- หน้าแรก
- วิถีเต๋าประยุกต์สูตรบ่มเพาะขั้นจักรวาล
- บทที่ 251 ศึกชี้ชะตารอบแรก
บทที่ 251 ศึกชี้ชะตารอบแรก
บทที่ 251 ศึกชี้ชะตารอบแรก
บทที่ 251 ศึกชี้ชะตารอบแรก
หนึ่งก้านธูปผ่านไป ทั้งสองฝ่ายเตรียมพร้อม ศิษย์อัจฉริยะทั้งสิบคนของเหยาซานเข้าประจำที่ตามข้อมูลที่สืบมา เป๊ะทุกอย่าง ขาดก็แต่หนานกงหลินเท่านั้น
เจ้าเมืองอวิ๋นชวนประกาศเริ่มการประลอง ศิษย์เหยาซานคนหนึ่งกระโดดขึ้นเวทีด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบหน้าเชิดหยิ่งเต็มไปด้วยความมั่นใจ
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบสนาม ข้อมูลระบุว่าหมอนี่คือ ‘หลี่เจี๋ย’ ศิษย์สายเลือดหลักตระกูลหลี่ อันดับสิบห้าในงานประลองครั้งก่อน สถานะสูงส่งกว่าสองคนจากตระกูลหลี่ที่ตายในแดนลับเสียอีก
หยางหลินหันไปถาม “ศิษย์พี่หญิงหลี่ มองเห็นจุดอ่อนไหม?”
หลี่หมิงเยว่นั่งสงบนิ่ง มือขวาซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ขยับนิ้วคำนวณยิกๆ อย่างรวดเร็ว ครู่หนึ่งนางก็กล่าวเสียงเรียบ “เจ้านี่โจมตีรุนแรงเฉียบคม ต้องหลบเลี่ยงคมดาบ จุดอ่อนอยู่ที่รักแร้ซ้าย”
หยางหลินหันไปมองกลุ่มเก้าเซียน “ใครมั่นใจบ้าง?”
หญิงชราผมขาวนางหนึ่งลุกขึ้น “ศิษย์น้องหยาง ข้าขออาสา”
หยางหลินพยักหน้า “ศิษย์พี่ตง ได้ยินคำชี้แนะแล้วนะ รักษาตัวด้วย”
“ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสหลี่” ศิษย์พี่ตงคารวะแล้วเดินออกไป
บนเวที หลี่เจี๋ยตะโกนท้าทาย “ศิษย์ปี้อวิ๋นปอดแหกกันหมดแล้วหรือไง!”
ศิษย์พี่ตงค่อยๆ เดินขึ้นบันไดเวทีอย่างเชื่องช้า ดูเหนื่อยหอบ ผู้ชมพากันส่ายหน้าวิจารณ์ “แก่ป่านนี้ยังจะขึ้นไปทำไม ให้สังขารได้พักผ่อนเถอะ”
หลี่เจี๋ยเห็นคู่ต่อสู้เป็นยายแก่หนังเหี่ยวย่น ก็รู้สึกรังเกียจขยักแขยง กระบี่บินเล่มยักษ์ปรากฏขึ้นทันที “เริ่มเลยแล้วกัน คนตายไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อ”
สิ้นเสียง กระบี่บินพุ่งเข้าโจมตีทันที
ศิษย์พี่ตงใจนิ่งดั่งน้ำ ไม่สนคำยั่วยุ นางควบคุมห่วงคู่หยินหยางรับมืออย่างสุขุม
หลี่เจี๋ยโจมตีหนักหน่วงจริงดั่งว่า กระบี่บินเล่มโตวาดลวดลายดุดัน คลื่นกระบี่ยาวนับวาซัดสาดรุนแรง
ศิษย์พี่ตงเน้นหลบหลีก ไม่ปะทะตรงๆ กระบี่ใหญ่ย่อมเชื่องช้า นางใช้ห่วงหยางเบี่ยงเบนวิถีกระบี่ และใช้ห่วงหยินป้องกันตัว กลิ้งหลบซ้ายขวาดูทุลักทุเล เจียนอยู่เจียนไป สร้างเสียงหัวเราะเยาะจากฝั่งเหยาซาน แต่ผู้ชมเริ่มส่ายหน้า สงสารยายแก่ที่น่าจะไม่รอด
ผ่านไปสามสิบกระบวนท่า ศิษย์พี่ตงยังคงเอาแต่หลบ ไม่ตอบโต้แม้แต่ครั้งเดียว
ผ่านไปอีกยี่สิบกระบวนท่า หลี่เจี๋ยเริ่มหงุดหงิด สู้มาหกสิบกว่าเพลง ทั้งที่คู่ต่อสู้ดูงกๆ เงิ่นๆ จะตายแหล่มิตายแหล่ แต่ทำไมยังจัดการไม่ได้สักที ขืนยื้อต่อไปพลังปราณจะหมดก่อน
เห็นศิษย์พี่ตงเอาแต่ตั้งรับ เขาก็ย่ามใจ ตัดสินใจทุ่มสุดตัวเพื่อปิดเกม กระบี่บินยักษ์เปล่งแสงจ้า
ด้วยความใจร้อนของวัยรุ่น เขาละเลยการป้องกันตัว ทุ่มพลังทั้งหมดใส่การโจมตีเดียว
เมื่อเห็นท่าไม้ตายมา ศิษย์พี่ตงทิ้งตัวลงกลิ้งกับพื้นอย่างไม่ห่วงสวย เรียกเสียงฮาครืนจากฝั่งเหยาซาน
หลี่เจี๋ยไม่สน เรียกกระบี่กลับเพื่อชาร์จพลังซ้ำ โดยไม่ทันระวังช่องว่าง
จังหวะที่หลี่เจี๋ยกำลังง้างกระบี่รอบสอง ศิษย์พี่ตงสวนกลับทันที! ห่วงคู่หมุนติ้วดั่งดวงตะวันสีคราม ห่วงหยางพุ่งชนตัวกระบี่เบี่ยงวิถี ส่วนห่วงหยินวาดโค้งอ้อมไปกระแทกเข้าที่รักแร้ซ้ายอย่างแม่นยำ!
นี่คือท่าไม้ตาย ‘สุริยันจันทราประสาน’ ที่นางซุ่มฝึกมาตลอดสามปี อัดอั้นมาหกสิบกระบวนท่าเพื่อปลดปล่อยในพริบตาเดียว
ตูม!
หลี่เจี๋ยโดนห่วงหยินกระแทกจุดอ่อนเต็มๆ จนแขนชา เกราะป้องกันทำงานไม่ทัน ในเสี้ยววินาทีต่อมา ห่วงหยางที่เพิ่งชนกระบี่ก็เด้งกลับมาตัดฉับเข้าที่ลำคอ
ศีรษะของหลี่เจี๋ยกระเด็นหลุดจากบ่า เลือดพุ่งกระฉูด
ศิษย์พี่ตงเบี่ยงตัวหลบกระบี่บินที่เสียหลักพุ่งเฉียดหน้าอกไป ทิ้งรอยแผลถลอกเล็กน้อยไว้
ร่างไร้หัวของหลี่เจี๋ยทรุดลง ผู้ชมทั้งสนามเงียบกริบ ตะลึงจนลืมหายใจ บรรพชนตระกูลหลี่ที่กำลังจะพุ่งขึ้นมาช่วยถูกสกัดไว้ทัน ได้แต่ยืนมองศิษย์เอกตายต่อหน้าต่อตา
ศิษย์เหยาซานที่กำลังหัวเราะค้างแข็งทื่อ ความหนาวเหน็บแล่นจับขั้วหัวใจ เพียงพริบตาเดียวสถานการณ์พลิกผันจากผู้ล่ากลายเป็นศพ
ศิษย์พี่ตงเก็บห่วงคู่ เดินลงจากเวทีอย่างเงียบเชียบ
หยางหลินรีบเข้าไปประคอง “ศิษย์พี่ตง ลำบากท่านแล้ว”
กลับมาที่เขตพักรอ ทุกคนยังคงสงบนิ่ง ไม่มีใครแสดงอาการดีใจ
ฝั่งเหยาซาน บรรพชนหน้าตายส่งสัญญาณให้คนต่อไปขึ้นสู้
“จ้าวขวิ้น เจ้าขึ้นไป”
จ้าวขวิ้น ศิษย์เอกตระกูลจ้าว พยักหน้าแล้วกระโดดขึ้นเวทีด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
หลี่หมิงเยว่คำนวณอีกครั้ง แล้วกระซิบ “คนนี้เจ้าเล่ห์ เน้นตั้งรับ ต้องหาจังหวะตอนบุกเพื่อสวนกลับ จุดอ่อนอยู่ที่ท้ายทอยและหลังคอ”
อวิ๋นหลวน หญิงชราหลังค่อมลุกขึ้น “ขอบคุณผู้อาวุโสหลี่ รอบนี้ข้าขอเอง”
อวิ๋นหลวนที่ดูแก่หง่อมกว่าศิษย์พี่ตง ค่อยๆ เดินขึ้นเวที คราวนี้ผู้ชมไม่กล้าดูแคลนแล้ว ต่างหันไปบอกลูกหลานให้ดูเป็นตัวอย่าง นี่คือชั้นเชิงของรุ่นเก๋า
ทันทีที่เริ่ม จ้าวขวิ้นเรียกกระบี่ทองคำออกมาและซัดคลื่นกระบี่โจมตีทันที
อวิ๋นหลวนใช้อาวุธเป็นชุดเข็มบินเจ็ดเล่ม ต้องใช้พลังจิตควบคุมสูง การเคลื่อนไหวของเข็มบินว่องไวและอำมหิต นางควบคุมเข็มบินล้อมโจมตีจ้าวขวิ้นรอบทิศทาง
เข็มบินวูบวาบไปมาอย่างสวยงาม มีทั้งตัวล่อ ตัวชน และตัวลอบกัด ประสานงานกันอย่างแยบยล
จ้าวขวิ้นตั้งรับเหนียวแน่น ใช้โล่และกระบี่บินปัดป้อง นานๆ จะสวนกลับสักที
ผ่านไปครึ่งก้านธูป อวิ๋นหลวนครองเกมบุกแปดส่วน จ้าวขวิ้นตั้งรับสองส่วน
แต่เข็มบินมีข้อเสียคือพลังทำลายต่ำ เจาะโล่ไม่เข้า โดนกระบี่ปัดก็กระเด็น
เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่ อวิ๋นหลวนทดสอบจนรู้ขีดจำกัดการป้องกันของอีกฝ่ายว่ามีแค่โล่และเกราะวิญญาณ นางจึงแกล้งทำเป็นพลังหมด เผยช่องโหว่ให้เข็มเล่มหนึ่งถูกปัดกระเด็น
จ้าวขวิ้นเห็นโอกาสทอง พุ่งสวนกลับทันที ใช้โล่คุ้มกันด้านหลัง เกราะวิญญาณคุ้มกาย ควบกระบี่บินอัดพลังเต็มพิกัดพุ่งแทง
แต่กระบี่พุ่งไปได้ครึ่งทาง จ้าวขวิ้นก็หยุดชะงักยืนนิ่ง กระบี่ร่วงลงพื้น อวิ๋นหลวนเบี่ยงตัวหลบสบายๆ
ร่างของจ้าวขวิ้นยังคงค้างอยู่ในท่าพุ่งโจมตี แต่ดวงตาไร้แววชีวิต
ที่แท้ตอนที่อวิ๋นหลวนแกล้งพลาด นางซ่อนเข็มบินไว้ จังหวะที่จ้าวขวิ้นพุ่งเข้ามา นางใช้เข็มสองเล่มล่อเกราะวิญญาณ อีกสองเล่มล่อโล่ให้เปิดออก
และเข็มสองเล่มสุดท้าย... เล่มหนึ่งปักเข้าท้ายทอย อีกเล่มเสียบทะลุหลังคอ!
ชัยชนะด้วยเทคนิคล้วนๆ ประสบการณ์อันเหนือชั้นของรุ่นเก๋าได้แสดงอานุภาพอีกครั้ง
จ้าวขวิ้นตายคาที่ ปี้อวิ๋นชนะเป็นรอบที่สอง!