เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 เชียนเต้าหลิวกับเชียนเหรินเสวี่ยวัยเด็ก

ตอนที่ 3 เชียนเต้าหลิวกับเชียนเหรินเสวี่ยวัยเด็ก

ตอนที่ 3 เชียนเต้าหลิวกับเชียนเหรินเสวี่ยวัยเด็ก


ตอนที่ 3 เชียนเต้าหลิวกับเชียนเหรินเสวี่ยวัยเด็ก

ระหว่างทาง หลินเป่ยหยาชะเง้อมองซ้ายขวาอย่างตื่นตาตื่นใจประหนึ่งคุณยายหลิวบุกสวนต้ากวน คอยสังเกตสิ่งแปลกใหม่รอบตัวด้วยความอยากรู้อยากเห็น รูปปั้นทูตสวรรค์ที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งทำให้ตลอดเส้นทางอบอวลไปด้วยความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์

อารมณ์ของเชียนเต้าหลิวนั้นค่อนข้างหนักอึ้ง ในเมื่อหลินเป่ยหยาเป็นคนที่สามารถสื่อจิตกับรูปปั้นทูตสวรรค์ได้ ตามหลักเหตุผลแล้ว ในฐานะผู้ครอบครองวิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ เขาเองก็น่าจะสัมผัสได้ถึงความพิเศษในตัวเด็กคนนี้

แต่ทว่า... ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา ในสายตาของเขา หลินเป่ยหยากลับไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาเลยสักนิด

"เกิดอะไรขึ้นกันแน่? หรือเทพทูตสวรรค์จะสัมผัสผิดพลาด? ไม่น่าจะเป็นไปได้นี่นา?"

ถึงกระนั้น เชียนเต้าหลิวก็ยังคงตั้งใจจะพาหลินเป่ยหยาไปที่รูปปั้นเทพทูตสวรรค์เพื่อทดสอบดู เพราะเขาเองก็ไม่ได้รับการติดต่อจากเทพทูตสวรรค์มานานมากแล้ว

เมื่อเดินตามเชียนเต้าหลิวมาถึงหน้าวิหารเทพทูตสวรรค์ กลิ่นอายแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ก็พุ่งเข้าปะทะร่างทันที ประตูหินขนาดมหึมาสูงหลายสิบเมตรสลักเสลาลวดลายโบราณ แผ่แรงกดดันมหาศาลออกมา

เชียนเต้าหลิวเพียงสะบัดมือเบาๆ ประตูหินยักษ์ก็เปิดออกตามคำบัญชา

"เข้าไปกันเถอะเจ้าหนู!"

"ครับ"

เขาไม่ลังเลมากนัก อย่างไรเสีย ถ้าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรเขา เขาก็ไม่มีปัญญาขัดขืนอยู่ดีในตอนนี้

แม้จะไร้ซึ่งแสงตะวัน แต่ภายในวิหารเทพทูตสวรรค์กลับไม่ได้มืดมิด

กระจกสีสันสดใสย้อมโถงใหญ่ให้กลายเป็นสีทองอร่าม แสงสว่างสาดส่องลงมายังรูปปั้นเทพทูตสวรรค์ขนาดมหึมาใจกลางโถง เติมเต็มความขลังและศักดิ์สิทธิ์ให้รูปปั้นนั้นดูมีมนต์สะกด

เชียนเต้าหลิวพาหลินเป่ยหยามาหยุดยืนหน้ารูปปั้น มองดูเขาด้วยแววตาคาดหวัง

"เจ้าหนู ลองเรียกวิญญาณยุทธ์ของเจ้าออกมาดูซิ?"

"ได้ครับ"

แม้จะงุนงงอยู่บ้างว่าทำไมเชียนเต้าหลิวถึงอยากให้ทำแบบนี้ แต่เขาก็ไม่ได้คิดปฏิเสธ

เขาเดาว่าวิญญาณยุทธ์ของเขาคงไปกระตุ้นปฏิกิริยาบางอย่างของรูปปั้นทูตสวรรค์เข้า ทำให้เชียนเต้าหลิวให้ความสำคัญกับเขาถึงขนาดนี้

สิ้นแสงสว่างวาบ รูปปั้นอาเธน่าก็ปรากฏขึ้นในมือของหลินเป่ยหยา ตลอดกระบวนการ เชียนเต้าหลิวจ้องมองเขาตาไม่กระพริบ กลัวจะพลาดรายละเอียดแม้เพียงนิดเดียว

แต่น่าเสียดาย ชายชราผู้บูชาเทพทูตสวรรค์มาตลอดชีวิต กลับไม่สัมผัสถึงความเคลื่อนไหวผิดปกติใดๆ จากรูปปั้นเทพทูตสวรรค์อีกเลย

"เฮ้อ... ข้าคงเลอะเลือนไปเอง ที่เอาความหวังไปฝากไว้กับเด็กที่เพิ่งปลุกวิญญาณยุทธ์"

"..."

หลินเป่ยหยาถึงกับพูดไม่ออก การคาดเดาของเขาดูเหมือนจะถูกต้อง รูปปั้นทูตสวรรค์คงเกิดปฏิกิริยาตอนที่วิญญาณยุทธ์ของเขาตื่นขึ้นจริงๆ แต่ตอนนี้มันเงียบไป จะมาโทษเขาไม่ได้นะ?

หลินเป่ยหยาชำเลืองมองเชียนเต้าหลิวอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อย:

"ท่านมหาปุโรหิตครับ งั้นข้าขอกลับไปเก็บของที่สถานรับเลี้ยงฯ แล้วไปรายงานตัวที่โรงเรียนวิญญาณยุทธ์ดีไหมครับ?"

คราวนี้เป็นตาของเชียนเต้าหลิวที่พูดไม่ออกบ้าง การที่ไม่เกิดปฏิกิริยาในตอนนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีในภายหน้า ใครจะรู้ว่าวิญญาณยุทธ์ที่ไม่เคยปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์นี้จะปลดปล่อยพลังแบบไหนออกมาหลังจากดูดซับวงแหวนวิญญาณ?

เชียนเต้าหลิวผู้มีชีวิตอยู่มาร่วมร้อยปีมีความอดทนมากพอ เขาสามารถรอให้หลินเป่ยหยาเติบโตได้

"ไม่เป็นไร เจ้าพักอยู่ที่หอบูชาพรหมยุทธ์นี่แหละ ตอนกลางวันเจ้าไปเรียนที่โรงเรียนวิญญาณยุทธ์ได้ ข้าจะแจ้งทางนั้นให้เอง นอกจากนี้ เจ้าสามารถอ่านคัมภีร์ทุกเล่มที่มีในสำนักวิญญาณยุทธ์ได้ตามใจชอบ"

พูดจบ เชียนเต้าหลิวก็โยนป้ายสลักลายทูตสวรรค์ให้หลินเป่ยหยา

ดูเหมือนจะไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะให้อยู่ต่อ หลินเป่ยหยารับป้ายมาอย่างทุลักทุเล พินิจดูครู่หนึ่งก่อนจะโค้งคำนับอย่างนอบน้อม

"ขอบพระคุณท่านมหาปุโรหิต ข้าจะตั้งใจฝึกฝนครับ"

"อืม"

ไม่ว่าจะอย่างไร เชียนเต้าหลิวก็ตั้งใจจะทุ่มเทปั้นเขา ซึ่งถือเป็นเรื่องดีสำหรับเขา มารยาทพื้นฐานจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

เมื่อเชียนเต้าหลิวสั่งให้คนจัดเตรียมที่พักให้หลินเป่ยหยา การพบปะของพวกเขาก็สิ้นสุดลง

หลินเป่ยหยาเดินตามสาวใช้ไปทีละก้าว มุ่งหน้าสู่ด้านข้างของโถงใหญ่

เมื่อเดินทะลุโถงใหญ่ออกมา ทิวทัศน์ด้านนอกกลับกลายเป็นสวนหย่อมขนาดย่อม ดอกไม้และนกนานาชนิดช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ของหอบูชาพรหมยุทธ์

หลังจากบอกลาเชียนเต้าหลิว หลินเป่ยหยาก็เริ่มครุ่นคิดถึงทิศทางการพัฒนาวิญญาณยุทธ์ของตน โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีหัวสีทองเล็กๆ กำลังแอบมองเขาอยู่จากพุ่มไม้ในศาลาใจกลางสวน...

"ท่านหลิน ตามคำสั่งของท่านมหาปุโรหิต ท่านจะพักที่นี่ค่ะ"

ผู้ที่จะมาพักในหอบูชาพรหมยุทธ์ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา และสาวใช้ในฐานะผู้รับใช้ ย่อมไม่กล้าละเลยหลินเป่ยหยาแม้จะเป็นเพียงเด็ก มารยาทของนางนั้นนอบน้อมและใส่ใจ แสดงให้เห็นถึงการอบรมมาเป็นอย่างดี

"ขอบคุณครับ รบกวนพี่สาวด้วยนะครับ"

"ไม่รบกวนเลยค่ะท่านหลิน หากต้องการอะไรสามารถเรียกใช้ข้าได้ตลอดเวลานะคะ"

หลังจากสาวใช้จากไป หลินเป่ยหยาก็ไม่รอช้า ผลักประตูเข้าไปในห้องทันที

ห้องพักถูกจัดแบ่งเป็นห้องนอนและห้องนั่งเล่นในตัว ตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรปที่เขาคุ้นเคยจากชาติก่อน พื้นที่ประมาณร้อยตารางเมตรอาจดูไม่สะดุดตาในสำนักวิญญาณยุทธ์ แต่สำหรับหลินเป่ยหยาที่ต้องนอนเบียดเสียดในห้องรวมของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้ามาหกปี นี่มันสวรรค์ชัดๆ

หลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงสำรวจห้องและจัดของ เสียงท้องร้องประท้วงก็เตือนให้หลินเป่ยหยารู้ว่าต้องออกไปหาอะไรกินแล้ว

เนื่องจากเป็นสถานที่ใหม่ หลินเป่ยหยาจึงคิดว่าจะไปรบกวนสาวใช้ที่พาเขามาเมื่อครู่ เพราะที่นี่ไม่ใช่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเขตเหนือที่จะเดินดุ่มๆ เข้าป่าไปล่าสัตว์มาย่างกินเองได้

เขาหันหลังกลับมาปิดประตู กำลังจะเดินไปตามหาสาวใช้ แต่พอหันกลับมา เขาก็ต้องสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าครามคู่หนึ่ง

"ว๊ากกก!!!"

ด้วยความตกใจที่จู่ๆ ก็มีใบหน้าเล็กๆ โผล่มาตรงหน้า หลินเป่ยหยาร้องลั่นและผงะถอยหลังไปชนประตูห้องตัวเองดัง 'ปัง'

"เจ้า... เจ้า... เป็นคนหรือผีเนี่ย? เดินเหินทำไมไม่มีเสียงเลย!"

"เจ้านั่นแหละผี! คุณหนูอย่างข้าเหาะมาต่างหาก จะไปมีเสียงฝีเท้าได้ยังไง!"

เสียงใสๆ ที่ยังมีความเป็นเด็กดังขึ้น หลินเป่ยหยาถึงได้มีโอกาสพิจารณาร่างตรงหน้าชัดๆ

ชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ทิ้งตัวลงมาจากหน้าอกแบนราบจรดน่อง ผิวขาวเนียนละเอียดโผล่พ้นชายกระโปรงให้เห็นวับๆ แวมๆ

สายตาของเขาไล่ขึ้นมาจนพบกับใบหน้าจิ้มลิ้ม เส้นผมสีทองยาวสลวยคลอเคลียไหล่ บนหน้าผากคาดที่คาดผมประดับลวดลายทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด นี่คงเป็น 'ยายหนูขนทอง' เชียนเหรินเสวี่ย ที่เขาตั้งตารอจะได้เจอ ดูจากรูปลักษณ์แล้ว นางน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขา

ในวินาทีนี้ หลินเป่ยหยาก็ยืนยันช่วงเวลาได้อย่างแน่ชัด เขาอายุเท่ากับเชียนเหรินเสวี่ย ซึ่งหมายความว่าเขาแก่กว่าเทพราชันถังซานเกือบเก้าปี แสดงว่าถังซานยังคงแอบฝึกวิชาคัมภีร์เสวียนเทียนอยู่ที่แคว้นสู่จริงๆ

"นี่ จ้องอะไรของเจ้าน่ะ!"

"คุณหนูอย่างข้าถามเจ้าอยู่นะ ว่าเจ้าเป็นใครกันแน่? ทำไมคุณปู่ถึงพาเจ้ามาอยู่ที่หอบูชาพรหมยุทธ์?"

เสียงวางอำนาจดึงสติหลินเป่ยหยากลับมา เขาจ้องตาเชียนเหรินเสวี่ยอีกครั้ง ไม่นึกเลยว่ายัยหนูนี่ตอนเด็กๆ จะเอาแต่ใจขนาดนี้ ดูท่ายืนเท้าเอวนั่นสิ ท่าทางเหมือนจะบอกว่า 'ถ้าตอบไม่เข้าหู แม่จะอัดให้น่วม' ยังไงยังงั้น

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลินเป่ยหยาตัดสินใจพูดความจริง เพราะไม่มีอะไรต้องปิดบังอยู่แล้ว

"เอ่อ ข้าชื่อหลินเป่ยหยา เพิ่งปลุกวิญญาณยุทธ์วันนี้ วิญญาณยุทธ์ของข้าคือรูปปั้นเทพีแห่งสงคราม"

"ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมท่านมหาปุโรหิตถึงให้ข้ามาอยู่ที่หอบูชาพรหมยุทธ์ อันนี้ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน"

แม่นางฟ้าตัวน้อยดูจะไม่พอใจกับคำตอบของหลินเป่ยหยา นางเบะปากแล้วพูดเสียงดุ:

"คิดจะมาหลอกคุณหนูอย่างข้าหรือไง? เชื่อไหมว่าข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้สำนึก!"

"เชอะ"

หลินเป่ยหยาแค่นเสียงในลำคอ คิดในใจว่าเด็กผู้หญิงน่ารักๆ แบบนี้ โดนเขาต่อยทีเดียวคงร้องไห้ไปสามวันเจ็ดวันแน่ อายุหกขวบเท่ากัน เพิ่งปลุกวิญญาณยุทธ์มาเหมือนกัน ใครจะไปกลัวใคร? เขาออกกำลังกายที่สถานรับเลี้ยงฯ ทุกวันนะโว้ย!

หลินเป่ยหยามั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะจัดการแม่นางฟ้าตัวน้อยตรงหน้าได้สบายๆ จนกระทั่ง... ยายหนูขนทองเรียกวิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์ออกมา พร้อมกับวงแหวนวิญญาณสีเหลืองสองวงที่ลอยขึ้นมาเงียบๆ

รอยยิ้มของเขาแข็งค้างไปทันที

จบตอน

จบบทที่ ตอนที่ 3 เชียนเต้าหลิวกับเชียนเหรินเสวี่ยวัยเด็ก

คัดลอกลิงก์แล้ว