เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 - เจ้าเมือง

บทที่ 60 - เจ้าเมือง

บทที่ 60 - เจ้าเมือง


บทที่ 60 - เจ้าเมือง

คำแนะนำตัวนี้ ท่านเจ้าเมืองจางไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเขาให้ความสำคัญแค่มู่กุ้ยอิงกับหยางจงเป่า ส่วนคนอื่นก็แค่ตัวประกอบ

จึงได้แต่ยิ้มแล้วว่า "ช่างเป็นกิ่งทองใบหยก เหมาะสมกันจริงๆ"

"ท่านลุงจางชมเกินไปแล้ว"

มู่กุ้ยอิงเลิกคิ้ว ไหลตามน้ำไป

ทว่า หยางจงเป่าที่ยืนอยู่ข้างๆ ก้มหน้า มุมปากกระตุกยิกๆ

เขารู้ดีว่าเมียตัวเองมีที่มายังไง และรู้ว่าสองคนข้างๆ ก็ไม่ใช่คนธรรมดา

เมียจ๋า จับคู่มั่วซั่วแบบนี้ จะดีเหรอ?

เจียงหลินกระพริบตา ไม่พูดอะไร เพียงแค่ประสานมือคารวะ

แม้คำพูดของมู่กุ้ยอิงจะดูหลุดโลกไปหน่อย แต่ในเมื่อต้องปิดบังสถานะ ก็ต้องมีข้ออ้างและสถานะที่ฟังดูสมเหตุสมผลในทางโลก

ต้องยอมรับว่า ข้ออ้างของมู่กุ้ยอิง ในสถานการณ์นี้ถือว่าเหมาะสมทีเดียว...

ไป๋ซู่เจินก็ก้มหน้า สวมบทบาทคุณหนูผู้เรียบร้อยได้เนียนสนิท แต่สายตาก็แอบชำเลืองมองเจียงหลินนิดๆ

"มาๆๆ รีบเข้ามาคุยกันข้างใน"

ท่านเจ้าเมืองจางทักทายพอเป็นพิธี แล้วก็นำทางทุกคนเข้าไปในจวนว่าการ

ระหว่างทาง มู่กุ้ยอิงชะลอฝีเท้าลงมาเดินเคียงข้างไป๋ซู่เจิน

ด้านหน้าทั้งสองไม่ไกล คือเจียงหลินและหยางจงเป่าที่เดินขนาบข้างท่านเจ้าเมืองจาง

"เป็นไงบ้าง?"

ริมฝีปากของมู่กุ้ยอิงขยับเล็กน้อย แม้ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา แต่ไป๋ซู่เจินกลับได้ยินชัดเจน

วิชาส่งเสียงทางจิต ไม่ใช่วิชาชั้นสูงอะไร แต่สำนักหลีซานมีเคล็ดลับเฉพาะตัว รับประกันว่าคนนอกดักฟังไม่ได้

"อะไรเป็นไง?"

ไป๋ซู่เจินถามกลับด้วยวิธีเดียวกัน

"อยู่ต่อหน้าศิษย์พี่ยังจะมาทำไขสือ?"

มู่กุ้ยอิงเบ้ปาก "เจ้าอุตส่าห์เก็บตัวฝึกวิชาในถ้ำสวรรค์ตั้งพันปี ยอมฝืนเร่งพลังตบะเพื่อแปลงร่างเป็นคนให้เร็วขึ้น เพื่อจะได้เข้าสู่ทางโลก ไม่ใช่เพื่อเขาหรอกรึ?"

"ข้าจะบอกให้นะ การที่เจ้าได้ออกมาสู่โลกภายนอกครั้งนี้ ข้ากับศิษย์พี่ฟ่านต้องไปคุกเข่าอ้อนวอนอาจารย์อยู่ตั้งสามวันกว่าท่านจะยอม แกลงทุนขนาดนี้แล้ว จะมาปอดแหกตอนจบไม่ได้นะ"

"ศิษย์พี่ น้องรู้"

ไป๋ซู่เจินพยักหน้าเบาๆ แต่กลับถอนหายใจ "ตอนนี้เขาเข้าสังกัดจักรพรรดิอุดร ถือกฎดำ หากข้าฝืนบังคับ จะกลายเป็นผลเสีย"

"จะให้เรื่องนี้มาทำลายการบำเพ็ญเพียรของเขาไม่ได้"

"ตอนนี้ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า"

"ปล่อยไปตามธรรมชาติ?"

มู่กุ้ยอิงขมวดคิ้ว "หนีโลกบำเพ็ญเพียร ฝืนเร่งศักยภาพ ปั่นป่วนเวลา เดิมทีก็ขัดต่อวิถีธรรมชาติอยู่แล้ว แม้อาจารย์จะถ่ายทอดวิชาหลบภัยสายฟ้าให้เจ้า แต่เวลามันก็มีจำกัดนะ"

"เจ้ายังมีเวลาให้ปล่อยไปตามธรรมชาติอีกเท่าไหร่?"

"จนถึงตอนนี้ เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยเจอเจ้า!"

