- หน้าแรก
- ระบบสั่งให้ร้าย แต่ผู้ชายสั่งให้รัก
- บทที่ 40 - สมควรแล้วที่โดนบ้านผัวรังเกียจ
บทที่ 40 - สมควรแล้วที่โดนบ้านผัวรังเกียจ
บทที่ 40 - สมควรแล้วที่โดนบ้านผัวรังเกียจ
บทที่ 40 - สมควรแล้วที่โดนบ้านผัวรังเกียจ
"ม่อลี่ ตื่นได้แล้วลูก"
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เจียงม่อลี่ก็ถูกหลี่หงอิงปลุกให้ตื่น
พอลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าในกระจก
ใบหน้างดงามดั่งดอกบัว คิ้วโก่งดั่งภูเขาไกล ดวงตากลมโตใสกระจ่างดั่งน้ำในฤดูใบไม้ร่วง ริมฝีปากแดงระเรื่อน่าสัมผัส
ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง เธอตื่นเต็มตาเพราะความสวยของตัวเองแท้ๆ
อันที่จริงก็แค่เกล้าผมง่ายๆ เขียนคิ้วนิด ทาปากหน่อย ที่เหลือรอดมาได้ก็เพราะพื้นฐานหน้าตาดีล้วนๆ
หลี่หงอิงและบรรดาญาติๆ ที่มุงดูเจียงม่อลี่อยู่ ต่างพากันจ้องมองตาค้าง:
"อื้อหือ สวยจริงๆ"
"ฉันอยู่มาจนป่านนี้ ยังไม่เคยเห็นเจ้าสาวคนไหนสวยเท่าม่อลี่ของเรามาก่อนเลย"
"ดูผิวหน้านั่นสิ ขาวผ่องนวลเนียนเหมือนไข่ปอกใหม่ๆ"
"มิน่าล่ะถึงไปเตะตาท่านผู้นำเข้าให้ หน้าตาแบบนี้ผู้ชายคนไหนเห็นก็ต้องชอบทั้งนั้น"
ท่ามกลางเสียงชื่นชมเยินยอ เจียงม่อลี่บิดขี้เกียจอย่างสบายใจ พอรู้ว่ายังเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงกว่าขบวนรับตัวเจ้าสาวของบ้านลู่จะมาถึง เธอก็ไล่ตะเพิดทุกคนออกจากห้องอย่างไม่เกรงใจ แล้วล้มตัวลงนอนต่อเพื่อเก็บแต้มการนอน
แปดโมงครึ่ง ขบวนรับตัวเจ้าสาวก็แห่แหนมาถึงบ้านเจียงพร้อมเสียงฆ้องเสียงกลอง
งานนี้ไม่เพียงแต่อันฮุ่ยที่เป็นแม่สามีจะมาด้วย แม้แต่ลู่เต๋อเจาที่ไม่เคยโผล่หน้ามาเลยก็มาด้วยเช่นกัน เขาอยู่ในชุดทหารเต็มยศดูองอาจผ่าเผย ทำเอาเจียงต้าไห่ดีใจจนเนื้อเต้น
เดิมทีต้องมีพิธีบุกประตูและสวมรองเท้า แต่เนื่องจากลู่เฉิงที่เป็นเจ้าบ่าวไม่อยู่ ขั้นตอนนี้เลยถูกตัดออก ข้ามไปที่พิธียกน้ำชาลาพ่อแม่เลย
บ้านคับแคบเกินไป พิธียกน้ำชาเลยจัดขึ้นที่ลานบ้าน
เจียงต้าไห่นั่งยืดอกอยู่บนเก้าอี้ประธาน ด้านข้างมีรูปถ่ายของหร่วนโหรววางอยู่ และมีหลี่หงอิงยืนขนาบข้างรูปถ่าย
ทันทีที่เจียงม่อลี่ในชุดเจ้าสาวปรากฏตัว ทั้งลานบ้านก็ตกอยู่ในความเงียบ
หญิงสาวผิวขาวราวหิมะ เครื่องหน้าสวยคมราวจิตรกรรม กระโปรงสีแดงยาวกรุยกราย เอวคอดกิ่วชนิดที่มือเดียวก็โอบรอบ
ยืนนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น เหมือนนางในวรรณคดีที่หลุดออกมาจากภาพวาดไม่มีผิด
เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่ว:
"สวยจริงๆ พับผ่าสิ"
"นั่นสิ สวยมาก"
ด้านนอกลานบ้านเต็มไปด้วยเพื่อนบ้านที่มามุงดู ถึงปกติจะค่อนขอดและรังเกียจเจียงม่อลี่สารพัด แต่เรื่องความสวยของเจียงม่อลี่นั้น พวกหล่อนเถียงไม่ออกจริงๆ
