เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 878 เรือรบไร้เทียมทาน

ตอนที่ 878 เรือรบไร้เทียมทาน

ตอนที่ 878 เรือรบไร้เทียมทาน


ความสนใจของเนี่ยชิวไม่เคยหย่อนยาน เขาเกิดมาตาบอดแต่มีสัมผัสความรู้สึกที่คมชัด ความผันผวนและความเปลี่ยนแปลงของพลังเล็กน้อยเขาสามารถรับรู้ได้  สำหรับเขา โลกมืดไม่เคยหม่นหมอง  เป็นที่อุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยความลึกลับนับไม่ถ้วน

มันคือโลกของเขา

เมื่อเรือรบศัตรูแยกกันออกไปเหมือนนก  เขาเข้าใจทันทีว่าขุนพลฝ่ายศัตรูพยายามจะทำอะไร

“ระวังให้ดี  ศัตรูต้องการสู้ระยะประชิดกับเรา”  เนี่ยชิวเตือน “หลังจากศัตรูแยกกำลังกันประจำที่แล้ว พวกเขาจะโจมตีเราจากทุกตำแหน่ง!”

“เข้าใจแล้ว”  หานปิงหนิงตอบรับโดยตรง

อาโมรี่แค่นเสียง  “พวกเขาดูถูกพลังรุกของเราจริงๆ”

คนอื่นๆ ก็แค่นเสียงว่าเช่นกัน  ในช่วงเวลาที่พวกเขาใช้ในการฝึกฝน พวกเขาคุ้นเคยมากกับพลังรุกของเรือรบรังสีกัมปนาท ถ้าจะกล่าวกันว่าระบบป้องกันที่เซรีนและลั่วซือสร้างขึ้นมาไม่น่าเชื่อถือ อย่างนั้นระบบรุกที่พวกเขาทำย่อมคุ้มค่าอย่างแน่นอน  และมันแข็งแกร่งมาก  ทวีปซางโจวพัฒนาอาวุธเรือรบนั่นผ่านการทดสอบมาแล้ว นอกจากนี้โลหะพิเศษที่ปรับสร้างขึ้นโดยเมืองสามวิญญาณ  และสมบัติดวงดาวที่ใช้กับอาวุธเรือรบเป็นระดับที่ไม่เคยปรากฏมีมาก่อน

แม้แต่ช่างฝีมือท้องถิ่นของดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์ก็ยังรู้สึกกลัวไม่กล้าวิจารณ์อาวุธเรือรบที่ทรงพลัง

หลังจากผ่านการฝึกฝนขัดเกลาในแดนบาป  หน่วยสุญญตามีประสบการณ์การสู้รบอย่างทหารบก แม้ว่าพวกเขาจะกังวลเนื่องจากวิถีการต่อสู้แบบใหม่ แต่ลูกไฟสองลูกที่ยิงทำลายเรือรบศัตรูสองลำทำให้พวกเขารู้สึกตัว   นี่คือความแตกต่างระหว่างทหารผ่านศึกกับทหารเกณฑ์ใหม่ ทหารผ่านศึกแข็งแกร่งมีความสามารถประเมินตนเองได้เข้าใจคุณภาพของสภาพจิตใจในการสู้รบ

“ตอนนี้เราจะเริ่มแบ่งเป้าหมายกัน”  เนี่ยชิวพูดอย่างรวดเร็ว

ทุกคนที่หยอกล้อและหัวเราะกันกระจายหายไปทันที  เรือรบเงียบสงัด แม้แต่เข็มตกก็ยังได้ยิน  เนี่ยชิวไม่พูดเสียงดัง  แต่เสียงของเขาสามารถได้ยินชัดเจนในทุกมุม

ทุกคนสลายยิ้มและเพ่งมองอย่างจริงจัง  เนื่องจากพวกเขาจำงานของตนเองได้

เนี่ยชิวลอยตัวอยู่ในกลางอากาศในท่านั่งขัดสมาธิ ตากลวงของเขาน่ากลัวดูเหมือนจะสามารถสังเกตการสมรภูมิจากที่ไกลได้ รังสีฆ่าฟันที่มองไม่เห็นเริ่มแผ่ขยายออกมาจากภายในเรือรบรังสีกัมปนาท ขณะที่อุณหภูมิเริ่มต่ำลง

หน้าของหานปิงหนิงเยือกเย็นเหมือนน้ำแข็งนางควบคุมเรือรบอย่างใจเย็น กระบี่แสงสีน้ำเงิน 36 สายลอยอยู่รอบตัวนาง  เหมือนฝูงปลาสีน้ำเงิน  นี่คืออาวุธเรือรบที่เซรีนออกแบบให้นางโดยเฉพาะกระบี่มังกรยะเยือก

อาโมรี่มีท่าทางกระตือรือร้น  ร่างของเขาโน้มไปข้างหน้าแขนทั้งสองข้างปล่อยห้อยลง แม้ว่าจะไม่มีอะไรในมือ แต่เขาดูเหมือนกับว่าเขากำลังถือดาบเล่มใหญ่  บนหลังของเขาเป็นแสงผนึกสีแดงคล้ายกับกรงเล็บหมีที่กระพริบอยู่เรื่อย นี่คืออาวุธอีกชิ้นหนึ่งที่เซรีนสร้างให้เขาเป็นพิเศษ ดาบปีศาจหมีใหญ่

ทั้งสองคนเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในหน่วยสุญญตาถึงขั้นที่พวกเขาสามารถอาศัยกำลังของพวกเขาเองควบคุมอาวุธเรือรบ  เพราะเพื่อประโยชน์ในการปลดปล่อยความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาเซรีนจึงทุ่มเทความคิดและความสามารถกับอาวุธเรือรบทั้งสอง องค์ประกอบหลักกระบี่มังกรน้ำแข็งเป็นสมบัติระดับทองจากกลุ่มดาวมังกรกระบี่มังกร ขณะที่องค์ประกอบหลักของดาบปีศาจหมีใหญ่ก็เป็นสมบัติดวงดาวระดับทองจากกลุ่มดาวหมีใหญ่ซึ่งก็คือขวานเล็บหมี

อาวุธเรือรบทั้งสองไม่ใช่มีความหมายอย่างอาวุธเรือรบธรรมดาต่อไปไม่เพียงแต่เซรีนใช้องค์ประกอบหลักเป็นสมบัติชั้นทอง แต่ยังเพิ่มสมบัติวิญญาณปรับแต่งเข้าไปด้วย  จึงทำให้น่ากลัวมาก  ด้วยพลังที่เกินกว่าใครจะคาดคิดจุดอ่อนประการเดียวก็คือไม่สามารถลดพลังโจมตีได้ทำให้หานปิงหนิงและอาโมรี่กลัวการใช้เต็มกำลังในเวลาฝึก

ในที่สุดพวกเขาก็สามารถปลดปล่อยทุกอย่างในสมรภูมิได้ อาโมรี่รู้สึกเหมือนกับว่าเขาท่วมท้นไปด้วยพลัง  ถ้าเป็นในอดีต เขาคงตื่นเต้นแหงนหน้าโห่ร้องอยากจะทะยานออกไปต่อสู้ใจจะขาด  แต่หลังจากผ่านการฝึกฝนในกองทัพมายาวนาน  เขาไม่ได้เอาแต่ใจหรือใจร้อนเหมือนในอดีต  เขาสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ในที่สุด

เขากำลังรอคำสั่ง

ทุกๆ รายละเอียดเล็กน้อยในสนามรบสะท้อนอยู่ในใจของเนี่ยชิวเหมือนกับน้ำใสในทะเลสาบ  เมื่อเรือรบลำแรกเข้ามาในวิถียิง  เขาไม่ตอบสนองแม้แต่น้อย  เพียงแต่หลังจากเรือรบลำที่สี่เข้ามาในแนวยิงของเรือรบรังสีกัมปนาท  เขาเงยหน้าเสียงของเขาเยือกเย็นมากเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันกึกก้องไปทั้งเรือ เหมือนกับสายฟ้าผ่าทั้งลำเรือ

“ฆ่า!”

สมาชิกหน่วยสุญญตาทั้งหมดผู้สะสมพลังรอลงมือโดยไม่ลังเล

คนแรกที่เคลื่อนไหวก็คืออาโมรี่  ผนึกแสงกรงเล็บหมีสีแดงข้างหลังเขาสว่างและแสงสีแดงนับไม่ถ้วนคลุมทั่วตัวของเขา แสงสีแดงเหมือนงูแดงตัวเล็กที่พลิกตัวร่วงจากตัวเขาลงบนฝ่ามือของเขา ฝ่ามือของอาโมรี่อยู่ในท่าเหมือนกับว่าเขากำลังถืออะไรบางอย่างที่เริ่มเรืองแสงตาของเขาจ้องมอง กล้ามเนื้อทั้งหมดในร่างของเขาเริ่มตึง ขณะที่เขาฟันมือลงทันทีด้วยฝ่ามือที่เรืองแสงสีแดง

ดาบมารพิฆาต!

ดาบแสงสีแดงยิงออกไปทันที

ก่อนที่ดาบแสงสีแดงจะบินออกจากเรือรบ รัศมีแสงระเบิดจากใต้เท้าของอาโมรี่เหมือนกับว่ามันพยายามจะกลืนเขา

แสงสีแดงฉานขยายเป็น 10 เท่าทันที  ภายในรังสีแดง จะมีร่างเงาปีศาจร้ายร่างหนึ่งปีศาจร้ายย่างเท้าไปข้างหน้า ก่อนที่มันจะย่างเท้าครบก้าว มันหายไปในทันที

เรือรบลำหนึ่งห่างออกไปสิบลี้มีแสงแพรวพราวทันที ขณะที่รังสีแดงฉานระเบิดขึ้นข้างหน้าพวกเขาโดยไม่มีเค้าลาง

แสงสีแดงจำนวนมากไม่มีที่สุดทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขาอยู่ในทะเลเลือด

‘นั่นมันพลังโจมตีอะไร?’

ทหารบนเรือรบทุกคนถูกความตกใจครอบงำ  ก่อนที่พวกเขาจะทันตั้งตัวเรือรบใต้เท้าของเขาก็สั่นอย่างรุนแรง เหมือนกับว่าพวกเขาชนกับภูเขา พลังที่รุนแรงถูกส่งเข้ามาทำให้เรือพวกเขาสูญเสียการควบคุมลำเรือและปลิวออกไปร่วงลงพื้นและกลิ้งไปทั้งหมด

“หนักแน่นเข้าไว้!”  ผู้บังคับการเรือรู้ว่าพวกเขาอยู่ในสถานการณ์อันตรายจึงคำรามเสียงดังลั่น เศษเรือแตกกระทบที่หน้าผากของเขา ทำให้เลือดไหลนองเต็มหน้าเขาทำให้เขามองดูน่ากลัว

ทหารที่แข็งแกร่งสองสามคนไม่สนใจความเจ็บปวดของตนเองและพยายามคลานกลับขึ้นมา

ผู้บังคับการเรือเช็ดเลือดที่หน้าและร้องตะโกน“ม่านพลังงาน!  เปิดการทำงานของม่านพลังงานเดี๋ยวนี้!”

ทหารคนหนึ่งมีสีหน้าแตกตื่นขณะที่เขาตอบด้วยเสียงสั่นสะท้าน  “ม่านพลังงาน.... ม่านพลังงานมีรอยแตก....”

“ซวยแล้ว!”  ผู้บังคับการเรือสบถ  หน้าของเขามีความหวาดผวา  แค่โจมตีเพียงครั้งเดียวแต่ม่านพลังก็มีรอยแตกเสียแล้ว นี่เป็นครั้งแรกของเขาที่เผชิญกับสถานการณ์เช่นนั้น

‘เรือรบชั้นสูงสุด... นี่คือพลังของเรือรบชั้นสูงสุดหรือ?’

‘พลังโจมตีของมันน่ากลัวเกินไป...’

ผู้บังคับการเรือไม่รู้ว่าพวกเขาพวกเขาสามารถเดินหน้าได้ต่อไป  แต่ขณะนั้นเองแม้แต่ความลังเลเล็กน้อยมีแต่จะเร่งให้พวกเขาตายเร็วขึ้น

“แล่นเข้าไป!  เร่งความเร็ว!  อย่าหยุด!”

ผู้บังคับการเรือคำรามลั่นทั้งลำเรือได้ยินกันทั่ว ทหารทั้งหมดหน้าซีดขาวและตัวสั่นตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า  พวกเขาเข้าไปในรัศมียิงของศัตรูแล้ว  และเป็นเหมือนกับแกะที่รอถูกเชือด  แล้วพวกเขาจะมีพลังตอบโต้ได้ยังไง  พวกเขาได้แต่ภาวนาในใจ  ภาวนาว่าพวกเขาจะสามารถผ่านช่วงนี้ไปได้

เสียงระเบิดด้านนอกดังต่อเนื่องเข้มข้นหนาแน่นจนทำให้หัวใจทุกคนเต้นสะท้านเร็ว

ผู้บังคับการเรือผู้กล้าหาญมองดูด้านนอกหน้าต่างของเขาและสิ่งที่เขาเห็น เขาจะไม่ลืมไปชั่วชีวิต

ปัง!

เสียงที่เกิดจากการยิงสิบครั้งซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกันเป็นเสียงที่ทุ้มต่ำแหวกอากาศเหมือนกับคนใช้ค้อนยักษ์หวดใส่หัวใจทุกคน หน้าของผู้บังคับการเรือตกตะลึง เขาสั่นและสีหน้าว่างเปล่า  เขามองดูแสงสิบสายถูกยิงออกมาจากเรือรบของศัตรูอย่างมึนงง  ประกายเพลิงแปลบปลาบสีแดงเหมือนกับดอกไม้แห่งความตาย  เรือรบขนาดเล็กปะทะกับพลังยิงโดยตรง และก่อนที่ซากหักพังของเรือรบจะสามารถบินออกไปได้  พวกมันก็ถูกเปลวเพลิงกลืนทั้งลำ

ผู้บังคับการเรือไม่เคยเห็นฉากภาพที่น่ากลัวอย่างนั้นมาก่อน  หน้าของเขาซีดขาวยิ่งกว่ากระดาษ

‘เรือรบชั้นสูงสุด...’ สายตาของเขาหันไปมองเรือรบรังสีกัมปนาท

แสงรังสีนับไม่ถ้วนยิงออกมาจากเรือรบรังสีกัมปนาท  ดูเหมือนกับเม่นที่ปกคลุมด้วยหนามแสง

กั๊ตและเคิร์ทมีสีหน้าเหมือนกัน  ถ้าจะบอกว่าเรือกลืนเมฆและเรือแสงเหนือที่ถูกทำลายเป็นการพิสูจน์ว่าเรือรบรังสีกัมนาทมีพลังโจมตีของเรือรบชั้นสูงสุดอย่างแท้จริง  อย่างนั้นพวกเขาได้พบกับตัวเองว่ามันทำให้พวกเขารู้ว่าเข้าใจผิดไปมากมายเพียงไหน

‘พลังโจมตีของเรือรบชั้นสูงสุด?  ไม่!’

แม้ว่าเคิร์ทและกั๊ตจะไม่เคยทำหน้าที่บนเรือรบชั้นสูงสุดมาก่อน แต่พวกเขายังมีความรู้เรื่องพลังโจมตีของมัน  เนื่องจากพวกเขาเคยเห็นพลังโจมตีของเรือรบชั้นสูงสุดมาแล้ว แต่มันไม่อาจเทียบได้กับสิ่งที่พวกเขาเห็นประจักษ์อยู่ข้างหน้านี้เลย

ฝนแสง วลีนี้ถูกนำมาใช้อธิบายถึงความรุนแรงของการโจมตีถี่  แต่คนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เห็นเรือรบรังสีกัมปนาทจึงจะรับรู้ความหมายที่แท้จริงของฝนแสง

มันบ้ามาก

สมรภูมิคลุมเต็มไปด้วยฝนแสงถึงขั้นที่เขาไม่สามารถเห็นเรือรบฝ่ายเขาได้   เห็นได้แต่แสงที่ระดมยิงเป็นสายฝน ไม่จะเรียกว่าฝนแสงอีกต่อไปไม่ได้ นั่นทะเลแสง

สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกไม่สามารถจินตนาการได้ก็คือพลังโจมตีที่น่ากลัวอย่างแท้จริงมาจากเรือลำเดียว นั่นคือเหตุผลให้เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่เรือรบที่มีพลังโจมตีระดับชั้นสูงสุดอีกต่อไป  เพราะไม่มีเรือรบระดับสูงสุดลำไหนสามารถยิงพลังที่น่ากลัวเช่นนั้นออกมาได้

‘ไม่มีอย่างแน่นอน!’

‘นี่ขัดกับมาตรฐานทั่วไปจริงๆ!’

ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเพิ่มจำนวนตำแหน่งประจำการรบและอาวุธเรือรบบนเรือ  แต่ไม่เคยมีใครทำอย่างนั้นมาก่อน

เพราะทหารไม่สามารถทนรับพลังได้

อาวุธเรือรบนั้นแข็งแกร่ง  ยิ่งสะสมพลังหนักเกินไปภาระหนักจะไปตกอยู่ที่ทหาร ไม่ใช่ว่าไม่มีอาวุธเรือรบที่แข็งแกร่ง  แต่พลังงานที่สะสมทหารสามารถรับได้สูงจนถึงจุดที่มันสามารถทำร้ายทหารผู้ใช้อาวุธจนบาดเจ็บไม่อาจกอบกู้ได้

แต่เรือรบลำนี้พลิกคว่ำองค์ความรู้ของเคิร์ท

พลังโจมตีของศัตรูทรงพลังเกินไปจากเท่าที่ดูเขาคาดว่าพวกเขาต้องมีทหารนับไม่ถ้วนที่สามารถทำเช่นนั้นได้  อาวุธเรือรบระดับนั้นปกติจะสร้างจากอาวุธเรือรบใหญ่ แต่พลังโจมตีทั้งหมดที่มาจากเรือรบรังสีกัมปนาทนั้นทรงพลังจริงๆ

‘พวกเขาจะต้องใช้ทหารเท่าใดกันแน่!  ต้องเป็นจำนวนที่น่าประหลาดแน่’

‘แต่ต่อให้เราใช้เรือรบชั้นสูงสุด เนื่องจากเป็นเรือรบมหึมา  ไม่น่าจะพอดีกับคนขนาดนั้น’

และสิ่งที่ทำให้เคิร์ทรู้สึกสิ้นหวังยิ่งขึ้นก็คือความถี่ของการโจมตีเรือของศัตรูที่พวกเขาสร้างขึ้นมา

เหมือนกับว่าพวกเขาไม่มีการหยุด  พลังโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับว่าไม่รู้จักเหนื่อยล้า

‘พวกเขาไม่รู้ว่าอาวุธเรือรบจะสร้างพลังงานที่สะท้อนใส่ทหารหรือ?

เคิร์ทรู้สึกงุนงงเหมือนอยู่ในดินแดนความฝัน  เขาไม่เคยเห็นอาวุธเรือรบแบบนั้นมาก่อน  เขาไม่เคยเห็นการโจมตีถี่ๆ แบบนั้นมาก่อนและไม่เคยเห็นทะเลแสงแบบนั้น

‘หวังว่านี่จะเป็นแค่ความฝัน’

“ไปไป ไป!” กั๊ตเหมือนสัตว์ป่าที่บ้าคลั่งน่ากลัว ที่ฝืนตัวเองอย่างสิ้นหวัง  เขาคำรามลั่น “นั่นคือไม้ตายของศัตรู ไม้ตายของพวกเขา! พวกเขาต้องมีจุดอ่อน!  เรือรบทุกลำมีจุดอ่อนทั้งนั้น! ลุยเข้าไป, ลุยจนกว่าเราชนะ!”

เรือรบทุกลำเดินหน้าอย่างบ้าคลั่งเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ พวกเขาบุกเข้าไปในทะเลแสง

จบบทที่ ตอนที่ 878 เรือรบไร้เทียมทาน

คัดลอกลิงก์แล้ว