- หน้าแรก
- นี่เจ้าย้ายแดนศักดิ์สิทธิ์มาไว้ที่นี่งั้นรึ
- ตอนที่ 12 เตรียมตัวเข้าเรียน
ตอนที่ 12 เตรียมตัวเข้าเรียน
ตอนที่ 12 เตรียมตัวเข้าเรียน
ตอนที่ 12 เตรียมตัวเข้าเรียน
ความคืบหน้าในการฝึกฝนพลังวิญญาณเป็นที่น่าพอใจยิ่ง หลังจากดูดซับวงแหวนวิญญาณได้ไม่นาน ระดับพลังวิญญาณของหลินเป่ยหยาก็อยู่ที่ 12 ครึ่ง และจากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องระหว่างการเดินทางและช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาก็แตะธรณีประตูระดับ 13 อย่างเงียบเชียบ คาดว่าอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ก็น่าจะเลื่อนระดับได้ตามธรรมชาติ
หลังจากตื่นนอนและทานมื้อเช้าที่สาวใช้จัดเตรียมมาให้ หลินเป่ยหยาก็เดินมุ่งหน้าไปยังศาลาในสวน
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ก็เห็นเชียนเหรินเสวี่ยกำลังชะเง้อคอมองมาทางเขา หลินเป่ยหยายิ้มแล้วโบกมือทักทาย
"เจ้าตื่นเช้าทุกวันเลยนะ"
"ฮึ! คิดว่าทุกคนจะเป็นเหมือนเจ้าเหรอ เจ้าจอมขี้เกียจ"
ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจฉายาที่แม่นางฟ้าตัวน้อยตั้งให้ หลินเป่ยหยาถามถึงเรื่องที่เขาให้ความสำคัญมากกว่า
"เจ้ารู้วิธีสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนวิญญาณยุทธ์ไหม?"
"หา? เจ้าจะไปที่นั่นทำไม? ถ้าอยากเรียน ข้าบอกให้คุณปู่หาอาจารย์พิเศษมาสอนให้ก็ได้"
หลินเป่ยหยาส่ายหน้าปฏิเสธความหวังดี พอเห็นสีหน้าของนางหม่นลงเล็กน้อย เขาก็รีบอธิบาย:
"ก่อนหน้านี้ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ข้ามีเพื่อนที่โตมาด้วยกันคนหนึ่ง เราสัญญากันไว้ว่าจะเข้าเรียนที่โรงเรียนวิญญาณยุทธ์ด้วยกัน และท่านปู่มหาปุโรหิตก็อนุญาตแล้วด้วย"
"อย่างนั้นเหรอ? แล้วพรสวรรค์ของเพื่อนเจ้าเป็นยังไงบ้างล่ะ?"
เห็นเชียนเหรินเสวี่ยมีความคิดจะให้เจ้าอ้วนมาติวพิเศษด้วย หลินเป่ยหยาก็รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน
"ไม่ดีกว่า ถึงสือโน่จะมีพรสวรรค์ดี แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นจะเข้ามาในหอบูชาพรหมยุทธ์ได้ อย่าไปรบกวนคุณปู่เลย"
"ข้าแค่ไปเรียนที่นั่นเฉยๆ เรื่องกินอยู่ข้ายังกลับมาที่หอบูชาพรหมยุทธ์เหมือนเดิม"
"ก็ได้ งั้นเดี๋ยวข้าไปคุยกับคุณปู่ให้ท่านส่งคนพาเจ้าไปลงทะเบียน"
ได้ยินดังนั้น เชียนเหรินเสวี่ยก็ไม่ดึงดันอีก ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ย้ายไปอยู่หอพักโรงเรียน หอบูชาพรหมยุทธ์กับโรงเรียนวิญญาณยุทธ์ก็อยู่ไม่ไกลกัน เดินทางไปกลับแค่ไม่กี่สิบนาที
"งั้นก็ขอบคุณมากนะ คุณหนู"
"ชิ!"
เชียนเหรินเสวี่ยไม่พอใจเล็กน้อยที่หลินเป่ยหยากลับมาเรียกนางว่าคุณหนูอีกแล้ว ทั้งที่เมื่อวานยังเรียก 'เสวี่ยเอ๋อร์' ซะดิบดี
หลินเป่ยหยาผู้ครองตัวเป็นโสดมาในชาติก่อน ไม่ทันสังเกตเห็นความไม่พอใจของเด็กหญิง แต่ในเมื่อไปรบกวนนางแล้ว ก็ต้องมีของตอบแทนเสียหน่อย รูปปั้นอาเธน่าปรากฏขึ้นในมือ กลายเป็นลำแสงสีทองพุ่งสู่ฟ้า แล้ว โกลด์คลอทอาริเอส ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เป็นไปตามคาด พอเห็นแกะทองคำ แม่นางฟ้าตัวน้อยก็ทิ้งความขุ่นข้องหมองใจไปจนหมดสิ้น เผยสีหน้าประหลาดใจออกมาแทน
"ข้าใส่ได้ตอนนี้เลยเหรอ?"
