เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 279 คุณแม่แฟนคลับตัวยง❗️(ฟรี)

บทที่ 279 คุณแม่แฟนคลับตัวยง❗️(ฟรี)

บทที่ 279 คุณแม่แฟนคลับตัวยง❗️(ฟรี)


กำลังโหลดไฟล์

“ไม่มีอะไร” การแสดงออกของหรงซื่อนั้นสงบมาก อีกทั้งดวงตาลึกของเขาก็จับจ้องไปที่เธอแทบจะไม่กระพริบ เพราะเขาไม่ได้เจอเธอมาหลายวันแล้ว และตอนนี้เขาก็ได้เจอคนตรงหน้าซะที

น้องสาวเสี่ยวจิ่วยังคงน่ารักอยู่เหมือนเดิม

ไม่มีเด็กผู้หญิงคนไหนจะน่ารักมากกว่าเธออีกแล้ว

ซูจิ่วรู้สึกว่าคนตรงหน้าเป็นคนไม่ใส่ใจในตัวเอง เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขาดูไม่ปกติอย่างที่เขาพูดออกมาเลย ดังนั้น เธอจึงพองแก้มเล็กๆและพูดว่า “พี่ชายโกหก มันต้องมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติแน่ๆ❗️ แต่ถ้านายไม่พูด ฉันก็จะไม่สนใจนายอีกต่อไป❗️”

และด้วยวิธีนี้ จึงทําให้หรงซื่อตื่นตระหนกได้อย่างง่ายดาย เขาจึงรีบบอกความจริงกับซูจิ่วทันที “ฉันเข้าโรงพยาบาลมา”

“ว่าไงนะ❓” ซูจิ่วอุทาน “แล้วทําไมนายถึงไม่ยอมบอกฉัน ฉันจะได้ไปเยี่ยมนายที่โรงพยาบาล❗️”

“ไม่จำเป็นสําหรับสิ่งนั้น หมอบอกว่าเด็กมีภูมิต้านทานต่ำ และจะติดเชื้อได้ง่าย แล้วถ้าเกิดเธอติดเชื้อขึ้นมาจะไม่เป็นผลดีกับเธอ”

ซูจิ่วหน้ามุ่ยทันทีเมื่อได้ยินคำตอบ “แล้วพี่ชายอยู่โรงพยาบาลคนเดียวเหรอ❓ เหงามากไหม❓ คราวหน้าอย่าลืมบอกฉันนะ❗️ โอ้ จะต้องไม่มีครั้งต่อไปสิ นายจะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง❗️”

เด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้าพูดไม่ยอมหยุด และนั่นก็ทำให้มุมปากของหรงซื่อขยับขึ้นราวกับว่าเขาต้องการที่จะหัวเราะออกมา ซึ่งความเบื่อหน่ายของการอยู่ในโรงพยาบาลเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา ดูเหมือนจะถูกปัดเป่าจนไม่เหลือแม้กระทั่งร่องรอย

ซูจิ่วชวนวายร้ายน้อยมาที่บ้านของตัวเองอย่างอบอุ่นเพื่อมาทานอาหาร และเขาก็เห็นด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่ถึงยังไง ซูเชิ่งจิ่งก็ยังไม่ชอบเจ้าเด็กข้างบ้านที่มากินข้าวบ้านของเขาอยู่ดี เพราะเจ้าเด็กคนนี้ชอบมารบกวนเขาและเกี๊ยวน้อย จึงทำให้ช่วงเวลาอันอบอุ่นระหว่างพ่อและลูกสาวที่ควรจะมีนั้นกลับหายไป

แต่พอได้ยินเกี๊ยวน้อยพูดว่าเจ้าเด็กเหลือขอติดเชื้อ และต้องเข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจนถึงปัจจุบัน และที่เป็นแบบนั้นก็เพราะลูกสาวของเขา ดังนั้น เขาจะวางหัวใจที่เห็นแก่ตัวไว้ชั่วคราว และปรุงอาหารพิเศษเพิ่มอีกสองจาน

“พี่ชาย นายต้องกินให้เยอะๆกว่านี้ เพราะตอนนี้นายผอมมาก❗️” ซูจิ่วหยิบปีกไก่ไปให้หรงซื่อ และก็บังเอิญเหลือบไปเห็นความไม่พอใจที่ปรากฎบนใบหน้าของซูเชิ่งจิ่งเข้าพอดี เธอจึงต้องกลายเป็นน้ำฝนและน้ำค้างที่ตกอย่างเท่าเทียมกัน และเอื้อมมือไปหยิบเนื้อแล้วส่งให้กับผู้เป็นพ่อ

และอารมณ์ของซูเชิ่งจิ่งที่เป็นน้ำส้มสายชูที่มืดครึ้ม ก็เปลี่ยนเป็นแดดจ้าได้อย่างง่ายดาย

หรงซื่อมีความสุขกับการทานอาหารกับซูจิ่วมาก และเขารู้สึกว่าอาหารมื้อนี้อร่อยเป็นพิเศษ ส่วนซูจิ่วก็สนุกกับมันเช่นเดียวกัน และทุกครั้งที่เธอเห็นวายร้ายน้อยกินอย่างเอร็ดอร่อย เธอก็รู้สึกพอใจมาก

เธอคิดว่าตัวเองเป็นคุณแม่แฟนคลับตัวยง❗️

ยังไงก็ตาม ครึ่งทางของการทานอาหาร แขกที่ไม่ได้รับเชิญสองคนก็มาถึง

เมื่อกริ่งหน้าประตูดังขึ้นหลายครั้ง ซูเชิ่งจิ่งก็ลุกขึ้นไปเปิดประตู และเมื่อเขาเห็นว่าเป็นซ่งจีเย่กับซ่งซินเหยียนที่ยืนอยู่นอกประตู เขาก็แปลกใจและพูดขึ้นว่า “เป็นคุณนั่นเอง”

“ใช่ผมเอง เมื่อสองวันก่อนที่ผมโทรหาคุณ และบอกว่าผมจะพาซินเหยียนมาหาเสี่ยวจิ่ว ซึ่งผมรู้สึกรําคาญลูกสาวของผมมาก แล้วพอดีว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ ผมก็เลยพาเธอมาที่นี่”

“สวัสดีค่ะคุณลุง” ซ่งซินเหยียนซ่อนตัวอยู่ด้านหลังผู้เป็นพ่อ และพูดทักทายซูเชิ่งจิ่งอย่างเขินอายเล็กน้อย

ถึงยังไงซูเชิ่งจิ่งก็ชอบเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆมากกว่า ซึ่งทัศนคติของเขาค่อนข้างแตกต่างจากเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ดังนั้น เขาจึงส่งยิ้มให้กับซ่งซินเหยียนแล้วพูดขึ้นว่า “เข้ามาก่อนสิ”

เมื่อซ่งซินเหยียนเข้ามาแล้ว และทันทีที่เธอเห็นซูจิ่ว ใบหน้าเล็กๆของเธอก็กลายเป็นสีแดงด้วยความตื่นเต้น แล้วเธอก็ตะโกนออกมาอย่างมีความสุข “น้องสาวเสี่ยวจิ่ว”

เมื่อเห็นว่าเป็นใคร ซูจิ่วก็ยิ้มและพูดทักทายทันที “พี่สาวคนสวย ~”

ซ่งซินเหยียนรู้สึกเขินอายเล็กน้อย แต่ในเวลาเดียวกัน สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นหรงซื่อที่นั่งอยู่ข้างๆน้องสาว ซึ่งเธอรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างเล็กน้อย นี่พี่ชายที่เธอเจอในโรงพยาบาลมาก่อนไม่ใช่เหรอ❓

เพราะเขาหล่อมาก ดังนั้น เธอจึงจําได้ในทันที❗️

ซ่งซินเหยียนเดินไปที่โต๊ะอาหาร พอเธอรวบรวมความกล้าแล้วก็เอ่ยทักทายหรงซื่อทันที “สวัสดีพี่ชาย”

หรงซื่อตอบกลับอย่างสุภาพ “สวัสดี”

“ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ แล้วนายรู้จักน้องสาวเสี่ยวจิ่วด้วยเหรอ❓”

หือ❓❓

เมื่อได้ยินแบบนั้น ซูจิ่วก็รู้สึกว่าสิ่งต่างๆไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

นางเอกกับวายร้ายน้อยเคยเจอกันมาก่อนอย่างนั้นเหรอ❓ ไม่อย่างนั้น ทําไมเธอถึงถามออกมาแบบนั้น❓

บทที่ 280 ร่างกายทั้งหมดของเธอเป็นของฉัน

หรงซื่อพยักหน้า

ซ่งซินเหยียนคิดว่าตัวเองจะมีพี่ชายที่หน้าตาดี และจะได้เป็นเพื่อนกันในอนาคต ซึ่งมันจะต้องมีความสุขมากอย่างแน่นอน เธอจึงรีบกลับไปหาซ่งจีเย่แล้วหยิบของไว้ในมือ จากนั้น ก็วิ่งกลับไปวางไว้บนโต๊ะอาหารพร้อมกับพูดขึ้นว่า “น้องสาวเสี่ยวจิ่ว พี่ชาย นี่เป็นของขวัญจากฉัน ฉันให้พวกเธอ”

มันเป็นถุงขนมและเครื่องดื่ม นอกจากนี้ ยังมีตุ๊กตาน่ารักที่เด็กผู้หญิงชอบอีกด้วย

ซูจิ่วไม่ลังเลที่จะรับของขวัญของอีกฝ่าย และพูดกับซ่งซินเหยียนอย่างอ่อนหวานว่า “ขอบคุณพี่สาว~ แล้วเธอกินอะไรมาหรือยัง”

“ฉันกินมาแล้ว” ซ่งซินเหยียนตอบกลับ แต่สายตาของเธอก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปที่หรงซื่อมากขึ้น ราวกับว่าเธอกำลังสนใจเขาอยู่ และหลังจากหยุดไปสองสามวินาที เธอก็รวบรวมความกล้าแล้วถามออกไปว่า “พี่ชาย ฉันชื่อซ่งซินเหยียน แล้วนายล่ะชื่ออะไร”

ต่อหน้าเด็กหญิงตัวน้อยแสนสวยคนนี้ ใบหน้าของวายร้ายน้อยไม่มีความผันผวนแม้แต่น้อย และน้ำเสียงที่พูดออกมานั้นก็แผ่วเบามาก “ฉันชื่อหรงซื่อ”

“หรงซื่อ❓ อันไหน หนึ่ง สอง สาม หรือสี่❓”

“ไม่ใช่”

“แล้วมันยังไงล่ะ❓”

ซูจิ่วไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนตระหนี่ แต่เมื่อเห็นนางเอกตัวน้อยพูดคุยกับวายร้ายน้อย จู่ๆเธอก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

มันไม่ง่ายเลยที่จะชะลอกระบวนการของวายร้ายน้อยไม่ให้เปลี่ยนเป็นสีดำ เธอจึงไม่ต้องการให้ปรากฏตัวแปรใดๆเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น เธอจึงหวังว่าตัวเองหรือวายร้ายน้อยจะไม่เข้าไปแทรกกลางระหว่างตัวเอกชายและหญิง

อย่างไรก็ตามได้มีบางอย่างเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าเธอจะเบี่ยงเบนไปจากทิศทางเดิมแล้วก็ตาม

ไม่ ซ่งซินเหยียนในฐานะที่เป็นตัวเอกหญิง เธอจะต้องมีจิตสำนึกที่จะอยู่กับตัวเอกชาย และที่สำคัญ เธอไม่สามารถยั่วยุวายร้ายน้อยได้❗️

ในนวนิยายเรื่องนี้ หลี่โม่หานเป็นคนเย็นชา หยิ่งทะนง อีกทั้งยังมืดมน ที่สำคัญเขายังเป็นถังน้ำส้มสายชูขนาดใหญ่ และสายเส้นสุดคลาสสิกของเขาเหมือนกับประธานจอมเผด็จการที่มีอํานาจเหนือกว่าทุกคน “เธอเป็นผู้หญิงของฉัน และทั้งร่างกายของเธอก็เป็นของฉัน แม้แต่กระทั่งเส้นผมก็ใช่❗️”

## เสี่ยวจิ่วมาแล้ว รับรองสนุกไม่แพ้พี่สาวอีหลิง

“ถ้าฉันเห็นผู้ชายคนอื่นอยู่ใกล้เธอ หรือเธอไปอยู่ใกล้ผู้ชายคนอื่น ฉันจะฆ่ามัน”

ถ้านางเอกทําให้เขาไม่พอใจ เธอจะถูกเขาลงโทษบนเตียง ส่วนผู้ชายที่ใกล้ชิดกับนางเอก พวกเขาก็จะมีจุดจบที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก บางคนตกงาน บางคนก็ถึงขั้นล้มละลาย หรือไม่ก็ถูกส่งไปยังสถานที่ในแอฟริกาก็ยังมี แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเอกชายที่มีรัศมีแบบนั้น เขาสามารถทําอะไรก็ได้ตามที่ตัวเองต้องการ

ในส่วนของความคิดของนวนิยายเรื่องนี้ก็เต็มไปด้วย “อ๊ะ ฉันรักคุณมาก❗️” “ฉันมีเพื่อนที่อยากจะลองลิ้มรสชาติของคนพาลดูบ้างว่าจะเป็นยังไง” หรือไม่ก็ “เกียรติยศของคุณประธาน ฉันได้ทำความสะอาดตัวเองแล้วและกําลังรอคุณอยู่~”

และหลังจากที่วายร้ายดำมืดปรากฏตัวขึ้น ผู้อ่านทุกคนก็ด่าเขาว่าเป็นคนบิดเบี้ยว หรือไม่ก็คนบ้า และขอให้รีบๆตายไปซะ อย่าได้มาขัดขวางตัวเอกชายและตัวเอกหญิงของพวกเขา

ไม่ว่าวายร้ายจะแย่สักแค่ไหน แต่ในฐานะนักแสดงทบสมชาย เขาได้ถูกกําหนดให้มาต่อสู้กับตัวเอกชาย และสุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ไปในที่สุด

ซูจิ่วกําลังคิดหาวิธีว่าจะทําอย่างไรไม่ให้นางเอกตัวน้อยไปยั่วยุวายร้ายน้อยเข้า หรือเธอควรจะล่าถอยออกมา แทนที่จะเดินหน้าแล้วทำตัวแบบชาเขียว* แต่ตอนนี้เธอทำได้เพียงนั่งอยู่ข้างๆอย่างเชื่อฟัง และมองไปที่วายร้ายน้อยด้วยความอิจฉาและความคับข้องใจ❓

(綠茶 ชาเขียว* เป็นภาษาอินเทอร์เน็ตของประเทศจีน หมายถึง คนที่ชอบแอ๊บหรือเป็นอินโนเซนส์เพื่อเรียกร้องความสนใจ)

ถ้าหากวายร้ายน้อยเข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร เขาจะรักษาระยะห่างจากนางเอกตัวน้อยใช่ไหม❓

อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องรอให้ซูจิ่วได้ลงมือทำอะไรสักอย่าง วายร้ายน้อยก็นำหน้าเธอไปหนึ่งก้าว เพื่อตัดความสัมพันธ์มิตรภาพที่กําลังจะเริ่มต้นขึ้นกับนางเอกตัวน้อย

หรงซื่อไม่คุ้นเคยกับเด็กผู้หญิงคนอื่นที่พูดคุยกับเขา และมันก็ไม่เหมาะสมที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไป ดังนั้น เขาจึงตอบคําถามของซ่งซินเหยียน แล้ววางตะเกียบลงพร้อมกับพูดกับซูจิ่วว่า “ฉันอิ่มแล้ว และถึงเวลาต้องกลับบ้านก่อน”

ซ่งซินเหยียนมองดูหรงซื่อลุกขึ้นและเดินจากไป และดวงตาของเธอดูเหมือนจะจับจ้องไปที่เขาแทบจะไม่กระพริบตา

ถึงแม้ว่าพี่ชายคนนี้จะไม่ชอบพูดหรือตอบเธอ แต่เธอก็ไม่ได้เกลียดมันเลย

หลังจากที่เขาจากไปแล้ว ซ่งซินเหยียนก็ถามออกมาด้วยความไม่เข้าใจ “ทําไมพี่ชายคนนั้นถึงจากไปล่ะ”

จบบทที่ บทที่ 279 คุณแม่แฟนคลับตัวยง❗️(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว