- หน้าแรก
- เมื่อสวรรค์เรียกข้าไปพิพากษา
- บทที่ 100 - ซ้อนแผน
บทที่ 100 - ซ้อนแผน
บทที่ 100 - ซ้อนแผน
บทที่ 100 - ซ้อนแผน
"กุบกับ..."
"กุบกับ..."
ดึกสงัด เมฆบังจันทร์ ไร้แสงดาว
บนถนนหลวง มีเพียงเสียงเกือกม้ากระทบพื้นดังก้อง ราวกับเป็นเสียงเดียวในโลกใบนี้
คบเพลิงในมืออัศวิน กลายเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียว
ค่อยๆ ความมืดโรยตัวลงหนาแน่น จนมองไม่เห็นแม้แต่แสงจางๆ บนท้องฟ้า
ทำให้ขบวนรถดูโดดเด่นขึ้นมาทันที
ทันใดนั้น ในความมืดเบื้องหน้า ก็มีแสงสว่างเกิดขึ้น
แสงสีแดงฉานเบิกโพลงขึ้นในความมืด ราวกับสัญญาณไฟ
ดวงตาโลหิตดวงแล้วดวงเล่า ลืมตาตื่นขึ้นมาในความมืดอย่างต่อเนื่อง
ดวงตาจำนวนนับไม่ถ้วนซ้อนทับกันยั้วเยี้ย หากใครมาเห็น คงต้องขวัญหนีดีฝ่อจนวิญญาณหลุดจากร่าง
ทุกดวงตา จ้องมองไปในทิศทางเดียวกัน และเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน
ทิศทางนั้น มีขบวนรถขบวนหนึ่ง...
ในรถม้า
เจียงหลินลืมตาขึ้น ดวงตากลายเป็นสีดำสนิท
"สหายธรรม"
เฉินชิงหนิงลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พลังปราณในร่างเริ่มหมุนวน
"อยู่บนรถ ห้ามลงมาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
เจียงหลินสั่งเฉินชิงหนิงเสียงเบา "เป้าหมายสำคัญที่สุด ยังคงเป็นคุณนายหลิว"
พูดถึงตรงนี้ เจียงหลินหยุดนิดหนึ่ง แล้วเสริมว่า "ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นยังไง ต่อให้เห็นอาตมาตายต่อหน้า ก็ห้ามลงมา"
คำพูดนี้หนักหนาเอาการ เล่นเอาเฉินชิงหนิงและสองพี่น้องตาโต
"ท่านนักพรต..."
หลิวอวิ๋นซิ่วทำท่าจะพูดอะไร
"วางใจเถอะ แค่พูดเผื่อไว้ในกรณีเลวร้ายที่สุด"
เจียงหลินยิ้ม "อีกอย่าง มาถึงตอนนี้ อาตมาพอจะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว"
"เรื่องอะไร?"
เฉินชิงหนิงถามสวนทันที
เจียงหลินยิ้มลึกลับ
"เรื่องที่ว่าทำไมสำนักไท่ซู่ถึงส่งท่านมาคุ้มกันแค่คนเดียว"
พูดจบ เจียงหลินก็กระโดดลงจากรถม้า
ขบวนรถหยุดนิ่งแล้ว
เจียงหลินสั่งการพ่อบ้านและอัศวินไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าถ้ามีอะไรผิดปกติ ให้ทิ้งทุกอย่างแล้วกลับขึ้นรถม้า ต่อให้ต้องขี่คอกันอยู่ก็ห้ามลงมา
ตอนนี้ข้างนอกขบวนรถ นอกจากรถม้าสามคันที่จอดชิดกัน ก็มีแต่ม้าสิบกว่าตัวที่ย่ำเท้าด้วยความหวาดระแวง
เจียงหลินยืนอยู่หน้ารถม้า ดึงกระบี่เจินอู่ออกมาจากด้านหลัง
กระบี่เจินอู่ตอนนี้ดูหมองคล้ำ ไร้ประกายเทพ ดูเหมือนกระบี่ไม้ธรรมดาๆ ที่หาได้ทั่วไป
เจียงหลินเงยหน้ามองไปข้างหน้า
ดวงตาสีเลือดนับไม่ถ้วนซ้อนทับกัน กระพริบวิบวับ ชวนขนลุกและสะอิดสะเอียน
"ตามคาด"
เจียงหลินหรี่ตา ภายใต้เนตรธรรมแห่งเฟิงตู ปีศาจตรงหน้าไม่มีทางซ่อนเร้น
แต่... ไม่มีตัวไหนเก่งกาจเลย
พูดง่ายๆ คือ ไอ้ที่โผล่มาตอนนี้ เป็นแค่ "ตัวรับกระสุน" ที่หอสมปรารถนาเกณฑ์มา
ตัวตึงระดับพระกาฬ หรือพวกที่น่ากลัวจริงๆ ยังไม่โผล่หัว
"วิ้ง..."
กระบี่เจินอู่จู่ๆ ก็สั่นสะเทือน บนตัวกระบี่มีประกายแสงสีแดงชาดแลบผ่าน เหมือนเส้นสายฟ้า
"ช้าก่อน ช้าก่อน ยังไม่ถึงเวลา"
เจียงหลินลูบกระบี่ที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณเบาๆ แล้วแขวนไว้ที่เอว
"ยังไม่ถึงเวลาที่เจ้าจะเปิดคม"
"แค่ไอ้พวกนี้ ลำพังอาตมาก็พอแล้ว"
เจียงหลินพูดจบ ก็ก้าวเท้าออกไป
"ตึก..."
ก้าวแรกที่เหยียบลงไป มีสายฟ้าปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้า
สายฟ้าสีขาวเจิดจ้า ราวกับปรอทไหลหลาก ดูเหมือนมีสภาพเป็นของเหลว ไหลวนอยู่ใต้เท้าของนักพรตหนุ่มชุดคลุมดำ
"เทพสายฟ้าห้าทิศ อาตมารู้นามท่าน"
เจียงหลินท่องมนต์เบาๆ ก้าวออกไปอีกก้าว
"ตูม!"
บนพื้น สายฟ้าเดือดพล่านเหมือนน้ำต้มเดือด
"เรียกขานต้องมา สายฟ้าฟาดฟัน!"
"วิ้ง!!"
สายฟ้าลุกโชน ห่อหุ้มรอบตัวเจียงหลิน ราวกับมังกรสายฟ้าหลายตัวว่ายวนเวียนอยู่รอบกาย
"ทูตหน้าเหล็ก ทรงเดชเกรียงไกร ช่วยชนพ้นทุกข์ ตัดหัวมารร้าย!"
เจียงหลินยกมือขึ้น ห้านิ้วรวบเข้าหากัน เป็นรูปสัญลักษณ์ห้าธาตุ
"ตึก..."
ก้าวอีกก้าว แต่ก้าวนี้ ทำเอาฝูงปีศาจนับไม่ถ้วนต้องถอยกรูดพร้อมกัน ไม่กล้าขยับเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว!
สายฟ้าคือพลังหยางสูงสุด เที่ยงธรรมที่สุด เป็นสิ่งที่พวกภูตผีปีศาจกลัวที่สุด
ยิ่งเจียงหลินใช้วิชาสายฟ้าที่ทรงอานุภาพที่สุดอย่าง "เสินเซียว" ด้วยแล้ว!
"ตอบรับเสียงเรียก หมื่นเทพสดับฟัง!"
เจียงหลินเงยหน้าขึ้น ดวงตาดำสนิท แต่บัดนี้ ในความมืดมิดนั้น มีสายฟ้าแลบแปลบปลาบ และสายฟ้านั้น... แฝงไว้ด้วยสีแดงชาดจางๆ
"โฮก!!!"
ทันใดนั้น ลึกเข้าไปในฝูงปีศาจ ก็มีเสียงคำรามดังขึ้น
ปีศาจบางตัวถูกไอมารที่แข็งแกร่งกว่าบดขยี้จนแตกสลาย บีบให้ฝูงปีศาจที่เหลือต้องกรูเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
"แฮ่!!!"
