- หน้าแรก
- วิถีเต๋าประยุกต์สูตรบ่มเพาะขั้นจักรวาล
- บทที่ 401 สังหารหมิงเสวียน
บทที่ 401 สังหารหมิงเสวียน
บทที่ 401 สังหารหมิงเสวียน
บทที่ 401 สังหารหมิงเสวียน
ตอนนี้ในลานกว้างเหลือเพียงหยางหลินและหมิงเสวียน
หมิงเสวียนหัวใจหล่นวูบ ไม่ทันจะมองตามความเร็วของหยางหลิน สองคนนั้นก็ปลิวหายไปแล้ว พลังปราณของเขาแทบไม่เหลือ สาวใช้คู่กายก็บาดเจ็บสาหัสตันเถียนแตกช่วยอะไรไม่ได้ สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต
หยางหลินหันกลับมา “เอาล่ะ... เหลือแค่เจ้าแล้ว ไอ้ขยะ มาฆ่าข้าสิ”
หมิงเสวียนหน้าถอดสี พยายามข่มความกลัว แค่นเสียง “วันนี้ข้าจะละเว้นชีวิตเจ้า อย่าให้ข้าเห็นหน้าอีก ไสหัวไป!”
พูดจบก็หันหลังเตรียมเผ่น
หยางหลินก้าวเท้าเข้าหาด้วยรอยยิ้มเย็น “ไม่ได้ๆ ข้าบอกแล้วว่าข้าเกลียดคนผิดสัญญา วันนี้ถ้าเจ้าไม่ฆ่าข้า ข้าก็ต้องฆ่าเจ้า เลือกเอา”
หมิงเสวียนสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ล็อกเป้า เขาเริ่มตระหนก “ข้าคือคุณชายตระกูลหมิงแห่งเกาะมายา! ตระกูลข้ามีบรรพชนหยวนอิง! เจ้ากล้าแตะต้องข้ารึ?”
หยางหลินยังคงก้าวเข้ามา “บังเอิญจัง ข้าก็เป็นศิษย์สืบทอดสายตรงแห่งสำนักปี้อวิ๋น สำนักข้าก็มีหยวนอิงเหมือนกัน เจ้ายังจะฆ่าข้าเลย ทำไมข้าจะฆ่าเจ้าไม่ได้?”
หมิงเสวียนตาเบิกโพลง รีบเปลี่ยนท่าทีทันควัน “สหายเต๋า! เข้าใจผิดกันใหญ่แล้ว! ข้าไม่รู้สถานะของท่าน ถ้ารู้ก่อน เราคงได้แลกเปลี่ยนความรู้และเป็นสหายที่ดีต่อกันแล้ว”
ตอนคิดว่าเป็นผู้บำเพ็ญเพียรไร้สังกัด มันหยิ่งยโส พอรู้ว่าเป็นศิษย์สำนักใหญ่ มันกลับยอมศิโรราบทันที นี่คือนิสัยสันดานของพวกลูกหลานตระกูลใหญ่
“เข้ามา ฆ่าข้าสิ”
“สหายเต๋า ข้าขออภัยจริงๆ เรามาเลิกแล้วต่อกันดีไหม? ด้วยสถานะของท่าน เราน่าจะเป็นสหายร่วมทางเซียนที่ดีต่อกันได้”
หยางหลินส่ายหน้า “ข้าไม่คบเพื่อนที่เป็นแมงดาเกาะผู้หญิงกิน เร็วเข้า ลงมือซะ ไม่งั้นข้าจะลงมือเอง”
หมิงเสวียนหน้าแดงจัด “เจ้า! อย่ารังแกกันให้มากนัก!”
“ด่าว่าขยะยังน้อยไป เหมือนไอ้แปดตัวที่นอนกองอยู่นั่นแหละ เก่งแต่รังแกคนไม่มีทางสู้ พอเจอศิษย์สืบทอดเข้าหน่อยก็หดหัว ไม่ใช่ว่าบ้านมีหยวนอิงหนุนหลังเหรอ? ฆ่าข้าแล้วกลับไปให้หยวนอิงคุ้มกะลาหัวสิ กลัวอะไร? ไอ้ขยะเอ๊ย”
“เจ้าต้องการอะไรกันแน่!”
“ข้าบอกแล้ว มาฆ่าข้า ไม่งั้นข้าฆ่าเจ้า”
หมิงเสวียนไม่กล้าขยับ “ต้องทำยังไงถึงจะยอมจบเรื่อง?”
“ก็ตายซะ เรื่องก็จบ... เอาล่ะ ข้าจะลงมือแล้วนะ”
หยางหลินปลดปล่อยแรงกดดันทางวิญญาณและจิตสังหาร บีบคั้นให้อีกฝ่ายจนตรอก
เมื่อหยางหลินเข้ามาในระยะสิบวา หมิงเสวียนทนแรงกดดันไม่ไหว กัดฟันกรอด “เจ้าบีบข้าเองนะ!”
เขาระเบิดพลังปราณเฮือกสุดท้าย ประสานอินสั่งการ กระบี่บินห้าเล่มในกล่องส่งเสียงหวีดร้อง พุ่งเข้าใส่หยางหลินพร้อมกัน
หยางหลินใช้ท่าเท้าท่องป่าพุ่งเข้าหา กระบี่สองเล่มพุ่งสวนมา เขาเอียงตัวหลบแล้วสไลด์ออกข้าง กระบี่เล่มที่สามพุ่งตามมา เขากระโดดม้วนตัวกลางอากาศหลบพ้น
เล่มที่สี่พุ่งเข้าใส่ในจังหวะที่ลอยตัวไร้ที่ยึดเกาะ หยางหลินใช้ท่า ‘มังกรท่องนภา’ ระเบิดพลังเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศฉับพลัน คมกระบี่เฉียดหน้าไปเพียงครึ่งฟุต ตัดเชือกผูกผมสีแดงขาดไปหนึ่งนิ้ว
เท้าแตะพื้น กระบี่เล่มที่ห้าพุ่งถึงตัว หยางหลินใช้มือซ้ายโคจรพลัง ‘ไทเก็กสลายแรง’ เบี่ยงวิถีกระบี่
แรงปะทะหนักหน่วงราวหมื่นห้าพันจิน แม้จะไม่มาก แต่ด้วยความคมและการโจมตีเป็นชุด ถือว่าอันตรายสำหรับผู้ฝึกตนทั่วไป
เมื่อกระบี่เบี่ยงออก มือขวาหยางหลินรวบรวมพลังไว้ที่นิ้วดัชนีและกลาง จิ้มใส่ตัวกระบี่ที่พุ่งผ่าน
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะดังสนั่น กระบี่เล่มที่ห้าแสงดับวูบ กระเด็นไปปักจมดินห่างออกไปครึ่งวา
หมิงเสวียนตะลึงตาค้าง บำเพ็ญเพียรมานานเพิ่งเคยเห็นคนใช้มือเปล่าปัดกระบี่บิน
ปกติเขาใช้ค่ายกลกระบี่กดดันจนคู่ต่อสู้ตั้งรับไม่ทัน แต่นี่... ผู้ฝึกตนกายา?
ไม่รอให้หายตกใจ หยางหลินฝ่าวงล้อมกระบี่เข้ามาประชิดตัวด้วยท่าเท้าท่องป่า
หมิงเสวียนรีบเรียกกระบี่ที่เหลือกลับมาป้องกัน แต่ช้าไป หยางหลินถึงตัวแล้ว
มือซ้ายยกขึ้นปัดป้องหลอกล่อ ก้าวเท้าขวาตบเข้าไปในระยะประชิด มือขวาซัดฝ่ามือเสยขึ้น ‘ย่างก้าวซัดฝ่ามือ’
หมิงเสวียนยกกล่องกระบี่ขึ้นกันตามสัญชาตญาณ
ตูม!