"ได้สิ ข้าเอาออกมาให้เจ้าใส่นั่นแหละ คืนนี้ค่อยเอามาคืนข้าก็พอ"
"เยี่ยมไปเลย! ข้าจะใส่ไปอวดคุณปู่"
ถ่ายพลังวิญญาณลงไปในชุดคลอท ชิ้นส่วนเกราะทองคำก็พุ่งเข้าสวมทับร่างของนางทันที แม่นางฟ้าตัวน้อยสำรวจตัวเองแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เห็นนางหันหลังเตรียมวิ่งไปที่วิหารเทพทูตสวรรค์ หลินเป่ยหยารีบเรียกนางไว้ เขายังมีสมมติฐานบางอย่างที่ต้องพิสูจน์
"อ้อ จริงสิเสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าลองดูหน่อยว่าตอนใส่ชุดคลอท เจ้ายังใช้วิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์ของตัวเองได้ไหม?"
"หือ? เดี๋ยวข้าลองดู"
ได้ยินคำขอ แม่นางฟ้าตัวน้อยก็ไม่ขัดข้อง ความจริงนางเองก็อยากรู้เหมือนกัน นางหลับตาลงแล้วเริ่มสื่อสารกับวิญญาณยุทธ์ของตัวเอง
เมื่อปีกสีทองสามคู่ปรากฏขึ้นเบื้องหลังเชียนเหรินเสวี่ยที่สวมโกลด์คลอท พร้อมกับวงแหวนวิญญาณสีเหลืองสองวงที่ลอยขึ้นมาเงียบๆ หัวใจของหลินเป่ยหยาที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายก็หล่นตุ้บกลับลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม... เอ้ย กลับเข้าที่อย่างโล่งอก
ถ้าใส่ชุดคลอทแล้วใช้วิญญาณยุทธ์ตัวเองไม่ได้ ข้อจำกัดมันจะเยอะเกินไป แต่ตอนนี้ดูเหมือนปัญหานั้นจะไม่มีอยู่จริง
"ข้าใช้วิญญาณยุทธ์ตัวเองได้! ดูเหมือนว่าพลังที่เพิ่มขึ้นจากชุดคลอทกับเคล็ดวิชาต่อสู้พวกนั้นจะเป็นโบนัสแถมมาต่างหาก"
"ข้าจะไปหาคุณปู่เรื่องเจ้าเข้าเรียนแล้วนะ"
"ขอบใจมาก"
"ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นค่าเช่าชุดคลอทก็แล้วกัน!"
มองดูแม่นางฟ้าตัวน้อยวิ่งแจ้นไปทางวิหารเทพทูตสวรรค์อย่างรีบร้อน หลินเป่ยหยาส่ายหน้าอย่างขำๆ พลางคิดในใจว่า "เจ้าแค่อยากจะไปอวดชุดคลอทมากกว่ามั้ง!"
ด้วยน้ำหนักของโกลด์คลอท ฝีเท้าที่เร่งรีบของแม่นางฟ้าตัวน้อยทำให้เกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง เรียกความสนใจจากเหล่าคนรับใช้ที่กำลังยุ่งอยู่แถวนั้นได้เป็นอย่างดี
เมื่อเข้ามาในวิหาร เชียนเหรินเสวี่ยเห็นชายชรานั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่บนบัลลังก์ นางรีบก้าวเข้าไปหาแล้วส่งเสียงเรียก
"คุณปู่! คุณปู่!"
"มีอะไรหรือเสวี่ยเอ๋อร์... หือ?"
เชียนเต้าหลิวที่สัมผัสได้ถึงการมาของหลานสาวอยู่แล้ว ยิ้มแล้วลืมตาขึ้น แต่ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นแม่นางฟ้าตัวน้อยในชุดเกราะทองคำยืนอยู่ตรงหน้า
"นี่เจ้า... ชุดเกราะของหลินเป่ยหยา เจ้าใส่ได้ด้วยรึ?"
"ใช่ค่ะ! แถมยังมีอะไรเด็ดกว่านั้นอีกนะ คุณปู่ดูนี่!"
เชียนเหรินเสวี่ยพอใจกับท่าทางตกใจของคุณปู่มาก นางทำท่าเหมือนเด็กอวดของเล่น เรียก กำแพงแสง หรือคริสตัลวอลล์ออกมาตรงหน้า ทำเอาชายชราอ้าปากค้างกว้างกว่าเดิม
"เจ้าใช้เคล็ดวิชาต่อสู้พวกนั้นได้ด้วย?"
"ถูกต้องค่ะ ข้ายังใช้ สตาร์ไลท์ เอ็กซ์ทิงชั่น ได้ด้วยนะ แต่พอถอดชุดคลอทออกก็ใช้ไม่ได้แล้ว"
พูดถึงตรงนี้ แม่นางฟ้าตัวน้อยก็ดูผิดหวังเล็กน้อย ชุดคลอทดีๆ แบบนี้ไม่ใช่ของนาง และนางต้องคืนให้หลินเป่ยหยาตอนกลางคืน แต่ทว่า... อีกฝ่ายเหมือนจะเคยพูดว่าถ้าฝึกฝนไปเรื่อยๆ จะมีชุดคลอทชุดใหม่ออกมาอีก ในฐานะเพื่อนสนิท นางขอยึดสักชุดไว้ถาวรก็คงไม่เกินไปใช่ไหม?
คิดได้ดังนั้น ความเศร้าบนใบหน้าของเชียนเหรินเสวี่ยก็หายวับไปทันที
เชียนเต้าหลิวไม่ได้สนใจอารมณ์ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของหลานสาว แต่เขากำลังประเมินความสำคัญของเด็กที่ชื่อหลินเป่ยหยาใหม่อีกครั้ง
ถ้าหลินเป่ยหยาใช้ชุดคลอทได้แค่คนเดียว เขาก็เป็นแค่อัจฉริยะที่น่าปั้นคนหนึ่ง แต่ตอนนี้... ชุดคลอทกลับสามารถให้คนอื่นใช้ได้ด้วย นี่มันยกระดับความสำคัญของเขาในใจเชียนเต้าหลิวขึ้นไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
คำสี่คำผุดขึ้นในหัวของเชียนเต้าหลิว "หนึ่งคน คือ กองทัพ" แถมกองทัพนี้ไม่ใช่กองทัพธรรมดา แต่เป็นกองกำลังที่ประกอบไปด้วยนักรบระดับสูง
เชียนเต้าหลิวเข้าใจถึงพลังเสริมที่โกลด์คลอทมอบให้วิญญาณจารย์ดี การเพิ่มค่าสถานะทุกด้าน 10% อาจดูธรรมดา แต่เขาไม่เชื่อหรอกว่าเปอร์เซ็นต์การเสริมพลังนี้จะไม่เพิ่มขึ้นเมื่อระดับการฝึกฝนของหลินเป่ยหยาพัฒนาไป
"เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าจงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับหลินเป่ยหยาไว้นะ เขาจะกลายเป็นมือขวาของเจ้าหลังจากเจ้ารับช่วงต่อดูแลสำนักวิญญาณยุทธ์"
"รับช่วงต่ออะไรกันคะ? ท่านพ่อยังหนุ่มยังแน่น ข้าจะไปคิดเรื่องพรรค์นั้นทำไม?"
ในระยะนี้ แม้เซียนซวินจี๋จะยังไม่ได้นำพาสำนักวิญญาณยุทธ์ไปสู่ความรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่ แต่การบริหารงานก็ถือว่าใช้ได้ ไม่มีความผิดพลาดร้ายแรงอะไร แม่นางฟ้าตัวน้อยจึงไม่เคยคิดเรื่องแย่งเก้าอี้พ่อตัวเองเลย
เชียนเต้าหลิวมองสีหน้าไม่แยแสของหลานสาวแล้วส่ายหน้าอย่างจนใจ นางยังเด็กเกินไปจริงๆ การพูดเรื่องพวกนี้ตอนนี้คงเร็วเกินไป
"เอาเถอะ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ข้าจะให้คนไปจัดการเรื่องการเข้าเรียนของหลินเป่ยหยาให้ ให้เขาไปหาผู้อำนวยการโรงเรียนระดับต้นได้เลย"
"โอเคค่ะคุณปู่ เดี๋ยวข้าจะไปบอกเขาเดี๋ยวนี้แหละ"
มองดูเชียนเหรินเสวี่ยวิ่งออกไปอย่างร่าเริง เชียนเต้าหลิวได้แต่ส่ายหน้าอีกครั้ง สงสัยว่าเมื่อไหร่หลานสาวคนนี้จะกลายเป็นผู้สืบทอดเทพทูตสวรรค์ที่สมบูรณ์แบบเสียที
ส่วนเรื่องที่หลินเป่ยหยาต้องการไปรายงานตัวที่โรงเรียนวิญญาณยุทธ์ เขาเข้าใจดีและไม่ได้รังเกียจการตัดสินใจนั้น ในสายตาของเขา นี่คือเครื่องพิสูจน์ถึงความภักดีและการรักษาคำพูดของหลินเป่ยหยา
การปั้นคนแบบนี้ เขาไม่ต้องกลัวว่าจะได้พวกเนรคุณเลี้ยงเสียข้าวสุกเหมือนใครบางคน
ใช่แล้ว เขาหมายถึง ธิดาศักดิ์สิทธิ์ บางคนของสำนักวิญญาณยุทธ์นั่นแหละ ตอนนี้อีกฝ่ายเพิ่งกลับมาจากสถานที่ชั่วร้ายนั่น กลิ่นอายความชั่วร้ายที่แผ่ออกมาแทบจะทำให้คนธรรมดาล้มทั้งยืน เขาเองก็ยังไม่รู้จะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดี
จบตอน