ลู่เต๋อเจากระซิบกระซาบกับภรรยา "เจ้าสามตาถึงนะเนี่ย เลือกเมียได้สวยหยาดเยิ้มขนาดนี้"
อันฮุ่ยรู้สึกจุกในอกบอกไม่ถูก
ลูกชายเธอรักผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหน คนเป็นแม่อย่างเธอย่อมรู้ดีที่สุด
วันนี้เป็นวันที่ผู้หญิงคนนี้สวยที่สุดในชีวิต แต่น่าเสียดายที่เจ้าสามที่เป็นเจ้าบ่าวกลับไม่ได้เห็น
"อ้าว คุณร้องไห้ทำไม วันมงคลแท้ๆ อย่าให้คนอื่นเห็นเชียว เดี๋ยวเขาจะนึกว่าเราไม่พอใจสะใภ้คนนี้"
เห็นขอบตาอันฮุ่ยแดงระเรื่อ ลู่เต๋อเจาก็รีบปลอบ
อันฮุ่ยเอาผ้าเช็ดหน้าซับหางตา พูดเสียงอู้อี้ "ฉันคิดถึงเจ้าสาม ไม่รู้ป่านนี้จะถึงไหนแล้ว"
"น่าจะถึงเขาเอ๋อเหมยแล้วมั้ง"
พอพูดถึงลูกชายคนเล็ก ลู่เต๋อเจาเองก็รู้สึกแย่ไม่แพ้กัน
คืนเข้าหอเป็นหนึ่งในสี่ความสุขที่สุดของชีวิตลูกผู้ชาย แต่ลูกชายเขากลับต้องพลาดไปเพราะภารกิจ น่าเสียดายไปตลอดชีวิต
เขาหันไปสั่งเจียงเสี่ยวกวงที่ถือกล้องอยู่ข้างๆ "ถ่ายรูปไว้เร็วเข้า"
"ท่านผู้บัญชาการครับ ถ่ายไปแล้วครับ"
"บอกให้ถ่ายก็ถ่ายสิวะ พูดมากจริง ถ่ายเยอะๆ เลย!"
"รับทราบครับ!"
เจียงเสี่ยวกวงยกกล้องนิคอนที่ห้อยคอขึ้นมา รัวชัตเตอร์ใส่เจียงม่อลี่ที่กำลังยกน้ำชาให้เจียงต้าไห่ไม่ยั้ง
เจียงม่อลี่รับถ้วยชาจากเพื่อนเจ้าสาว ประคองส่งให้เจียงต้าไห่ด้วยสองมือ:
"พ่อ ดื่มน้ำชาจ้ะ"
"เอ้อ ดีๆ!"
เจียงต้าไห่ยิ้มจนหน้าบาน แต่ขอบตากลับแดงก่ำ
เมื่อก่อนเฝ้าภาวนาทุกวันให้ลูกสาวขายออก กินไม่ได้นอนไม่หลับกลัวลูกขึ้นคาน พอวันนี้ลูกจะได้แต่งงานออกไปจริงๆ เขากลับรู้สึกอาลัยอาวรณ์เหมือนโดนควักหัวใจ
เจียงม่อลี่เห็นพ่อร้องไห้ จมูกก็เริ่มแสบๆ ขึ้นมาเหมือนกัน
พอเจียงต้าไห่ดื่มชาเสร็จ ก็ยื่นอั่งเปาของตัวเองพร้อมกับส่วนของลู่เฉิงให้เจียงม่อลี่
"ต่อไปต้องใช้ชีวิตกับเสี่ยวลู่ให้ดี ทำหน้าที่ภรรยาให้สมบูรณ์ กตัญญูต่อพ่อผัวแม่ผัว..."
พอเจียงต้าไห่สั่งเสียจบ อันฮุ่ยก็กล่าวคำมั่นสัญญากับเจียงต้าไห่ในฐานะตัวแทนของลู่เฉิงว่าจะดูแลเจียงม่อลี่อย่างดี พิธียกน้ำชาก็เป็นอันเสร็จสิ้น
ต่อจากนั้นคือพิธีแบกเจ้าสาวขึ้นรถ
เจียงเผิงแบกพี่สาวเดินก้มหน้าก้มตา น้ำตาลูกผู้ชายร่วงเผาะๆ ลงพื้น
"เจ๊ เชื่อพ่อนะ อยู่กินกับพี่เขยดีๆ อย่าไปอาละวาดใส่พี่เขยเขาอีกล่ะ"
"ถ้าวันหน้าพี่เขยรังแกเจ๊ เจ๊กลับมาบอกผมนะ"
เจียงม่อลี่: "บอกแกแล้วแกจะทำอะไรได้"
พอพูดจบ เจียงม่อลี่ถึงรู้ตัวว่าเสียงตัวเองสั่นเครือ
เป็นเพราะสองพ่อลูกนั่นแหละ
สำหรับเธอ งานแต่งวันนี้ก็แค่ฉากหนึ่งในภารกิจ เธอเป็นแค่คนเดินผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่พอโดนอารมณ์ดราม่าของสองพ่อลูกเข้าจังๆ เธอก็เผลอน้ำตาซึมไปด้วย
เจียงเผิงตอบว่า "ต่อให้เขาเป็นพี่เขย ถ้ากล้ารังแกเจ๊ ผมก็จะสู้กับเขาให้ตายกันไปข้าง"
เจียงม่อลี่ถาม "แกสู้เขาได้เหรอ"
"สู้ไม่ได้ก็จะสู้"
สองพี่น้องคุยกันไปตลอดทาง ช่วยให้บรรยากาศเศร้าสร้อยจางลงไปได้บ้าง
สองข้างทางในตรอกเต็มไปด้วยเพื่อนบ้านที่ออกมามุงดู
ทหารหนุ่มยี่สิบนาย เข็นจักรยานตราเสือล้อโตคนละคัน บนเบาะหลังบรรทุกข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นสินเดิมจนพูน
ขบวนรับตัวเจ้าสาวที่ยิ่งใหญ่และเอิกเกริกขนาดนี้ พวกเขาเพิ่งจะเคยเห็นเป็นขวัญตา
"ตัวก่อเรื่องแต่งออกไปได้สักที ต่อไปบ้านพักเราคงสงบสุขขึ้นเยอะ" ปากก็พูดไปงั้น แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา
จะไม่ให้อิจฉาได้ไง คนที่น่ารังเกียจที่สุดดันได้ดิบได้ดีที่สุด
มันน่าเจ็บใจนัก
มีคนสังเกตเห็นว่าในขบวนรับตัวไม่มีลู่เฉิง "อุ๊ย ทำไมไม่เห็นเจ้าบ่าวล่ะ"
"เจ้าบ่าวไม่ได้มา พ่อแม่มาจูงเจ้าสาวเอง"
"ขนาดมารับตัวยังไม่มา แสดงว่ารู้สันดานเจียงม่อลี่แล้วเลยถอดใจ ไม่อยากแต่งแล้วมั้ง"
ข้อสันนิษฐานนี้ได้รับการสนับสนุนจากคนจำนวนมาก
ในสายตาเพื่อนบ้าน เจียงม่อลี่ไม่คู่ควรกับชีวิตดีๆ สมควรแล้วที่จะโดนบ้านผัวรังเกียจเดียดฉันท์
...
ตามแผนเดิม ลู่เฉิงจะปั่นจักรยานพาเจียงม่อลี่นั่งซ้อนท้ายแห่ไปรอบเมือง
แต่พอลู่เฉิงไม่อยู่ จะให้ผู้ชายคนอื่นมาปั่นให้เจียงม่อลี่ซ้อนก็ดูไม่งาม สุดท้ายเลยใช้รถจี๊ปทหารของลู่เต๋อเจาเป็นรถเจ้าสาวนำขบวนแทน
เจียงเสี่ยวกวงเป็นคนขับ ลู่เต๋อเจานั่งเบาะหน้าคู่คนขับ ส่วนเจียงม่อลี่กับอันฮุ่ยนั่งเบาะหลัง
เพื่อให้ขบวนจักรยานตามทัน รถจี๊ปเลยคลานต้วมเตี้ยมยิ่งกว่าหอยทาก
เจียงม่อลี่ง่วงจนหนังตาจะปิด พิงพนักเบาะได้ไม่นานก็หลับคอพับคออ่อน
ลู่เต๋อเจาหันมามองเป็นระยะ สบตากับภรรยา
แม่หนูคนนี้ใจเด็ดใช้ได้
ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น ต้องมานั่งรถคันเดียวกับพ่อผัวแม่ผัวตามลำพังครั้งแรก คงนั่งตัวเกร็งไม่กล้ากระดุกกระดิก
อันฮุ่อหันไปมองเจียงม่อลี่ที่หลับอุตุเหมือนหมูตาย คิดในใจว่าใจเด็ดก็ดีเหมือนกัน ดีกว่าพวกเจ้าน้ำตาขี้แย
รถกระเด้งเบาๆ
ตัวเจียงม่อลี่เอียงวูบ หัวหล่นตุบลงมาซบที่ไหล่อันฮุ่ย
ดูเหมือนท่านี้จะนอนสบายกว่า เธอขยับตัวหามุมนิดหน่อยแล้วหลับต่ออย่างสบายใจ
เจียงม่อลี่ง่วงจริงๆ
เมื่อคืนหลังจากคุยเรื่องหย่ากับลู่เฉิง ใจเธอก็ว้าวุ่น พลิกไปพลิกมาจนดึกดื่น พอเพิ่งจะหลับตาได้แป๊บเดียวก็โดนปลุก
ไหล่อันฮุ่ยเริ่มเจ็บ เธอยกมือจะผลักหัวเจียงม่อลี่ออก แต่พอมองใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราของเด็กสาว จู่ๆ ความรู้สึกอ่อนโยนก็ผุดขึ้นมาในใจ
เธอไม่มีลูกสาว ลูกสะใภ้คนโตกับคนรองถึงจะกตัญญูรู้ความ แต่เวลาอยู่ต่อหน้าเธอก็สำรวมกิริยามารยาทเป๊ะ ไม่เคยมีความสนิทสนมแบบแม่ลูกให้เห็น
การโดนเจียงม่อลี่ซบแบบนี้ กลับทำให้เธอได้สัมผัสความรู้สึกของการมีลูกสาวอ้อน
เจียงม่อลี่หลับยาวตลอดทาง จนกระทั่งใกล้ถึงบ้านลู่ถึงถูกปลุกให้ตื่น
[จบแล้ว]