พลังฝ่ามือที่แฝงเสียงสายฟ้าฟาดใส่กล่องกระบี่จนแตกกระจาย แรงกระแทกส่งผ่านไปถึงหน้าอก
กระดูกอกแหลกละเอียด อวัยวะภายในบอบช้ำ หมิงเสวียนกระอักเลือด ลอยกระเด็นไปตกข้างๆ สาวใช้
หากไม่ได้กล่องกระบี่ช่วยซับแรงไปสี่ส่วน ร่างท่อนบนของเขาคงแหลกเหลวไปแล้ว
กระบี่บินสี่เล่มที่เรียกกลับมา พุ่งตามมาด้วยแรงเฉื่อยเพราะขาดการควบคุม
หยางหลินใช้พลังไทเก็กหมุนตัวหลบคมกระบี่ แล้วคว้าจับด้ามกระบี่ทั้งสี่ไว้ในมือทั้งสองข้างอย่างงดงาม
กระบี่ทั้งสี่สั่นระริก สีสันต่างกันแต่สลักลวดลายเชื่อมโยงกัน เป็นชุดกระบี่ชั้นยอด หยางหลินเก็บใส่ถุงสมบัติอย่างไม่เกรงใจ แล้วเดินไปดึงกระบี่เล่มที่ห้าขึ้นจากดิน รวมถึงเศษซากกล่องกระบี่ เผื่อให้หอศาสตราวุธซ่อมได้
เขาเดินไปหาหมิงเสวียนที่นอนกระอักเลือด
“ดูท่าเจ้าจะฆ่าข้าไม่ได้แล้ว งั้นถึงตาข้าบ้าง”
หมิงเสวียนมองด้วยความหวาดกลัวสุดขีด “สหายเต๋า! ข้าผิดไปแล้ว! ไว้ชีวิตข้าด้วย! ตระกูลข้ามีหยวนอิง...”
“เสียใจด้วย เจ้าไม่กล้าฆ่าศิษย์สืบทอด แต่ข้ากล้าฆ่าคุณชายตระกูลใหญ่”
“ไม่... อย่า...”
หยางหลินใช้นิ้วจิ้มที่หน้าผากหมิงเสวียน พลังปราณระเบิดทำลายสมอง ดับลมหายใจทันที
ความจริงเขาฆ่าได้นานแล้ว แต่ยื้อเวลาเพื่อทดสอบความเร็วและพลังทำลายของค่ายกลกระบี่ เพิ่มพูนประสบการณ์ต่อสู้
ใครบอกว่าเจอค่ายกลกระบี่ต้องมัวแต่ปัดป้อง? บุกทะลวงเข้าหาผู้ใช้คือทางออกที่ดีที่สุด
เขาหันไปมองสาวใช้ที่นอนบาดเจ็บ นางมองเขาด้วยความสยดสยอง หยางหลินปลิดชีพนางด้วยวิธีเดียวกัน
เก็บถุงสมบัติเรียบร้อย เดินไปหากลุ่มนักเลง สามคนบาดเจ็บสาหัสพยายามคลานหนี ทิ้งรอยเลือดเป็นทางยาว
ไม่ต้องมีความเมตตาสำหรับเดนมนุษย์ หยางหลินซัดฝ่ามือปลิดชีพทีละคน
สุดท้าย เขามายืนอยู่หน้าพี่อวี่
“บอกมา... ใครคือเบื้องหลังของเจ้า?”
พี่อวี่กระอักเลือด “คะ... คุณชายหลู... หอจูเป่า...”
หยางหลินขมวดคิ้ว ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากส่งมันไปลงนรก
ครู่ต่อมา กองไฟสิบกองลุกโชนเผาผลาญร่างไร้วิญญาณ หยางหลินเหยียบกระบี่บินมุ่งหน้าลงใต้ ทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่านแห่งความตาย