"น้องรัก เชื่อพี่เถอะ อย่าคิดมากเกินไป วิชาเป่ยตี้แม้จะสูงส่ง แต่สำนักเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเท่าไหร่หรอก"

"ถ้าเกิดเรื่องวุ่นวายจริงๆ เดี๋ยวให้อาจารย์ไปคุยกับจอมทัพสวรรค์เทียนเผิงและจักรพรรดิเฟิงตูให้"

"แม้แต่องค์มหาจักรพรรดิแห่งจื่อเวย อาจารย์ของเราก็พอจะพูดคุยได้"

มู่กุ้ยอิงนับนิ้วร่ายยาว "ผู้ตรวจการฝ่ายตะวันตก ท่านเว่ยเทียนจวิน เคยบัญญัติไว้ว่า: เหล่าผู้ถือกฎรับภาระหน้าที่จากสวรรค์ ควรจะรักษาพลังต้นกำเนิด บำรุงปราณเที่ยงธรรม รู้จักยับยั้งชั่งใจ สงวนจิตวิญญาณ ห้ามสูญเสียพลังโดยใช่เหตุจนรากฐานเสียหาย ยากแก่การสั่งการเหล่าขุนพล"

"เจ้าดูสิ ขนาดท่านเว่ยเทียนจวินยังบอกแค่ให้ 'ยับยั้งชั่งใจ' ไม่ได้บอกให้ 'ละเว้น' ซะหน่อย"

"อีกอย่าง เจ้ากับเขาก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรทั้งคู่ แค่จิตสื่อถึงกัน ก็ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับตัณหาทางกายก็ได้"

"ผู้ถือกฎดำก็ไม่ได้ต้องตัดรักตัดอาลัย เจ้าจะมัวลังเลอะไรอยู่?"

"อย่างน้อย ก็ควรบอกเรื่องราวในอดีตของเจ้ากับเขาให้เขารู้บ้าง"

ฟังมู่กุ้ยอิงพูด ไป๋ซู่เจินหลุบตาต่ำ พูดเสียงเบาว่า "ต่อให้มีโอกาสแค่หนึ่งในหมื่น น้องก็ไม่อยากให้เขาเสียการใหญ่"

"เจ้า..."

มู่กุ้ยอิงรู้สึกหงุดหงิด "เอาเถอะ เจ้าตัดสินใจเองแล้วกัน"

"เส้นทางของเจ้าต่างจากข้าและศิษย์พี่ฟ่าน ข้าคงพูดอะไรมากไม่ได้ สรุปว่า ถ้ามีปัญหาอะไร อย่าลืมว่าเจ้าไม่ได้ตัวคนเดียว"

"ข้างหลังเจ้า ยังมีสำนักหลีซานทั้งสำนักคอยหนุนหลังอยู่"

ไป๋ซู่เจินพยักหน้าเบาๆ สายตาจับจ้องไปที่แผ่นหลังของเจียงหลิน เนิ่นนานไม่ยอมละสายตา

เจียงหลินไม่ได้รับรู้ถึงบทสนทนาทางจิตของสองสาวด้านหลัง ตอนนี้ความสนใจของเขาอยู่ที่ท่านเจ้าเมืองจาง

ท่านเจ้าเมืองผู้นี้เป็นบัณฑิตผู้รอบรู้ คุยกันแค่แป๊บเดียว ก็ทำให้หยางจงเป่าผู้เก่งทั้งบุ๋นและบู๊เลื่อมใสได้

และในตัวท่านเจ้าเมืองจางคนนี้ เจียงหลินไม่สัมผัสถึงความผิดปกติใดๆ เลย

ไม่มีหนี้เวรกรรมชั่วร้าย มีแต่ไอสังหารนิดหน่อยที่ติดมาจากการทำสงคราม ซึ่งในสนามรบ ความเป็นความตายเป็นเรื่องของชะตาลิขิต ไม่ถือเป็นบาปกรรม

นี่คือบัณฑิตผู้ยิ่งใหญ่ที่วางตัวได้เที่ยงตรง และเป็นขุนนางที่ดีที่มีความซื่อตรง

อย่างน้อยในตัวท่านเจ้าเมืองจางคนนี้ เจียงหลินมองไม่เห็นปัญหา

แต่ในเมื่อชื่อของเขาหลุดออกมาจากปากของนักพรตแซ่หวัง...

เป็นไปได้ว่า เขาอาจจะเหมือนกับพญามังกรซีหู คือตัวเองไม่มีปัญหา แต่ถูกอ๋องซ่งหมายหัว เตรียมจะใช้เขาทำอะไรบางอย่าง

หรือไม่ก็ เขาเสแสร้งได้แนบเนียนสมบูรณ์แบบ จนแม้แต่เนตรธรรมเฟิงตูของเจียงหลินยังดูไม่ออก

ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้

งั้นก็คงเป็นอย่างแรก?

เจียงหลินครุ่นคิดเงียบๆ ยังไม่ด่วนสรุป

เพิ่งจะเริ่มสัมผัส อาจจะมีความเป็นไปได้อื่นๆ อีก

"ลองชิมชาที่ข้าคั่วเองดูหน่อย แม้จะสู้หลงจิ่งไม่ได้ แต่ก็มีรสชาติเฉพาะตัว"

คุยกันเพลินๆ ก็เดินมาถึงห้องโถงเรือนหลังของจวนว่าการ

"ท่านย่าทวดของข้าบอกว่า ท่านลุงจางชอบดื่มชามาก สมัยเป็นนายทะเบียนในกองทัพท่านปู่ ในแขนเสื้อก็มักจะพกใบชาติดตัวตลอด"

หยางจงเป่ายิ้ม "ตอนนี้ท่านลุงดูแลเมืองหางโจว เฝ้าแหล่งชาหลงจิ่ง ทำไมถึงต้องคั่วชาเองด้วยล่ะขอรับ?"

"ไม่มีอะไรมาก มันแพงน่ะ"

ท่านเจ้าเมืองจางถอนหายใจอย่างจนปัญญา "เบี้ยหวัดของข้ามีที่ต้องใช้จ่ายเยอะแยะ ชักหน้าไม่ถึงหลังจริงๆ"

"หลงจิ่งดีๆ ก็ซื้อไม่ไหว ไอ้ที่ถูกๆ ก็เสียรสชาติ สู้คั่วเองดีกว่า"

"บังเอิญจริง ตอนหลานมา ก็ซื้อชาหลงจิ่งก่อนฝนตกมาสองชั่ง กะว่าจะเอาไปฝากท่านพ่อ แต่ตอนนี้ ขอยืมดอกไม้ถวายพระ แบ่งให้ท่านลุงสักครึ่งหนึ่ง คิดว่าท่านพ่อคงไม่ว่าอะไร"

หยางจงเป่ายิ้ม หันไปทางเจียงหลิน "เจียง..."

"อะแฮ่ม"

มู่กุ้ยอิงกระแอมขัดจังหวะ

หยางจงเป่าชะงัก เปลี่ยนคำพูดทันที "รบกวนน้องเขย ไปหยิบชามาให้หน่อย"

"ได้ครับ"

เจียงหลินลุกขึ้น เขารู้ดีว่าเรื่องชาเป็นแค่ข้ออ้าง เพื่อเปิดโอกาสให้เขาปลีกตัวออกไป

"ดีเลยๆ"

ท่านเจ้าเมืองจางหัวเราะร่า "ชาของคนอื่น ข้าไม่กล้าแตะสักนิด แต่ชาของเจ้าจงเป่า ข้าไม่เกรงใจนะ ยิ่งเป็นของที่แย่งมาจากปากเจ้าหก ข้ายิ่งต้องกิน ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

"น้องเขย พาซู่เจินไปด้วยสิ อยู่บนรถคันที่สาม"

มู่กุ้ยอิงโบกมือ แล้วรับช่วงต่อบทสนทนา "ท่านลุงจาง ในเขตหางโจว มีที่ไหนที่ชาวบ้านแข็งแรงดุดันบ้างไหมเจ้าคะ? เราสองคนผัวเมียได้รับบัญชามาคัดเลือกทหาร รบกวนท่านลุงจางช่วยแนะนำหน่อย"

"เรื่องนี้ง่ายมาก เด็กๆ เอาแผนที่เมืองหางโจวมา"

ท่านเจ้าเมืองจางพอได้ยินเรื่องงาน ก็ลืมเรื่องชาไปเลย สั่งคนเอาแผนที่มา แล้วเริ่มปรึกษากับสองสามีภรรยาตระกูลหยาง

ส่วนเจียงหลินและไป๋ซู่เจิน ก็ฉวยโอกาสนี้เดินออกจากห้องโถงหลัง

"ชี่"

ไป๋ซู่เจินชี้นิ้วเบาๆ กลุ่มหมอกจางๆ ก็ปรากฏขึ้น ปกคลุมร่างของนางและเจียงหลิน แล้วพยักหน้าให้เจียงหลิน

เจียงหลินก้มดูตัวเอง วิชาซ่อนเงาไม่ใช่เรื่องแปลก แต่วิชาของไป๋ซู่เจินกลับลด "ตัวตน" ของพวกเขาลง น่าจะเป็นวิชาเฉพาะของสำนักหลีซาน

"สหายธรรม จะเริ่มตรวจจากตรงไหน?"

ไป๋ซู่เจินถามเสียงเบา

"ที่นี่ไอราชการเข้มข้นเกินไป ต่อให้มีร่องรอยภูตผี เราคงตรวจจับไม่ได้ในทันที"

เจียงหลินพูดพลางเดินไปที่มุมมืด ประสานมือทำมุทรา

"น้อมรับบัญชาเฟิงตู ยมทูตขาวดำ รับคำสั่งเร่งรุด อย่าได้รีรอ!"

เรื่องหาผี ไม่มีใครเชี่ยวชาญไปกว่าสองท่านนี้อีกแล้ว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 60 - เจ้าเมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว