- หน้าแรก
- วิถีเต๋าประยุกต์สูตรบ่มเพาะขั้นจักรวาล
- บทที่ 191 ล่าสังหารจระเข้หนามครามเนตรทอง
บทที่ 191 ล่าสังหารจระเข้หนามครามเนตรทอง
บทที่ 191 ล่าสังหารจระเข้หนามครามเนตรทอง
บทที่ 191 ล่าสังหารจระเข้หนามครามเนตรทอง
เช้าวันที่ 11
กองพันเคลื่อนพลมุ่งหน้าสู่จุดนัดพบที่สาม หน่วยลาดตระเวนนำหน้า ปีกซ้ายขวาคุ้มกัน หยางหลินและกองทัพหลักอยู่ตรงกลาง เคลื่อนที่อย่างเงียบเชียบและรัดกุม
ระหว่างทาง พวกเขาพบ ‘โสมปฐพี’ อายุ 150 ปี หกต้นในป่าทึบ นี่คือวัตถุดิบหลักของยาเม็ดสร้างรากฐาน
แต่แน่นอนว่าของดีมีเจ้าของ... หมีขนเงินตาสีเงินระดับสองขั้นปลาย (เทียบเท่าระดับสิบสมบูรณ์) พุ่งออกมาคำรามลั่น
ปกติสัตว์อสูรระดับนี้หนังเหนียวและแรงเยอะ ต้องใช้ระดับสิบ 3-5 คนรุมถึงจะเอาอยู่
แต่สำหรับกองพันปี้อวิ๋นที่มีคนยี่สิบกว่าคน...
ห้าคนเฝ้าระวัง อีกยี่สิบคนระดมยิงคาถาและอาวุธใส่อย่างพร้อมเพรียง เจ้าหมีโชคร้ายยังวิ่งไม่ถึงตัวใครก็ลงไปนอนคุยกับรากไม้เสียแล้ว
เนื้อหมีถูกส่งเข้าคลังส่วนตัวของหยางหลิน ส่วนหนังและกระดูกเก็บเข้ากองกลาง
พวกเขาเดินหน้าต่อไป เก็บกวาดสมุนไพรและกำจัดกลุ่มศัตรูเล็กๆ น้อยๆ ตามทางอย่างราบรื่น
จนกระทั่งหน่วยลาดตระเวนส่งสัญญาณเตือน... “ข้างหน้าห้าสิบวา... มีของดี!”
หยางหลินนำทีมย่องเข้าไปดู พบลานโล่งริมทะเลสาบ มีกอหญ้าสีเขียวมรกตขึ้นอยู่สิบกว่าต้น ดอกเล็กๆ ห้ากลีบห้าสีส่องประกายวิบวับ
“กล้วยไม้เบญจธาตุ อายุร้อยกว่าปี... นี่มันส่วนผสมหลักของยาเม็ดสร้างรากฐาน!” ศิษย์คนหนึ่งกระซิบเสียงสั่น
หยางหลินกวาดสายตาดูรอยเท้าขนาดมหึมารอบๆ กอหญ้า “รอยเท้าใหญ่ขนาดนี้... สัตว์อสูรน้ำแน่ๆ”
รอยเท้านำไปสู่ทะเลสาบที่ห่างออกไปสามสิบวา
ทันใดนั้น ผิวน้ำก็เดือดพล่าน ฟองอากาศยักษ์ผุดขึ้นมา
ดวงตาสีทองคู่หนึ่งโผล่พ้นน้ำ จ้องมองผู้บุกรุกด้วยแววตาอำมหิต แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจนทุกคนเข่าอ่อน
“ตั้งสติ! จัดกระบวนทัพ!” หยางหลินตะโกนลั่น
เสียงสั่งการที่คุ้นเคยเรียกสติทุกคนกลับมา ร่างกายขยับเข้าประจำที่โดยอัตโนมัติ
สัตว์อสูรค่อยๆ ขึ้นจากน้ำ... รูปร่างเหมือนจระเข้ แต่มีเกล็ดสีครามแข็งแกร่งและหนามแหลมเรียงรายบนหลัง ดวงตาสีทองวาวโรจน์
‘จระเข้หนามครามเนตรทอง’
ตัวยาวหกวา (12 เมตร) สูงท่วมหัวคน ฟันในปากแหลมคมดั่งใบมีด
เจี่ยงจี้ชวนหน้าซีด “ศิษย์น้อง... นี่มันระดับสาม! อย่างน้อยก็เทียบเท่าสร้างรากฐานขั้นกลาง! เราสู้ไม่ไหวหรอก ถอยเถอะ!”
ทุกคนเริ่มถอดใจ แต่หยางหลินสั่งเสียงเฉียบขาด
“ถอยไปตั้งหลัก! ทีมหนึ่ง... ล่อมันออกมาให้ห่างจากน้ำ! ที่เหลือกระจายกำลังล้อมกรอบ!
มันตัวใหญ่และเชื่องช้าบนบก เราจะรุมฆ่ามัน!”
“แต่ว่า...”
“หุบปาก! ไปสั่งการเดี๋ยวนี้! โจมตีจุดอ่อน... ขา ท้อง ตา และปาก อย่าโจมตีหลังเกราะหนา! หน่วยลาดตระเวนระวังหลัง ห้ามให้ใครมาแจม!”
เจี่ยงจี้ชวนกัดฟัน “รับทราบ!”
ทีมล่อเป้าวิ่งเข้าไปยิงคาถาใส่ จระเข้ยักษ์คำรามลั่น พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ชนต้นไม้หักโค่นเป็นแถบๆ
มันอ้าปากพ่นกระสุนวารีขนาดมหึมาใส่ ต้นไม้ที่โดนกระสุนขาดสะบั้น ทีมล่อเป้าวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน
เมื่อล่อมาถึงพื้นที่ต่ำที่เป็นกับดัก หยางหลินตะโกน “โจมตี!”
อาวุธและคาถานับสิบสายพุ่งเข้าใส่จุดอ่อน จระเข้ยักษ์เจ็บปวด คำรามก้อง สะบัดหางฟาดศิษย์คนหนึ่งกระเด็น
หยางหลินเห็นท่าไม่ดี มันพยายามจะฝ่าวงล้อมกลับลงน้ำ
“อย่าให้มันหนี!”
หยางหลินระเบิดพลังเต็มพิกัด! วิชามังกรคะนองสมุทร + ยันต์วายุ + ชุดเซตราชันหมาป่า
ร่างของเขาพุ่งทะยานเข้าใส่จระเข้ยักษ์ดุจลูกธนู!
เขาเบี่ยงตัวหลบคมเขี้ยว แล้วซัดฝ่ามือเข้าที่ลำคออันอ่อนนุ่ม
ตูม!
พลังหมัดห้าพันชั่ง บวกกับพลังระเบิดจากถุงมือพยัคฆ์สายฟ้า... แรงปะทะกว่าหมื่นสองพันชั่งกระแทกเข้าใส่จุดตาย!
จระเข้ยักษ์สะบัดหัวด้วยความเจ็บปวด ตะปบกรงเล็บสวนกลับ
หยางหลินใช้ ‘ฟังแรง’ อ่านการเคลื่อนไหว หลบวูบ แล้วสวนหมัดเข้าที่เดิมซ้ำๆ
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงหมัดกระแทกเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว ทุกหมัดสร้างคลื่นกระแทกจนอากาศสั่นสะเทือน
หยางหลินเข้าสู่ภวังค์แห่งการต่อสู้... ลืมความเจ็บปวด ลืมความกลัว เหลือเพียงสัญชาตญาณการฆ่าฟัน
หลบ... สวน... หลบ... สวน...
ทุกหมัดเน้นย้ำที่จุดเดิม... ลำคอ!
แรงกระแทกซ้ำๆ ส่งผลให้อวัยวะภายในของจระเข้ยักษ์บอบช้ำอย่างหนัก มันเริ่มเคลื่อนไหวช้าลง
คนอื่นๆ ยืนมองตาค้าง ไม่กล้าเข้าไปยุ่งกลัวโดนลูกหลง ได้แต่คอยกันท่าไม่ให้มันหนี
ภาพของมนุษย์ตัวจ้อยที่กำลังไล่ถลุงสัตว์อสูรยักษ์ระดับสามด้วยมือเปล่า... ช่างเป็นภาพที่น่าเหลือเชื่อและสยดสยองในเวลาเดียวกัน
หยางหลินไม่หยุดยั้ง เขาจะทุบจนกว่ามันจะตายคาที่!