- หน้าแรก
- เมื่อสวรรค์เรียกข้าไปพิพากษา
- บทที่ 80 - คาถาป่วนฟ้าสะเทือนดิน
บทที่ 80 - คาถาป่วนฟ้าสะเทือนดิน
บทที่ 80 - คาถาป่วนฟ้าสะเทือนดิน
บทที่ 80 - คาถาป่วนฟ้าสะเทือนดิน
"ท่านนักพรตน้อย สบายดีไหม"
ภิกษุฟันดำยิ้ม เดินมาหยุดตรงหน้าเจียงหลิน
ทันทีที่เขาหยุดเดิน บ่อลาวาร้อนระอุใต้เท้าก็เริ่มขยายตัว
เพียงครู่เดียว มันก็ลามมาถึงใต้เท้าเจียงหลิน!
กลิ่นอายร้อนแรงและชั่วร้ายกำลังจะเผาผลาญเจียงหลินให้เป็นจุณ
"ปีศาจหกถ้ำอยู่ไหน"
เจียงหลินยังคงยืนนิ่ง เอ่ยเรียกเบาๆ
"โฮก..."
พร้อมกับเสียงคำรามต่ำที่ยากจะบรรยาย ใต้เท้าเจียงหลินปรากฏกรงเล็บปีศาจขนาดมหึมา
แค่กรงเล็บคู่เดียว ก็กว้างถึงหนึ่งวา รองรับร่างเจียงหลินลอยขึ้น
วินาทีถัดมา ปีศาจหกถ้ำ (ลิ่วต้งกุ่ยหมอ) ก็ปรากฏกาย สูงถึงสิบวา ใบหน้าปีศาจแสยะยิ้มน่ากลัว
ดวงตาสีเลือดจับจ้องไปที่ภิกษุฟันดำเขม็ง
ปีศาจตนนี้ยืนอยู่ท่ามกลางลาวาที่ร้อนระอุและชั่วร้าย แต่กลับไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
"นักพรตเฟิงตู องครักษ์ปีศาจร้าย... ทำอะไรไม่ได้จริงๆ สินะ"
ภิกษุฟันดำพึมพำ ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มประหลาด
เจียงหลินยืนหน้านิ่งอยู่บนกรงเล็บปีศาจหกถ้ำ มองลงมาที่ภิกษุฟันดำ
ความชั่วร้ายของลัทธิบูชายัญเปิ่นนั้นรับมือยากมาก อะไรก็ตามที่โดนลูกหลง จะถูกเผาจนเกลี้ยงแล้วส่งไปเป็นเครื่องสังเวยทันที
เรียกได้ว่าเป็นตัวตนที่เผด็จการและชั่วร้ายสุดๆ
ในบรรดามโนภาพของลัทธิมารทั้งหลาย เจ้านี่ถือเป็นตัวตึงอันดับต้นๆ
ลัทธิมารทาเถ้าทำลายกายเนื้อ ลัทธิบัวขาวดูดวิญญาณ ส่วนลัทธิบูชายัญเปิ่นนั้นรับหมดไม่เกี่ยง เผาแม่งทุกอย่างถวายเจ้าลัทธิ
แต่ถ้าจะวัดความชั่วร้าย ปีศาจหกถ้ำนั้นชั่วร้ายกว่าเยอะ
ต้องรู้ก่อนว่า การกำเนิดของกฎเหล็กแห่งเฟิงตู มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับจอมมารหกถ้ำ (ลิ่วต้งต้าหมอ)
คิดว่ามารกระจอกๆ จะทำให้มหาจักรพรรดิขั้วอุดรต้องเสด็จลงมาบัญญัติกฎเหล็กปราบมารเฟิงตูด้วยพระองค์เองงั้นเหรอ?
สำหรับนักพรตสายกฎเหล็ก ไพ่ตายที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่ขุนพลเฟิงตูหรือเทพจอมพลัง แต่คือจอมมารหกถ้ำที่ถูกเฟิงตูจองจำไว้ในส่วนลึกที่สุดของนรก และอยู่ภายใต้การควบคุมของมหาขุนพลจิ่วหยวนซาทง!
