เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 111 - ลงมือ

บทที่ 111 - ลงมือ

บทที่ 111 - ลงมือ


บทที่ 111 - ลงมือ

ทันทีที่ยาตกถึงท้อง พลังปราณอันมหาศาลก็ระเบิดออก พุ่งพล่านไปตามเส้นชีพจรอย่างรวดเร็ว

ครั้งนี้รุนแรงกว่าตอนกินยารวมปราณครั้งแรกเสียอีก ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน เดิมทีนึกว่าเคยชินกับยารวมปราณระดับต่ำมาแล้ว ยาระดับกลางคงไม่มีปฏิกิริยามากนัก ใครจะคิดว่าพลังปราณอันบ้าคลั่งแทบจะพุ่งทะลุเส้นชีพจร ทะลวงออกจากร่างกายนาง

นางสูดหายใจลึก รวบรวมสมาธิชักนำพลังปราณที่แตกซ่านเหล่านั้น

ใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมงกว่านางจะค่อยๆ ควบคุมสถานการณ์ได้ ค่อยๆ ชักนำพลังปราณให้ไหลเวียนในเส้นชีพจรซ้ำแล้วซ้ำเล่า

โชคดีที่หนึ่งชั่วโมงนี้ ไม่มีใครเข้าออกหุบเขาตะวันรอน

พลังปราณที่บ้าคลั่งค่อยๆ สงบลง หลังจากโคจรพลังอีกหลายรอบ ในที่สุดมันก็สงบนิ่งโดยสมบูรณ์

นางลืมตาขึ้น ประกายในดวงตาดูเจิดจรัสขึ้นกว่าเดิม เวลานี้พลังปราณในกายเปี่ยมล้น ทำให้นางรู้สึกสบายไปทั้งตัว เพียงแต่นางรู้ดีว่าพลังแค่นี้ยังห่างไกลจากการทะลวงเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานขั้นปลาย

การจะก้าวเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานขั้นปลายไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในวันสองวัน

ตอนที่สร้างรากฐานสำเร็จและทะลวงผ่านขั้นกลางได้อย่างรวดเร็ว เป็นเพราะตอนอยู่ระดับรวบรวมลมปราณนางกินยารวมปราณสะสมพลังปราณห้าธาตุไว้มหาศาล จนสามารถก้าวข้ามธรณีประตูที่ยากที่สุดมาได้ บวกกับประสบการณ์ในแดนมายาหนึ่งเดือน และการล่าสัตว์อสูรอีกสามเดือน จึงเข้าสู่ขั้นกลางได้อย่างไม่ยากเย็น

แต่พอมาถึงขั้นนี้ การจะก้าวต่อไปอีกก้าวช่างยากเย็นแสนเข็ญ

นางนั่งฝึกฝนอย่างสงบอยู่หน้าหุบเขาตะวันรอน มีศิษย์หอเทียนจีเข้าออกไม่น้อย แต่ไม่มีสองคนนั้น ซูหลิงไม่ท้อถอย พอพระอาทิตย์ตกดิน ก็ลุกขึ้นกลับสำนัก

นางมาเฝ้ารอเช่นนี้ทุกวัน เวลาสิบวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม่นางหลิวหายดีเป็นปกติแล้ว ใบหน้าที่ซีดเซียวกลับมามีเลือดฝาด อาการบาดเจ็บของจางชุนเซิงก็หายดีแล้วเช่นกัน

มีเพียงซูหลิงที่ยังดักรอสองคนนั้นไม่เจอ!

วันนี้ นางก็มานั่งสมาธิหน้าหุบเขาตะวันรอนเช่นเคย คนพวกนี้ช่วยฝึกความอดทนและความหนักแน่นของจิตใจนางได้ดีทีเดียว

ทันใดนั้น ซูหลิงก็ลืมตาขึ้น มองไปข้างหน้าเห็นคนสามคนเดินออกมา สองในนั้นคือคนที่นางตามหา ส่วนอีกคนซูหลิงไม่เคยเห็น หน้าตาสะสวยเช่นกัน แต่วรยุทธ์สูงกว่าสองคนนั้นมาก ถึงขั้นเป็นยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานขั้นต้น!

ซูหลิงหยุดฝึกวิชา ซ่อนกลิ่นอายของตัวเอง มองดูทั้งสามคนค่อยๆ เดินออกมา

"ศิษย์พี่ ไม่รู้ว่าตาแก่นั่นตายหรือยัง ชิงอีลงมือหนักไปหน่อย ข้ากลัวมันจะไม่รอด!" คนที่พูดคือหนึ่งในคนที่วางยาแม่นางหลิวและจางชุนเซิง

พอพูดจบ ฆาตกรอีกคนก็พูดต่อ "ชิงซิ่ว เจ้าอย่ามาโทษข้า! ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าบอกว่ามันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง กล้าล่วงเกินหอเทียนจี ข้าจะลงมือหรือ"

ทั้งสองเถียงกันไปมา หญิงสาวที่อยู่ตรงกลางโบกมือ "พอได้แล้ว เรื่องมันแล้วไปแล้ว คนตายไปก็ไม่เป็นไร ประเด็นคือของพวกนั้นยังอยู่หรือเปล่า ท่านอาจารย์ต้องการเห็ดหลินจือคุณภาพดีไปปรุงยาพิษ ของที่พวกเจ้าเอามาแม้คุณภาพจะดีเยี่ยม แต่ปริมาณไม่พอ"

ชิงอีและชิงซิ่วก้มหน้าพร้อมกัน "ศิษย์พี่ ตาแก่นั่นปากแข็งมาก พวกเราพังร้านไปแล้วก็เจอแค่ไม่กี่ต้นนี้!"

"เห็ดหลินจือพวกนั้นไม่ใช่ของธรรมดา หอคืนวสันต์ร้านเล็กๆ กลับมีของแบบนี้ขาย คาดว่าเบื้องหลังต้องมีคนหนุนหลัง ขอแค่หาตัวคนคนนั้นเจอ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเห็ดหลินจือ!"

ซูหลิงนั่งฟังบทสนทนาของพวกนางเงียบๆ จนกระทั่งทั้งสามคนเดินผ่านนางไปไม่ไกล นางถึงค่อยๆ ลุกขึ้น

ได้ของดีไปครั้งหนึ่งยังไม่พอ ยังคิดจะมาเอาอีกหรือ!

ซูหลิงค่อยๆ สะกดรอยตามพวกนางไป โดยปกปิดร่องรอยอย่างมิดชิด

ตอนนี้ยางอยู่ระดับสร้างรากฐานขั้นกลาง ตามหลักแล้วรับมือระดับสร้างรากฐานขั้นต้นน่าจะไม่มีปัญหา แต่นางรู้วิชาไม่มาก แถมอีกฝ่ายเป็นศิษย์หอเทียนจี เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว

นางจำต้องข่มใจไว้ เฝ้าดูสถานการณ์ไปก่อน

ทั้งสามคนเดินไปคุยไป ไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนตามหลัง ซูหลิงแอบตามไปเงียบๆ จนห่างจากหอเทียนจีพอสมควร ขณะที่ซูหลิงกำลังคิดหาวิธีจัดการทั้งสามคน ศิษย์หอเทียนจีระดับสร้างรากฐานขั้นต้นคนนั้นก็เรียกกระบี่บินออกมา

ซูหลิงเห็นดังนั้น ก็รีบใช้วิชาหนามพุ่งใส่ชิงอีที่อยู่ทางซ้ายทันที คนบนกระบี่บินและชิงซิ่วหันขวับมาพร้อมกัน

เดิมทีนางสามารถรอไปอีกหลายวัน รอให้ชิงอีกับชิงซิ่วออกมาครั้งหน้า แต่สองคนนี้อาจจะไม่ได้ออกมาพร้อมกัน เวลาที่ต้องเสียไปคงอีกมาก นางไม่มีแรงจะไปยื้อเวลากับพวกมัน อีกอย่างตรงหน้ามีแค่ระดับสร้างรากฐานขั้นต้นคนเดียว อีกสองคนวรยุทธ์ต่ำต้อยไม่ต้องเอามาใส่ใจ คิดดูแล้ว โอกาสชนะมีสูงมาก!

วิชาหนามนางเรียนมาจากถังนั่ว แม้จะไม่ใช่วิชาชั้นสูง แต่เมื่อใช้ออกมาด้วยพลังระดับสร้างรากฐานขั้นกลาง ผลลัพธ์ก็น่าทึ่งทีเดียว

ชิงอีถูกหนามรัดตัวในพริบตา หนามแหลมคมทิ่มแทงเข้าเนื้อ ทำให้นางกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

หญิงสาวบนกระบี่บินหันขวับมามองซูหลิง สายตาคมกริบในดวงตาหงส์ตวัดฉับ "เจ้าเป็นใคร! บังอาจมาทำร้ายศิษย์หอเทียนจี!"

เดิมทีนางลงมือได้เลย แต่ฝ่ายตรงข้ามลงมือโดยที่นางไม่รู้ตัว แถมยังดูระดับพลังไม่ออก คนฉลาดอย่างนางจึงไม่รีบร้อนลงมือ แต่เลือกที่จะข่มขวัญอีกฝ่ายก่อน

เพียงแค่ช่วงเวลาประโยคเดียว วิชาหนามอีกชุดก็ถูกใช้ออกไป ชิงซิ่วก็โดนเล่นงานไปด้วย

เสียงกรีดร้องระงมของสองสาว ทำให้หญิงสาวบนกระบี่บินขมวดคิ้วแน่น

"ดูท่าเจ้าจะเตรียมตัวมาดีสินะ"

ทันทีที่พูดจบ นางก็เหาะขึ้นไปบนฟ้า กระโปรงสีม่วงพลิ้วไหว ละอองฝุ่นละเอียดบางอย่างลอยตรงมาทางนาง

หากซูหลิงไม่ได้เข้าสู่ระดับสร้างรากฐานขั้นกลางจนสายตาเฉียบคมขึ้น คงไม่มีทางสังเกตเห็น

นางชักกระบี่ควบคุมจิตออกมา พลังปราณห้าธาตุไหลเวียนบนตัวกระบี่ แสงสีเจิดจ้า ขณะที่ละอองฝุ่นลอยมา นางก็กระโดดถอยหลัง ใช้วิชาจุดไฟเผาละอองฝุ่นจนมอดไหม้ไปจนหมดสิ้น

เมื่อการโจมตีครั้งแรกพลาดเป้า สีหน้าของหญิงสาวคนนั้นก็เคร่งเครียดขึ้น ไม่รีบร้อนลงมืออีก สองมือเลื่อนไปใกล้ประคำที่เอวโดยไม่รู้ตัว "เจ้าเป็นใครกันแน่ พวกเรามีความแค้นอะไรกับเจ้า"

ซูหลิงมองเห็นการกระทำของนาง มุมปากยกยิ้มเย็น "เจ้ากับข้าไร้ความแค้นต่อกัน..."

หญิงสาวคนนั้นโล่งใจเล็กน้อย มือที่เอวค่อยๆ เลื่อนออก "ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ทำไมศิษย์พี่ท่านนี้ถึงลงมือกับเรา"

ซูหลิงปรายตามองชิงอีและชิงซิ่ว "เจ้าไม่ได้มีความแค้นกับข้า แต่สองคนนี้มี ตอนนี้เจ้ามีสองทางเลือก หนึ่ง อยู่ตายเป็นเพื่อนพวกมัน สอง รีบไสหัวไปจากที่นี่ซะ"

ซูหลิงจงใจพูดเสียงเย็นชา เพื่อกดดันจิตใจอีกฝ่าย ให้เลือกว่าจะหนี หรือถ้าจะสู้ก็จะได้ไม่กล้าทุ่มสุดตัว อีกอย่างเป้าหมายของนางไม่ใช่แม่คนนี้ หากลดเรื่องยุ่งยากไปได้ทำไมต้องไปเสี่ยงชีวิตสู้ด้วย

หญิงสาวคนนั้นขมวดคิ้วครุ่นคิด ไม่ได้ตอบทันที ส่วนชิงอีและชิงซิ่วที่กำลังเจ็บปวดร้องตะโกนลั่น "ศิษย์พี่ ข้าไม่รู้จักนาง ศิษย์พี่ช่วยข้าด้วย..."

ทั้งสองร้องประสานเสียง แต่หญิงสาวคนนั้นไม่มองพวกนางเลยสักนิด เพียงถามซูหลิงว่า "ไม่ทราบว่าศิษย์น้องสองคนนี้ของข้าไปล่วงเกินศิษย์พี่เรื่องอะไร"

"ทำไมข้าต้องบอกเจ้า" ซูหลิงมองเหยียดด้วยสายตาเย็นชา "เจ้ามีแค่สองทางเลือก ถ้าเจ้าคิดว่ามีฝีมือพอจะชนะข้าได้ ก็อยู่ช่วยศิษย์น้องของเจ้าสิ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 111 - ลงมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว