เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 882 ปัญหาร้ายแรง

ตอนที่ 882 ปัญหาร้ายแรง

ตอนที่ 882 ปัญหาร้ายแรง


บรรยากาศในทวีปกวงหมิงอยู่ในสภาพตึงเครียด  จำนวนเรือรบในท้องฟ้ามีเพิ่มขึ้น เรือรบทั้งหมดมีทุกประเภททุกสัญลักษณ์นับว่าเปิดหูเปิดตาให้ถังเทียน แม้แต่เรือสินค้าและเรือขนส่งก็ยังเต็มไปด้วยผู้คนในแต่ละลำจะมีคนที่มีแววตาน่ากลัว จากเท่าที่เห็น เขารู้ว่าพวกนั้นเป็นคนที่แข็งแกร่งทรงพลังทั้งนั้น

“สถานการณ์เลวร้ายมาก กองทัพของคอลลินถูกทำลายและเราไม่สามารถหยุดการฟื้นฟูของแดนบาปได้อีกต่อไป พวกเขาเกลียดชังต่อวิหารกวงหมิงอย่างลึกซึ้งถึงสายเลือด การเดินหน้าเข้าสู้กับสัมพันธมิตรใต้ก็ไม่ราบรื่น  กล่าวกันว่าคำร้องขอเสริมกำลังของโกวเฉิงเวิ่นเต้ากองเป็นปัญหาอยู่บนโต๊ะของพวกเขา แต่ตอนนี้เหตุการณ์ที่วิกฤติที่สุดสำหรับวิหารก็คือที่ทวีปเว่ยเย่กวนกองทัพใหญ่จากทวีปแดนเถื่อนปรากฏอยู่ชายทวีปเว่ยเย่กวน ขนาดของกองทัพยิ่งใหญ่อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน  เมื่อวิหารได้รับทราบข่าว  ผู้อาวุโสทุกคนถึงกับแตกตื่น”

ขณะที่เมลิซซากำลังพูดนางไม่ยอมมองถังเทียน และพยายามปิดบังอาการตกใจในใจนาง

ในช่วงเวลาที่วิกฤติเช่นนั้นเป็นเรื่องบังเอิญมากเกินไปที่ทวีปแดนเถื่อนสามารถสร้างกองทัพได้ นางคิดถึงสตรีที่ชื่อเชียนฮุ่ยซึ่งถังเทียนพูดถึง  ‘นางมาจากทวีปแดนเถื่อนไม่ใช่หรือ?’

ปู่ของนางตัดสินใจเข้าร่วมกับถังเทียนทำให้นางมักกังวลใจเสมอ ในใจนางพลังของวิหารยากจะหยั่งเหมือนกับมหาสมุทรเหมือนป้อมปราการที่โดดเด่นสง่างามน่าพิศวง แม้ว่าถังเทียนจะทรงอานุภาพมากมีพลังที่โดดเด่นและมีทหารที่แข็งแกร่งภายใต้บังคับบัญชาของเขา  และมีสัมพันธมิตรใต้อยู่เบื้องหลังเขา แต่สำหรับนางความสูงส่งของพลังเป็นโลกที่แยกจากวิหาร

‘ทำไมปู่ถึงเลือกถังเทียน?’

เมื่อนางได้รับทราบข้อมูลอย่างสมบูรณ์ ในที่สุดนางก็ตระหนักว่าถังเทียนมีอำนาจอิทธิพลเหนือทวีปแดนเถื่อน!  และแดนบาปที่ฟื้นคืนจากความตายก็ยังอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาทำให้นางตกตะลึง

ความกังวลใจของนางลดลงโดยไม่รู้ตัว  บุรุษคนหนึ่งทรงไว้ซึ่งสถานะผู้นำของสัมพันธมิตรใต้ไม่มีอะไรจะต้านวิหารได้ แต่พอเพิ่มทวีปแดนเถื่อนและแดนบาปเข้ามาถ่วงดุล แม้แต่เมลิซซาก็ต้องยอมรับว่าถังเทียนมีคุณสมบัติพอสู้กับวิหารได้

เมื่อระฆังศักดิ์สิทธิ์ดังขึ้น  นางพอจะคาดเดาในใจได้ว่าอาจจะเป็นถังเทียนที่เป็นคนบีบบังคับให้วิหารกวงหมิงเข้ามุม  แต่นางตระหนักว่านางยังประเมินถังเทียนต่ำไป

‘บีบเข้ามุมน่ะหรือ? เป็นการบังคับวิหารให้เข้าสู่ประตูมรณะ!’

‘มิน่าเล่าวิหารถึงต้องลั่นระฆังศักดิ์สิทธิ์!’

แม้วิหารจะไม่สามารถต้านรับการโจมตีสามทางได้  ไม่ว่าจะเป็นแดนบาป หรือทวีปแดนเถื่อนพวกเขาทั้งหมดตั้งใจเอามีดจ่อคอวิหาร

“ระฆังศักดิ์สิทธิ์ดังขึ้นเพราะประมุขผู้อาวุโสลั่นระฆังเอง  เพราะสถานการณ์เปลี่ยนเป็นสภาพเลวร้าย ประมุขผู้อาวุโสไม่สามารถปิดประตูฝึกฝนต่อไป  ดังนั้นจึงต้องออกมาสั่งการเอง”  เมลิซซากล่าว “ตระกูลชั้นสูงทั้งหมดในทวีปกวงหมิงถูกเรียกระดม  และทวีปกวงหมิงจะเริ่มเข้าสู่สภาวะสงคราม สินค้าทั้งหมดในตลาดจะขึ้นราคามากกว่าเดิมถึงห้าเท่า”

ถังเทียนค่อนข้างตื่นเต้น  “ฟังดูเหมือนโกลาหลเลยนะ”

“มากเชียวละ” จากนั้นเมลิซซาเรียกพนักงานคุ้มกันให้นำหีบเข้ามา  ภายในหีบมีหน้ากากโลหะและนางโยนให้ถังเทียนชิ้นหนึ่ง

ถังเทียนกวาดมือตามปกติรับหน้ากากไว้  ดูเหมือนเป็นหน้ากากอย่างง่ายๆไม่ได้ออกแบบซับซ้อน มันสร้างขึ้นจากเหล็กชิ้นเดียวมันวาวเผยให้เห็นแต่ดวงตาของผู้ใช้

“ทุกคนจะรับไปคนละหนึ่งใบ”  เมลิซซาให้ทุกคนสวมหน้ากาก  จากนั้นอธิบายต่อ  “ตอนนี้วิหารมีความกังวลมาก  ดังนั้นเราจำเป็นต้องระมัดระวังเต็มที่ อย่าดูถูกการรวบรวมข่าวกรองของวิหาร เป็นแต่ว่าพวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับพวกเจ้าในก่อนหน้านี้  เมื่อพวกเขาเห็นว่าพวกเจ้ามีความสำคัญ  ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับพวกเจ้าจะไปถึงมือทางวิหารอย่างรวดเร็ว  วิหารจะไม่ตรวจกองทัพของทุกตระกูล  แต่เราไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้  ตัวอย่างเช่น จี๋เจ๋อ!  ดาบพิศวงของเจ้าโดดเด่นแตกต่างมากเกินไปเจ้าต้องเก็บไว้”

จี๋เจ๋อพยักหน้าและเก็บดาบพิศวงไว้  เขารู้ว่าดาบพิศวงของเขาสะดุดตาเกินไป

“สถานะของเจ้าตอนนี้จะเป็นองครักษ์ภายในของกลุ่มการค้าเมซฟิลด์เรียกว่ากองพลหน้ากากเหล็ก”  เมลิซซากล่าวต่อ  “ที่เหลือก็ง่ายมากองค์กรการค้าทุกองค์กรล้วนมีกองพลหน้ากากเหล็กซึ่งไม่ค่อยเปิดเผยตัวเอง  ดังนั้นไม่มีความจำเป็นต้องเปิดเผยตัว  ตราบใดที่ไม่มีใครเปิดเผยตัวเองก็น่าจะค่อนข้างปลอดภัย แต่ให้ระมัดระวังกองพลอื่นให้ดี”

“ต้องระวังกองทัพอื่นด้วยหรือ?”  ถังเทียนประหลาดใจ  “พวกเขาจะหาเรื่องเราหรือ?”

เมลิซซาฝืนยิ้ม “เป็นเรื่องง่ายที่อาจเกิดเรื่องขึ้นเมื่อมีกองทัพหลายหน่วยมารวมตัวกัน  นอกจากนี้ตระกูลต่างๆทั้งหมดมีทั้งสู้โดยเปิดเผยและสู้แบบซ่อนเร้นปิดบังตัวดังนั้นใครจะยอมเปิดเผยไม้เด็ดของพวกเขากันเล่า? ตอนนี้พวกเขามีโอกาสและเป็นธรรมดาที่พวกเขาต้องการพิสูจน์ตัวเอง  แต่ไม่มีความจำเป็นต้องกังวลมากเกินไป  ชนะหรือแพ้ไม่สำคัญ ที่สำคัญยิ่งกว่าอย่าปล่อยให้อารมณ์ครอบงำสามัญสำนึกของพวกเจ้า  ถึงตอนนั้น เราจะตกอยู่ในความลำบากอย่างแท้จริง”

ถังเทียนตบอกและพูดด้วยความมั่นใจ  “สบายใจได้, เราไม่แพ้แน่นอนและไม่ต้องให้เจ้าเสียหน้าอย่างแน่นอน!”

เมลิซซาเกือบพูดออกไปแล้ว‘ไม่เป็นไร,  ข้ายอมเสียหน้า...’

สิ่งที่นางกังวลที่สุดก็คือถังเทียนและกลุ่มของเขาจะไม่ยอมอดกลั้นและฆ่ากองทัพของศัตรู!  นั่นจะกลายเป็นเรื่องลำบากอย่างแท้จริง!

ทันใดนั้นเมลิซซามีความรู้สึกรุนแรงว่าการเดินทางคงจะไม่ราบรื่นแน่นอน

แต่นางไม่รู้จะทำยังไงถังเทียนและเชียนฮุ่ยพบตำแหน่งว่าอยู่ในทวีปเซียน ทวีปเซียนคือเมืองหลวงของทวีปกวงหมิง และเพราะความดำรงอยู่ของวิหารกวงหมิงจึงได้รับการยกย่องว่าทวีปเซียน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของวิหาร เป็นที่ตั้งของตำหนักกวงหมิง วิหารเซียนอยู่ในพื้นที่ใจกลางของทวีปกวงหมิงและเป็นทวีปที่รุ่งเรืองที่สุดของทวีปกวงหมิง  ตราบใดที่องค์กรการค้าใหญ่เพียงพอหรือตระกูลที่มีศักดิ์ฐานะใหญ่ ล้วนตั้งอยู่ในทวีปเซียนทั้งนั้น

ทันใดนั้นถังเทียนคิดถึงปัญหาหนึ่งได้ทันที  “เดี๋ยวก่อน, กองทัพทั้งหมดนี้จะไปทวีปเซียนใช่ไหม?”

“ถูกแล้ว”เมลิซซาพยักหน้า  “ตำหนักอยู่ในทวีปเซียนและมีแต่เพียงทวีปเซียนจึงจะมีกองทัพมากมาย”

ถังเทียนตะลึงงง

เมลิซซาตกใจจากที่เห็นสีหน้าของถังเทียนจึงถามเบาๆ“มีบางอย่างผิดปกติหรือ?”

ถังเทียนร้องไห้ไม่มีน้ำตา ในที่สุดเขาก็มีความรู้สึกเหมือนกับทุ่มหินใส่เท้าตัวเอง  ตามแผนการเดิมของพวกเขา เมื่อทวีปกวงหมิงถูกไฟสงครามรุมล้อมกำลังทหารของวิหารจะตึงเครียด และจะเกิดความวุ่นน่ากลัวมีการระดมพลเข้าสู่สมรภูมิ  เพียงแค่นั้นวิหารจะว่างเปล่าทำให้ถังเทียนได้โอกาสเข้าโจมตีพวกเขา

ไม่มีปัญหากับแผน แต่ไม่มีใครคาดว่าประมุขผู้อาวุโสจะลั่นระฆังศักดิ์สิทธิ์

กองทัพจากตระกูลต่างๆจะมารวมกันทั้งหมดที่ทวีปเซียน ถังเทียนและพวกเขาได้คิดแผนทุกอย่างกับการเผชิญทวีปเซียนที่ว่างเปล่า แต่กลับกลายเป็นว่ากำลังคนในทวีปเซียนจะกลายเป็นแข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว

‘นั่นหมายความว่าแผนการสลายหายไปไม่ใช่หรือ?  เหมือนจะเป็นอย่างนั้น...’

ในที่สุดถังเทียนก็รู้สึกตัว‘ทำไมข้าถึงได้รู้ตัวช้านัก?  ก็ได้ดูเหมือนว่านี่เป็นเรื่องธรรมดามาก’ เห็นได้ชัดว่าถังเทียนตัดสินใจโยนปัญหาทิ้งไปจากใจ  ‘ยังไงก็ตามยิ่งข้าพบเชียนฮุ่ยได้เร็ว ข้าจะปล่อยให้นางคิด’

‘ข้าจะทำแค่นั้น’

หลังจากคิดดูแล้ว  ถังเทียนเริ่มไตร่ตรองถึงคำพูดเมลิซซา  ‘นางพูดถูก  ถ้าเรามีส่วนร่วมขัดแย้ง สถานะของเราจะต้องถูกเปิดเผยและเราก็แค่รอถูกทุบเละเท่านั้น’  แม้ว่าถังเทียนจะมั่นใจในพลังของตัวเองมากมายก็ตาม  แต่เขาไม่ใช่คนโง่  เขารู้ว่าการสุมหัวและทุบฝ่ายอื่นเป็นความรู้สึกน่าพอใจแต่เขาไม่ต้องการพบกับเหตุการณ์ที่เป็นฝ่ายถูกกลั่นแกล้ง

‘ข้าจะดูแย่ไม่ได้เมื่อตอนพบกับเชียนฮุ่ย’  นั่นเป็นความคิดแรกที่ถังเทียนมี แต่เขารู้สึกได้ทันทีว่าเป็นเรื่องสมควรคิดเช่นนั้น  ‘ข้าไม่ได้พบเชียนฮุ่ยมาหลายปีแล้วจะปล่อยให้นางเห็นข้าถูกคนอื่นสุมหัวเล่นงานข้าได้ยังไงกัน’

‘นั่นจะต้องเป็นเรื่องน่าอายมาก!’  ถังเทียนรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่แย่ยิ่งกว่าตายและไม่อาจยอมรับได้

‘นอกจากนี้ เป็นเวลาที่จะกลับไปพบกับเชียนฮุ่ย ข้าจะเสียเวลาต่อสู้กับคนอื่นได้อย่างไร? อย่างน้อยที่สุดเราสามารถสู้ได้หลังจากยินดีกับการพบนางแล้ว’

‘เดี๋ยวก่อน!’

หน้าถังเทียนเปลี่ยน  เขาคิดถึงปัญหาสำคัญอื่นได้อีก  ‘ขณะนั้นเชียนฮุ่ยกับข้าจะใกล้ชิดกันได้ยังไง?’

‘เอ่, ทำไมหัวใจข้าเต้นเร็วนักนะ? เอ่, ทำไมมือข้าถึงมีเหงื่อออก? โธ่, ข้าคิดคำตอบไม่ออกเลย ทำไมข้าถึงคิดคำตอบไม่ออก!  โธ่เว้ย!  ข้ากังวลมากเกินไป   แล้วข้าจะทำยังไงดี?’

เมื่อเมลิซซาเห็นถังเทียนคิดลึงซึ้งอยู่เบื้องหลังหน้ากาก  ในที่สุดนางถอนหายใจโล่งอก  ‘ดูเหมือนเขาจะตระหนักได้ถึงความรุนแรงของปัญหา  เขารู้ถึงผลที่จะตามมา  ถ้าพวกเขาเปิดเผยสถานะตนเอง  ในเมื่อเป็นเช่นนั้น  เขาจะต้องรักษาเอาไว้อย่างจริงจัง’ ตราบใดที่ถังเทียนให้ความสำคัญอย่างจริงจัง  เมลิซซาเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ  เพราะนางรู้ว่าเขาน่ากลัวเพียงไหน

ขณะนั้นจอห์นสันสังเกตสถานณ์เบื้องหลังนั้น  เรือรบลำหนึ่งเร่งความเร็วเข้ามาหาพวกเขา

อีกฝ่ายหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเห็นได้ชัดว่าตรงมาทางพวกเขา

จอห์นสันสายตาดีและสามารถเห็นได้ดี เมื่อเห็นตราสัญลักษณ์บนเรือรบอีกฝ่ายหนึ่ง สีหน้าของเขาเปลี่ยน  “คุณหนู นั่นคือเรือไร้เทียมทานของกลุ่มการค้าอลิซาเบธ!”

หน้าของเมลิซซาเขียวคล้ำทันที ที่ข้างนางสมาชิกอื่นทุกคนของกลุ่มการค้าเมซฟิลด์มีท่าทีไม่พอใจ กลุ่มการค้าอลิซาเบธเป็นไม้เบื่อไม้เมากับกลุ่มการค้าเมซฟิลด์  ทั้งสองฝ่ายเป็นเหมือนน้ำกับไฟมาหลายปีแล้ว  กลุ่มการค้าอลิซเบธข่มกลุ่มการค้าเมซฟิลด์  พวกเขาข่มเหงกลุ่มการค้าเมซฟิลด์ในทุกด้าน  ทำให้กลุ่มการค้าเมซฟิลด์ตกต่ำลงทุกวัน  นอกจากการรับช่วงที่เป็นของตนเอง  เงาของกลุ่มการค้าอลิซเบธสามารถพบเห็นได้ทุกที่

สมาชิกทุกคนที่อยู่ในกลุ่มการค้าเมซฟิลดิ์รู้ว่ากลุ่มการค้าอลิซเบธมีความทะเยอทะยานคิดจะยึดกลุ่มการค้าเมซฟิลด์

ระยะห่างระหว่างสองฝ่ายใกล้เข้ามา  ขณะที่เรือไร้เทียมทานมีขนาดขยายใหญ่ขึ้นทุกที  ทำให้หน้าของเมลิซซาเขียว เรือไร้เทียมทานเป็นเรือรบที่แข็งแกร่งที่สุดของกลุ่มการค้าอลิซเบธและเป็นเรือชั้นทอง วิหารกวงหมิงไม่เข้มงวดในการควบคุมกองทัพ และทุกตระกูลและกลุ่มธุรกิจได้รับอนุญาตให้สร้างกองทัพของตนเอง  แต่เกี่ยวกับเรือรบ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือรบชั้นทองเป็นเรือรบที่ทรงพลังมากมีการควบคุมอย่างเข้มงวด

เฉพาะบ้านที่ได้รับการยอมรับจากวิหารกวงหมิงจึงมีคุณสมบัติมีเรือรบชั้นทองเป็นของตนเอง   เพราะพวกนั้นไม่ได้รับการยอมรับจากวิหาร  ถ้าพวกเขาซื้อหรือสร้างเรือรบระดับทองพวกเขาจะถูกลงโทษ

เมลิซซาจ้องมองเรือรบไร้เทียมทานที่กำลังเข้ามาใกล้โดยไม่เกรงใจ  ในอดีตกลุ่มการค้าเมซฟิลด์ก็มีเรือรบชั้นทอง

เพียงแต่หลังจากธุรกิจพวกเขาประสบความยุ่งยากพวกเขาไม่มีทางเลือกได้แต่ปล่อยให้เรือรบชั้นทองหลุดมือไป

นั่นคือความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุดของเมลิซซา  ในวันนั้นที่ปู่ผู้ใจดีของนางดูเหมือนจะอายุเพิ่มขึ้นเป็นสิบๆ ปีในคืนเดียว

เมลิซซารู้ว่าหายนะที่กลุ่มการค้าเมซฟิลด์ประสบจะต้องเกี่ยวข้องกับกลุ่มการค้าอลิซาเบธ

“แย่จริง!  พวกเขายังไม่ชะลอความเร็วลงเลย!”  จอห์นสันสีหน้าเปลี่ยน

เรือรบไร้เทียมทานเข้ามาใกล้มาก  แต่ดูเหมือนไม่ตั้งใจจะลดความเร็วลงทำให้มีความรู้สึกเหมือนกับภูเขาใหญ่ร่วงลงมาหาพวกเขา

เงาที่เกิดจากเรือลำขนาดใหญ่คลุมไปทั้งเรือสินค้าขนาดเล็ก

จบบทที่ ตอนที่ 882 ปัญหาร้ายแรง

คัดลอกลิงก์แล้ว