฑลตงหลินจะจัดการแข่งจัดอันดับ 6 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เที่ยงวันยัน 6 โมงเย็น นี่เป็นการแข่งรูปแบบใหม่ แชมป์จะได้รับลูกแก้ววิญญาณสีส้มระดับ 8 ดาว ส่วนอันดับรองลงมาก็ได้รางวัลที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน"
ระดับ 8 ดาว...
สีส้ม...
เฉินหว่านตาลุกวาวทันที
"ทำไมผมไม่เห็นรู้ข่าวนี้เลยล่ะครับ?" เฉินหว่านถาม
"ฉันเองก็เพิ่งได้รับข่าวเมื่อ 10 นาทีก่อนนี่เอง กำลังจะให้คนไปประกาศพอดี" สวีเฟยถิงบอก "ไหน ๆ เธอก็อยู่ที่นี่แล้ว ฉันเลยบอกเธอตรง ๆ เลยแล้วกัน"