เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 บอสจอมวายร้าย 2

บทที่ 13 บอสจอมวายร้าย 2

บทที่ 13 บอสจอมวายร้าย 2


นี่ไม่ใช่...นี่ไม่ใช่บอสจอมวายร้าย พระรองในหนังสือหรอกเหรอ?

นางเอกคือแสงจันทร์สีขาวที่อยู่ในใจของพระรอง แต่นางเอกกลับตกหลุมรักพระเอกที่มีภูมิหลังทางตระกูลที่เหนือกว่า ส่วนพระรองรักนางเอกจนไม่อาจต้านทานได้ จึงทำให้ด้านมืดอํามหิตภายในถูกกระตุ้นออกมา และทำการขัดขวางพระเอกและนางเอกทุกวิถีทาง อีกทั้งยังเลือกวิธีการทรมานอย่างโหดเหี้ยม จนสุดท้ายผู้เขียนก็เขียนให้พระรองถึงแก่ความตาย

ตอนนั้นเธอโกรธมาก

ผู้เขียนคนนี้เกลียดพระรองมากแค่ไหน มันเป็นเพียงเพื่อประโยชน์จากการทรมาน

เขาเป็นลูกนอกกฎหมายที่อาศัยอยู่กับแม่ตั้งแต่เด็ก เขาใช้ชีวิตอย่างยากลําบากและทนทุกข์กับบาปมากมาย ส่วนผู้เป็นแม่มีร่างกายที่อ่อนแอและป่วยหนัก ซึ่งไม่มีทางเลยที่จะดูแลเขาได้อย่างดี จึงทำให้เขาต้องดูแลทุกอย่างด้วยตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย

หลังจากนั้น อาการป่วยของแม่เขาก็ดีขึ้น และอยากหางานทำเพื่อเลี้ยงดูลูกชาย แต่สุดท้ายก็มีคนในตระกูลใส่ร้ายเธอ จึงทำให้หางานทําไม่ได้ เธอจึงเลือกที่จะทรยศต่อตัวเอง และทุกคนก็รับรู้เรื่องนี้ดี

และด้วยวิธีนี้ จึงทำให้พระรองเติบโตขึ้นมาท่ามกลางสายตาที่แปลกประหลาดของทุกคน ต่อมาเขาก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเกือบจะกลายเป็นผัก และเมื่อพอเขาตื่นขึ้นมา เขากลับสูญเสียขาทั้งสองข้างจนกลายเป็นคนพิการ และไม่สามารถเดินได้ตลอดชีวิต

สุดท้ายแม้แต่แสงเดียวของนางเอกก็หายไป แล้วเขาจะไม่สิ้นหวังได้อย่างไร?

ผู้เขียนได้เขียนเอาไว้ว่าเขาหลงเดินทางผิด และกลายเป็นวายร้ายที่โหดเหี้ยม เท่านั้นยังไม่พอยังเขียนให้เขาตายอีกด้วย...ผู้เขียนมีความเกลียดชังหรือมีความแค้นอะไรกับพระรองอย่างนั้นเหรอ?

จริงสิ...ถ้าเขาคือวายร้าย เขาจะสามารถหาวิธีที่จะกอดต้นขา*ได้ไหม?!

(抱大腿 กอดต้นขา เป็นคำศัพท์บนอินเทอร์เน็ต หมายถึง การเอาเปรียบคนอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้อ่อนแอใช้ความคิดริเริ่มเพื่อเอาเปรียบผู้แข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังมีความหมายเช่นการเยาะเย้ยซึ่งกันและกันและการดูถูกตัวเองในหมู่เพื่อน มีความหมายคล้ายกับการเลียแข้งเลียขาผู้ใหญ่)

เธอได้อ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามเนื้อเรื่องหลัก และเพื่อหลีกเลี่ยงจุดจบที่น่าเศร้า เธอจำเป็นต้องมีต้นขาสีทอง!

ซูเชิ่งจิ่งทําอาหารอย่างงุ่มง่าม ข้าวที่หุงนั้นแห้งมาก อาหารที่ปรุงไม่สุกเกินไปก็เค็มเกินไป หรือบางจานก็ไม่ได้ใส่เกลือ และนั่นไม่ใช่ทักษะการทําอาหารของคนที่อยู่ตามลำพังควรมี

เขามองดูก้อนกลมๆ ที่นั่งอยู่ข้างเขา เธอถือช้อนอยู่ในมือ และร้องฮึมเสียง ฮึ! ฮึ! ให้กำลังใจทั้งๆ ที่มันไม่อร่อย แต่เด็กหญิงตัวน้อยก็ยังกิน และการแสดงออกของเธอทำให้เขารู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง

เขาอดไม่ได้ที่จะหยิบจานเนื้อเค็มจัด ที่อยู่ตรงหน้าเธอออกแล้วพูดว่า “อย่ากินเลย เดี๋ยวป๊ะป๋าจะสั่งอาหารมาให้ดีกว่า”

## ติดตามเรื่องราวของเด็กหญิงตัวเล็กได้ที่ thai-novel.com หรือ mynovel.co ได้เลยนะคะ

ในขณะที่กำลังพูด เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วเปิดแอพส่งอาหาร และเมื่อซูจิ่วได้ยินเธอก็ยิ้มและพูดว่า “ป๊ะป๋า ไม่ต้องสั่งอาหารพวกนั้นหรอก หนูชอบกินอาหารพวกนี้มากกว่า เพราะป๊ะป๋าเป็นคนทำให้”

"..." รอยยิ้มที่สดใสของเด็กน้อยทําให้หัวใจของซูเชิ่งจิ่งจมดิ่ง และทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์มาก

เขาจะเลี้ยงดูเธอให้ดีได้อย่างไร ถ้าเขาไม่สามารถทำอาหารได้?

ซูเชิ่งจิ่งวางโทรศัพท์มือถือลง และในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากนอกประตู พร้อมกับคำพูดที่ไร้ความปราณีว่า “เจ้าคนแซ่ซู แกรีบไสหัวออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”

สีหน้าของซูเชิ่งจิ่งเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ซูจิ่วเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อ “ป๊ะป๋า มีใครตามหาป๊ะป๋าอยู่หรือเปล่า?!”

“อือ…อย่าไปสนใจเลย กินให้อร่อยนะ” ซูเชิ่งจิ่งลูบหัวเล็กๆ ของเธอ

ซูจิ่วอยากกินอาหารให้อร่อย แต่เสียงเคาะประตูและเสียงด่าทอจากด้านนอกยังคงดังอย่างต่อไป จึงไม่มีทางที่จะไม่สนใจได้

ใบหน้าของซูเชิ่งจิ่งเริ่มน่าเกลียดขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น เขาจึงให้ซูจิ่วถือชามข้าวไปที่ห้อง และบอกไม่ให้เธอออกมา จากนั้น เขาก็เดินไปที่ประตู หายใจลึกๆ แล้วเปิดประตูทันที

มีผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่สามคนยืนอยู่หน้าประตู และทันทีที่เห็นซูเชิ่งจิ่ง เขาก็ชี้ไปที่ผู้ชายตรงหน้าและสาปแช่งว่า “เจ้าเด็กเหลือขอ ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม? ว่าแกค้างค่าเช่าห้องมาสองเดือนแล้ว และถ้าเดือนนี้ไม่จ่ายอีก ฉันจะให้คนโยนแกออกไป แกไม่เชื่อฉันงั้นเหรอ?!”

ซูเชิ่งจิ่งแตะกระเป๋ากางเกงที่ว่างเปล่าของตัวเอง แล้วพูดว่า “ตอนนี้ผมไม่มีเงินอยู่ในมือแล้ว ผมสามารถอยู่ได้อีกกี่วัน?”

จบบทที่ บทที่ 13 บอสจอมวายร้าย 2

คัดลอกลิงก์แล้ว