- หน้าแรก
- ระบบสั่งให้ร้าย แต่ผู้ชายสั่งให้รัก
- บทที่ 38 - โรควิตกกังวลก่อนแต่งงาน
บทที่ 38 - โรควิตกกังวลก่อนแต่งงาน
บทที่ 38 - โรควิตกกังวลก่อนแต่งงาน
บทที่ 38 - โรควิตกกังวลก่อนแต่งงาน
"ตอนนี้ผมเป็นผู้ชายมีเจ้าของแล้ว ไม่เหมาะที่จะมาพบกับคุณตามลำพังอีก ทางที่ดีอย่าเจอกันอีกเลยจะดีกว่า"
ลู่เฉิงพูดจบก็เดินกลับเข้าบ้านไป
เมิ่งเวยยืนโงนเงน ดวงตาเต็มไปด้วยความริษยาอาฆาตและความไม่ยินยอมพร้อมใจ
เธอไม่มีวันยอมแพ้หรอก!
...
เพื่อจัดเตรียมสินเดิมให้เจียงม่อลี่ เจียงต้าไห่กับเจียงเผิงต้องวิ่งวุ่นอยู่ข้างนอกทั้งวัน จนสองทุ่มถึงได้ลากสังขารกลับบ้าน เหงื่อท่วมตัวเหม็นเปรี้ยว
หลี่หงอิงรีบเอาน้ำสะอาดมาให้สองพ่อลูกล้างหน้าล้างตา แล้วสั่งให้เจียงชิงตั้งโต๊ะอาหาร
คนในครอบครัวเพิ่งจะยกชามข้าวเตรียมลงมือ ก็มีคนตะโกนเรียกเจียงเผิงจากนอกรั้วให้ไปรับโทรศัพท์ที่ป้อมยาม
เจียงเผิงวางชามข้าววิ่งออกไป แป๊บเดียวก็วิ่งกลับมา
"ใครโทรมา ดึกดื่นป่านนี้"
น้ำเสียงเจียงต้าไห่ไม่ค่อยพอใจ นึกว่าเป็นพวกเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวชวนลูกชายออกไปเตร็ดเตร่
"พี่เขยครับ เขาฝากมาบอกพี่สาวว่า เรื่องไปชนบทจัดการเรียบร้อยแล้ว ให้พี่สาวรอแต่งงานอยู่ที่บ้านอย่างสบายใจได้เลย"
พอรู้ว่าเป็นลูกเขย เจียงต้าไห่ก็เปลี่ยนจากโกรธเป็นยิ้มแก้มปริ
ถึงเมื่อตอนกลางวันลูกเขยจะรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะจัดการให้ แต่ใจเขาก็ยังตุ้มๆ ต่อมๆ กลัวลูกเขยจะลืม หรือกลัวว่าเรื่องมันจะแก้ยาก
พอตอนนี้ลูกเขยส่งข่าวมายืนยัน เขาถึงได้วางภูเขาออกจากอก
"พี่เขยแกพูดอะไรอีกไหม" เจียงต้าไห่ถามลูกชายเสียงอ่อนเสียงหวาน
"ไม่มีแล้ว"
เห็นเจียงต้าไห่จ้องหน้าอย่างจับผิด เจียงเผิงก็ร้องโวยวาย "ไม่มีแล้วจริงๆ ถ้าโกหกขอให้เป็นหมาเลยเอ้า"
"แค่เรื่องนี้เองเหรอ ทำไมพี่เขยแกไม่ขอพูดสายกับพี่สาวแกเองล่ะ"
เจียงชิงกับหลี่หงอิงก็มองหน้าเจียงเผิง สงสัยเหมือนกันว่าทำไมลู่เฉิงไม่คุยกับเจียงม่อลี่โดยตรง แต่ต้องฝากข้อความผ่านน้องเมียอย่างเจียงเผิง
"พี่เขยบอกว่ามันดึกแล้ว กลัวพี่สาวเดินออกมาข้างนอกตอนมืดๆ จะไม่ปลอดภัย"
วงกับข้าวเงียบกริบ
แม้แต่เจียงม่อลี่เองก็คาดไม่ถึงว่า ลู่เฉิงที่ดูตัวโตเป็นหมี จะมีความละเอียดอ่อนใส่ใจได้ขนาดนี้
หลี่หงอิงมองเจียงม่อลี่ที มองสามีที พูดด้วยความอิจฉานิดๆ "สมกับที่เสี่ยวลู่เป็นระดับหัวหน้าคน คิดอ่านรอบคอบจริงๆ"
เจียงต้าไห่หน้าบาน "บรรพบุรุษคุ้มครองแท้ๆ บ้านเราถึงได้เจอลูกเขยดีๆ แบบนี้"
เจียงชิงก้มหน้าก้มตา กินข้าวไม่ลงคอ
เธอคิดยังไงก็คิดไม่ออก เจียงม่อลี่ทำบุญด้วยอะไร ถึงได้เจอผู้ชายดีๆ ที่ทั้งเก่งทั้งใส่ใจแบบนี้
"ม่อลี่ ตั้งแต่นาทีนี้ไป จนกว่าเสี่ยวลู่จะยกขบวนมารับตัว ห้ามแกก้าวขาออกจากบ้านเด็ดขาด"
เพื่อกันไม่ให้เกิดเรื่องผิดพลาดในงานแต่ง เจียงต้าไห่สั่งกักบริเวณเจียงม่อลี่ทันที พร้อมกำชับให้เจียงเผิงกับหลี่หงอิงช่วยกันเฝ้า
เจียงม่อลี่เหลือบดูความคืบหน้าภารกิจ คิดว่าพักสักสองวันก็คงไม่เป็นไร
วันนี้วันเดียวทั้งอาละวาดทั้งก่อเรื่อง ค่าความรังเกียจพุ่งไปเกือบ 1900 แล้ว
เรื่องวันนี้คงยังเป็นขี้ปากชาวบ้านไปได้อีกสักวันสองวัน น่าจะเก็บแต้มเพิ่มได้อีกสักร้อยแต้ม ทะลุ 2000 ได้ไม่ยาก
อีกอย่าง ช่วงนี้บ้านเจียงทำตัวเด่นเกินไป คนจับตามองเยอะ ต้องเพลาๆ ลงบ้าง
เจียงม่อลี่เลยยอมรับคำสั่งเจียงต้าไห่แต่โดยดี
ในยุคที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีมือถือ ไม่มีคอมพิวเตอร์ การต้องอุดอู้อยู่แต่ในบ้านสองวันมันนรกชัดๆ
เจียงม่อลี่เลยฆ่าเวลาด้วยการให้หลี่หงอิงสอนเย็บจักร เผื่อว่าหลุดออกไป... ถุย!
เอาเป็นว่า รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม
เวลาสองวัน เจียงม่อลี่เรียนรู้วิธีเย็บเส้นตรง เส้นโค้ง เย็บย้ำหน้าย้ำหลัง จนถูไถเย็บกระเป๋าผ้าใบหูหิ้วฝีมือหยาบๆ ออกมาได้ใบหนึ่ง
เจียงม่อลี่เห็นแล้วยังส่ายหน้า แต่เจียงต้าไห่กลับดีใจจนหุบยิ้มไม่ได้
ลูกสาวโตป่านนี้เพิ่งจะเคยจับงานเข็มงานด้ายชิ้นแรก ยืนยันกระต่ายขาเดียวว่าจะเอาไปใช้ใส่ของไปทำงานด้วยให้ได้
เจียงม่อลี่ก็ได้แต่คิดในใจ: เอาที่พ่อสบายใจแล้วกัน
...
หนึ่งวันก่อนวันแต่งงาน รายงานขออนุมัติแต่งงานของจางเจียหมิงผ่านการอนุมัติ เขาจึงพาเจียงชิงไปจดทะเบียนสมรส
...
ห้าทุ่มกว่าแล้ว แต่บ้านเจียงยังเปิดไฟสว่างโร่ ผู้คนขวักไขว่วุ่นวาย
เจียงต้าไห่กับญาติๆ บ้านเจียงนั่งจับเข่าคุยกันอยู่ในลานบ้าน เช็คของสินเดิมบ้าง ปรึกษาลำดับพิธีส่งตัวเจ้าสาวพรุ่งนี้บ้าง
เจียงม่อลี่นอนพลิกไปพลิกมาอยู่ในห้องนอน ข่มตายังไงก็ไม่หลับ
ส่วนหนึ่งเพราะข้างนอกเสียงดัง อีกส่วนหนึ่งเพราะพรุ่งนี้ต้องแต่งงานแล้ว ใจมันเลยตุ้มๆ ต่อมๆ
เธอแพ้ความหล่อของลู่เฉิง ตอนที่เขามาสู่ขอเธอเลยไม่ได้ต่อต้านอะไรมาก
แต่พอยิ่งได้รู้จักผู้ชายคนนี้ ยิ่งสัมผัสได้ถึงความจริงจังและจริงใจที่เขามีต่อการแต่งงานครั้งนี้ เธอก็เริ่มจะถอดใจ
เธอมาที่นี่เพื่อทำภารกิจ
อย่างช้าปีหนึ่ง อย่างเร็วสามถึงห้าเดือน พอภารกิจจบเธอก็ต้องกลับโลกเดิม
เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันไม่กี่วัน เธอสัมผัสได้ว่าลู่เฉิงเป็นผู้ชายที่ดีมีความรับผิดชอบ
การต้องทำร้ายผู้ชายดีๆ แบบนี้ มันอดรู้สึกผิดไม่ได้จริงๆ
เจียงม่อลี่เพิ่งมารู้ตัวทีหลังว่า หรือเธอจะเป็นโรควิตกกังวลก่อนแต่งงาน?
ในเวลาเดียวกัน ทางฝั่งบ้านลู่ก็ยุ่งวุ่นวายไม่ต่างจากบ้านเจียง
อันฮุ่ยพาลูกสะใภ้สองคน กับญาติสนิทมิตรสหาย ช่วยกันประดับประดาบ้าน ติดตัวหนังสือมงคลสีแดงตามประตูหน้าต่าง ทั้งในและนอกบ้าน
ส่วนลู่เฉิงกับแก๊งเพื่อนผู้ชาย กำลังไล่เช็คสภาพจักรยานที่จะใช้แห่ขบวนรับตัวเจ้าสาวพรุ่งนี้ทีละคัน
เขายืมจักรยานตราเสือยี่สิบแปดนิ้วจากญาติๆ เพื่อนฝูงมารวมยี่สิบคัน จัดเป็นขบวนรับเจ้าสาว
ใช้จักรยานรับตัวเจ้าสาว นอกจากจะเลี่ยงข้อครหาว่าเป็นพวกทุนนิยมฟุ่มเฟือยแล้ว ยังดูยิ่งใหญ่อลังการอีกด้วย
เขาต้องการมอบงานแต่งที่สมเกียรติที่สุดให้เมียเขา
ลู่เต๋อเจาเดินดูทางโน้นทีทางนี้ที ดูยุ่งกว่าใครเพื่อน แต่ไม่รู้ว่ายุ่งเรื่องอะไร
กริ๊งงง
ลู่เต๋อเจารับโทรศัพท์ ฟังปลายสายพูดจบ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มก็เคร่งเครียดขึ้นทันตา
"เจ้าสาม เข้ามานี่!"
ได้ยินพ่อเรียก ลู่เฉิงก็ส่งต่องานในมือให้เจียงเสี่ยวกวง แล้วรีบวิ่งเหยาะๆ กลับเข้าบ้าน
"มีอะไรก็รีบพูด ผมยุ่งอยู่นะ"
"ไปคุยในห้องฉัน"
เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของพ่อ ลู่เฉิงพอจะเดาอะไรได้บางอย่าง เดินตามพ่อเข้าห้องนอนไปเงียบๆ
"ครึ่งชั่วโมงก่อน เกิดแผ่นดินไหวระดับ 4 ที่เมืองเตียน"
สีหน้าลู่เฉิงเปลี่ยนเป็นจริงจัง "ความเสียหายรุนแรงไหมครับ"
ลู่เต๋อเจามองหน้าลูกชาย "ระดับสั่นสะเทือนไม่สูง แต่มีหลายหมู่บ้านเกิดดินโคลนถล่ม ยังไม่ทราบจำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายที่แน่ชัด หน่วยทหารในพื้นที่กำลังรุดไปกู้ภัย แกก็ต้องรีบกลับหน่วยด่วน"
เมืองเตียนเป็นเขตรับผิดชอบของหน่วยที่ลู่เฉิงสังกัด ในฐานะผู้บังคับกองพัน เวลานี้เขาต้องกลับไปบัญชาการกู้ภัยที่ด่านหน้าทันที
ความจริงตอนที่พ่อเรียกเขาเข้ามา ลู่เฉิงก็สังหรณ์ใจแล้วว่าต้องเป็นเรื่องทางกองทัพ ในหัวเขาเริ่มวางแผนรับมือสถานการณ์ต่างๆ โดยอัตโนมัติ
สัญชาตญาณของผู้บังคับบัญชามันฝังอยู่ในสายเลือด
ลู่เต๋อเจามองลูกชายด้วยความลำบากใจ
ลูกชายจะยี่สิบเจ็ดอยู่รอมร่อ กว่าจะหาเมียได้สักคน หัวอกคนเป็นพ่อ เขาย่อมหวังให้ลูกมีงานแต่งที่สมบูรณ์แบบกว่าใคร
แต่หน้าที่ของทหารคือปกป้องชาติและประชาชน
ประชาชนมีภัย พวกเขาต้องพุ่งชนเป็นด่านหน้า
"มีรถไฟไปเมืองคุนรอบเที่ยงคืนครึ่ง ฉันจะให้เสี่ยวกวงไปส่งแกที่สถานีเดี๋ยวนี้"
เขาหยุดนิดหนึ่ง น้ำเสียงอ่อนลงสองส่วน "ให้เวลาแกห้านาที ไปอธิบายกับเมียแกให้เข้าใจ"
"ครับ ผมจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้"
ลู่เฉิงรับคำหนักแน่น ไม่มีลังเลแม้แต่น้อย
ถึงแม้อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เขาจะได้ไปรับผู้หญิงที่รักมาเป็นภรรยา แต่การปฏิบัติตามคำสั่งคือสิ่งที่สลักลึกอยู่ในกระดูก
"แม่ ผมไปก่อนนะ รักษาสุขภาพด้วย"
อันฮุ่ยยังไม่ทันตั้งตัว ลู่เฉิงก็พุ่งตัวออกจากประตูไปราวกับพายุ
"ดึกป่านนี้แล้ว ลูกจะไปไหน"
อันฮุ่ยถามจบถึงเพิ่งจะเดาได้ว่า ลูกชายคงมีภารกิจด่วน
แต่พรุ่งนี้จะแต่งงานอยู่แล้ว ไม่มีเจ้าบ่าว แล้วงานแต่งจะทำยังไง?
[จบแล้ว]