ถึงตัวที่ปกป้องเจียงหลินจะเป็นแค่ปีศาจหกถ้ำระดับล่างสุด แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ลัทธิบูชายัญเปิ่นจะมาจับบูชายัญได้ง่ายๆ
แต่เนื่องจากป้ายอาญาสิทธิ์เก้าน้ำพุแห่งเฟิงตูถูกผนึกชั่วคราว ตอนนี้เจียงหลินสั่งการได้แค่ปีศาจหกถ้ำตัวนี้ตัวเดียว
ถึงลัทธิบูชายัญเปิ่นจะทำอะไรปีศาจหกถ้ำไม่ได้ แต่การจะเอาปีศาจหกถ้ำตัวเดียวไปตบเกรียนลัทธิบูชายัญเปิ่น ก็เป็นเรื่องเพ้อเจ้อเหมือนกัน
"ท่านนักพรตใช้ป้ายอาญาสิทธิ์ไม่ได้ ก็เท่ากับเสียที่พึ่งพิงที่ใหญ่ที่สุดไปแล้ว"
ภิกษุฟันดำยิ้มเยือกเย็น พนมมือ โค้งคำนับเล็กน้อย "อาตมาไม่ได้ขู่ แต่ลำพังแค่พวกท่านไม่กี่คน คงยืนระยะได้ไม่ถึงตอนที่ป้ายอาญาสิทธิ์คลายผนึกหรอก"
"มาทำข้อตกลงกันหน่อยไหม?"
เห็นเจียงหลินเงียบ ภิกษุฟันดำก็ไม่ถือสา ยิ้มพูดต่อ "อาตมาพูดตรงๆ ลัทธิมารทาเถ้าไม่กล้าฆ่าจี้กงกับฟาไห่ ลัทธิบัวขาวก็ไม่กล้าเอาวิญญาณศิษย์หลีซานและศิษย์สายสามจักรพรรดิ"
"พวกเราลัทธิเปิ่น ย่อมไม่อยากยุ่งกับนักพรตสายกฎเหล็ก"
"ลัทธิมาร ก็ไม่ได้บ้าระห่ำไปซะทุกเรื่อง ท่านนักพรตว่าไหม?"
เจียงหลินมองภิกษุฟันดำลึกซึ้ง มั่นใจได้แล้วว่า พิธีกรรมบูชาสามลัทธิมารครั้งนี้ ตัวตั้งตัวตีคือลัทธิเปิ่นที่มีภิกษุฟันดำเป็นตัวแทน
อีกสองลัทธิมาแค่ในรูปแบบมโนภาพ สาวกไม่ได้โผล่มา แต่ลัทธิบูชายัญเปิ่นกลับสิงร่างสาวก แถมยังมาเจรจากับเจียงหลินอีก
ภิกษุฟันดำก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว หุบยิ้ม พูดด้วยความจริงใจสุดซึ้ง "ขอแค่ท่านนักพรตและพวกหยุดมือตอนนี้ อีกหนึ่งก้านธูป สามลัทธิมารจะถอยไปเอง พวกท่านนักพรตก็จะปลอดภัย"
"แถมพวกเรายังยินดีมอบสาวกสามพันคน ให้ท่านนักพรตจัดการตามใจชอบ"
ภิกษุฟันดำพูดจาน่าฟัง แสดงความจริงใจเต็มที่ ถึงขนาดบอกว่าจะยอมสละเบี้ยส่วนหนึ่งให้เจียงหลินเอาไป "ปิดคดี"
เจียงหลินแค่นหัวเราะ
"สาวกสามพัน แลกกับชาวเมืองหางโจวล้านคน ช่างคิดเลขเก่งจริงนะ ของถูกแบบนี้ หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในสามภพ"
"เฮ้อ..."
ภิกษุฟันดำถอนหายใจ "ท่านนักพรตทำไมถึงได้ดื้อด้านนัก? สถานการณ์ตอนนี้ ท่านยังมีทางเลือกอื่นอีกเหรอ?"
พูดจบ ภิกษุฟันดำก็กระทืบเท้าเบาๆ
"ซู่..."
ลาวาประหลาดด้านหลังภิกษุฟันดำเริ่มกระเพื่อม โซ่ลาวาพุ่งออกมา แต่ละเส้นมัดร่างคนไว้หนึ่งคน
เจียงหลินขมวดคิ้ว
เทพกลางวัน เทพกลางคืน ตุลาการผี สมุดบัญชี...
ข้าราชการทั้งสิบสองหน่วยของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อยู่ที่นี่ครบ!
และคนหน้าสุด ก็คือเจ้าพ่อหลักเมืองหางโจว หลัวซานฉื่อ!
"ท่านนักพรต... ข้าน้อยไร้ความสามารถ... ถูกมารร้าย..."
หลัวซานฉื่อเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก ลมหายใจรวยริน
เจ้าพ่อหลักเมืองผู้ยิ่งใหญ่ ผู้รับเครื่องเซ่นไหว้จากชาวเมืองหางโจวมานับไม่ถ้วน ตอนนี้ร่างกายแหลกเหลว พลังวิญญาณอ่อนโทรม เห็นได้ชัดว่าผ่านการต่อสู้ขัดขืนอย่างหนักก่อนจะถูกจับเป็น
"ขอแค่ท่านนักพรตพยักหน้า เหล่าทวยเทพพวกนี้ก็รอด"
ภิกษุฟันดำพูดจริงจัง "พวกเราไม่กล้าแตะต้องนักพรตสายกฎเหล็กก็จริง แต่กับเจ้าพ่อหลักเมืองสักองค์ ไม่ใช่เรื่องยาก"
"ท่านนักพรต... อย่า..."
หลัวซานฉื่อส่ายหน้าเบาๆ แค่ขยับนิดเดียว พลังวิญญาณที่อ่อนแออยู่แล้วก็ยิ่งวูบลง
เขาไม่รู้ว่าภิกษุฟันดำต้องการให้เจียงหลินทำอะไร แต่เขาไม่อยากให้เจียงหลินถูกขู่เข็ญเพราะพวกตน
ท่านผู้เฒ่ามังกรซีหูมีศักดิ์ศรีของเทพ หลัวซานฉื่อก็มีเหมือนกัน
"ท่านนักพรต... ข้าน้อยบกพร่องต่อหน้าที่ เชิญใช้กฎเหล็กประหารข้าเถอะ!"
หลัวซานฉื่อรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายตะโกนลั่น
เขากำลังขอความตาย ยอมตายด้วยกฎเหล็กแห่งเฟิงตู วิญญาณแตกสลายไม่ได้ไปผุดไปเกิด ดีกว่ากลายเป็นตัวประกันให้ลัทธิมาร!
เจียงหลินมีอำนาจนั้น และหลัวซานฉื่อก็บกพร่องต่อหน้าที่จริง!
ต่อให้ป้ายอาญาสิทธิ์จะถูกผนึก แต่เจียงหลินยังถือกฎเหล็กอยู่ แค่เอ่ยคำพิพากษา หลัวซานฉื่อก็หัวขาดทันที!
เจียงหลินไม่ขยับ เพียงจ้องมองภิกษุฟันดำด้วยสายตาเย็นชา
"สักวันหนึ่ง ลัทธิเปิ่นจะล่มสลาย"
เจียงหลินพูดอย่างจริงจัง "ข้าจะฆ่าสาวกลัทธิเปิ่นให้หมด ถล่มเขาทำลายวัด ทำลายรากฐานลัทธิเปิ่นให้สิ้นซาก ไม่ให้เหลือร่องรอยในสามภพ"
"อามิตตาพุทธ"
ภิกษุฟันดำไม่สะทกสะท้าน ยิ้มตอบ "หวังว่าท่านนักพรตจะมีวันนั้น"
"ท่านนักพรต นักพรตสายกฎเหล็กใช่ว่าทุกคนจะเกรงกลัวเสมอไป มีวิธีมากมายที่จะทำให้ท่านนักพรตตายตกตามกันไป"
"หวังว่าแกจะอยู่ถึงวันนั้นนะ"
เจียงหลินตอบกลับเสียงเย็น
"ท่านนักพรต ดีแต่ปากไม่ได้ช่วยอะไรหรอก"
ภิกษุฟันดำยิ้ม ยกมือขึ้น พร้อมกันนั้น โซ่ลาวาด้านหลังก็ค่อยๆ จมลง
เขาพูดช้าๆ ว่า "เหมือนอย่างตอนนี้ ท่านดูเหมือนจะขัดขวางอาตมาไม่ได้เลย"
"ท่านนักพรต! ประหารข้าเถอะ!"
หลัวซานฉื่อคำราม พยายามดิ้นรน แต่ภายใต้การกดดันของลัทธิบูชายัญเปิ่น แค่อ้าปากพูดก็เต็มกลืนแล้ว
"งั้นเหรอ?"
เจียงหลินเงยหน้าขึ้น ในมือปรากฏยาเม็ดสีดำสนิท
เขายัดยาเข้าปาก กลืนลงไปโดยไม่ลังเล
สีหน้าภิกษุฟันดำเปลี่ยนไป แต่เปลี่ยนได้ครึ่งเดียวก็ชะงัก เพราะเขาพบว่า ตัวเองถูกพลังอำนาจมหาศาลที่น่าสะพรึงกลัวกดทับ จนขยับไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
ไม่ใช่แค่ภิกษุฟันดำ แม้แต่โซ่ลาวาที่ลัทธิบูชายัญเปิ่นสร้างขึ้น ก็หยุดนิ่งเช่นกัน!
ราวกับว่าในพื้นที่นี้ จู่ๆ ก็มีตัวตนที่น่ากลัวจุติลงมา
ภิกษุฟันดำจ้องเจียงหลิน ตอนนี้แม้แต่ลูกตาก็ขยับไม่ได้
ทำได้แค่เบิกตามองเจียงหลินยกมือขึ้น
ตอนนี้ นอกจากเจียงหลิน สิ่งเดียวที่ขยับได้คือปีศาจหกถ้ำใต้เท้าเจียงหลิน
ปีศาจหกถ้ำตัวนั้นกำลังสั่นกลัว!
กำลังหวาดผวา!
"ไปตายซะลัทธิเปิ่น ปู่เอ็งเกลียดการขู่เข็ญที่สุด!"
เจียงหลินหัวเราะร่า รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความดุร้าย
"อิทธิฤทธิ์ขั้วอุดร!"
เจียงหลินยกสองมือขึ้น ทำมุทราที่ซับซ้อน เลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก
ไหล่ทั้งสองข้างสั่นระริก แบกรับแรงกดดันมหาศาล
เจียงหลินเงยหน้าขึ้น ผมเผ้าที่เกล้าไว้อย่างเรียบร้อยหลุดรุ่ยลงมา
เจียงหลินในตอนนี้ ผมเผ้ายุ่งเหยิง เท้าเปล่า ดูราวกับคนบ้า ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย สายฟ้าแลบแปลบปลาบในดวงตา ลากเป็นเส้นแสงระยิบระยับที่หางตา
"บัญชาเทียนเผิง!"
"คาถา... จอมทัพป่วนฟ้าสะเทือนดิน!"
"ลุกขึ้นมา!!!"
"วูม............"
สิ้นเสียงบัญชาแหบพร่าของเจียงหลิน ทั่วทั้งฟ้าดินดูเหมือนจะหยุดนิ่ง
วินาทีนี้ ในโลกทั้งใบ มีเพียงเจียงหลินที่ขยับได้
เขาค่อยๆ ก้าวลงจากกรงเล็บปีศาจหกถ้ำ เท้าเปล่าเหยียบลงบนลาวาประหลาดของลัทธิบูชายัญเปิ่น
ตอนนี้แม้แต่ลาวาก็ยังแข็งค้าง
มุมปากเจียงหลินเปื้อนเลือด พลังในจุดตันเถียนปั่นป่วนยุ่งเหยิง แต่เจียงหลินไม่สน ก้าวเดินไปข้างหน้า
"ขุย จื้อ กุ่ย ว่าน, เซี่ย อี เตา เสิน. เล่ย เมี่ย โหยว เทียน, ไห่ พั่ว หมิง ซื่อ..." (เสียงสวดคาถากลับหลัง)
เจียงหลินค่อยๆ สวดมนต์เทียนเผิง ยกมือขึ้น ปรากฏดาบยาวสีดำสนิท ในตัวดาบมีร่องเลือดสีแดงฉานลึก
"กู่ หราน โต่ว เป่ย, เสวีย เลี่ย ตี้ เหยียน, สิง อู่ กุ่ย จั่น, ฟู่ ต้า เทียน เจวี๋ย..."
เขายกมืออีกข้าง ปรากฏขวานยักษ์สีแดงเลือด บนคมขวานมีลวดลายเลือนราง มองไม่ชัด แต่พอเห็นลางๆ ว่าเป็นรูปเทพเจ้าสามองค์ยืนตระหง่าน
"จ้วง เจี้ยน ไหล ยวี่, กุ่ย เสี่ยว โหย่ว ก่าน, เสียง ปู้ เชวี่ย ชวี, ลี่ เชียน ซือ พี..."
เจียงหลินก้าวเดินต่อไป พลังรอบกายระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง ลุกไหม้ ป้ายอาญาสิทธิ์เก้าน้ำพุแห่งเฟิงตูบนแขนไม่เย็นเฉียบอีกต่อไป กลับร้อนลวกดั่งไฟเผา!
วิชาจอมทัพสวรรค์ (เทียนเผิง) ที่ได้ชื่อว่าเป็น "วิชา" เพราะมีมนต์เทียนเผิงเป็นแก่นแกน พลิกแพลงได้หมื่นพันอิทธิฤทธิ์
หากสวดจากท้ายประโยคมาหัวประโยค จะกลายเป็น "มนต์เทียนเผิงตัดหัวมาร"
หากสวดสลับประโยค จะกลายเป็น "มนต์เทียนเผิงสังหารปีศาจกลืนกินบาป"
แต่ถ้าเป็นแบบเจียงหลินตอนนี้ ที่สวดถอยหลังทีละคำจากประโยคสุดท้ายขึ้นมา นั่นคือสุดยอดอิทธิฤทธิ์ที่ทรงพลังและดุร้ายที่สุดในวิชาเทียนเผิง!
นามว่า: มนต์จอมทัพป่วนฟ้าสะเทือนดิน! (เทียนเผิงเหิงเทียนล่วนตี้โจ้ว)
วิชานี้ผู้ใช้ต้องมีคุณสมบัติสูงมาก
เจียงหลินเดิมทีไม่มีคุณสมบัติพอ แต่ยาที่เขากินเข้าไปช่วยเสริมพลังชั่วคราว
นั่นไม่ใช่ยาเพิ่มพลังวิเศษอะไร ไม่ใช่ยาพิษร้ายแรง แต่เป็น "ยาเม็ดยันต์" (ฝูหวาน)
ปกติเอาไว้ใช้ประกอบพิธีกรรม แต่เจียงหลินกลืนลงไปดื้อๆ
ยาเม็ดยันต์อาละวาดอยู่ในตันเถียนของเจียงหลิน เลือดลมไหลย้อนกลับ
แต่ก็ต้องขอบคุณพลังเสริมจากยาเม็ดยันต์ ที่ทำให้เจียงหลินฝืนใช้วนต์จอมทัพป่วนฟ้าสะเทือนดินบทนี้ได้
"เวิง เป่ย เตียว เกา, ซือ ตู ติง อู่, ถง ซา หยวน จิ่ว, เผิง เทียน เผิง เทียน......"
สิ้นเสียงสวดประโยคสุดท้าย เจียงหลินก็มายืนอยู่ตรงหน้าภิกษุฟันดำ
ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ดาบเทพและขวานยักษ์ที่เกิดจากวิชาเทียนเผิง ฟาดฟันลงมาพร้อมกัน!
[จบแล้ว]