- หน้าแรก
- แผนการปั๊มทายาทเทพ
- บทที่ 11 แม่นางอวี่โหรว ท่านคงไม่อยากให้เกิดเรื่องร้ายกับสืออี้ใช่หรือไม่?
บทที่ 11 แม่นางอวี่โหรว ท่านคงไม่อยากให้เกิดเรื่องร้ายกับสืออี้ใช่หรือไม่?
บทที่ 11 แม่นางอวี่โหรว ท่านคงไม่อยากให้เกิดเรื่องร้ายกับสืออี้ใช่หรือไม่?
ณ แคว้นสือ
ภายในจวนอ๋องอู่
"อี๋เอ๋อร์ เจ้ากลับมาแล้วหรือ"
สตรีผู้เลอโฉมรูปร่างอวบอัดเย้ายวนผู้หนึ่งเอ่ยทักทายทันทีที่เห็นบุตรชาย ใบหน้าของนางฉายแววปิติยินดีอย่างปิดไม่มิด ทุกอิริยาบถของการเคลื่อนไหวเปี่ยมไปด้วยความสง่างามตามธรรมชาติ ราวกับย่างก้าวอยู่บนก้อนเมฆ กลิ่นอายความสูงศักดิ์แผ่ซ่านออกมาจากท่วงท่า ผมสีดำขลับดุจน้ำหมึกทิ้งตัวลงมาเป็นระลอกคลื่นงดงาม
นางมีนามว่า อวี่โหรว ธิดาจากตระกูลอวี่ นางกลายเป็นหม้ายตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ สืออี้ เมื่อไร้ซึ่งที่พึ่งพิง นางจึงทุ่มเทจิตวิญญาณและแรงกายทั้งหมดให้กับบุตรชายเพียงคนเดียว
"ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วขอรับ" สืออี้เอ่ยตอบขณะที่มารดาเดินเข้ามาหา
"ดี... ดีมาก เป็นอย่างไรบ้าง? ได้รับสิ่งใดกลับมาหรือไม่?"
ในฐานะมารดา นางรักสืออี้ดั่งแก้วตาดวงใจ... รักมากเสียจนแทบจะกลายเป็นความวิปลาส
หลายปีก่อน เพื่ออนาคตของบุตรชาย นางถึงกับลงมือทำร้ายทารกน้อยอีกคนอย่างเลือดเย็น ขุด 《กระดูกจอมราชันย์》 ออกมาสดๆ เพื่อนำมาปลูกถ่ายให้กับลูกของตน
บุตรชายของนางถือกำเนิดมาพร้อมกับ 《เนตรสวรรค์》 เมื่อผนวกเข้ากับกระดูกจอมราชันย์ เพียงแค่ยี่สิบปี เขาก็สามารถก้าวเข้าสู่ ระดับผู้เป็นเจ้า ได้สำเร็จ
ยอดฝีมือระดับผู้เป็นเจ้าในวัยเพียงยี่สิบห้าปี... นับเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะอย่างแท้จริง
"สิ่งที่ได้รับกลับมาคุ้มค่ามากขอรับท่านแม่" สืออี้มองมารดาด้วยความกตัญญู เขารู้ดีว่าพลังอำนาจที่ตนมีในวันนี้ล้วนมาจากนางทั้งสิ้น
"ไปทานข้าวกันก่อนเถิด แม่เตรียมงานเลี้ยงไว้รอเจ้าแล้ว เล่าให้แม่ฟังระหว่างทานข้าวก็ได้" อวี่โหรวจูงมือสืออี้ พาเดินตรงไปยังโถงอาหาร
หลังจากที่สองแม่ลูกเดินจากไป บนยอดไม้ใหญ่ไม่ไกลจากจุดนั้น ร่างของ สือฮ่าว ก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น
"ลูกพี่ลูกน้องที่รักของข้า... ผ่านมาตั้งยี่สิบปี เจ้ายังจมปลักอยู่แค่ระดับผู้เป็นเจ้า ทั้งที่มีกระดูกจอมราชันย์ของข้าอยู่ในตัวเนี่ยนะ? ช่างน่าขัน... พลังที่หยิบยืมผู้อื่นมา อย่างไรก็ไม่มีวันเติบโตอย่างแท้จริง"
"ส่วนเจ้า... นังหญิงใจอำมหิต ตอนข้าเกิดเจ้าเกือบจะฆ่าข้าตายคาที่ รักลูกชายเจ้ามากสินะ?"
"ดีล่ะ... ข้าจะขยี้ลูกรักของเจ้าให้จมดินต่อหน้าต่อตา ให้เจ้ารู้ซึ้งถึงรสชาติของความสิ้นหวัง แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น... ข้าคงต้องขอเก็บดอกเบี้ยจากเจ้าเสียก่อน"
"ดูแลตัวเองได้ดีจริงๆ... งดงามยั่วยวนเสียเหลือเกิน" สือฮ่าวจ้องมองแผ่นหลังของเรือนร่างที่ส่ายไหวไปมานั้นด้วยสายตาโลมเลีย ริมฝีปากยกยิ้มชั่วร้าย
ก่อนที่จะข้ามมิติมา เขาเคยอ่านนิยายแฟนฟิคเรื่องหนึ่งที่ตัวเอกกลายเป็นสืออี้ แล้วก็ได้ครอบครองแม่อย่างอวี่โหรว
ในเมื่อตอนนี้ข้าได้ข้ามมิติมาเป็นสือฮ่าว... หึหึ... ทำไมข้าจะเปลี่ยนบทบาทบ้างไม่ได้เล่า?
ถึงเขาจะมีมาตรฐานในการเลือกผู้หญิง แต่ถ้ามันทำให้ยัยแม่มดนี่สิ้นหวังได้ ทำไมจะไม่ทำล่ะ?
ลองจินตนาการให้สืออี้ต้องถูกบังคับให้เรียกเขาว่า 'ท่านพ่อ' ดูสิ... แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว ยิ่งถ้ามีน้องชายหรือน้องสาวเพิ่มให้สืออี้สักคน เจ้าหมอนั่นคงอกแตกตายแน่ๆ
ความคิดนี้ทำให้สือฮ่าวรู้สึกกระหายที่จะลงมือยิ่งขึ้น อย่างไรเสียนังหม้ายยาพิษผู้นี้ก็ร้ายกาจมาตั้งแต่ก่อนที่สืออี้จะเกิดด้วยซ้ำ
ไม่นานนัก โอกาสที่เขารอก็มาถึง
หลังอาหารค่ำ อวี่โหรวกลับไปยังเรือนพักส่วนตัวและสั่งให้สาวใช้เตรียมน้ำสำหรับอาบ
สาวใช้หลายนางเข้ามาปรนนิบัติ
สือฮ่าวเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดจากบนต้นไม้
ต้องยอมรับว่ามารดาของสืออี้นั้นเป็นหญิงงามล่มเมือง มิน่าเล่าลูกชายถึงได้หน้าตาดี พันธุกรรมดีเยี่ยมจริงๆ
เขานั่งรออยู่บนกิ่งไม้นานถึงสองชั่วยาม จนกระทั่งอวี่โหรวที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินกลับเข้าไปในห้องนอน เขาก็รู้ว่าช่วงเวลาสำคัญมาถึงแล้ว
ร่างของเขาเลือนหายไปจากต้นไม้ทันที
"พวกเจ้าออกไปได้แล้ว" ภายในห้องนอนหรูหรา อวี่โหรวที่เพิ่งชำระล้างร่างกายเสร็จเอ่ยไล่สาวใช้
สาวใช้ทั้งสามนางย่อเข่าคารวะก่อนจะถอยออกไปพร้อมปิดประตูห้องอย่างมิดชิด
อวี่โหรวในยามนี้สวมเพียงชุดคลุมผ้าโปร่งบางเบาที่พลิ้วไหวราวกับสายน้ำ เผยให้เห็นสัดส่วนเอวคอดกิ่วและเรียวขายาว ผิวพรรณเปล่งปลั่งอมชมพูระเรื่อจากไอร้อน ดูราวกับมีแสงสว่างเรืองรองออกมาจากภายใน เส้นผมเปียกชื้นทิ้งตัวลงมาคลอเคลียไหล่มน หยดน้ำใสไหลกลิ้งผ่านไหปลาร้าแล้วหายวูบเข้าไปใต้สาบเสื้อ
เมื่อสาวใช้ออกไปจนหมด นางก็เดินนวยนาดไปนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
นางฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี พลางชื่นชมเงาสะท้อนอันไร้ที่ติของตนในกระจก มือเรียวยกหวีไม้จันทน์หอมขึ้นสางผมอย่างนุ่มนวล
อารมณ์ของนางกำลังเบิกบานถึงขีดสุด
ขณะที่กำลังจะลุกขึ้นหลังจากสางผมเสร็จ สายตาของนางพลันเหลือบไปเห็นเงาของชายแปลกหน้าปรากฏขึ้นในกระจก!
นางหมุนตัวกลับทันที พร้อมระเบิดพลัง ระดับแปลงจิต ออกมาเพื่อป้องกันตัว
"เก็บแรงของเจ้าไว้เถอะ ข้าวาง 《ค่ายกล》 เอาไว้แล้ว ต่อให้เจ้าดิ้นรนแทบตาย คนข้างนอกก็ไม่ได้ยิน" สือฮ่าวแสยะยิ้มเมื่อเห็นอวี่โหรวพยายามจะส่งสัญญาณเรียกทหารยาม
"เจ้าเป็นใคร! บังอาจนักที่กล้าบุกรุกจวนอ๋องอู่!" นางไม่อยากเชื่อว่าจะมีใครกล้าบุกเข้ามาในจวนอ๋องอู่... มิหนำซ้ำยังเข้ามาถึงห้องนอนส่วนตัวของนาง
"บุกรุก? ไม่... ไม่ใช่หรอก" เขาส่ายหน้ายิ้มๆ "ข้าแค่กลับบ้านต่างหาก ที่นี่เป็นบ้านของข้ามาตั้งแต่ต้น จะเรียกว่าบุกรุกได้อย่างไร? ถึงข้าจะไม่นับญาติกับคนตระกูลนี้ก็เถอะ"
ว่าแล้วเขาก็เดินอาดๆ ไปนั่งลงบนเตียงนอนของนาง
ทันทีที่นั่งลง กลิ่นหอมจางๆ เฉพาะตัวของสตรีใจอำมหิตผู้นี้ก็ลอยมาแตะจมูก
เมื่อเห็นท่าทีอันอุกอาจของชายหนุ่ม อวี่โหรวก็ไม่กล้าผลีผลามขยับตัว ทว่าทุกความพยายามในการส่งกระแสจิตออกไปขอความช่วยเหลือกลับพบแต่ความว่างเปล่า
ความตื่นตระหนกเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจ
"อย่างที่บอก... ค่ายกลของข้าทำงานอยู่ พวกตัวตลกในจวนอ๋องอู่ไม่มีทางทำลายมันได้หรอก หรือต่อให้เป็นยอดฝีมือ ระดับผู้เป็นเจ้าขั้นสูงสุด ก็ไม่มีทางเข้ามาได้ เพราะฉะนั้นตัดใจซะ จะไม่มีใครล่วงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่"
พูดจบ เขาก็เอนตัวลงนอนบนเตียงของนางอย่างถือวิสาสะ
"ขอแนะนำตัวหน่อยแล้วกัน... ข้าชื่อ สือฮ่าว ข้ามาเพื่อแก้แค้นเจ้า นังเมียยาพิษ เจ้าคงยังไม่ลืมสิ่งที่ทำไว้กับข้าเมื่อยี่สิบปีก่อนหรอกนะ?" น้ำเสียงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก
"ตอนที่ข้ายังเป็นทารกและพ่อแม่ไม่อยู่... เจ้าควัก 《กระดูกจอมราชันย์》 ของข้าไปให้ลูกชายสุดที่รักของเจ้า... ช่างเป็นแม่ที่ประเสริฐเสียจริง" ดวงตาของเขาฉายแววอำมหิต
ใบหน้าของอวี่โหรวซีดเผือด เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
"ไม่... เป็นไปไม่ได้... เจ้าควรจะตายไปแล้ว"
นางไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่าเด็กที่ถูกนางขโมยกระดูกไปจะยังมีชีวิตอยู่... และเติบโตขึ้นมาแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
"เสียใจด้วยที่ทำให้ผิดหวัง นอกจากข้าจะไม่ตายแล้ว ข้ายังแข็งแกร่งขึ้นมาก... และตอนนี้ข้ากลับมาทวงหนี้แค้น" เขาลุกขึ้นจากเตียง ย่างสามขุมเข้าหานาง
"อีกสามวันต่อจากนี้ ต่อหน้าธารกำนัล ข้าจะบดขยี้ลูกชายของเจ้า และโยนหัวของมันมาที่เท้าของเจ้า ให้เจ้าได้ลิ้มรสความสิ้นหวังที่แท้จริง อย่าได้สงสัยในคำพูดข้า ลูกเจ้าเป็นแค่ระดับผู้เป็นเจ้า ส่วนข้าน่ะหรือ..."
รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับที่เขาปลดปล่อยแรงกดดันของ ระดับผู้เป็นเจ้าขั้นสูงสุด ออกมาเพียงเล็กน้อย ทว่าเพียงแค่นั้นก็มากพอที่จะกดทับให้อวี่โหรวทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น หายใจหอบถี่
"ข้าจุด 《ไฟเทพ》 ได้ตั้งนานแล้ว" เขากระซิบที่ข้างหูของนาง "ดังนั้นลูกเจ้าไม่มีทางชนะข้าได้ คอยดูหัวมันหลุดจากบ่าเถอะ"
เขาระเบิดเสียงหัวเราะ หันหลังทำท่าจะเดินจากไป
"ไม่นะ! เจ้าห้ามทำร้ายอี๋เอ๋อร์ของข้า... เป็นความผิดของข้าเอง! ไว้ชีวิตเขาเถอะ ข้าขอร้อง อย่าทำอะไรอี๋เอ๋อร์เลย!" อวี่โหรวพุ่งเข้าไปกอดขาของชายหนุ่มไว้แน่น ร่ำไห้ปานจะขาดใจ
เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นและคำวิงวอน มุมปากของสือฮ่าวก็ยกขึ้นเล็กน้อย
เขาหันกลับมา ก้มมองหญิงสาวที่แทบเท้า ก่อนจะย่อตัวลงเชยคางนางขึ้นแล้วลูบไล้แก้มเนียนนุ่มเบาๆ
"อยากให้ข้าไว้ชีวิตลูกเจ้าอย่างนั้นรึ? แล้วเจ้ามีอะไรมาแลกเปลี่ยนล่ะ? ถ้าข้อเสนอดีพอ ข้าอาจจะยอมปล่อยมันไป... แต่ได้แค่ชีวิตเท่านั้นนะ อย่างอื่นข้าไม่รับประกัน"
"ลองคิดให้ดีสิ... มีสิ่งใดที่พอจะทำให้ข้าลืมเรื่องกระดูกที่เจ้าควักออกไปจากร่างข้าได้บ้าง? ไหนลองว่ามาซิ"