เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 200 - กองหนุนสุดแกร่ง

บทที่ 200 - กองหนุนสุดแกร่ง

บทที่ 200 - กองหนุนสุดแกร่ง


บทที่ 200 - กองหนุนสุดแกร่ง

แววตาของถานเต้าเซียนแข็งค้างไปทันที

เจ้าที่เจ้าทางทั่วรัศมีหมื่นลี้ร่วมลงนามรับรอง?

เป็นไปได้ยังไง!

ในใจของถานเต้าเซียนเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

และความไม่เข้าใจอย่างที่สุด

เจ้าที่แถบนี้เกือบทั้งหมด เป็นคนของฝ่ายชาวสวรรค์! เทพชั้นผู้น้อยพวกนี้ กล้าดียังไงมางัดข้อกับสำนักเทียนซูที่เป็นฐานที่มั่นของฝ่ายชาวสวรรค์!

แค่กระดาษแผ่นเดียวจากสำนักเทียนซู ก็สามารถปลดเทพพวกนี้ออกจากตำแหน่งได้แล้ว!

พวกมันกล้าดียังไง!

เจียงหลินไม่ได้สนใจสีหน้าของถานเต้าเซียน เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา แล้วอ่านออกเสียงเบาๆ

"เจ้าที่เขาเปิ้น น้อยครั้งจะไปมาหาสู่กับข้า แต่ข้ารู้นิสัยเขาดี เป็นผู้ที่มั่นคงและซื่อสัตย์ที่สุด ไม่มีทางทำเรื่องทุจริตผิดกฎหมาย"

"เจ้าที่เขาชางซาน 'ถานชิ่ง' ลงนามไว้ ณ ที่นี้"

เจียงหลินอ่านจบ ก็หยิบอีกแผ่นขึ้นมา "น้องต้าจัว แม้จะหัวทึ่มซื่อบื้อ แต่เพราะเหตุนั้น ผู้ที่รักษากฎอย่างเคร่งครัดเช่นน้องข้า จึงหาได้ยากยิ่งในหมู่เทพมนุษย์"

"เจ้าที่เขาหลี่โป๋ 'ถานจง' ลงนามไว้ ณ ที่นี้"

ต้าจัวเงยหน้าขึ้นทันที เขาจำชื่อนี้ได้ หรือจะพูดให้ถูก เขาจำชื่อทุกคนที่เคยเจอและแสดงความหวังดีต่อเขาได้หมด

พี่ถานจง พี่ใหญ่ผู้ใจกว้าง แน่นอน นั่นเป็นคำเรียกของเจ้าตัว ต้าจัวมักจะเขินอายที่จะเรียกอีกฝ่ายว่าพี่

เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองหัวช้า ไม่เก่งเรื่องเข้าสังคม กลัวจะเผลอทำให้อีกฝ่ายลำบากใจ

ยิ่งอีกฝ่ายเป็นเทพที่ลงมาจากสวรรค์อย่างถูกต้อง

แต่พี่ถานจงกลับบอกว่า มีน้องชายแบบนี้ ถือเป็นโชคของเขา

เสียงของนักพรตหนุ่มยังคงดังต่อเนื่อง

"เจ้าที่เขาชื่อเจิน 'ถานหลี' กล่าวว่า: หน้าที่ของเทพเจ้าแห่งขุนเขาและสายน้ำ คือรักษาความสงบสุขของพื้นที่ ควันธูปกุศลที่ได้ คือค่าตอบแทนที่พึงมี"

"ทว่าเจ้าที่เขาเปิ้น ยอมสละตบะบำเพ็ญเพียรของตน ทุ่มเทควันธูปทั้งหมดลงไปในจิตวิญญาณเขาเปิ้น เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ใช้กุศลของตนเลี้ยงดูชาวบ้าน"

"เรื่องนี้ข้ามิอาจเทียบได้"

"ยักยอกควันธูป หาประโยชน์ใส่ตัว ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!"

ต้าจัวพยายามนึก เขาจำได้ว่าเคยเจอท่านถานหลีแค่ครั้งเดียว ตอนที่พี่ถานจงลากเขาไปงานเลี้ยงรวมรุ่นเจ้าที่

ท่านถานหลีก็พูดช่วยข้าด้วยหรือ

ต้าจัวรู้สึกตื้นตันจนทำอะไรไม่ถูก มองปึกกระดาษหนาในมือนักพรตชุดเขียว เขารู้ดีว่ากระดาษแต่ละแผ่น คือเจ้าที่หนึ่งองค์

ความรู้สึกที่เรียกว่าความซาบซึ้ง แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของต้าจัว

"โอ้? ยังมีอีกคน ที่พูดถึงท่านทูตด้วย"

เจียงหลินหยิบออกมาอีกแผ่น มองถานเต้าเซียนยิ้มๆ แล้วอ่านว่า "เจ้าที่เขาเสินจวี 'ถานจ้งหลิ่ง' กล่าวว่า: ถานเต้าเซียนผู้นี้ ภายนอกดูดีแต่ใจคด หน้าใสแต่ใจขุ่น เชื่อถือไม่ได้ ข้าขอรับรองให้สหายธรรมต้าจัว หากมีการบังคับให้รับสารภาพ ข้าจะไปสำนักเทียนซูด้วยตัวเอง เพื่อร้องทุกข์แทนสหายต้าจัว"

วินาทีที่ได้ยินชื่อ "ถานจ้งหลิ่ง" ในใจของถานเต้าเซียนก็เกิดความตื่นตระหนกขึ้นมาทันที

ถูซานอวี่ที่อยู่ข้างๆ ก็พูดเสริมยิ้มๆ ว่า "ท่านนักพรตอาจไม่ทราบ ถานจ้งหลิ่งผู้นี้ คืออัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นใหม่ของฝ่ายชาวสวรรค์ แต่ไม่ถือตัว ยอมลงมาเป็นเจ้าที่บนโลกมนุษย์ เพื่อสั่งสมประสบการณ์และรากฐาน"

"บิดาของเขา ดูเหมือนจะทำงานอยู่ใต้บัญชา... ปรมาจารย์สามสวรรค์ (ซานเทียนฝ่าซือ)"

เจียงหลินพยักหน้าเงียบๆ ในใจก็อดตกใจไม่ได้

ฉายาปรมาจารย์สามสวรรค์ หมายถึงตัวตนระดับ "บรรพชน" หนึ่งในสี่มหาอาจารย์สวรรค์ (ซื่อเทียนซือ) ปรมาจารย์นิกายเจิ้งอี "จางเต้าหลิง"!

ชาวสวรรค์ที่ทำงานให้ปรมาจารย์จาง ไม่ว่าจะเป็นเพราะ "ทรยศ" ชาติกำเนิด

หรือเพราะไม่สนใจการต่อสู้แย่งชิงอำนาจ สนใจแต่หน้าที่ของตน

เจียงหลินค่อนไปทางอย่างหลังมากกว่า

เพราะดูจากตัวตนของถานจ้งหลิ่งแล้ว ให้ความรู้สึกว่าคนดีผีคุ้ม

ต่อให้ฝ่ายชาวสวรรค์จะสู้กันดุเดือดแค่ไหน ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็จะไม่แตะต้องคนที่ตั้งใจทำงาน

เพราะนั่นคือรากฐานของฝ่ายชาวสวรรค์เช่นกัน

หรือจะเรียกว่าเป็นข้อตกลงลับๆ ระหว่างฝ่ายชาวสวรรค์กับฝ่ายผู้บำเพ็ญเพียรก็ได้

พวกเอ็งจะตีกะบาลแยกยังไงก็ได้ แต่อย่าไปยุ่งกับเทพที่ทำงานจริงๆ

แน่นอน นี่ไม่ใช่เส้นตายที่แตะต้องไม่ได้ อย่างเช่นเจ้าที่เขาเปิ้นองค์นี้ เห็นชัดว่าเป็นแพะรับบาปในการต่อสู้

พูดให้ฟังดูแย่หน่อย ไม่มีคนหนุนหลัง แถมยังเป็นคนดีศรีสังคม ไม่รังแกเอ็งแล้วจะไปรังแกใคร

แต่เจ้าที่เขาเปิ้นมีอะไรดี ถึงทำให้ฝ่ายชาวสวรรค์เล็งเป้ามาที่นี่?

เจียงหลินคิดในใจ

หรือนี่จะเป็นสิ่งที่คนส่งจดหมายต้องการให้เขามาสืบ?

"ท่านนักพรต..."

ถานเต้าเซียนสูดหายใจลึก พยายามปั้นหน้ายิ้ม "ไม่ว่าจะพูดยังไง ของในมือท่านก็เรียกเป็นหลักฐานไม่ได้ และข้าน้อยก็ได้ส่งหลักฐานความผิดไปที่สำนักเทียนซูแล้ว"

"หน้าเนื้อใจเสือจริงๆ"

เจียงหลินยิ้มพูด ประโยคเดียวทำเอารอยยิ้มของถานเต้าเซียนแข็งค้าง

เขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ถานเต้าเซียนอีกสองก้าว พูดเสียงเบาว่า "ดูเหมือนถานจ้งหลิ่งจะรู้จักเจ้าดี งั้นข้าขอเดาว่า พวกเจ้าเป็นคนรุ่นเดียวกัน"

"และคนเขา ยอมลดตัวลงมาโลกมนุษย์ สั่งสมบารมีจากรากหญ้า จนได้เป็นเทพแห่งขุนเขาชื่อดัง"

"ส่วนเจ้า แม้จะทำงานในสำนักเทียนซูมาตลอด ก็เป็นได้แค่... ผู้ตรวจการต๊อกต๋อย"

"เจ้าอิจฉา หรือจะพูดให้ถูก เจ้าโดนคนรุ่นเดียวกันดูถูก"

"ภาพลักษณ์ตอนนี้ ก็แค่เปลือกที่เจ้าสร้างขึ้นมา"

ทุกประโยคที่เจียงหลินพูดออกมา หน้าของถานเต้าเซียนก็ดำคล้ำลงเรื่อยๆ จนแทบจะหยดออกมาเป็นน้ำหมึก

"วางใจเถอะ ข้าไม่มีอารมณ์มาด่าเจ้าหรอก แค่กำลังวิเคราะห์"

เจียงหลินยังคงยิ้มแย้ม เหมือนมองไม่เห็นสีหน้าบิดเบี้ยวของถานเต้าเซียน

"สรุปก็คือ เจ้าไม่รังเกียจที่จะทำงานสกปรก เพื่อใช้เป็นบันไดไต่เต้า"

พอประโยคนี้หลุดออกมา ถานเต้าเซียนก็กลับมาฝืนยิ้มได้อีกครั้ง แม้ว่ามุมปากจะกระตุกริกๆ ก็ตาม

"ท่านนักพรตพูดอะไร ข้าน้อยฟังไม่เข้าใจ และมันก็ไม่มีความหมาย ไม่ใช่หรือ"

"ไม่ มีความหมายมาก"

เจียงหลินส่ายหน้า "คนที่ยักยอกควันธูป หาผลประโยชน์ใส่ตัว ไม่ใช่เจ้าที่เขาเปิ้น"

"แต่เป็นเจ้า"

ถูซานอวี่เข้าใจเจียงหลินทันที พูดเสริมขึ้นมาว่า "สำนักเทียนซูมีหน้าที่ตรวจสอบเทพเจ้าภูเขาและสายน้ำเบื้องล่าง"

"ดังนั้น จึงมีผู้ตรวจการมากมาย แบ่งเขตรับผิดชอบ แม้จะมีหน้าที่แค่ตรวจสอบ แต่ก็เป็นตัวกลางในการส่งควันธูปของเทพเจ้าท้องถิ่นขึ้นไป"

พูดถึงตรงนี้ ถูซานอวี่ก็หยุด ถอยหลังไปสองก้าวอย่างรู้งาน เพื่อให้เจียงหลินเป็นตัวเอก

เจียงหลินมองถานเต้าเซียน ยิ้มถามว่า "ท่านทูตคงรู้นะ ว่าการหลอกลวงนักพรตกฎทมิฬ มีโทษสถานใด"

"อีกอย่าง ขอเตือนไว้หน่อย แม้ตัวข้าจะไม่มีอำนาจไปยุ่งเรื่องเทพบนโลกมนุษย์"

"แต่หากพบเห็นผู้กระทำผิดกฎหมาย การส่งฎีกาผ่านกองงานกฎทมิฬ ไปยังสำนักเสินเซียว หรือตำหนักตุลาการ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก"

สำนักเสินเซียวมีอำนาจส่วนหนึ่งในการดูแลความประพฤติของเทพเซียนบนสวรรค์

ส่วนตำหนักตุลาการยิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็นหน่วยงานรักษากฎสวรรค์โดยตรง ตามทฤษฎีแล้ว เรื่องผิดกฎสวรรค์ทุกอย่าง พวกเขามีสิทธิ์ยุ่ง

ส่วนกองงานกฎทมิฬของเจียงหลิน ก็เป็นหน่วยงานรักษาสันติภาพสามโลก กวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายเหมือนกัน

แม้จะดูแลคนละส่วน แต่ก็ถือว่ามาจากสายงานเดียวกัน จะคุยกันสักหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องยาก

ปฏิบัติการร่วมไง เรื่องจิ๊บจ๊อย

กลับมาที่เรื่องตรงหน้า

ตั้งแต่เห็นชาวบ้านเขาเปิ้นรวมตัวกันขุดเขาช่วยเทพ เจียงหลินก็เอะใจ

หรือจะเรียกว่าสงสัยก็ได้

เทพที่ได้ใจชาวบ้านขนาดนี้ จะทำเรื่องยักยอกควันธูปจริงๆ หรือ

ทำไปเพื่ออะไร?

ควันธูปสำหรับเทพเจ้า แม้จะมีประโยชน์ แต่ก็เจือปนไปด้วยกิเลสของมนุษย์ หากดูดซับโดยตรง มีทั้งดีและเสีย

ดังนั้น เทพเจ้าบนโลกมนุษย์จะส่งควันธูปขึ้นสวรรค์ ให้กองงานกุศล (กงเต๋อซือ) ที่อยู่ภายใต้การดูแลของสี่มหาอาจารย์สวรรค์ กลั่นกรองเป็นบุญกุศลสวรรค์

แล้วค่อยแจกจ่ายกลับมาให้เทพเจ้า

แน่นอน ในขั้นตอนนี้ สวรรค์จะหักไว้ส่วนหนึ่ง เป็นทั้งภาษีและ "ค่าดำเนินการ"

จริงๆ ขั้นตอนนี้มีแต่ได้กับได้สำหรับเทพเจ้า

แม้จะเสียควันธูปไปส่วนหนึ่ง แต่ได้ทรัพยากรบำเพ็ญเพียรที่บริสุทธิ์และไม่มีผลข้างเคียงมาแทน

นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่เซียนอิสระอยากเข้าทำงานในสวรรค์

แค่ทำงานดีๆ ก็มีทรัพยากรให้ใช้เรื่อยๆ

แน่นอน มีเทพบางองค์แอบยักยอกควันธูปเอาไว้ใช้ทำอย่างอื่นจริงๆ

แต่สำหรับเจ้าที่เขาเปิ้น ไม่มีความจำเป็นเลย

สิ่งที่ควันธูปทำได้ บุญกุศลก็ทำได้

คนที่ต้องยักยอก คือพวกที่เขตปกครองควันธูปน้อย แปลงเป็นบุญกุศลได้น้อย เลยต้องแอบเก็บไว้

แต่สำหรับเขาเปิ้น พูดตามตรง เจ้าที่เขาเปิ้นนี่ระดับเศรษฐีชัดๆ

ดูจากท่าทีของชาวบ้าน ต่อให้เจ้าที่เขาเปิ้นลงไปฉุดสาวชาวบ้านทุกวัน ก็คงไม่มีใครว่าอะไร

รวมถึงตัวสาวเจ้าด้วย...

และท่าทีรีบร้อนจะปิดคดีของถานเต้าเซียน ยิ่งทำให้เจียงหลินสงสัย

จนกระทั่งถูซานอวี่ใช้วิชาลับตระกูลถูซาน ไปรวบรวมใบรับรองจากเจ้าที่ทั่วรัศมีหมื่นลี้มาได้ในพริบตา

ก็ค่อนข้างแน่ใจแล้วว่า คนที่ยักยอกควันธูป ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นท่านผู้ตรวจการสำนักเทียนซูคนนี้นี่แหละ

แต่ในฐานะผู้ตรวจการ จริงๆ แล้วควันธูปไม่มีประโยชน์อะไรเลย เผลอๆ จะเป็นภาระด้วยซ้ำ

แต่ถ้าเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นล่ะ

เช่น แผนการของฝ่ายชาวสวรรค์ ที่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับ หรือแทนที่ตราตั้งสวรรค์ (เทียนลู่)

ควันธูป ดูเหมือนจะเป็นส่วนสำคัญในแผนการนั้น

นี่แหละคือ "งานสกปรก" ที่เจียงหลินพูดถึง

ดูถานเต้าเซียนสิ โดนรุ่นเดียวกันดูถูก จมปลักอยู่แค่ตำแหน่งผู้ตรวจการระดับเก้า

อยากเลื่อนขั้น อยากก้าวหน้า ทางลัดที่เร็วที่สุด คือทำงานสกปรกที่คนอื่นไม่อยากทำ

"ดังนั้น ชาวสวรรค์ที่คิดว่าตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม หรือเป็นเพชรในตม เพื่อพิสูจน์ตัวเอง หรือเพื่อสนองความทะเยอทะยาน จึงตัดสินใจกระโดดลงไปในวังวนการต่อสู้"

เจียงหลินมองถานเต้าเซียน แล้วยิ้ม "ที่ข้าพูดมา ผิดตรงไหนไหม ท่านทูต"

ถานเต้าเซียนไม่มีปฏิกิริยา เพียงพูดเรียบๆ ว่า "นั่นก็ยังเป็นแค่การคาดเดาของท่านนักพรต ไม่ใช่หลักฐาน!"

"ข้าน้อยถือว่าท่านนักพรตกำลังใส่ร้ายผู้ตรวจการสำนักเทียนซูได้หรือไม่"

"หมวกใบใหญ่จัง ปากแข็งดีแท้"

เจียงหลินยิ้มพลางปรบมือ ไม่มองถานเต้าเซียนอีก หันหลังเดินไปหาเจ้าที่เขาเปิ้นที่ถูกคุมขังอยู่

"อาตมา ขุนนางสวรรค์ระดับห้า กองงานกฎทมิฬ สำนักขับไล่ภูตมารขั้วอุดร เจียงเสวียนอิง คารวะสหายธรรม ขอทราบนามสูงส่งของท่าน"

เจียงหลินประสานมือคารวะอย่างให้เกียรติ

ด้วยการกระทำของเจ้าที่ท่านนี้ เขาคู่ควรแก่การเคารพจากเจียงหลิน ไม่เกี่ยวกับตำแหน่ง

ต้าจัวอ้าปากพะงาบๆ ด้วยความตื่นตระหนก ความหนาวเย็นกัดกินร่าง แต่เขาก็ยังกัดฟันตอบว่า "ข้าชื่อ ต้าจัว ไม่กล้าเรียกท่านว่าสหายธรรม..."

เขาพูดเสียงสั่น

อันที่จริง ในฐานะเจ้าที่ ไม่น่าจะโดนความหนาวเย็นแค่นี้เล่นงานจนแย่ขนาดนี้ แต่ต้าจัวละเลยการบำเพ็ญเพียร หรือจะพูดให้ถูก เขาเอาบุญกุศลจากควันธูปเกือบแปดส่วน ไปใช้บำรุงเขาเปิ้น เพื่อให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ดังนั้น ต่อให้อยู่ในถิ่นตัวเอง พลังของเขาก็ยังสู้ผู้บำเพ็ญเพียรที่มีตบะสูงหน่อยไม่ได้ด้วยซ้ำ

มิน่าถึงโดนโซ่ตรวนเหล็กเย็นเล่นงานซะน่วม

"สหายธรรมต้าจัว"

เจียงหลินพยักหน้าอย่างจริงจัง จดจำชื่อนี้ไว้ แล้วมองโซ่ตรวนเหล็กเย็น ยกมือขึ้น

ไม้บรรทัดเทียนเผิงปรากฏขึ้นในมือ ลวดลายยี่สิบแปดกลุ่มดาวส่องสว่างวูบหนึ่ง

ไฟเทพทิงกังสุกสกาว (เทียนติงหลิวจินเสินหั่ว) วนรอบโซ่เหล็กอย่างแผ่วเบา

'เคร้ง...'

ทันใดนั้น โซ่เหล็กเย็นแบบมาตรฐานของสำนักเทียนซู ก็แตกสลายทันที

สัมผัสถึงความอบอุ่นที่กลับคืนมา ต้าจัวค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเกร็งๆ เลียนแบบท่าทางของเจ้าที่รุ่นพี่ที่เคยเห็น คารวะอย่างเก้ๆ กังๆ

"ขอบคุณ ท่านนักพรต"

เขาไม่รู้ว่ากองงานกฎทมิฬคืออะไร แต่ในเมื่อผู้ตรวจการเรียกท่านนี้ว่านักพรต (ฝ่าซือ) เรียกตามก็น่าจะไม่ผิด

ถานเต้าเซียนยืนมองอยู่ข้างๆ ไม่ขยับ หรือไม่กล้าขยับ

หลักฐานจริงหรือเท็จ ส่งไปแล้วหรือยัง เขารู้อยู่แก่ใจ

แม้การกระทำของเจียงหลินจะผิดกฎชัดเจน

แต่ถ้าเขาเอากฎไปกดดันนักพรตกฎทมิฬ แล้วอีกฝ่ายโต้กลับ เขาจะซวย

แต่ถ้าไม่ทำอะไร อีกฝ่ายก็น่าจะเดาอะไรได้...

ชั่วขณะหนึ่ง ถานเต้าเซียนตกที่นั่งลำบาก กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เจียงหลินไม่สนใจถานเต้าเซียน เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยกมือขึ้นตั้งแท่นบูชาตรงหน้าต้าจัว

บนแท่นบูชา มีป้ายชื่อสถิตอยู่ ป้ายชื่อของท่านเจ้าพ่อเขาไท่ซาน (ไท่ซานฝู่จวิน)

"นี่คือป้ายสถิตของท่านเทพไท่ซาน สหายธรรมว่างๆ ก็ไหว้สักหน่อย"

พูดจบ เห็นต้าจัวทำหน้างงๆ เจียงหลินก็ยิ้มเสริมว่า "ช่างเถอะ ไม่ต้องรอว่าง ไหว้ตอนนี้เลย"

"ไหว้จนกว่าอาตมาจะกลับมา"

ต้าจัวสงสัย แต่ก็พยักหน้า คุกเข่าลงหน้าแท่นบูชาอย่างนอบน้อม

ภาพนี้ทำให้สีหน้าของถานเต้าเซียนยิ่งมืดมน

เจ้าที่ก็แบ่งระดับ และท่านเทพไท่ซาน ก็ไม่ใช่เจ้าที่ธรรมดา ขนาดงานเลี้ยงลูกท้อของเจ้าแม่หวังหมู่ ท่านผู้นี้ยังนั่งแถวหน้า รับการคารวะจากเทพเซียนนับไม่ถ้วน

และตอนนี้ เจียงหลินเอาป้ายสถิตของท่านเจ้าพ่อเขาไท่ซานมาตั้งไว้ตรงนี้ ความหมายชัดเจนมาก

ในเมื่อพวกเจ้าชอบรังแกเจ้าที่เขาเปิ้นที่ไม่มีคนหนุนหลัง งั้นข้าจะหาคนหนุนหลังให้เขาเอง!

ดูซิว่าต่อหน้าท่านเจ้าพ่อเขาไท่ซาน พวกเจ้ายังจะกล้าเล่นละครตบตา รังแกคนซื่ออีกไหม!

"ท่านทูตบอกว่า ข้าไม่มีหลักฐาน"

เจียงหลินทำทุกอย่างเสร็จ ก็หันไปมองถานเต้าเซียน

"งั้นเชิญท่านทูตรออยู่ที่นี่ รอข้าเอาหลักฐานมาให้"

รอบๆ เขาเปิ้น ไม่ได้มีแค่เรื่องเจ้าที่โดนขัง

เจียงหลินได้กลิ่นของ "เพื่อนเก่า" บางคน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 200 - กองหนุนสุดแกร่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว