เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 281 - สองเรากลับมาพบกัน

บทที่ 281 - สองเรากลับมาพบกัน

บทที่ 281 - สองเรากลับมาพบกัน


บทที่ 281 - สองเรากลับมาพบกัน

"อย่าไป!"

ลู่เฉิงยื่นมือจะไปคว้าตัวเจียงม่อลี่ตามสัญชาตญาณ แต่ก็คว้าได้แค่อากาศ

มือของเขาบาดเจ็บตอนปีนรั้วลวดหนามเหมือนกับเจียงเผิง นิ้วทุกนิ้วถูกพันด้วยผ้าก๊อซหนาเตอะ ทั้งใหญ่ทั้งบวมเป่ง อย่าว่าแต่จับมือเลย แค่งอนิ้วยังทำไม่ได้

พอมองมือของชายหนุ่ม หัวใจของเจียงม่อลี่ก็อ่อนยวบ ความโกรธเคืองใดๆ หายวับไปกับตา

เจียงเผิงเดินเข้าไปเบียดเฉียวเหวินจิ้งให้ถอยไปข้างๆ "พี่เขย พี่สาวผมเพิ่งนั่งรถมาจากหรงเฉิง ไม่กลับไปเร็วนักหรอกน่า"

ลู่เฉิงเพิ่งจะสังเกตเห็นการมีอยู่ของเฉียวเหวินจิ้ง "หมอเฉียว ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่?"

เฉียวเหวินจิ้งอดน้อยใจไม่ได้ "ได้ยินว่าคุณนอนโรงพยาบาลมาหลายวันไม่มีคนดูแล ฉันเลยตั้งใจมาดูแลคุณ แต่ในเมื่อสหายเจียงมาแล้ว งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ"

ลู่เฉิงเอ่ยปาก "ขอบคุณในน้ำใจครับ ไหนๆ คุณก็มาแล้ว รบกวนช่วยไปกรอกน้ำร้อนมาสักสองกระติกได้ไหมครับ"

เห็นผลไม้บนตู้ ก็บอกเฉียวเหวินจิ้งอีกว่า "รบกวนช่วยปอกแอปเปิ้ลสักสองลูกด้วยนะครับ"

ได้ยินลู่เฉิงไหว้วาน เฉียวเหวินจิ้งไม่โกรธเลยสักนิด กลับแอบดีใจด้วยซ้ำ

นี่แสดงว่าลู่เฉิงไว้ใจเธอ

เธอปรายตามองเจียงม่อลี่อย่างผู้ชนะ หิ้วกระติกน้ำเดินออกไปอย่างร่าเริง

เจียงเผิงไม่พอใจ "พี่เขย พี่สาวผมก็อยู่นี่ พี่จะไปเรียกคนนอกมาใช้ทำไม?"

"พี่สาวนายผิวพรรณบอบบาง ฉันตัดใจใช้เธอทำงานไม่ได้หรอก"

เฉียวเหวินจิ้งที่เพิ่งก้าวขาพ้นประตูแทบจะทำกระติกน้ำหลุดมือ "..."

นี่แปลว่าเธอหนังหนาหน้าด้าน สมควรทำงานหนักงั้นสิ?

เจียงเผิงยิ้มแก้มปริ "พี่เขยนี่รอบคอบจริงๆ"

ลู่เฉิงมองน้องเมีย "ไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือ รีบยกเก้าอี้ให้พี่สาวนายนั่งสิ"

"ครับผม!"

เจียงเผิงยกเก้าอี้ตัวที่เฉียวเหวินจิ้งเคยนั่งมาวางตรงหน้าเจียงม่อลี่ แถมยังใช้มือที่พันผ้าก๊อซเป็นมัมมี่ช่วยปัดฝุ่นให้อีก

"พี่ นั่งครับ"

พอเจียงม่อลี่นั่งลง เขาก็อ้างว่าง่วงนอนแล้วเดินออกจากห้อง พร้อมช่วยปิดประตูให้อย่างรู้ตางาน

แต่เขาก็ไม่ได้กลับไปนอนที่ห้องพักข้างๆ หรอกนะ ยืนเฝ้าเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่หน้าประตูนั่นแหละ กันไม่ให้เฉียวเหวินจิ้งทะเล่อทะล่าเข้าไปขัดจังหวะพี่สาวกับพี่เขย

ในห้องพักผู้ป่วย

ลู่เฉิงมองเจียงม่อลี่ตาไม่กะพริบ สายตาอ่อนโยนลึกซึ้ง ราวกับมองเท่าไหร่ก็ไม่พอ

"ม่อลี่ ผมนึกไม่ถึงเลยว่าคุณจะมา แผลผมไม่ได้เป็นอะไรมาก คุณอย่ากังวลเลยนะ"

มองใบหน้าที่ซูบตอบและซีดเซียวของชายหนุ่ม เจียงม่อลี่ใจอ่อนยวบยาบ แต่ปากก็ยังแกล้งแซว

"เสี่ยวเผิงโทรกลับไปบอกว่าคุณไม่ไหวแล้ว ให้ฉันรีบมาดูใจครั้งสุดท้าย"

"ไอ้เด็กนี่!"

ปากบ่นว่า แต่ในใจกลับดีใจแทบตาย

น้องเมียคนนี้ คบได้จริงๆ

"ม่อลี่ ขอโทษนะ ที่ทำให้คุณเป็นห่วง"

เจียงม่อลี่ตอบ "ห่วงก็ไม่ได้ห่วงเท่าไหร่หรอก แค่กังวลนิดหน่อยว่าถ้าคุณม่องเท่งไปจริงๆ จะฝังหรือจะเผาดี จะเอาไปไว้สุสานไหน แล้วถ้าฉันจะแต่งงานใหม่ต้องหาผู้ชายแบบไหนดี..."

ลู่เฉิงส่งเสียงฮึดฮัดขัดจังหวะ "เลิกคิดไปได้เลย ฝันกลางวันชัดๆ ผมอายุยืนจะตาย"

เจียงม่อลี่มองหน้าเขาโดยไม่พูดอะไร

ลู่เฉิงโดนมองจนเริ่มประหม่า "น่าเกลียดมากไหม ช่วงนี้ไม่ได้โกนหนวดเลย ผมก็ยาวแล้วด้วยสิ..."

เจียงม่อลี่พูดแทรกขึ้นมา "ดีจังที่คุณไม่เป็นไร"

พอได้รับโทรศัพท์จากเจียงเผิง เจียงม่อลี่ก็รีบซื้อตั๋วรถมาทันที

แม้ว่าในนิยายต้นฉบับ ลู่เฉิงจะทำภารกิจสำเร็จและได้เลื่อนยศเป็นผู้พัน

แต่การมาถึงและการแทรกแซงของเธอ ทำให้ชะตาชีวิตของหลายคนเปลี่ยนไป

ถึงแม้ว่าอีกไม่นานเธอจะต้องจากที่นี่ไป ต้องจากผู้ชายคนนี้ไป

แต่เธอก็อยากให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างดี เหมือนในนิยายต้นฉบับ มีชีวิตที่สว่างไสวดุจดวงตะวัน

ทนดูสภาพหนวดเครารุงรังของสามีไม่ไหว เจียงม่อลี่เลยบอกว่า "เดี๋ยวฉันโกนหนวดให้"

"ดีเลย!"

ลู่เฉิงดีใจเนื้อเต้น แทบอยากจะมีหางงอกออกมาส่ายดิกๆ

สบู่กับมีดโกนก็มีพร้อมอยู่แล้ว ตอนไปเยี่ยมญาติที่เมืองเมิ่งไห่ เจียงม่อลี่ก็เคยโกนให้เขาสองสามครั้ง ทำได้อย่างคล่องแคล่ว

นอกห้องพัก

เฉียวเหวินจิ้งกรอกน้ำเสร็จเดินกลับมา ก็โดนเจียงเผิงขวางไว้หน้าประตู "เอาตระติกน้ำมาให้ผม แล้วคุณกลับไปได้แล้ว"

เฉียวเหวินจิ้งตาโต "กระเป๋าฉันยังอยู่ข้างใน!"

เจียงเผิงยิงฟันยิ้ม นิ้วมือบวมเป่งชี้ไปที่พื้น "อยู่นั่นไง ผมเอาออกมาให้แล้ว ไม่ต้องขอบคุณนะ"

เฉียวเหวินจิ้งหยิบกระเป๋าบนพื้นขึ้นมาปัดฝุ่น แล้วเดินจากไปอย่างไม่สบอารมณ์

เจียงเผิงมองตามหลังแล้วแค่นเสียง หึ กล้ามายุ่งกับผู้ชายของพี่สาวเขา ไม่โดนต่อยก็ถือว่าเขาใจดีมากแล้ว!

สักพัก เว่ยฮุ่ยฮุ่ยก็หิ้วโจ๊กหมูที่ตักมาจากโรงอาหาร เตรียมจะเอาเข้าไปให้ลู่เฉิง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าโดนเจียงเผิงขวางไว้อีกตามเคย

"สหายเจียง คุณมาขวางฉันทำไมคะ?"

เจียงเผิงมองกล่องข้าวอลูมิเนียมในมือหล่อน "ถืออะไรมา?"

"นี่เป็นอาหารที่ท่านผู้บัญชาการสั่งให้เตรียมไว้สำหรับผู้พันลู่ค่ะ"

เจียงเผิงแบมือ "เอามาให้ผมก็พอ"

เว่ยฮุ่ยฮุ่ยไม่ยอมแน่

โจ๊กข้าวหอมใส่เนื้อหมูในกล่องนี้ เป็นสวัสดิการระดับผู้พันอย่างลู่เฉิงถึงจะมีสิทธิ์กิน ขืนโดนเจียงเผิงกินเข้าไป หล่อนจะเอาอะไรไปรายงาน?

"สหายเจียง กรุณาหลีกทางด้วยค่ะ อย่ามารบกวนการทำงานของฉัน!"

"ผมไปรบกวนอะไรคุณ ก็แค่เอาของมาให้ผม ผมเอาเข้าไปให้เองก็จบเรื่อง"

ในห้องพัก เจียงม่อลี่มองใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาไร้หนวดเคราของสามี รู้สึกสบายตากว่าเดิมเยอะ

ได้ยินเสียงทะเลาะกันแว่วๆ จากหน้าห้อง เธอวางมีดโกนลง หันไปเปิดประตู

"เสียงดังอะไรกัน?"

มองใบหน้าสวยหวานดุจดอกไม้ของเจียงม่อลี่ คำพูดของเว่ยฮุ่ยฮุ่ยก็จุกอยู่ที่คอ

เจียงเผิงชี้หน้าเว่ยฮุ่ยฮุ่ยฟ้องทันที "พยาบาลคนนี้หัวดื้อชะมัด บอกให้เอาของมาให้ผม ผมจะเอาเข้าไปให้ หล่อนก็ดันจะเข้าไปเองให้ได้"

เว่ยฮุ่ยฮุ่ยโกรธจนจะด่ากลับ แต่ถูกเจียงม่อลี่ขัดจังหวะ "อาหารเย็นเหรอ? เอาเข้ามาสิ"

เว่ยฮุ่ยฮุ่ยเดินตามเจียงม่อลี่เข้ามาในห้อง เห็นลู่เฉิงฟื้นแล้วก็รีบสอบถามอาการ พลางคิดในใจว่าญาติมานี่มีผลจริงๆ มาปุ๊บคนไข้ก็ฟื้นปั๊บ

คิดไปคิดมา มองไม่เห็นเฉียวเหวินจิ้งในห้องก็แปลกใจ

"ผู้พันลู่ ญาติคุณล่ะคะ?"

ลู่เฉิงพยักพเยิดหน้าไปทางเจียงม่อลี่ "ก็อยู่นั่นไง"

"มีธุระกับฉันเหรอ?"

สบตากับรอยยิ้มที่มีเลศนัยของเจียงม่อลี่ เว่ยฮุ่ยฮุ่ยตกใจ "คุณเป็นญาติผู้พันลู่? งั้นสหายเฉียวเขาเป็น..."

"เขาเป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่นน่ะ วันหลังถ้าโรงพยาบาลมีคนไข้ต้องการคนดูแล คุณไปตามหาเขาได้นะ"

พอออกมาจากห้องพัก เว่ยฮุ่ยฮุ่ยก็รีบวิ่งกลับไปที่เคาน์เตอร์พยาบาลเพื่อแชร์เรื่องเด็ดกับเพื่อน

"สหายเฉียวคนนั้นไม่ใช่ญาติผู้พันลู่ ญาติผู้พันลู่ตัวจริงอยู่ในห้องพักตอนนี้แหละ!"

"ญาติผู้พันลู่สวยไหม?"

นึกถึงใบหน้างดงามปานนางฟ้าของเจียงม่อลี่ เว่ยฮุ่ยฮุ่ยก็จำต้องยอมรับ "ก็สวยอยู่"

ในห้องพัก เจียงม่อลี่เอาน้ำร้อนลวกช้อน เตรียมจะยกกล่องข้าวป้อนลู่เฉิง แต่ลู่เฉิงกลับถามเธอว่า

"คุณกินหรือยัง?"

เจียงม่อลี่ตอบ "ฉันกินบนรถเสบียงมาแล้ว ยังไม่หิว"

ลู่เฉิงวางใจ สั่งต่อว่า "แบ่งโจ๊กให้เสี่ยวเผิงกินหน่อย ช่วงนี้เขาก็ลำบากมาเยอะ"

เจียงเผิงโดนกลิ่นหอมของโจ๊กหมูยั่วน้ำลายจนตาลายไปหมดแล้ว พอได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกว้างจนปากแทบฉีกถึงรูหู

"พี่เขยใจดีที่สุด ขอบคุณครับพี่เขย!"

ลู่เฉิงเริ่มเสียใจทันที

เจียงเผิงกับเขาเหมือนกัน มือพันผ้าก๊อซทั้งสองข้าง ถือช้อนกินเองไม่ได้

เจียงม่อลี่ป้อนเขาคำหนึ่ง ก็ต้องหันไปป้อนเจียงเผิงคำหนึ่ง

ลู่เฉิง: ไม่ปลื้มอย่างแรง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 281 - สองเรากลับมาพบกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว