เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ไอ้สวะนั่นเป็นพ่อหนูเหรอ

บทที่ 1 ไอ้สวะนั่นเป็นพ่อหนูเหรอ

บทที่ 1 ไอ้สวะนั่นเป็นพ่อหนูเหรอ


ค่ำคืนนี้ แสงไฟเมืองเจียงเฉิงก็เปิดขึ้น ไฟนีออนสว่างไสวที่ทางเข้าบาร์แห่งหนึ่งใจกลางเมือง ยามรักษาความปลอดภัยตัวสูงและแข็งแรงกำลังจ้องมองไปที่เด็กหญิงตัวเล็กๆ

ห้านาทีต่อมา เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยไม่ได้ตั้งใจจะจากไป ยามรักษาความปลอดภัยก็อดถามไม่ได้ว่า "หนูน้อย หนูหลงทางเหรอ"

"ไม่"

"แล้วทำไมหนูถึงอยู่ที่นี่?"

"หนูกำลังมองหาป๊ะป๋า"

"อะไรนะ" ยามรักษาความปลอดภัยรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า เด็กเล็ก 3-4 ขวบที่ยังไม่หย่านมคนนี้ มัดผมเป็นเปียเล็กๆสองเส้น สวมกระโปรงผ้าฝ้ายสีขาว ถือกระเป๋านักเรียนกระต่ายสีชมพู และถือกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ หนูน้อยมาที่นี่เพื่อตามหาพ่อจริงๆเหรอ?

หนูน้อยรู้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน?

เด็กหญิงตัวน้อยชี้นิ้วเล็กๆที่ขาวและนุ่มนวลไปที่ประตูบาร์ กระพริบตาและพูดว่า "ป๊ะป๋าหนูอยู่ข้างในนั้น"

ยามรักษาความปลอดภัยรู้สึกว่าหนูน้อยน่ารักมาก ใบหน้าเล็กๆที่เหมือนหยกแกะสลักอย่างประณีตนั้น รวมถึงเสียงที่ยังไม่หย่านมน่ารักนั้น ทําให้หัวใจที่หยาบกระด้างของเขากลายเป็นอ่อนโยน ถ้าไม่ใช่เพราะหนูน้อยมีพ่อ เขาคงอยากลักพาตัวกลับไปเลี้ยงที่บ้านของตัวเองจริงๆ

"หนูแน่ใจนะว่าพ่อหนูอยู่ในนั้น อยากให้ลุงพาหนูเข้าไปหาไหม"

เด็กหญิงตัวน้อยกำลังจะตกลง แต่เมื่อเห็นประตูบาร์ถูกผลักเปิดออกและชายขี้เมาคนหนึ่งเกาหัวเดินออกไป หนูน้อยก็จำได้อย่างรวดเร็วว่านี่คือคนที่หนูน้อยกำลังมองหา...ซูเชิ่งจิ่ง

## เรื่องใหม่มาแล้ว รับรองสนุกไม่แพ้ หนูน้อยเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ

"ขอบคุณลุง ป๊ะป๋าออกมาแล้ว"

ยามรักษาความปลอดภัยเหลือบมองชายคนนั้นด้วยสีหน้าซับซ้อนอย่างมาก "ไม่จริง ไอ้สวะนั่นเป็นพ่อของหนูเหรอ"

ซูจิ่วก็อยากจะถามเหมือนกันว่าชายคนนี้เป็นพ่อของหนูน้อยจริงเหรอ?

เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นลุงอ้วน

ซูจิ่วเป็นคนที่ค่อนข้างรักความสะอาด เด็กน้อยมองไปที่ "ลุงอ้วนวัยกลางคน" ที่กำลังเดินไปทางของตัวเองด้วยสีหน้ารังเกียจ

ซูจิ่ว เธออายุสิบแปดปี ทั้งสูงและหน้าตาดี คาดไม่ถึงว่าจะถูกฟ้าผ่าตายตอนได้รับการส่งตัวไปเรียนยังมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีน พอตื่นมาก็พบว่าตัวเองเข้าไปอยู่ในนิยายที่เธออ่านตอนว่างๆ เบื่อๆ ชื่อ "รักร้อนCEOเผด็จการ"

และกลายเป็นนางรอง ซูจิ่ว ที่มีชื่อและนามสกุลเดียวกันกับเธอ ตามเนื้อเรื่องปกติของนวนิยายของบอสจอมเผด็จการนี้ เมื่อนางรองนี้โตขึ้น นางจะแข่งขันกับตัวเอกหญิงแย่งตัวเอกชาย และทำเรื่องชั่วทุกประเภท สุดท้ายชีวิตของเธอก็ไม่จบด้วยดี

ปัจจุบันตัวเธอเองได้กลายเป็นนางรอง ซึ่งเมื่อตอนที่นางรองยังเป็นเด็ก นางได้ถูกทอดทิ้งในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่แรกเกิด และนางก็มีเล่ห์กลมากมายตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ต่อมานางถูกรับอุปการะจากพ่อแม่บุญธรรมซึ่งเป็นพ่อแม่ของนางเอก ในขณะที่นางรองได้แบ่งปันความรักของนางเอก นางก็พยายามทำร้ายอีกฝ่ายทุกวิถีทาง

เมื่อโตขึ้น นางรองก็ได้บังเอิญรู้ว่าใครเป็นพ่อแม่โดยกำเนิดของตัวเอง แต่นางถูกแม่แท้ๆ ทอดทิ้งอย่างไร้ความปราณีในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และนางจึงเก็บความแค้นไว้ เมื่อพ่อแท้ๆ ของนางไร้ความสามารถและทักษะ ทำให้นางรู้สึกขายหน้า นางจึงไม่ยอมรับพ่อแม่ของตนเอง และยิ่งหวาดระแวงต้องการครอบครองพ่อแม่นางเอกและพระเอกมากยิ่งขึ้น…

ซูจิ่วคิดว่าถ้านางต้องการอยู่ในโลกนี้ นางไม่ควรเดินตามเนื้อเรื่องของนวนิยายและเข้าไปพัวพันกับนางเอก

ดังนั้น นางจึงยอมรับความจริงที่ตนเองเข้ามาอยู่ในหนังสืออย่างรวดเร็ว และก่อนที่พ่อแม่บุญธรรมของนางเอกจะไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อรับเลี้ยงตัวนางเอง นางจึงมาพบกับพ่อก่อน

พ่อแท้ๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยก็คือ ซูเชิ่งจิ่ง

เดิมเขาเป็นดารา เมื่อตอนที่เขาเป็นที่นิยมอย่างมาก ในงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อธุรกิจ มีคนได้เพิ่มส่วนผสมบางอย่างลงในไวน์ เขาเข้าไปในห้องพักด้วยความงุนงง พอดีมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามา และทุกอย่างก็เกิดขึ้น

เมื่อทารกในครรภ์อายุสามหรือสี่เดือน แม่แท้ๆ ของทารกก็รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์และต้องการจะกำจัดออกไป แต่หมอบอกว่า ตัวนางเองมีร่างกายที่พิเศษ ถ้าหากทำแท้งแล้ว นางอาจจะไม่สามารถที่จะให้กำเนิดบุตรได้อีก นางจึงทำได้แต่คลอดทารกออกมาเท่านั้น

—------------------------------------------------------------------------------

(拖油瓶 ขวดน้ำมัน สแลงภาษาจีน หมายถึง ลูกที่ติดแม่มา ในสมัยโบราณ ภัยพิบัติทางธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้นเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้เกิดการพลัดพรากกันเป็นจำนวนมาก และโดยทั่วไปภูมิหลังทางครอบครัวของคนยุคโบราณก็ไม่ค่อยดีนัก หญิงม่ายแต่งงานใหม่เป็นเรื่องปกติ และเมื่อลูกของหญิงม่ายมีข้อบกพร่องสักสองสามอย่าง พวกเขาก็มักจะตำหนิตระกูลของสามีเก่า เพื่อหลีกเลี่ยงจากการเข้าไปพัวพันดังกล่าว สามีของหญิงม่ายจึงขอให้ใครสักคนเขียนบันทึกเมื่อแต่งงานกับหญิงม่าย ให้ระบุว่าลูกของอดีตสามีป่วยเมื่อพวกเขามาถึง และอุบัติเหตุใดๆ ในอนาคตจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสามีใหม่ ดังนั้น ผู้คนจึงเรียกบุตรของหญิงที่แต่งงานใหม่ว่า "ป่วยเรื้อรัง" เนื่องจากการออกเสียงที่คล้ายกันของ "拖有病(ป่วยเรื้อรัง)" และ "拖油瓶(ขวดน้ำมัน)" ต่อมาพวกเขาจึงถูกเรียกว่า "ขวดน้ำมัน")

จบบทที่ บทที่ 1 ไอ้สวะนั่นเป็นพ่อหนูเหรอ

คัดลอกลิงก์แล้ว