พวกปีศาจเหมือนโดนบังคับ เดินหน้าก็ตาย ถอยหลังก็ตาย
พวกมันเลยเลือกที่จะสู้ตาย
ดวงตาสีเลือดหลั่งเลือดออกมา ในความมืด ในที่สุดก็มองเห็นรูปร่างของเจ้าของดวงตาพวกนั้น
ภายใต้แสงสายฟ้าสีขาว ร่างเงาบิดเบี้ยวจำนวนมากกำลังดิ้นรน
กรงเล็บปีศาจยื่นออกมา อารมณ์ด้านลบมหาศาลถาโถมเข้าใส่เจียงหลินเหมือนคลื่นยักษ์
แต่เจียงหลินกลับไม่รู้สึกรู้สา คลื่นอารมณ์พวกนั้นถูกสายฟ้ารอบตัวเผาไหม้จนหมดสิ้น ไม่ระคายผิวเจียงหลินแม้แต่น้อย
"โฮก!!!"
หนาแน่นยั้วเยี้ย ปีศาจนับร้อยพุ่งเข้ามา!
ไอปีศาจปกคลุมฟ้า!
เหมือนเมฆดำก้อนมหึมาที่กลั่นตัวจนจะหยดเป็นน้ำ ม้วนตัวลงมากลืนกินเจียงหลิน!
เจียงหลินแค่ยกมือขึ้น
"นำทัพสายฟ้า รถไฟกระดิ่งเพลิง หกติงหกเจี่ย ขุนพลสายฟ้าทหารสายฟ้า"
"น้อมรับ ราชโองการจอมราชันย์เสินเซียวแห่งอวี้ชิง!"
"วิชาห้าอัสนีเสินเซียว!"
"เปรี้ยง!!!!!"
สายฟ้าระเบิดออก! สว่างวาบไปทั่วสิบลี้!
แสงสีขาวเจิดจ้าปะทุขึ้นในพริบตา
"แฮ่..."
พวกปีศาจอยากจะถอย อยากจะหนี แต่ไม่ทันแล้ว
"สั่ง!"
เสียงเย็นชาของนักพรตหนุ่มชุดดำ ดังชัดเจนในความมืด
สิ่งที่ชัดเจนกว่า คือดวงตาที่มีสายฟ้าพันผูก และสายฟ้าสีขาวที่สว่างจ้าบาดตา!
"วิ้ง!!"
สายฟ้าสว่างวาบเพียงชั่วพริบตาแล้วหายไป
เจียงหลินยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แต่เบื้องหน้าเขา... ไม่มีเงาปีศาจหลงเหลืออยู่เลย
ปีศาจนับร้อย ภายใต้วิชาห้าอัสนีเสินเซียว มีตัวตนอยู่ได้แค่ชั่วพริบตาเดียว
นี่คืออานุภาพแห่งสายฟ้า
เบื้องหน้าเจียงหลิน ดวงตาสีเลือดเหล่านั้นแตกสลายไปนานแล้ว เหลือเพียงเถ้าถ่านสีดำไร้ค่าเกลื่อนพื้น
"วูบ..."
ลมพัดมา พัดพาเถ้าถ่านเหล่านั้นให้ปลิวว่อนเป็นเกลียวเล็กๆ
"ตึง..."
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้น ดับลมนั้นจนสนิท
เจียงหลินเงยหน้ามอง ในดวงตาสีดำ สะท้อนภาพเงาร่างมหึมาที่น่าเกรงขาม
ร่างนั้นสูงเกือบสองวา ตัวดำเมี่ยม เหมือนหอคอยเหล็กเคลื่อนที่
เจียงหลินยืนอยู่หน้ามัน เหมือนมดที่เหยียบทีเดียวก็ตาย
ไอปีศาจเข้มข้นจนแทบจะจับต้องได้
"จอมเวทสายกฎเหล็ก"
เจ้าหอคอยเหล็กแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันเขี้ยวสีแดงสดที่ขึ้นสะเปะสะปะ
"ผู้เดินดินแห่งขั้วอุดร ขุนพลสายฟ้าแห่งโลกมนุษย์"
"ทายาทเสินเซียว เจ้าอาวาสอารามดาราม่วง"
ปีศาจร่างยักษ์พูดเน้นทีละคำ
"หอสมปรารถนาไปหาข้า บอกประวัติเจ้าจนหมดเปลือก"
"แถมยังบอกว่า ฆ่าเจ้าแล้วจะเจอปัญหาใหญ่ ใหญ่มาก"
ร่างยักษ์พูดพลางก้าวเข้ามา ก้มมองเจียงหลิน รอยยิ้มยิ่งดูดุร้าย ดวงตาสีเลือดเหมือนโคมไฟฉายแววตื่นเต้น
"แต่ เกี่ยวอะไรกับข้า?"
"เจ้าฆ่าข้า เรื่องก็จบ"
"ข้าฆ่าเจ้า ก็จะโดนสำนักขับไล่ภูตมารแห่งขั้วอุดรไล่ล่า แต่แล้วไง?"
"นั่นแหละสิ่งที่ข้าต้องการ!"
ปีศาจร่างยักษ์ยกฝ่ามือขึ้นสูง แล้วฟาดลงมาตูมเดียว!
"ข้าแค่ต้องการฆ่าผู้แข็งแกร่ง หรือไม่ก็ตายด้วยมือผู้แข็งแกร่ง!"
"ตูม!!"
ฝ่ามือที่น่ากลัวและหนักอึ้งฟาดกระแทกพื้น!
ชัดเจนว่าเป็นปีศาจ แต่กลับใช้แรงกายเพียวๆ!
ฝุ่นตลบ แผ่นดินสะเทือน!
เจียงหลินเจอกรณีนี้เข้าไป ดูยังไงก็ไม่น่ารอด
แต่ทว่า วินาทีถัดมา
"เชิ้ง!"
กลางอากาศ นักพรตหนุ่มชุดดำชักกระบี่เจินอู่ที่เอวออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้!
กระบี่สีแดงชาดส่งเสียงร้อง พุ่งตรงเข้าใส่หว่างคิ้วของปีศาจร่างยักษ์!
ปีศาจยักษ์รู้สึกว่าไอปีศาจทั่วร่างสั่นสะท้าน ถ้าโดนกระบี่นี้เข้าไป มันตายแน่!
ความเป็นความตายอยู่ตรงหน้า มันกลับยิ่งตื่นเต้น
"โฮก!!"
มันแหงนหน้าคำราม ไอปีศาจที่เกือบจะเป็นของเหลวระเบิดออกมาเหมือนภูเขาไฟ!
โดนไอปีศาจประชิดตัว เจียงหลินขมวดคิ้ว รีบดีดตัวถอยหลังทันที
ไอ้ปีศาจบ้านี่ กะจะแลกชีวิต!
และเจียงหลินแลกด้วยไม่ได้ เพราะข้างหลังยังมีรถม้าที่มีหลิวอวี่เว่ยกับทารกเซียนอยู่!
ถ้าเจียงหลินตายตกไปพร้อมกับมัน แล้ว...
แถมเจ้านี่ดูเหมือนจะไม่ใช่ปีศาจของหอสมปรารถนา แต่เป็น "พวกบ้าพลัง" ที่หอสมปรารถนาไปจ้างมา
ไอ้หมอนี่ไม่สนอะไรทั้งนั้น สนแค่จะสู้ตายกับคนเก่ง!
หอสมปรารถนา... แสบนักนะ
เจียงหลินคิดในใจ
อีกฝ่ายวางหมากรุกฆาตเขาชัดๆ
หอสมปรารถนารู้ว่าจอมเวทสายกฎเหล็กเวลาโหดขึ้นมา แลกชีวิตก็กล้าทำ แต่ตอนนี้เจียงหลินทำไม่ได้
เพราะเจียงหลินมีห่วง มีภาระ
ปีศาจยักษ์ตรงหน้าเป็นแค่ทัพหน้า ในเงามืดต้องมีปีศาจของหอสมปรารถนาซ่อนอยู่อีกแน่
ถ้าเจียงหลินตายไปพร้อมกับเจ้ายักษ์ สิ่งที่จะตามมาคือการโจมตีระลอกใหญ่ใส่พวกหลิวอวี่เว่ย!
ลำพังเฉินชิงหนิงรับมือไม่ไหวแน่
นี่คือแผนการของหอสมปรารถนา หรือจะเรียกว่า แผนเปิดหงายการ์ด!
เจียงหลินหน้าตึงเครียด จ้องมองปีศาจหอคอยเหล็กตรงหน้า
"เจ้าหลบการโจมตีครั้งแรกของข้าได้ยังไง?"
ปีศาจยักษ์ถามอย่างสงสัย
ดูเหมือนมันจะมีความอยากรู้อยากเห็นในวิชาของคู่ต่อสู้มาก
เจียงหลินไม่ตอบ ย่ำเท้าก้าวแบบ "อวี่" (ก้าวเจ็ดดาว) ถือกระบี่เจินอู่พุ่งเข้าไปอีกครั้ง!
"เทียนเผิงเทียนเผิง จิ่วหยวนซาทง ห้าติงดูแล เกาเตียวเป่ยเวิง!"
เจียงหลินร่ายมนต์เทียนเผิง ดึงพลังปราบมารมาสถิตที่กระบี่เจินอู่!
"เชิ้ง!!"
กระบี่ส่งเสียง เปล่งแสงสายฟ้า!
ชั่วพริบตา ร่างของเจียงหลินเหมือนกลายเป็นสายฟ้าแลบ
"ฮะฮะฮะฮะฮะ!!!"
ปีศาจยักษ์หัวเราะบ้าคลั่ง ย่อตัวรับการโจมตี!
"ตูม!"
การปะทะเกิดขึ้น ปีศาจยักษ์ชักอาวุธของมันออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
ดาบใหญ่ยาวหนึ่งวา กว้างสองฝ่ามือ
เป็นอาวุธหนักแน่นอน แต่ในมือเจ้ายักษ์ มันดูเหมือนของเล่นชิ้นเล็กๆ
ดาบผีหน้าตาดุร้ายปะทะกับกระบี่เจินอู่ สายฟ้าปะทะกับไอปีศาจ เกิดการระเบิดและหักล้างกันรุนแรง
ปราณสายฟ้าจากวิชาเทียนเผิงชนะทางไอปีศาจสุดๆ แต่เจ้าปีศาจยักษ์กลับใช้ไอปีศาจจำนวนมหาศาลเทลงมาอย่างไม่เสียดาย เพื่อต้านทานกระบี่เจินอู่และปราณเทียนเผิง!
นี่เป็นคู่ต่อสู้ที่ตึงมือที่สุดเท่าที่เจียงหลินเคยเจอมา!
ฝีมือของมัน เหนือกว่าเจียงหลิน
เรียกได้ว่า ถ้าเจียงหลินไม่ได้ฝึกวิชาเทียนเผิงกับเสินเซียวที่ชนะทางพวกปีศาจ เขาคงตายตั้งแต่ตอนที่มันระเบิดพลังครั้งแรกแล้ว!
โดนซัดกระเด็นออกมา เจียงหลินไม่ได้รู้สึกเสียใจ เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองไร้เทียมทาน
วิชาเสินเซียวเพิ่งเริ่มต้น เทียนเผิงก็พอๆ กัน วิชาหลักของขั้วอุดรก็เพิ่งถึงขั้นกายทิพย์ (หยินเสิน)
เจียงหลินรู้ตัวดี การบำเพ็ญเพียรของเขาอาจจะเร็ว แต่ยังไม่ได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุด
"ฉัวะ..."
เจียงหลินยกกระบี่เจินอู่ขึ้น ใช้นิ้วปาดลงไปที่คมกระบี่ เลือดสดๆ ไหลออกมา ซึมเข้าไปในตัวกระบี่!
"วิ้ง..."
กระบี่เจินอู่ส่งเสียงร้อง เปล่งแสงสีแดงชาดที่ดูสงบนิ่งแต่ทรงพลัง
เจียงหลินสัมผัสได้ชัดเจน จิตวิญญาณของกระบี่กำลังตื่นเต้น กำลังโกรธเกรี้ยว
ตื่นเต้นที่เจียงหลินยอม "เปิดคม" ให้มัน และโกรธที่ปีศาจชั้นต่ำกล้ามายืนจองหองต่อหน้ามัน!
"ราชโองการ!"
เจียงหลินเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยแสงสีแดงชาด
สายฟ้าเสินเซียวปรากฏบนตัวกระบี่ แสงแดงชาดของกระบี่เจินอู่ก็ไปหมุนวนอยู่ในดวงตาของเจียงหลิน
วินาทีนี้ เจียงหลินกับกระบี่เจินอู่ ได้บรรลุถึงขั้น "รวมเป็นหนึ่ง" ในระดับหนึ่ง
"ตัดมาร!"
"สั่ง!"
แสงแดงชาดระเบิดออก!
กระบี่เจินอู่ที่ยาวไม่ถึงสามฟุต ขยายใหญ่ขึ้นฉับพลัน!
พริบตาเดียว ขยายยาวกว่าสามวา!
แล้วฟาดฟันลงมาตูมเดียว!
"โฮก!!"
ปีศาจยักษ์คำรามด้วยความตื่นเต้นสุดขีด แสงสีเลือดในตาแทบจะทะลักออกมา!
วินาทีถัดมา สีเลือดกับสีแดงชาดปะทะกัน ผสมโรงด้วยสายฟ้าสีขาวและไอปีศาจสีดำ
"ซู่..."
เวลาเหมือนหยุดนิ่ง ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน ฝุ่นจางหาย แสงแดงดับลง
ดาบผีในมือปีศาจยักษ์แตกละเอียดเหลือแค่ด้าม หัวของมันหายไปครึ่งซีก
ส่วนเจียงหลินแม้ร่างกายจะครบ 32 แต่ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผลยิบย่อย เลือดซึม พลังงานร่อยหรอเต็มที
"เอาอีก!!"
ปีศาจยักษ์หัวเราะบ้าคลั่ง โยนด้ามดาบทิ้ง ระเบิดไอปีศาจออกมาอีกระลอก!
เจียงหลินกลับไม่ขยับ กระบี่เจินอู่ตกลงข้างกาย เหมือนยอมแพ้
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วฉีกยิ้ม
"ได้เวลาแล้ว"
จริงๆ แล้ว เจียงหลินไม่เคยกลัวที่จะแลกชีวิตกับปีศาจตรงหน้า เพราะเขามีสองแม่ทัพ เชอและเซี่ย คอยระวังหลังให้อยู่ มีสองคนนี้อยู่ เจียงหลินไม่มีทางตาย
และไอ้ปีศาจนี่ ก็ไม่ใช่คู่มือของสองแม่ทัพแน่
แต่ที่เจียงหลินแสดงความกังวลออกมา ก็เพราะ...
เขากำลังถ่วงเวลา
ช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุดก่อนรุ่งสาง ผ่านพ้นไปแล้ว
ปีศาจยักษ์จู่ๆ ก็รู้สึกใจสั่นสะท้าน
"คนที่รอ ก็มาถึงแล้ว"
เจียงหลินมองไปที่ด้านหลังของปีศาจยักษ์
"ตึก..."
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้น
นักพรตชราผมขาวสามคน รูปร่างผอมบางเหมือนลมพัดก็ล้ม ปรากฏตัวขึ้นที่นั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
เจียงหลินยิ้ม
งานนี้ ไม่ใช่แผนของหอสมปรารถนาฝ่ายเดียว แต่เป็นแผน "ซ้อนแผน" ของเจียงหลิน
หรือจะเรียกว่า เป็นความรู้ใจกันระหว่างเจียงหลินกับพวกท่านปรมาจารย์แห่งสำนักไท่ซู่
วิสัยของป๋า... เอ้ย ท่านปรมาจารย์ ไม่เล่นอะไรไร้สาระ กะจะรวบหัวรวบหางทีเดียว!
กวาดล้างให้สิ้นซากในคราวเดียว!
[จบแล้ว]