เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 581 องค์หญิงอวี่เข้าสู่สำนักปี้อวิ๋น

บทที่ 581 องค์หญิงอวี่เข้าสู่สำนักปี้อวิ๋น

บทที่ 581 องค์หญิงอวี่เข้าสู่สำนักปี้อวิ๋น


บทที่ 581 องค์หญิงอวี่เข้าสู่สำนักปี้อวิ๋น

เวลาล่วงเลยไปจนถึงวันสิ้นปี หลังจากผ่านเทศกาลฉลองปีใหม่ที่อบอุ่นและพร้อมหน้า หยางหลินก็นำคณะทั้งหมดเดินทางกลับสำนัก

ขากลับนี้ไม่ต้องขับเรือเหาะเองแล้ว หยางหลินจึงมานั่งคุยกับทุกคนในห้องโถงเรือ

“องค์หญิง ช่วงที่ผ่านมานี้คุ้นชินบ้างหรือยังขอรับ?”

องค์หญิงอวี่แย้มยิ้ม “พี่ใหญ่ เรียกข้าว่าอวี่โหรวเถอะเจ้าค่ะ ช่วงที่ผ่านมาข้ามีความสุขมาก ไม่เคยได้ใช้ชีวิตท่ามกลางผู้คนธรรมดามากขนาดนี้มาก่อน รู้สึกอิสระจริงๆ”

หยางหลินพยักหน้า องค์หญิงอวี่คงถูกเหยาซานประคบประหงมไข่ในหินมาตลอด ขนาดนั่งเรือเหาะมา ยังมีคนตามคุ้มกันอยู่บนฟ้าเลย

“เมื่อก่อนเจ้าฝึกตนอย่างไร?”

“ส่วนใหญ่ก็ฝึกคนเดียวในถ้ำเจ้าค่ะ นานๆ ทีถึงจะไปฟังคำชี้แนะจากท่านบรรพชนที่ถ้ำของท่าน”

“พอมาอยู่ปี้อวิ๋น การฝึกจะเปลี่ยนไปนะ ต่อไปเจ้าจะได้ฝึกร่วมกับน้องๆ ถ้าเบื่อก็ไปหาพี่สาวหวังหรือศิษย์พี่หญิงหนานกงคุยเล่น เดี๋ยวข้าจะแนะนำศิษย์พี่หญิงคนอื่นๆ ให้รู้จัก จะได้มีเพื่อนเยอะๆ”

“ขอบคุณพี่ใหญ่ ข้าตื่นเต้นจังเลยเจ้าค่ะ”

องค์หญิงอวี่นิสัยดีใช้ได้ ไม่ถือตัวและไม่หยิ่งยโส

บ่ายวันถัดมา เรือเหาะเดินทางมาถึงหน้าประตูสำนัก หยางหลินเดินออกมาที่กราบเรือ แล้วประสานมือคารวะขึ้นไปบนท้องฟ้า “ขอบคุณผู้อาวุโสที่คุ้มกันมาตลอดทาง”

คนบนฟ้าแปลกใจที่หยางหลินจับสัมผัสได้ แต่ก็ไม่ได้ปรากฏตัว เพียงเปลี่ยนทิศเป็นแสงพุ่งกลับไปทางทิศตะวันตก

เรือเหาะร่อนลงจอดที่ลานหน้าประตูสำนัก หลังจากลงทะเบียนเข้าสำนักเสร็จ ก็บินต่อเข้าไปยังเขตชั้นใน

ทันทีที่ถึงลานสำนักฝ่ายใน ข่งต้าโหยวก็มารอรับ “ศิษย์น้องหยาง พาเข้าไปจอดที่ลานฝ่ายในได้เลย”

เขาใช้ป้ายหยกเปิดค่ายกล เรือเหาะจึงลอยผ่านเข้าไปจอดที่ลานกว้างหน้ายอดเขาปี้อวิ๋น เสียงระฆังต้อนรับดังกังวานไปทั่ว

ศิษย์ฝ่ายในที่รู้ข่าวต่างมารอรับ เมื่อคณะลงจากเรือ เสียงเชียร์ก็ดังกระหึ่ม

“สำนักปี้อวิ๋นยินดีต้อนรับองค์หญิงอวี่!”

องค์หญิงอวี่ยิ้มแย้ม คารวะตอบไปรอบทิศ เรียกเสียงเชียร์ได้อีกระลอก หยางซานเหนียงและพรรคพวกโบกมือหยอยๆ อยู่ในฝูงชน

ข่งต้าโหยวหน้าบาน “สำนักปี้อวิ๋นยินดีต้อนรับองค์หญิง เชิญเสด็จไปลงทะเบียน รับป้ายประจำตัวและชุดศิษย์ที่หอการภายในขอรับ”

องค์หญิงอวี่ก้มมองชุดสีม่วงของเหยาซานที่ตนใส่อยู่ แล้วมองรอบกายที่ทุกคนสวมชุดสีรุ้งของปี้อวิ๋น นางจึงย่อกายคารวะ “เจ้าค่ะ ขอบคุณศิษย์พี่”

ข่งต้าโหยวหน้าบานเป็นจานดาวเทียม รีบนำทางองค์หญิงไป

หยางหลินเก็บเรือเหาะ แล้วเดินกลับไปพร้อมกับหนานกงเสี่ยวและหวังเยียน

เช้าวันรุ่งขึ้น หยางเซินพาองค์หญิงอวี่เข้าสนามฝึกแรงโน้มถ่วง กลางวันไปกินข้าวที่ร้านเถ้าแก่ถัง บ่ายไปร่วมซ้อมมือที่เรือนเถารัน

ตกค่ำ หยางหลินจัดงานเลี้ยงต้อนรับเล็กๆ ให้ชาวหมู่บ้านสุ่ยหลินที่หอสมุด แนะนำสมาชิกทุกคนให้องค์หญิงอวี่รู้จัก

องค์หญิงอวี่มีเพื่อนใหม่มากมายตั้งแต่วันแรก แววตาเต็มไปด้วยความสุข

หยางหลินแนะนำ “อวี่โหรว ถ้าจะปรุงยาให้ไปหาศิษย์พี่หญิงหนานกง อยากกินของอร่อยไปหาศิษย์น้องถัง ขาดเหลืออะไรไปบอกพี่สาวหวัง อยากได้สมุนไพรไปหาศิษย์พี่หญิงกั่วเอ๋อร์ อยากจิบชาดีๆ ไปหาศิษย์พี่หญิงเถาเอ๋อร์”

“ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวสุ่ยหลิน ถ้าหยางเซินมันรังแกเจ้า มาฟ้องข้าได้เลย เดี๋ยวข้าจัดการให้”

เสี่ยวกั่วเอ๋อร์หัวเราะ “ศิษย์พี่พูดผิดแล้ว พวกเราเป็นศิษย์น้องต่างหาก”

ทุกคนหัวเราะครื้นเครง บรรยากาศอบอุ่น

องค์หญิงอวี่หน้าแดงระเรื่อ “ขอบคุณพี่ใหญ่ ข้ามีความสุขมากเจ้าค่ะ”

หยางหลินหันไปถามหลิวเฉวียน “ชาวบ้านที่หุบเขาหลิงชุ่ยว่ายังไงบ้าง ยอมย้ายไปเมืองใหม่ไหม?”

“เรียนท่านอาวุโส ทุกคนดีใจมากที่ได้รับข่าวจากท่าน ยินดีทำตามที่ท่านจัดแจงทุกอย่างขอรับ”

หยางหลินพยักหน้า “ดี ศิษย์น้อง เตรียมตัวนะ อีกสองสามวันเราจะกลับไปรับพวกเขากัน”

เขาหันไปถามสองสาว “ศิษย์น้องกั่วเอ๋อร์ ศิษย์น้องเถาเอ๋อร์ พวกเจ้าอยากไปช่วยข้าสร้างเมืองไหม? ตั้งแต่เข้าสำนักมายังไม่เคยออกไปไหนเลยนี่”

เสี่ยวกั่วเอ๋อร์ลังเล “ศิษย์พี่ ถ้าไปกันหมด ใครจะดูแลสวนสมุนไพร แล้วถ้ำของศิษย์พี่ใครจะดูแลล่ะ?”

“งั้นแบ่งกันไปคนละผลัดไหม? ให้คนหนึ่งอยู่เฝ้าสำนัก”

“งั้นให้กั่วเอ๋อร์ไปก่อน ครั้งหน้าค่อยตาข้า” เสี่ยวเถาเอ๋อร์เสนอ

หยางหลินตกลง “ได้ งั้นศิษย์น้องกั่วเอ๋อร์เตรียมตัวนะ สิ้นเดือนเราจะออกเดินทาง”

ซุนเฉียนเอ่ยขึ้น “ศิษย์พี่ ข้าขอไปด้วยคนสิขอรับ”

“ทำไมศิษย์น้องซุนถึงอยากไปล่ะ?”

“ก่อนเข้าสำนัก ข้าเคยคิดว่าพอเป็นเซียนแล้วจะเหาะเหินเดินอากาศได้ดั่งใจ ไร้กฎเกณฑ์ อิสระเสรี แต่พอเข้ามาจริงๆ ถึงได้รู้ว่า เซียนกับคนธรรมดาก็ไม่ต่างกัน ต่างก็ต้องดิ้นรน คนธรรมดาดิ้นรนเพื่อปากท้อง เพื่อชีวิตที่ดี เซียนดิ้นรนเพื่อทรัพยากร เพื่ออาวุธวิเศษที่ดีกว่า”

“ข้าเริ่มฝึกช้า ไม่มีความสามารถพิเศษอะไร ถ้าไม่ได้ศิษย์พี่ช่วยให้ไปทำงานที่สวนสัตว์อสูร ป่านนี้คงเก็บเงินซื้อยาเม็ดสร้างรากฐานไม่ได้แน่ ตอนนี้แม้จะสร้างรากฐานสำเร็จ แต่ข้าก็ยังหาทรัพยากรไม่เก่ง ต่อสู้ก็ไม่ถนัด แต่ตระกูลซุนของข้าค้าขายมาหลายชั่วคน ข้าพอมีความรู้ด้านนี้อยู่บ้าง ให้ข้าไปช่วยศิษย์พี่สร้างเมือง จัดการงานจิปาถะเถอะขอรับ ต่อไปข้าจะช่วยบริหารเมือง และเป็นตัวกลางประสานงานระหว่างหมู่บ้านสุ่ยหลินกับเมืองเซียนให้เอง”

หยางหลินคิดครู่หนึ่ง “เข้าท่าดี งั้นเจ้าไปเตรียมตัว แล้วไปรับภารกิจที่หอการภายใน”

หลิวเฉวียนเห็นดังนั้นก็รีบเสนอตัว “ท่านอาวุโส ข้าขอติดตามไปสร้างเมืองด้วยขอรับ”

หยางหลินมองระดับพลังของเขาที่อยู่ขั้นสิบใกล้สมบูรณ์แล้ว จึงส่ายหน้า “อีกปีสองปีนี้เป็นช่วงสำคัญในการสร้างรากฐานของเจ้า อยู่ฝึกที่สำนักให้สำเร็จก่อนค่อยว่ากัน”

“ขอรับ ขอบคุณท่านอาวุโส”

......

เช้าวันต่อมา หยางหลินไปที่หอการภายใน เนื่องจากเพิ่งผ่านปีใหม่ ศิษย์ส่วนใหญ่ยังอยู่ในสำนัก ยังไม่ได้ออกไปทำภารกิจ

ในฐานะอาวุโสหอสงคราม หยางหลินใช้อำนาจออกคำสั่งภารกิจแรก ระดมพลศิษย์ระดับสร้างรากฐาน 200 คน และศิษย์ระดับกลั่นลมปราณที่มีทักษะช่าง 200 คน เพื่อออกไปปฏิบัติภารกิจนอกสำนัก พร้อมทั้งระดมศิษย์หอค่ายกลทั้งหมดเพื่อไปสร้างเมือง

บ่ายวันนั้น เขาไปที่หอค่ายกล แบบจำลองเมืองเซียนมีความละเอียดแม่นยำขึ้นมาก ทั้งแม่น้ำ สวนสมุนไพร ทะเลสาบ ถ้ำฝึกตน กำแพงเมือง และย่านการค้า ล้วนถูกวางผังไว้อย่างชัดเจน

หยางหลินถาม “ศิษย์พี่หญิงหลี่ แบบแปลนสมบูรณ์หรือยัง?”

หลี่หมิงเยว่ส่ายหน้า “ค่ายกลหลักไม่มีปัญหา แต่รายละเอียดปลีกย่อยต้องไปวัดค่าที่หน้างานอีกที”

หยางหลินพยักหน้า “เดี๋ยวจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างมาช่วยด้วย สิ้นเดือนเราจะออกเดินทาง ครั้งนี้ไปนานหน่อย พวกท่านรีบไปรับภารกิจที่ข้าประกาศไว้ แล้วกลับไปเตรียมตัว จัดการเรื่องถ้ำฝึกตนให้เรียบร้อย”

“ศิษย์น้องหยางวางใจ พวกเราจะรีบจัดการ”

บ่ายวันที่สาม เพื่อต้อนรับองค์หญิงอวี่ ศิษย์พี่โจวจัดงานเลี้ยงฉลองอีกครั้งที่ตำหนักปี้เซียว

หลังงานเลี้ยง หยางหลินพาหนานกงเสี่ยวออกจากสำนักมุ่งหน้าสู่หุบเขาหลิงชุ่ย เนื่องจากต้องขนย้ายคน ถุงเก็บของกว่าร้อยใบที่เคยแขวนประดับผนังห้องฝึกที่เรือนริมธารชิงซีจึงได้ฤกษ์นำออกมาใช้งานเสียที

เมื่อไปถึงหุบเขาหลิงชุ่ย ชาวบ้านเก็บข้าวของรออยู่แล้ว พักอยู่ไม่กี่วัน คนยี่สิบกว่าชีวิตก็ขึ้นเรือเหาะมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านสุ่ยหลิน

ทุกคนมายืนเกาะขอบเรือ มองดูหุบเขาหลิงชุ่ยที่ค่อยๆ เล็กลงจนลับสายตา... การจากไปครั้งนี้ คงไม่มีวันได้กลับมาอีกแล้ว

เมื่อถึงหมู่บ้านสุ่ยหลิน บรรยากาศเหมือนเขตก่อสร้าง ผู้คนมากมายกำลังวุ่นวายกับการสร้างโรงเรียนใหม่และจวนอ๋องฮั่นใหม่

หนานกงเสี่ยวอัญเชิญป้ายวิญญาณท่านปู่เข้าสู่ศาลบรรพชน ต่อไปจะมีธูปเทียนกราบไหว้เช้าเย็น เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

หลังจากจัดแจงที่พักให้ชาวบ้านจากหุบเขาหลิงชุ่ยในเรือนฝึกตนเรียบร้อย หยางหลินก็พาหนานกงเสี่ยวกลับสำนัก

งานจิปาถะจัดการเสร็จสิ้น... ต่อไปก็ถึงเวลาสร้างเมืองแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 581 องค์หญิงอวี่เข้าสู่สำนักปี้อวิ๋น

คัดลอกลิงก์แล้ว